บทนำ
บท 1
ภายในห้องทำงานของบรรณาธิการสำนักพิมพ์ตกอยู่ในความเงียบ หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองต้นฉบับและเอกสารต่างๆ มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งหน้าเครียดอยู่
ญาดา หรือพี่ดา เพื่อนรุ่นพี่ที่ตอนนี้ควบตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของสำนักพิมพ์ใหญ่แห่งนี้ วางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพราวรวีด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
“พี่ขอพูดตรงๆ นะพราว” เสียงของญาดาฟังดูจริงจัง ทำให้พราวรวีรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับเตรียมใจยอมรับกับสิ่งที่หยิงสาวตรงหน้ากำลังจพูดออกมา
“ได้ค่ะพี่ดา” พราวรวีรู้ดีว่าการพูดตรงๆ ของพี่ดาไม่เคยมาพร้อมกับข่าวดีเสมอไป
“ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบทั้งพล็อต เนื้อหา ปมต่างๆ รวม ไปถึงการบรรยาย พราวทําได้ดี”
“ขอบคุณค่ะ”
“แต่....”
คำว่า ‘แต่’ เพียงคำเดียว ทำให้หญิงสาวรู้ดีว่าสิ่งที่ญาดาต้องพูดต่อจากนี้จะต้องเป็นเรื่องที่ทำให้เธอต้องคิดหนักอย่างแน่นอน แววตาของญาดาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่ก็มีความเด็ดขาดของบรรณาธิการผู้มากประสบการณ์อยู่ด้วย
“เฮ้อ! เอาตรงๆ นะพราว ถ้าคนอ่านเพิ่งมาติดตามอ่าน ผลงานของพราวตอนนี้ก็คงชอบ เพราะมันสนุกและน่าตื่นเต้น แต่ถ้าคนที่ตามผลงานมาตั้งแต่หลายปีก่อน พวกเขาก็คงจะเริ่มเบื่อกันบ้าง” น้ำเสียงของญาดาเต็มไปด้วยความหนักใจ เธอไม่ได้ต้องการทำร้ายความรู้สึกของน้องสาวคนสนิท แต่ในฐานะบรรณาธิการ เธอต้องพูดความจริงเพื่อผลงานที่ดีที่สุด
“เบื่อเหรอคะ”
“อือ เพราะพี่สนิทกับพราวก็เลยพูดตรงๆ แบบนี้ โดย เพราะช่วงอีโรติก พี่ว่ามันไม่ค่อยถึงอารมณ์เท่าไหร่ คนอ่านเริ่มจับ ทางได้แล้ว”
“พราวต้องทํายังไงคะ ต้องแก้ใหม่ทั้งหมดเลยไหมคะพี่ดา”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกนะพราว แค่ปรับตรงอารมณ์ของตัว ละครช่วงอีโรติกก็พอ ใส่อารมณ์ความรู้สึกเพิ่มเข้าไปอีกนิด”
“งานยากเลยนะคะพี่ดา เฮ้อ..” พราวรวีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความยากของงานที่ต้องแก้ไขนั้นไม่ใช่แค่การเขียน แต่เป็นการเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอคิดว่าทำได้ยากเหลือเกิน เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พยายามหาทางออกให้กับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่
“พี่ว่าหาแฟนสักคนสิพราว ประสบการณ์ตรงอาจช่วยได้ คุณชวินทร์เขาก็สนใจพราวอยู่เหมือนกันนะ”
“พราวยังไม่อยากหาสํานักพิมพ์ใหม่ตอนนี้ค่ะพี่ดา”
พราวรวีรู้ดีว่าคุณชวินทร์ ลูกชายของคุณวศินเจ้าของสำนักพิมพ์นั้นสนใจเธออยู่ แต่ที่เธอต้องรีบปฏิเสธเพราะเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเท่าที่รู้มาคุณชวินทร์ก็ควงผู้หญิงแทบไม่ซ้ำหน้า ถ้าขืนเธอเข้าไปร่วมวงด้วยอีกคนคงได้วุ่นวายกันน่าดู เธอไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายแบบนั้น
“หรือถ้ายังไม่มีคนที่ถูกใจจะให้พี่ช่วยติดต่อให้ก็ได้นะ พี่มี คนรู้จักเยอะเลย โสดๆ ทั้งนั้น” ญาดายังคงหยอกล้อต่อไป เธออยากให้พราวรวีผ่อนคลายจากความเครียดเรื่องงานบ้าง
“อย่าเลยค่ะพี่ดา พราวอยู่แบบนี้สบายดีอยู่แล้ว”
“งั้นก็ตามใจจ้ะ แต่ถ้าเปลี่ยนใจก็บอกพี่ได้ ส่วนเรื่องงาน พราวแก้ไขเนื้อหาเสร็จแล้วค่อยเอามาให้พี่ดูอีกทีนะ”
“กําหนดเมื่อไหร่คะพี่”
“พี่ให้เวลาหนึ่งเดือน ถ้าช้ากว่านั้นจะไม่ทันออกงาน สัปดาห์หนังสือ”
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ สงสัยงานนี้พราวแย่แน่เลยค่ะ” เมื่อได้คำตอบพราวรวีก็รู้สึกดันอย่างหนัก
“อย่าเพิ่งท้อสิ พี่ว่าพราวทําได้อยู่แล้ว ปรับปรุงแค่ช่วงอีโร ติกเท่านั้น ส่วนอื่นมันดีอยู่แล้ว” คำพูดของญาดาทำให้เธอรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเล็กน้อย
