บทนำ
ที่แย่ไปกว่านั้น แม่สามียังทำให้ฉันแท้งลูกอีกด้วย
ด้วยความเสียใจ ฉันจึงตัดสินใจทิ้งผู้ชายที่น่ารังเกียจคนนี้และบ้านที่แสนเย็นชาที่เราอยู่ร่วมกัน ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มรูปงามผู้อ่อนโยนก็เข้ามาในชีวิตของฉัน ทำให้หัวใจที่แตกสลายของฉันอบอุ่นขึ้น...
บท 1
ตอนที่พี่ภูมิโทรมาบอกว่าจะไม่กลับมากินข้าว เป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันยกกับข้าวตานสุดท้ายมาวางบนโต๊ะพอดี
ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงดูดีเหมือนวันวานในวิดีโอคอลเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ขอโทษนะที่รัก คุณก็รู้นี่นาว่าบริษัทกำลังอยู่ในช่วงขยายตัว ผมเลี่ยงงานเลี้ยงรับรองลูกค้าไม่ได้จริงๆ!"
ตั้งแต่พ่อแม่ฉันเสียไป เขาเคยคุกเข่าสาบานต่อหน้าหลุมศพท่านว่าจะดูแลฉันให้ดีไปตลอดชีวิต ให้ฉันได้อยู่อย่างสุขสบายไร้กังวล แต่นี่เป็นครั้งที่เจ็ดของเดือนนี้แล้วนะที่เขาอ้างเรื่องรับรองลูกค้าแล้วไม่กลับบ้าน
ฉันรู้สึกน้อยใจนิดหน่อย แต่ส่วนลึกแล้วกลับรู้สึกสงสารเขามากกว่า
วันนี้เป็นวันเกิดของเขา เดิมทีฉันตั้งใจจะลงมือเข้าครัวทำของโปรดของเขาเพื่อฉลองกัน แต่เขากลับต้องยุ่งจนกลับบ้านไม่ได้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของเรา
"ไม่เป็นไรค่ะ" ดูเหมือนเขาจะแอบโทรมาจากห้องน้ำ ฉันมองเห็นผนังสีขาวด้านหลังเขาและได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมลอดเข้ามา จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ดื่มให้น้อยหน่อยนะคะ ถ้าดึกเกินไปมันอันตรายก็ไม่ต้องกลับมาหรอก พรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้"
สีหน้าของพี่ภูมิเปลี่ยนเป็นซาบซึ้งใจทันที "ที่รัก คุณแสนดีเกินไปแล้ว การได้แต่งงานกับคุณ คือโชคชะตาที่ผมทำบุญสะสมมาหลายชาติจริงๆ!"
เขาทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตู ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหวานหยดย้อยของผู้หญิงคนหนึ่ง "พี่ภูมิคะ เสร็จหรือยัง?"
หัวใจฉันกระตุกวูบ ทั้งน้ำเสียงนั้น และสรรพนามที่ใช้เรียก...
พอฉันจะอ้าปากถาม พี่ภูมิก็รีบพูดแทรกขึ้นมาว่า "ที่รัก ลูกค้าเร่งแล้ว ผมไม่คุยแล้วนะ รักคุณนะครับ!"
พูดจบ เขาก็ทำท่าจุ๊บใส่หน้าจอ แล้ววางสายไปทันที
ฉันที่ถือโทรศัพท์อยู่ทางนี้ รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
ปกติลูกค้าถ้าไม่เรียกว่า 'ท่านประธาน' ก็ควรจะเรียกชื่อเฉยๆ สิ?
แต่ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงเรียกว่า 'พี่ภูมิ'?
หรืออาจจะเป็นผู้ช่วยของลูกค้าก็ได้มั้ง?
เดี๋ยวนี้เขาก็นิยมเรียกผู้ชายว่า 'พี่' เรียกผู้หญิงว่า 'เจ๊' เพื่อตีสนิทกันไม่ใช่เหรอ?
