บทนำ
และที่มากกว่านั้น ในใจของเขากลับไม่เคยลืมผู้หญิงอีกคนไปได้ สู้กับคนในใจก็ว่ายากแล้ว สู้กับอคติของเขายากยิ่งกว่า สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงเดินออกไปจากที่ที่ไม่ใช่ของเธออย่างที่เขาเองก็เป็นฝ่ายยื่นใบหย่ามาให้
บท 1
“ถึงคุณจะสนิทกับครอบครัวนั้นแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าคุณจะหยิบยื่นช่วยเหลือทุกครั้งแบบนี้นะคะ” เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยพูดกับสามีตัวเองขึ้นอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่สามีเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้เธอไม่กล้าพูดอะไรออกไปมากกว่านี้
“แต่คุณก็เห็น ว่าศิวะไม่เคยผิดคำพูดกับผม” ชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีตอบกลับภรรยาของตนออกไป
“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะค่ะ แต่นี่มันเกินไปแล้วนะคะ เงินเป็นสิบๆ ล้าน คุณไว้ใจให้พวกเขายืมได้ยังไงกัน แล้วครั้งนี้คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเขาจะหาเงินขนาดนั้นมาคืนคุณได้”
“ผมว่าที่แม่พูดก็มีเหตุผลนะครับ ครอบครัวอาศิวะมีปัญหามานานแล้ว แล้วเงินครั้งนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ พ่อคิดว่าพวกเขาจะหาเงินมาคืนเราได้จริงๆ เหรอครับ” ตฤณ หรือ ตฤณจร เอ่ยกับผู้เป็นพ่อออกไปด้วยความคิดเห็นคล้ายกับแม่ของเขา เพราะที่ผ่านมาเขาก็เห็นมาตลอดว่าบ้านหลังนั้นมีปัญหาให้พ่อเขาช่วยเหลือบ่อยๆ
“ฉันว่าอย่างน้อยคุณก็น่าจะเอาโฉนดที่ดินบ้านหลังนั้นไว้นะคะ ถ้าเกิดพวกเขาเบี้ยวขึ้นมาอย่างน้อยเราจะได้ไม่เสียเปล่า” คุณธิดาเอ่ยกับสามีออกไปอีกครั้ง เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ เธอไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
“ผมมีวิธีที่ดีกว่านี้” คุณตุลผู้เป็นสามีเอ่ยขึ้นหลังจากภรรยาเอาแต่กังวลไม่เลิก
“ยังไงคะ?”
“ผมจะให้ตฤณแต่งงานกับพร้อมตา” และนั่นก็คือคำตอบของประมุขของบ้านที่คิดมาดีแล้ว
“อะไรนะครับ!?” แต่เจ้าของชื่ออย่างตฤณกลับเอ่ยออกมาเสียงดังทันทีอย่างไม่ได้ตั้งตัว
“ตอนนี้แกก็เข้าสามสิบแล้วนะตฤณ พ่อว่าถึงเวลาที่แกควรจะแต่งงานได้แล้ว” คุณตุลเอ่ยกับลูกชายออกมาตามความคิด แต่จริงๆ เขาไม่ได้ห่วงเรื่องอายุของลูกอย่างที่พูดหรอก
เพียงแต่...
“ผมไม่อยากแต่งงาน” ตฤณเอ่ยปฏิเสธผู้เป็นพ่อออกไปทันทีอย่างไม่เสียเวลาคิด เพราะสำหรับเขา เขาไม่อยากแต่งงาน ไม่คิดถึงเรื่องแต่งงานอีกเลยตั้งแต่ที่เขา...
