บทนำ
หากแต่เขาก็สามารถเข้าถึงตัวเธอได้ด้วยการสวมบทบาทบอดี้การ์ดและหลอกล่อพาตัวเธอไปยังที่พำนักของเขาบนเกาะครีตเพื่อให้เธอได้เห็นเลือดเนื้อที่แท้จริงของเขา
โธมัส เอเฟซัส
มหาเศรษฐีหนุ่มระดับโลกที่มีภูมิหลังดำมืดและเชื่อมโยงกับเฟอร์นันโด เบนฟอร์ด
เธอต้องกลายเป็นวัตถุบำเรอใคร่ให้เขา เขาฉีกหัวใจของเธอออกเป็นล้านชิ้น
หากเมื่อทุกอย่างถูกทำลายจนหมดสิ้น
คนที่พ่ายแพ้และเจ็บปวดที่สุดกลับไม่ใช่เธอ
“จำไว้ยูบีอา...ถ้าเกิดคุณท้องขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมจะไม่ไว้ชีวิตทั้งคุณทั้งลูกของคุณ!”
“ในโลกของฉันไม่มีใคร ได้โปรดเถอะนะคะโธมัส อย่าทำร้ายหัวใจของฉันแบบนี้เลย”
บท 1
บทที่ 1 บอดี้การ์ดคนใหม่
ณ ชั้นที่ 50 ตึกไดมอนด์ เฟอร์รี่ เคาน์ตี้ควีนส์ นิวยอร์คซิตี้
ร่างแน่งน้อยในชุดเทรนช์โค้ตจับพลีตเนื้อบางเบานั่งพลิกดูนิตยสารในมือไปมาขณะดวงตาสีน้ำตาลอ่อนราวเพชรสุกสกาวทอดมองออกไปนอกผนังกระจกซึ่งเห็นภาพตึกสูงในมุมมองราวกับพญานกอิทรีของเขตเมืองฟ้าอมรของเขตเคาน์ตี้ควีนส์ กรุงนิวยอร์ค ดวงตาคู่งามหรุบต่ำลงไปยังหน้านิตยสารอีกครั้ง ดวงหน้าแสนหวานใต้กรอบเรือนผมเป็นลอนเล็ก ๆ สีบรูเน็ตเปล่งประกายยามต้องแสงแดด เครื่องหน้าแสนงามราวกับเทพธิดากอรปด้วยดวงตาสว่างใส จมูกโด่งเล็กรั้นและริมฝีปากบางเป็นรูปกระจับถูกแต่งแต้มด้วยเมคอัพสีพาสเทลบางเบา สักครู่ดวงตาคู่นั้นก็ละความสนใจจากหน้านิตยสารเมื่อบานประตูขนาดใหญ่ถูกผลักออกพร้อมใครคนหนึ่งก้าวเข้ามา
“เป็นไงลูก รอพ่อนานมั้ย?”
เสียงของชายวัยกลางคนที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ที่ชุดรับแขกภายในห้องทำงานสีเบจกว้างขวางวางหนังสือในมือลงก่อนลุกขึ้นยืนและส่งรอยยิ้มให้
“ไม่นานค่ะ...หนูพึ่งมาถึง”
“เยี่ยมมาก...วันนี้พ่อมีอะไรจะบอกลูกน่ะ ยูบีอา”
นั่นเป็นชื่อที่เฟอร์นันโด เบนฟอร์ดขานเรียกบุตรสาวบุญธรรมเพียงคนเดียวที่เขาชุบเลี้ยงเธอมาตลอดระยะเวลาสิบแปดปีจวบจนกระทั่งดาราวดีเติบโตเป็นสาวสวยราวดอกไม้ฉายประกายงดงามท่ามกลางสวนแห่งอีเดน ชายร่างสูงใหญ่แต่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาดูหนุ่มกว่าอายุที่แท้จริงซึ่งย่างเข้าวัยกลางคนเดินเข้ามากอดบุตรสาวของเขาและประทับจุมพิตบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ลูกแน่ใจแล้วนะ ที่บอกพ่อว่าลูกจะไม่ไปเรียนต่อที่ประเทศกรีซ”
“ค่ะ...คือ...หนูยังไม่แน่ใจและคิดว่าจะใช้เวลาตัดสินใจสักพัก”
“ก็โอเค...พรุ่งนี้พ่อจะเดินทางไปโมนาโก ต้องไปเจรจาเรื่องธุรกิจที่นั่น และอาจต้องอยู่โมนาโกเป็นเดือน เพราะฉะนั้นพ่อจึงต้องหาใครสักคนมาคอยดูแลลูกตอนที่พ่อไม่อยู่”
“คุณพ่อก็ให้บอดี้การ์ดมาคอยดูแลหนูอยู่แล้วนี่คะ”
“ไม่ๆ...พ่อต้องการคนที่มีฝีมือและดูแลลูกได้ในทุกสถานการณ์ ลูกก็รู้ว่าพ่อมีธุรกิจมากมาย มันทำให้พ่อไม่แน่ใจว่าจะมีใครคิดร้ายกับครอบครัวเราหรือเปล่า และลูกคือเป้าหมายสำคัญหากคนพวกนั้นเกิดทำอะไรที่ไม่ประสงค์ดีขึ้นมา พ่อก็เลยหาบอดี้การ์ดคนใหม่มาคอยดูแลลูกในช่วงเวลาที่พ่อไม่อยู่ เขาคือโธมัส”
เฟอร์นันโดผายมือไปยังประตู ดาราวดีเลื่อนสายตาไปยังร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสุดเนี้ยบที่ก้าวเข้ามา หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้าคร้ามเข้มหล่อเหลาของผู้พิทักษ์คนใหม่ที่บิดาแนะนำให้รู้จัก เขาเป็นผู้ชายตัวโตมาก ผิวสีแทนจัด เค้าโครงหน้าดูไม่เหมือนชายชาวอเมริกันเพราะแม้จะหล่อจับจิตแต่ดูดุดันกว่า นัยน์ตาเป็นประกายสีน้ำตาลอมเทาเข้ม จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหยักหนาได้รูปราบเรียบปราศจากรอยยิ้ม เขายืนในท่าทีเคร่งขรึม อกผายไหล่ผึ่งและประสานมือทั้งสองไว้ด้านหน้า อายุของบอดี้การ์ดคนใหม่น่าจะอยู่ราว ๆ สามสิบต้น ๆ หากทว่าทุกท่วงท่าของเขาสั่นไหวจิตประสาทบางส่วนของเด็กสาววัยสิบแปดให้สั่นสะเทือนราวกับมีรอยกระเพื่อมของน้ำยามหินพลัดหล่น
“โธมัส...นี่คือดาราวดี หรือจะเรียกเธอว่ายูบีอาก็ได้ เธอเป็นลูกสาวของผมและคุณมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้ยูบีอาตลอดเวลาที่ผมไม่อยู่สหรัฐเกือบเดือน”
“ครับท่าน”
เขารับปากด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ท่าทีสำรวมและสุขุมลุ่มลึกนั้นทำให้ดาราวดีเผลอมองเขานิ่งนาน รู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจผิดจังหวะ เธอรู้สึกว่าโธมัสแตกต่างจากบอดี้การ์ดคนอื่นที่เฟอร์นันโดส่งมาคอยดูแลเธอ
“โธมัสได้รับการคัดเลือกจากพ่อเอง เขายิงปืนแม่นชนิดหาตัวจับยากและเป็นนักต่อสู้ฝีมือฉกาจ ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นงานแรกของเขา แต่พ่อก็รู้สึกไว้วางใจและอยากให้เขามารับหน้าที่ของคนที่คอยดูแลลูก”
เฟอร์นันโดกำลังจะพูดต่อเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายวัยกลางคนไม่รีรอที่จะรับสายสมาร์ทโฟนของเขาในทันที เขาฟังเสียงจากอีกฝั่งชั่วครู่ก่อนกดวางสาย
“พ่อคงต้องเดินทางคืนนี้ ที่ให้ลูกมาที่นี่ก็เพราะพ่ออยากจะพาลูกไปเลี้ยงอาหารมื้อเย็นก่อนเดินทางไปโมนาโก”
“ค่ะ...คุณพ่อ”
“ถ้ายังไงเย็นนี้จะให้โธมัสพาลูกไปที่ภัตตาคาร...แล้วค่อยพบกันตอนดินเนอร์”
“ค่ะ”
ดาราวดีก้มหน้าขณะเฟอร์นันโดจูบบนเรือนผมเป็นคลื่นเล็ก ๆ สีน้ำตาลเข้มอย่างทะนุถนอมก่อนก้าวออกไปจากห้องนั้น ถึงแม้เธอจะเป็นลูกบุญธรรมของเขาแต่ชายผู้นี้คือแสงสว่างในชีวิตของเธอเสมอ เขารักเธอเหมือนลูกแท้ ๆ และทุกการแสดงออกก็ทำให้หญิงสาวไว้วางใจโดยปราศจากความเคลือบแคลงในรักที่บิดามอบให้ และภาพความห่วงใยระหว่างสองพ่อลูกก็อยู่ในสายตาของผู้พิทักษ์คนใหม่ซึ่งจ้องมองแน่วนิ่ง ประกายบางอย่างวาบขึ้นมาในดวงตาสีน้ำตาลเทาเข้มชั่วครู่ก่อนมันจะจมลึกและหายไปเหลือไว้เพียงความเยือกเย็นและสงบเงียบยิ่งกว่ามหาสมุทรไร้คลื่น
“ไม่ทราบว่าคุณยูบีอาอยากจะออกไปไหนหรือเปล่าครับ?”
บทล่าสุด
#89 บทที่ 89 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 22
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#88 บทที่ 88 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 21
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#87 บทที่ 87 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 20
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#86 บทที่ 86 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 19
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#85 บทที่ 85 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 18
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#84 บทที่ 84 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 17
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#83 บทที่ 83 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 16
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#82 บทที่ 82 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 15
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#81 บทที่ 81 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 14
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#80 บทที่ 80 เจ้าสาวนอกทะเบียน บทที่ 13
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025
คุณอาจชอบ 😍
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”