แต่ทว่า ความหวาดระแวงเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ ที่ได้ร่วงหล่นลงในใจฉันเสียแล้ว
มื้อเย็นนั้นฉันกินอะไรแทบไม่ลง ตอนอาบน้ำก็คอยปลอบใจตัวเองว่า อาจเป็นเพราะฮอร์โมนคนท้องที่ทำให้ฉันคิดมากไปเอง
พี่ภูมิรักฉันขนาดนั้น ทั้งอ่อนโยน เอาใจใส่ และดูแลดีทุกระเบียดนิ้ว ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่จะไปทำตัวเหลวไหลข้างนอกได้เลย
ถึงแม้จะพร่ำบอกตัวเองแบบนั้น แต่คืนนั้นฉันก็นอนหลับไม่สนิทอยู่ดี
ในขณะที่กำลังสะลึมสะลือ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ฉันรับสายโดยสัญชาตญาณ นึกว่าพี่ภูมิโทรมาให้ไปรับ
"ฮัลโหล?"
ฉันขานรับไป แต่ปลายสายกลับไม่มีใครพูด มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าที่สอดประสานกันอย่างน่าสงสัย
ฉันชะงัก หัวใจบีบแน่น
รีบลุกขึ้นนั่งกอดผ้าห่มแล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟ "ฮัลโหล พูดสิ คุณเป็นใครกันแน่?"
ใจฉันเต้นระรัวด้วยความกลัว ความกังวลเหมือนมือขนาดใหญ่ที่บีบรัดรอบคอ ทำให้ฉันรู้สึกหายใจติดขัด
เสียงหอบหายใจจากปลายสายยังคงดำเนินต่อไป แต่คราวนี้มีเสียงหวานหยดย้อยบาดลึกดังแทรกขึ้นมา
"มาหาเค้าทีไร เหมือนคนอดอยากมาจากไหน แทบจะกลืนกินเค้าไปทั้งตัว ราณีเขาเป็นเมียประสาอะไร ทำไมถึงปล่อยให้คุณหิวโซขนาดนี้!"
ราณี... นั่นชื่อฉันนี่
พอได้ยินแบบนั้น ลมหายใจฉันก็สะดุด เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยอย่างที่สุด แต่กลับใช้น้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์ที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน
"เวลานี้จะไปพูดถึงนังอ้วนอัปลักษณ์นั่นทำไม เสียบรรยากาศหมด!"
เปรี้ยง!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาล ทำเอาสมองฉันอื้ออึงไปหมด
ช่วงใกล้คลอด ฉันกินเก่งมาก น้ำหนักพุ่งขึ้นมาตั้งสิบกว่ากิโล
จากหุ่นนางแบบเอวเอสหนักแค่สี่สิบห้ากิโล กลายเป็นตุ่มเดินได้หนักหกสิบกว่ากิโลในตอนนี้
ใบหน้าที่เคยคมสวยได้รูป ก็บวมเป่งเหมือนซาลาเปา หน้ามันแผล็บ แถมยังมีฝ้าขึ้นเต็มไปหมด
หลายครั้งที่ส่องกระจก ฉันยังอดรังเกียจสภาพตัวเองตอนนี้ไม่ได้เลย
ฉันเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เคยถามพี่ภูมิอยู่บ่อยๆ ว่าฉันเปลี่ยนไปขนาดนี้ เขารังเกียจไหม
แต่เขากลับกอดฉันไว้ แล้วปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและใจเย็นที่สุดว่า "ที่รัก พูดอะไรแบบนั้น ผมไม่ใช่คน 'กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา' สักหน่อย! คุณยอมเสียสละรูปร่างเพื่อมีลูกให้ผม ผมรักคุณจะตาย แล้วจะไปรังเกียจคุณได้ยังไง?"
ตอนนั้น พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ฉันซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก คิดแค่ว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้เจอผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก
แต่ตอนนี้ ฉันกลับรู้สึกเหมือนถูกจับแช่ในถังน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย เหมือนจะแช่แข็งฉันให้ตายทั้งเป็น
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะคิกคักเสียงสั่น "รังเกียจแล้วทำไมไม่หย่ากับนางซะล่ะ มาหาเค้าทีไรก็อ้างลูกค้าตลอด มีลูกค้าที่ไหนยอมให้คุณ 'จัดหนัก' ขนาดนี้บ้างฮึ?"