“ฉันก็ไม่เห็นด้วยนะคะ การที่ลูกต้องแต่งงานเราก็มีแต่เสียกับเสียนะคะ ทั้งสินสอด แล้วไหนจะสมบัติที่บ้านหลังนั้นอาจจะมากอบโกยไปอย่างไม่ต้องรู้สึกเกรงใจ” คุณธิดาเองก็รีบเอ่ยขึ้นอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสามี ปกติก็เห็นครอบครัวนั้นเป็นตัวปัญหาอยู่แล้ว การได้แต่งดองเข้ามาไม่ยิ่งจะสร้างปัญหามากมายกว่าเดิมอีกหรือไง
“เงินที่ศิวะยืมก็ถือว่าเป็นสินสอดห้าล้านส่วนที่เหลือก็ให้ทยอยคืน ศิวะก็มีลูกสาวคนเดียวยังไงบ้านและสมบัติทุกอย่างของศิวะก็ต้องเป็นของลูกสาวเขา ถ้าตฤณแต่งงานกับพร้อมตา ผมไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่เราจะเสียเลย” คุณตุลอธิบายขยายความทุกอย่างออกมาอย่างมีเหตุผล แม้จริงๆ ตัวเขาจะไม่ได้กลัวเพื่อนผิดคำพูดหรืออยากได้ของเหล่านั้นก็ตาม
“.....” คุณธิดาได้ยินแบบนั้นก็เงียบคิดตามที่สามีพูดออกมาอย่างถี่ถ้วน
“แต่ผมไม่อยากแต่งงานพ่อก็รู้” เป็นตฤณเองที่ยังคงเอ่ยปฏิเสธขึ้นอย่างไม่คิดยอม โดยเฉพาะการแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้เลือก
“ถ้าเหตุผลที่แกไม่อยากแต่งงานเพราะผู้หญิงคนนั้น งั้นครั้งนี้พ่อขอสั่งให้แกแต่งงานกับพร้อมตา” เพราะรู้ความคิดของลูกชายตัวเองดี นั่นทำให้สุดท้ายคำสั่งเด็ดขาดก็ออกจากปากของผู้เป็นพ่ออย่างไม่สนใจอีกต่อไป เพราะเขาไม่อยากให้ลูกชายมาจมอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทิ้งลูกชายเขาไปแบบนี้
ตฤณได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไปทันทีหลังจากรู้ว่าสิ่งที่พ่อสั่งนั้นขัดไม่ได้ ทั้งที่พ่อก็รู้ว่าเขารักใคร ทั้งที่พ่อก็รู้ว่าเขารอใคร แต่สุดท้ายพ่อก็บังคับเขาอย่างไร้เหตุผล สุดท้ายพ่อก็จะให้เขาแต่งงาน
“โถ่เว้ย!!!”
“เป็นบุญของลูกแล้วนะที่ลุงตุลเอ็นดู จนได้แต่งงานเข้าบ้านสิงหาบริรักษ์” นายศิวะ ผู้เป็นพ่อเอ่ยกับลูกสาวออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจที่ลูกสาวกำลังจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา และยังได้ตบได้แต่งเข้าครอบครัวสิงหาบริรักษ์ที่เขาสนิทสนมมาตั้งแต่วัยรุ่น
“ลูกไม่น้อยใจใช่ไหม ที่การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นเพียงการแต่งงานเพราะค้ำประกันหนี้” คุณงามตาเอ่ยถามลูกสาวตัวเองขึ้นด้วยความกังวลและห่วงความรู้สึกของลูกสาว เพราะถึงแม้ว่าประมุขของบ้านสิงหาบริรักษ์จะเอ็นดูลูกสาวเธอจึงเลือกให้แต่งงาน แต่เหตุผลจริงๆ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรกันแน่
“แค่คุณลุงเอ็นดูพร้อม แค่พร้อมได้ทำเพื่อพ่อกับแม่ พร้อมก็ไม่น้อยใจหรอกค่ะ” พร้อม หรือ พร้อมตา หญิงสาวสวยอ่อนหวานเอ่ยตอบผู้เป็นพ่อแม่ของเธอออกไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่นึกน้อยใจหรือโกรธเคืองพ่อแม่เลยสักนิด
ไม่ว่าเหตุผลของการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นอะไร เธอก็ไม่เสียใจ ไม่น้อยใจ เพราะทุกอย่างมันได้ถูกกำหนดไว้แล้ว และเธอก็ได้เลือกแล้ว
“งั้นเดี๋ยวแม่ลงไปรับแขกก่อนนะลูก”
“ค่ะ”
หลังจากภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง หญิงสาวในชุดเจ้าสาวแบบไทยประยุกต์ก็ได้แต่นั่งมองตัวเองผ่านกระจกเงาใบใหญ่ด้วยรอยยิ้ม
ถึงแม้ว่างานแต่งครั้งนี้มันจะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักระหว่างคู่บ่าวสาว เกิดขึ้นอย่างกะทันหันโดยที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกันอย่างดีพอ แต่สำหรับเธอที่ชื่นชมในตัวเจ้าบ่าวของเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเลยสักนิดกับงานที่เกิดขึ้น
อีกอย่างเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พอได้เข้าพิธีแต่งงานมันก็ย่อมอยากให้เป็นวันที่ดีที่สุดอยู่แล้วนั่นเอง และเธอก็หวังว่าชีวิตการแต่งงานของเธอ...จะเป็นไปได้ด้วยดี
บทล่าสุด
#44 บทที่ 44 พร้อมหรือยัง(จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#43 บทที่ 43 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#42 บทที่ 42 ยอมรับความจริง
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#41 บทที่ 41 กำลังแพ้
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#40 บทที่ 40 เริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#39 บทที่ 39 สับสน
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#38 บทที่ 38 ไม่ชอบพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#37 บทที่ 37 โหยหา
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#36 บทที่ 36 รู้แล้วได้อะไร
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#35 บทที่ 35 ความน่าสมเพช
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