“พราวจะพยายามนะคะ”
“พี่เชื่อใจนะ มีอีกอย่างที่จะบอกพราว แต่เรื่องนี้ห้ามบอก ใครนะ” ญาดายื่นใบหน้ามา ส่วนพราวรวีก็ยื่นหน้าของตัวเอง ออกไปอย่างตั้งใจฟัง
“ได้ยินคุณวศินบอกว่าถ้างานพราวออกมาทัน เขาจะพิมพ์ หนังสือเรื่องก่อนหน้าของพราวอีกครั้ง จะได้ดึงยอดขายในงาน หนังสือ น่าจะสักสามหรือสี่เล่มนี่แหละ”
“จริงเหรอคะพี่ดา” เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ความเหนื่อยล้าและความท้อแท้เมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง
“จริงสิ พี่ถึงอยากให้พราวทำเรื่องนี้ออกมาดีที่สุด”
“ขอบคุณนะคะที่แอบบอก งั้นพราวขอตัวก่อนนะคะ”
พราวรวีกล่าวขอบคุณญาดาที่ไม่เพียงแต่เป็นบรรณาธิการที่ดี แต่ยังเป็นพี่สาวที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือเธอเสมอมา
“สู้ๆ นะน้องรัก” ญาดาอวยพรด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ค่ะพี่ดา” หญิงสาวหันมายิ้มให้กับรุ่นพี่ก่อนที่จะรีบเปิดประตูออกไปจากห้องทำงานของบรรณาธิการ
ใบหน้าสวยรูปไข่กับแพขนตางอนงามยิ้มอย่างมีความสุข เพราะถ้าหนังสือได้วางขายในงานสัปดาห์หนังสือนั่นก็หมายความว่าเธอจะได้เงินเพิ่มอีกมาก ความคิดเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอมีแรงบันดาลใจที่จะทำงานให้สำเร็จ
แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องหุบลงอย่างรวดเร็วเมื่อนึกได้ว่างานที่ต้องแก้ไขนั้นมันยากแค่ไหน
พราวรวีเป็นนักเขียนแนวอีโรติก เธอมีผลงานตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แห่งนี้มาสิบกว่าเล่ม เริ่มตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาปี 2 พอเรียนจบก็หันมาเอาดีทางด้านแต่งนิยายอย่างจริงจัง นอกจากงานเขียนนิยายแล้วพราวรวียังรับแปลนิยายทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน ไม่ใช่แค่งานเขียนแต่พราวรวียังมีร้านขายเครื่องเขียนของตัวเองหนึ่งร้าน โดยใช้พื้นที่ชั้นล่างสุดของหอพักขนาด 4 คูหา ซึ่งตอนนี้ด้านบนมีผู้เช่าอยู่เต็มทุกห้อง
เดิมทีด้านล่างหอพักเป็นร้านเกมที่บิดาและมารดาเป็นคนดูแล แต่พอท่านทั้งสองเสียชีวิตลง พราวรวีก็เลยขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมดแล้วเปิดเป็นร้านเครื่องเขียน เพราะเธอไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ อีกทั้งเครื่องก็เริ่มตกรุ่น หญิงสาวจึงขายทุกอย่างแล้วนำเงินมาลงทุนเปิดร้านเครื่องเขียนและกิ๊ฟช็อป เนื่องจากเป็นคนชอบเข้าร้านแนวนี้อยู่เป็นประจำ การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอหลังจากต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่
บทล่าสุด
#78 บทที่ 78 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#77 บทที่ 77 บ้านของเรา
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#76 บทที่ 76 ถ้าเธอทำได้ฉันก็ยอมรับ
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#75 บทที่ 75 ถ้าต้องเลือก
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#74 บทที่ 74 คนเจ้าเล่ห์
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#73 บทที่ 73 ไม่เคยพอ nc
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#72 บทที่ 72 จนกว่าจะไม่ไหว nc
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#71 บทที่ 71 งูตัวนี้มันร้าย nc
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#70 บทที่ 70 อยากใช้เวลาร่วมกัน
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#69 บทที่ 69 มีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ทำด้วยกัน
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
สัญญารักประธานร้าย
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักไม่หลอก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