"โธ่คนดี ผมก็จนปัญญาเหมือนกันนี่นา" พี่ภูมิพูดด้วยน้ำเสียงจำยอม "ตอนนี้เขาท้องอยู่ ต่อให้ผมอยากหย่าก็หย่าไม่ได้ เด็กดี... รออีกหน่อยนะ สัญญาที่ให้ไว้ผมทำตามแน่นอน"
ผู้หญิงทุบเขาเบาๆ "ก็ดีแต่พูดเอาใจเค้า ถ้าคุณไม่เอานางจริงๆ แล้วจะปล่อยให้ท้องได้ยังไง?"
พี่ภูมิหัวเราะ "สงสัยผมยังขยันไม่พอสินะ คุณถึงยังมีแรงมาคิดเรื่องพวกนี้ได้!"
พูดจบ ปลายสายก็มีเสียงกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงดังขึ้นทันที เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ ไม่หยุด ทำเอาฉันแทบจะอาเจียนออกมา
เสียงของผู้หญิงคนนั้นขาดห้วงเพราะแรงกระแทก ไม่มีปัญญาจะพูดอะไรต่อ เหลือเพียงเสียงกิจกรรมเข้าจังหวะของทั้งคู่
ฉันทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงกดวางสายทันที
ภายในห้องนอนเงียบสงัด เงียบจนได้ยินแต่เสียงหอบหายใจด้วยความไม่อยากเชื่อของตัวฉันเอง
ฉันกำโทรศัพท์แน่น สมองยังคงมึนงง
ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พี่ภูมิที่รักฉันขนาดนั้น จะกล้าทรยศฉันได้ลงคอ
ฉันกับพี่ภูมิเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัย ตอนฝึกภาคสนามช่วงรับน้อง นักศึกษาชายกับหญิงจะถูกแยกกองร้อยกันฝึก
แต่เพราะมีการจัดกิจกรรมกระชับมิตรระหว่างกองร้อย ทำให้พรหมลิขิตชักนำให้เรามาเจอกัน
ตอนนั้นฉันกับเขาถูกจับคู่ให้ประลองกัน พอเขาเห็นหน้าฉันปุ๊บ หน้าเขาก็แดงก่ำทันที
เดิมทีเขาเป็นตัวท็อปของกองร้อยเขาแท้ๆ แต่เขากลับยอมออมมือให้ แล้วแกล้งแพ้ฉันง่ายๆ
ตอนนั้นเพื่อนๆ ทั้งสองกองร้อยต่างพากันโห่แซว ฉันมองดูเด็กหนุ่มหน้าตาดีในชุดฝึกทหารยืนท่ามกลางแสงแดด ใบหน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุก เขาทั้งเขินทั้งอายจนไม่กล้าสบตาฉันตรงๆ
ภาพเหตุการณ์นั้น ไม่ว่าจะย้อนนึกถึงกี่ครั้ง หัวใจฉันก็ยังเต้นตึกตักเหมือนกวางน้อยตื่นตูมทุกครั้งไป!
หลังจากนั้น ก็เป็นไปตามคาด เขามาสารภาพรักกับฉัน ฉันก็ตอบตกลง แล้วเราก็คบกัน
วันรับปริญญา เขาได้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะบัณฑิตเกียรตินิยม แต่เขากลับใช้เวทีนั้นขอฉันแต่งงานดื้อๆ
เขาบอกว่าฉันคือรักแรกของเขา วินาทีแรกที่เห็นหน้าฉัน เขาก็รู้ทันทีว่าชาตินี้ต้องเป็นผู้หญิงคนนี้แหละ
เขาบอกว่าความพยายามทั้งหมดของเขา ก็เพื่อให้ฉันได้มีชีวิตที่สุขสบายในวันข้างหน้า
เขาบอกว่าฉันคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิต คือสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขา เขาถึงได้เรียกฉันว่า 'ที่รัก' มาตลอด
วันนั้นเขาพูดอะไรอีกตั้งเยอะแยะ เพื่อนๆ ในหอประชุมพากันซาบซึ้งจนน้ำตาไหล
ทุกคนต่างเชียร์ให้ฉันแต่งงานกับเขา แม้แต่อาจารย์หลายท่านก็ยังชื่นชมคู่ของเรา
คนที่เคยรักฉันขนาดนั้น คนที่ยกให้ฉันเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ทำไมบทจะหมดรัก ก็หมดเยื่อใยกันง่ายๆ แบบนี้?!
