บทนำ
บท 1
พันตรีสุริยะ สุริโยปกรณ์ เดินงุ่นง่านวนไปวนมาจนพื้นห้องแทบทรุด ใบหน้าเข้มที่ประกอบด้วยเครื่องหน้าคมจัด ออกหล่อเหลา ถูกแต่งเติมด้วยดวงตาคมกริบดุดันอยู่ตลอดเวลา และประดับด้วยปลายจมูกโด่งแหลม ริมฝีปากสีเข้ม หยักลึกได้รูปสวย รวมๆ แล้วเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่เดินวนเป็นเจ้าเข้าอยู่นี่ รูปงามสมชายชาตรีทีเดียว
“ผู้พันครับ ผู้พันจะหมุนอีกนานไหมครับ ผมเวียนหัวไปหมดแล้วนะครับ”
จ่าเฉย แต่ไม่เฉยเหมือนชื่อ ถามผู้บังคับบัญชาหนุ่มอย่างอดไม่ได้ เพราะตนเริ่มวิงเวียนเกือบคลื่นไส้เต็มทีแล้ว
“มึงเวียนหัว มึงก็ปิดตาไว้ อย่ามองกูสิวะ”
“เว้ย...กูจะทำยังไงดีวะ กูอยู่ของกูดีๆ ก็หาเหาโยนใส่หัวกูซะงั้น โอ๊ย...คู่หมั้นไปไหนวะ ทำไมต้องเป็นกูด้วย”
พันตรีสุริยะตะโกนลั่น และยกมือขยี้เส้นผมที่ตัดสั้นเข้ารูป ราวกับคนบ้ายังไงยังงั้น ดีหน่อยที่ผมสั้น ถ้าผมยาวกว่านี้คงไปยืนข้างถังขยะแล้วล้วงมือเข้าไปหาของกินได้แล้ว
“เอ่อ...ผู้พันยะเป็นอะไรไปเหรอครับ มีอะไรให้ผมช่วย ก็บอกได้นะครับ เผื่อผมจะช่วยได้” จ่าเฉยบอกอย่างหวังดี
“ถ้ากูให้มึงช่วยได้ กูบอกมึงไปนานแล้ว ไม่ต้องเดินไปเดินมาจนรองเท้ากูสึกแบบนี้หรอก”
“แล้วผู้พันเป็นอะไรไปล่ะครับ ถึงต้องเดินไปเดินมาจนรองเท้าสึก”
“ก็...” พันตรีสุริยะเกือบหลุดปากบอกความลับออกไป “เฮ้ย...อย่ารู้เลย” พูดจบร่างสูงก็เดินหนีไป ปล่อยให้จ่าเฉยยกมือเกาหัวแกรกๆ อย่างมึนงง
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พันตรีสุริยะที่แต่งกายด้วยชุดลายพราง และพรางหน้าด้วยการทาสีจนดำปิ๊ดปี๋ ซุ่มเงียบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ดวงตาคมกริบจับตามองไปยังกระท่อมกลางป่าหลังน้อยอย่างตั้งใจ หากแต่ในใจนั้นกำลังเดือดปุดๆ เมื่อคิดว่าผู้บังคับบัญชาส่งตนให้มายืนอยู่ตรงนี้อย่างง่ายดาย
‘ถ้ารู้ว่ามันง่ายดายขนาดนี้ ทำไมไม่ส่งคนอื่นมาแทนวะ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้กูทำด้วย บ้าฉิบ...ลูกสาวคนเดียวอยู่ตรงไหนก็รู้ดี แล้วทำไมต้องเป็นกูด้วยวะ’
ใจคิด แต่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่เป้าหมายไม่วางตา สมาธิถูกจดจ่อไปที่กระท่อมหลังนั้น แล้วดวงตาคมก็หรี่ลง เมื่อมีบางอย่างเคลื่อนออกมาจากกระท่อม
จันทร์ดาราใช้ความสามารถของตนแก้มัดเชือกที่ผูกข้อเท้าได้สำเร็จ แต่ข้อมือบางยังคงมีเชือกผูกอยู่ และเธอก็ไม่มีเวลาจะแก้มันออก นอกจากตัดสินใจย่องเงียบออกมาทั้งที่มือทั้งสองข้างยังถูกมัดติดกันแน่น หญิงสาวใช้แผ่นหลังแนบฝา หันซ้ายหันขวาดูทางหนีทีไล่ เมื่อเห็นว่าปลอดคน ร่างบางก็ออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตทันที
สุริยะผุดวิ่งตาม โดยก้มตัวลงแต่ยังคงซอยเท้าตามร่างระหงไปเรื่อยๆ
“เฮ้ย! มันหนีไปแล้ว ตามจับมันให้ได้เร็วเข้า”
เสียงโจรเรียกค่าไถ่ดังตามหลัง ยิ่งทำให้จันทร์ดาราต้องซอยเท้าให้เร็วขึ้น
สุริยะออกจากที่ซ่อนและยิงใส่กลุ่มโจรเรียกค่าไถ่ แต่โชคร้ายที่กระสุนไม่โดนพวกมันเลย ชายหนุ่มวิ่งตามร่างบางจนทันด้วยฝีเท้าที่ไวกว่าอยู่หลายขุม และลากแขนบางวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต แต่มือที่ถูกผูกติดกันของจันทร์ดาราและไพล่ไปด้านหลังนั้นเป็นอุปสรรคในการฉุดรั้งจากคนร่างสูง ทำให้ปลายเท้าบอบบางสะดุดรากไม้ปลิวหวือลงกระแทกกับพื้นดินจนจุก ร่างสูงจึงต้องหยุดวิ่งหันมารวบร่างบางขึ้นพาดบ่า และพาวิ่งทั้งๆ อย่างนั้นเหมือนไม่หนักเลยสักนิด
“ว้าย...นายเป็นใครน่ะ นี่! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ” จันทร์ดาราหวีดร้องวี้ดว้ายไปตลอดทาง
“ปล่อยให้ไอ้พวกนั้นมันฆ่าทิ้งรึไง หุบปากซะถ้ายังไม่อยากตาย”
“ก็แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ฉันวิ่งเองเล่า”
“คุณจะวิ่งไปได้สักกี่ก้าว เดี๋ยวก็ล้มลงไปอีก เป็นตัวถ่วงให้ไอ้พวกนั้นมันไล่ยิง”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ลูกกระสุนปืนก็เฉี่ยวหูสุริยะไปจนร้อนฉ่า
“กรี๊ด! นี่นาย...วิ่งให้มันเร็วกว่านี้หน่อยสิ ไม่เห็นรึไงว่าพวกมันไล่ตามมาจะทันแล้ว”
คนไม่ช่วยแต่ยังเอาเท้าราน้ำ หวีดร้องแถมเร่งยิกๆ ทั้งที่หัวก็ห้อยต่องแต่ง เลือดในกายไหลมารวมกันอยู่ที่หน้านวลจนแดงเถือก
“โอ๊ย...แล้วนี่เห็นว่าผมกำลังเดินอยู่รึไงแม่คู้ณ ตัวคุณไม่ใช่นุ่นนะจะได้เบาหวิว นี่ผมคิดว่าผมอุ้มลูกช้างซะอีก เร็วแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“ถ้าฉันเป็นลูกช้าง นายก็เป็นพ่อช้างล่ะ โอ๊ยๆๆ มันตามมาใกล้แล้ว” จันทร์ดาราเร่งคนที่แบกเธอวิ่ง แต่แล้ว... “กรี๊ด” จันทร์ดาราหวีดร้องดังลั่น เมื่อร่างของเธอและสุริยะพุ่งลงสู่เบื้องล่าง หลังจากที่วิ่งมาเรื่อยๆ แล้วสุริยะก็ตัดสินใจกระโดดลงหน้าผาที่เห็นเบื้องล่างนั้นเป็นธารน้ำตกใหญ่
สุริยะกอดร่างบางไว้แน่น เมื่อร่างของทั้งคู่ร่วงลงสู่ผืนน้ำ “ตูม”
“เฮ้ย...มันบ้าหรือมันอยากตายกันวะ กระโดดลงไปได้ยังไง ไปอีกไม่ไกลก็เป็นน้ำตกแล้ว”
“เออ...งานนี้พวกเราชวดว่ะ ป่านนี้มันก็คงตายเป็นผีเฝ้าป่าแล้วล่ะ”
“อย่าเพิ่งนอนใจไป อีนังนั่นมันเห็นหน้าพวกเราชัดทุกคน มันต้องจำได้ขึ้นใจแน่ เพราะฉะนั้นต้องตามดูให้แน่ใจ ว่ามันรอดหรือว่ามันตายแล้ว”
บทล่าสุด
#106 บทที่ 106 บทที่ 106
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#105 บทที่ 105 บทที่ 105
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#104 บทที่ 104 บทที่ 104
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#103 บทที่ 103 บทที่ 103
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#102 บทที่ 102 บทที่ 102
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#101 บทที่ 101 บทที่ 101
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#100 บทที่ 100 บทที่ 100
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#99 บทที่ 99 บทที่ 99
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#98 บทที่ 98 บทที่ 98
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#97 บทที่ 97 บทที่ 97
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เจ้าพ่อมาเฟีย
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์