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจจะโทรไปเคลียร์กับพี่ภูมิให้รู้เรื่อง
ฉันกดโทรหาเขาทันที
สายแรกไม่รับ สายที่สองโดนตัดทิ้ง สายที่สามรอจนเกือบจะตัดไป ปลายสายถึงยอมรับ
เสียงของผู้ชายเบามาก เหมือนกำลังเอามือป้องโทรศัพท์แล้วกระซิบ "เป็นอะไรไปครับที่รัก? ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีก?"
"คุณอยู่ที่ไหน?" ฉันยังไม่โพล่งถามออกไปตรงๆ
พี่ภูมิตอบกลับมา "ยังรับรองลูกค้าอยู่เลยครับ น่าจะเลิกดึกแน่ๆ อยากรีบกลับไปกอดที่รักจะแย่แล้ว แต่เสียดายที่ทำไม่ได้ เพื่ออนาคตของเราและลูก คืนนี้ต้องขอโทษที่ปล่อยให้ที่รักนอนคนเดียวนะครับ"
"คุณอยู่กับลูกค้าจริงๆ เหรอ?" สุดท้ายฉันก็อดรนทนไม่ไหว น้ำเสียงเริ่มเย็นชาขึ้น
เมื่อเจอกำแพงคำถาม พี่ภูมิก็ไม่ได้โกรธ กลับพูดปลอบอย่างใจเย็น "ที่รัก ลูกดิ้นกวนใจอีกแล้วเหรอ? อย่าหงุดหงิดนะ เดี๋ยวพอลูกออกมา ป๊าจะตีตูดสั่งสอนให้เอง อย่าคิดมากเลยนะ รีบนอนเถอะ ผมต้องไปทำงานต่อแล้ว รักนะครับ!"
พูดจบเขาก็วางสายไปเลย
ภาพลักษณ์สามีดีเด่นที่ยอมทำงานหนักเพื่อครอบครัว ทำให้ยากที่จะระแวงสงสัยในตัวเขา
ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้นกับหูตัวเอง ฉันคงโดนเขาหลอกเข้าเต็มเปาอีกแน่
ฉันเตรียมจะโทรกลับไปลองเชิงอีกรอบ แต่ยังไม่ทันได้กดโทร ก็มีคลิปวิดีโอส่งเข้ามาในมือถือเสียก่อน
คลิปนั้นถูกส่งมาจากเครื่องของพี่ภูมิ ฉันนึกว่าเขาจะส่งมาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าอยู่กับลูกค้าจริงๆ
แต่พอฉันกดดู สิ่งแรกที่เห็นคือเสื้อผ้าที่กองระเกะระกะอยู่เต็มพื้น
เสื้อเชิ้ตสีขาวของผู้ชายกับชุดชั้นในสีแดงสดของผู้หญิงพันเกี่ยวกันอยู่ กระดุมข้อมือรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดดีไซน์เก๋ สะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวเป็นประกายวาววับ
กระดุมข้อมืออันนั้น คือของขวัญที่ฉันตั้งใจเลือกให้เขาในวันจดทะเบียนสมรส!
ฉันไม่มีทางจำผิดแน่นอน!
สรุปว่า... พี่ภูมินอกใจฉันจริงๆ
บทล่าสุด
#132 บทที่ 132
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#131 บทที่ 131
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#130 บทที่ 130
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#129 บทที่ 129
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#128 บทที่ 128
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#127 บทที่ 127
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#126 บทที่ 126
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#125 บทที่ 125
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#124 บทที่ 124
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#123 บทที่ 123
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง













