Love: Waiting for Approval

Love: Waiting for Approval

jamins1402 · กำลังอัปเดต · 147.3k คำ

877
ยอดนิยม
878
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

รัก : รอการตอบรับ
เมื่อทั้งงานและความรักต่างยัง pending…
แล้วความสัมพันธ์นี้จะได้ไปต่อไหม...

บท 1

เมื่อ 7 ปีก่อน

เดือนแห่งการเริ่มต้นเทอมแรกสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง มาพร้อมกับฤดูฝน ฤดูที่ทำให้ทุกอย่างดูเหงาในสายตาของพีซ เพราะเขาไม่ชอบหน้าฝนเอาเสียเลย

เช้านี้ พีซออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก เขาไม่ได้พักหอในเพราะลงทะเบียนช้า หอพักเต็มก่อน จึงเลือกเช่าคอนโดอยู่ชานเมืองที่ที่เงียบสงบ ไร้ความพลุกพล่าน ข้อดีคือความเงียบ ข้อเสียคือเมื่อฤดูฝนมาเยือน บรรยากาศกลับทำให้เขารู้สึกเหงา แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่เคยชอบมันเลย

สายฝนโปรยปรายระหว่างทาง ถนนยังโล่ง รถยังไม่ค่อยติด พีซขับไปเรื่อย ๆ จนถึงที่จอดรถของคณะ มองดูเวลาแล้วยังเหลืออีกนานกว่าจะถึงช่วงนัดรวมตัวนักศึกษาใหม่ เขาจึงดับเครื่อง เปิดกระจกรับลมฝน ปรับเบาะเอนลง และหลับตาพักสายตาชั่วครู่

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เวลา 07:00 น.

พีซเลื่อนกระจกขึ้น จัดชุดให้เข้าที่ ก่อนสะพายกระเป๋าสีดำใบใหญ่แล้วก้าวออกจากรถ ฝนเริ่มเบาแล้วก็จริง แต่หากเดินไปโดยไม่มีร่ม คงเปียกแน่ ๆ เขาจึงหยิบร่มติดมือมาด้วย

ระหว่างทางไปยังอาคารปฐมนิเทศ พีซเดินผ่านต้นไม้ใหญ่และบังเอิญสบตากับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่ยืนหลบฝนอยู่ใต้ร่มไม้ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็กเข้ารูปและรองเท้าหนังสีดำ ขณะเดียวกันก็กอดกระเป๋าแนบอกราวกับพยายามปกป้องของสำคัญจากละอองฝน จากสภาพแล้ว ดูเหมือนเขาจะเป็นนักศึกษาปีหนึ่งเช่นกัน และคงเพิ่งวิ่งฝ่าสายฝนมาก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ตรงนั้น พีซจึงตัดสินใจเดินเข้าไปทัก

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ รบกวนถามหน่อยครับ อาคารปฐมนิเทศไปทางไหนเหรอครับ?” พีซเอ่ยถามคำถามออกไป เพราะเขายังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักศึกษาใหม่ แบบที่คิดไว้หรือไม่ จึงตัดสินใจถามเกี่ยวกับสถานที่ดู

“อ้อ...จะไปปฐมนิเทศใช่ไหมครับ? เหมือนจะต้องเดินตรงไป แล้วเลี้ยวขวาที่มุมตึกข้างหน้า จากนั้นเดินตรงไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะถึงนะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

“ขอบคุณครับ ว่าแต่คุณจะไปไหนเหรอครับ? ให้ผมไปส่งไหม ฝนดูท่าจะยังไม่หยุดเลย” พีซถามต่อ พร้อมคิดในใจว่าการกระทำของตัวเองจะดูน่าสงสัยหรือเปล่าที่จู่ ๆ ก็เข้าไปทักคนแปลกหน้า แล้วยังเอ่ยปากชวนเขาไปด้วยกันอีก

ชายหนุ่มนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง คิดว่าดูท่าฝนจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ ถ้ายังยืนรอต่อไป เขาคงได้ไปลงทะเบียนกับรับป้ายชื่อสายแน่ และหากต้องวิ่งฝ่าไปอีก กระเป๋าของเขาคงเปียกหมด ก่อนจะตัดสินใจตอบ “ถ้าไม่เป็นการรบกวน...ผมขอติดร่มไปด้วยคนได้ไหมครับ? เพราะจริง ๆ ผมก็จะไปปฐมนิเทศเหมือนกัน”

“ได้สิครับ” พีซตอบกลับ พร้อมเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายใต้ร่มไม้

“เอ่อ...ให้ผมถือร่มให้ไหมครับ?”

“คะ...ครับ” พีซว่าตัวเองสูงแล้ว แต่พอได้มายืนใกล้ ๆ อีกฝ่าย กลับพบว่าเขาสูงกว่าพีซเสียอีก…

ชายคนนั้นคว้าร่มไป พร้อมกับจังหวะที่พีซหันไปเห็นรอยเปื้อนโคลนขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของเขา

“ขอโทษนะครับ เสื้อข้างหลังคุณเปื้อนโคลนน่ะ” พีซเอ่ยพลางชี้ให้อีกฝ่ายดู

เมื่อถูกทัก ชายหนุ่มรีบหันขวับไปตรวจสอบเสื้อของตัวเองทันที

“อ่า...แย่แล้ว สงสัยโดนตอนวิ่งมา” เขาพูดพลางถอนหายใจ “แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ”

ว่าจบก็รีบขยับไปยืนซ้อนหลังพีซ เพราะไม่อยากให้เสื้อเปื้อนโคลนของตนไปเลอะอีกฝ่าย

พีซเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ พลางคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“คือว่า...ตอนนี้ยังพอมีเวลา ที่รถผมมีเสื้อเชิ้ตสำรองอยู่ขนาดตัวเราก็ใกล้เคียงกัน ผมให้คุณยืมก่อนได้นะ อีกอย่างเสื้อคุณก็เปียกด้วย ถ้าเข้าไปนั่งห้องแอร์เดี๋ยวจะไม่สบายตัว” พีซพูดยาวเหยียด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาพูดอะไรยาว ๆ แบบนี้ ปกติเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดมาก แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป บางทีอาจเป็นเพราะเขาเป็นห่วงเพื่อนร่วมโลกตรงหน้า

“ผมเกรงใจ ไม่เป็นไรครับ” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงลังเล

“ไม่เป็นไรหรอกครับ รถอยู่ใกล้ ๆ เอง” พีซพูดก่อนจะคว้าข้อมืออีกคนแล้วออกเดินนำไปทางที่ตัวเองเพิ่งมา

‘วันนี้เราทำอะไรลงไปนะ... ทำไมถึงได้หลุดจากความเป็นตัวเองขนาดนี้’ พีซคิดในใจพลางรู้สึกอายกับการกระทำของตัวเอง

ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสองเดินมาถึงรถเอสยูวีสีเทาที่จอดอยู่ในลานจอดรถ เร็วกว่าความคิด พีซรีบเปิดรถ เปิดกระเป๋าเดินทางที่มีเสื้อผ้าสำรองอยู่ ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมายื่นให้คนข้าง ๆ พร้อมกับชี้ไปที่รถเป็นเชิงบอกให้เข้าไปเปลี่ยนข้างใน

ชายหนุ่มที่เดินมาด้วยยังคงมีสีหน้างุนงง ตั้งแต่ถูกคว้าข้อมือให้เดินตามมา จนกระทั่งได้รับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหม่มาถือไว้ และสุดท้ายก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อในรถแบบงง ๆ

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ทั้งสองจึงเดินไปยังอาคารปฐมนิเทศด้วยกัน ฝนยังคงโปรยปราย แต่ด้วยร่มคันเดียวที่ใช้ร่วมกัน ทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขาใกล้กันมากกว่าที่คิด…

สุดท้าย ทั้งสองคนเดินมาถึงจุดลงทะเบียนในอาคารปฐมนิเทศ ซึ่งดูท่าคงต้องแยกย้ายกันแล้ว

“ฮัดชิ่ว!” ชายหนุ่มจามออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “ขอโทษที เหมือนพอโดนแอร์แล้วรู้สึกคัดจมูก” เขาว่าพลางยกมือขยี้จมูกเบา ๆ

พีซมองอีกฝ่าย ก่อนพูดขึ้น “แป๊บหนึ่งนะ” พร้อมกับเปิดกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ค้นหาของบางอย่าง

“แพ้ยาอะไรไหม?” เขาถามพลางค้นกระเป๋าต่อ

“มะ...ไม่แพ้นะ ฮัดชิ่ว!” อีกฝ่ายตอบพลางจามอีกรอบ ดูท่าจะเริ่มไม่สบายจริง ๆ แล้ว

“โอเค” พีซพยักหน้า ก่อนจะยื่นของหลายอย่างใส่มืออีกฝ่าย “นี่ทิชชู นี่ยาแก้ปวดลดไข้ นี่ยาแก้หวัดแบบไม่ง่วง แล้วก็น้ำเปล่า ถ้าไม่ไหวบอกรุ่นพี่ไม่ก็เจ้าหน้าที่นะ”

ชายหนุ่มก้มมองของที่จู่ ๆ ก็ถูกยัดใส่มือจนแทบล้น พร้อมทำตาโตด้วยความประหลาดใจ “หือ...”

“รับไปเถอะ” พีซพูดเสียงเรียบและเหลือบมองป้ายที่ตั้งไว้บนโต๊ะลงทะเบียน ‘คณะวิทยาศาสตร์’ ก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วตัดสินใจหันหลังไป “ผมไปละนะ คณะผมต้องไปลงทะเบียนอีกฝั่ง ขอบคุณที่บอกทางนะครับ”

เห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินจากไป ชายหนุ่มรีบพูดขึ้นก่อน “ยังไงก็ขอบคุณมาก ๆ นะ! ไว้เจอกัน!”

พีซไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ แล้วก้าวเดินต่อไป ขณะที่ชายหนุ่มที่ยังหอบของไว้เต็มมือ มองตามแผ่นหลังของอีกคนที่ค่อย ๆ หายไปในฝูงชน พลางคิดในใจ ‘จากลักษณะนิสัยแล้ว หมอนี่ต้องเป็นนักศึกษาสายสุขภาพแน่ ๆ … หลังปฐมนิเทศ ค่อยตามหาเพื่อไปขอบคุณอีกทีละกัน’

เช้าวันนั้น ทั้งสองคนก็จากกันไปแบบนั้น…

หลังจากวันที่ปฐมนิเทศผ่านไปสองอาทิตย์แล้ว พีท พิพิธพร นักศึกษาปีหนึ่ง เอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ ก็ยังคงตามหาชายหนุ่มที่ช่วยเขาไว้ในวันนั้น ชายผู้ที่ยินดีให้ยืมเสื้อเชิ้ตเพื่อให้เขาเปลี่ยนและให้ยาแก้หวัดมา หลังจากที่เขาหลบสายฝนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น

พีทตระเวนหาทั่วคณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะแพทยศาสตร์ เภสัชฯ พยาบาล หรือเทคนิคการแพทย์ ก็ยังไม่เจอชายหนุ่มคนนั้น เขาจำได้เพียงน้ำเสียง ท่าทาง และลักษณะตัวเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้การตามหายากขึ้นคือ ในวันนั้น เขาได้วิ่งฝ่าสายฝนมาและแว่นตาของเขาก็แตกเสียก่อน ทำให้ทุกอย่างในวันนั้นเบลอไปหมด เขาจำหน้าของคนนั้นที่มาช่วยเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“ทำไมตอนนั้นไม่ถามชื่อกับคณะไว้นะ...” พีทพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ขณะเดินกลับไปที่คณะ รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมในวันนั้น ทั้ง ๆ ที่ชายคนนั้นช่วยเขามากมาย แต่ตอนนั้นทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป และเขาก็ไม่ทันคิดอะไรเลย แต่ในใจเขาก็ยังมีความหวัง ว่าสักวันจะได้เจอกันอีกครั้ง...จะได้เอาเสื้อคืนและพูดคำว่า ขอบคุณสำหรับยาและร่ม อีกครั้ง

.

.

.

หนึ่งเทอมผ่านไปสำหรับนักศึกษาใหม่ เมื่อเริ่มต้นเทอมที่สอง พีซ กานต์พิชา กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปโรงอาหารคณะบัญชี ซึ่งเป็นคณะที่เขาเรียนอยู่ และสังเกตเห็นว่าในหนึ่งเทอมที่ผ่านมา มีคนจากคณะอื่นมาทานอาหารที่นี่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เยอะจนไม่มีที่นั่งว่างเลย วันนี้พีซจึงรีบออกมาหลังจากที่เสร็จจากคลาสเรียน เพื่อหาที่นั่งก่อนที่จะเต็มไปด้วยคน

“คน! เต็ม!” พีซอุทานในใจก่อนจะถอนหายใจ และกระชับกระเป๋าให้แน่นขึ้น เขาตัดสินใจเดินไปที่รถ เพราะคงต้องออกไปทานข้างนอก ถ้ารีบไปรีบกลับก็น่าจะทันคลาสบ่ายโมง

ระหว่างทางพีซเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ จู่ ๆ ก็เกิดนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เขาเคยเจอตอนวันปฐมนิเทศ

 ‘คณะวิทย์เหรอ...’ พีซพูดเบา ๆ ขณะมองไปที่ป้ายที่มีลูกศรชี้ทางไปคณะวิทยาศาสตร์ ขณะที่พีซยืนนิ่งคิดอยู่ใต้ร่มไม้ เขาก็ได้ยินเสียงนักศึกษากำลังเดินผ่าน และจับใจความได้อย่างรวดเร็วว่า ‘มีนักศึกษาทั้งปีแรกและปีสูงไปกินข้าวที่คณะบัญชี ด้วยเหตุผลบางประการ และพวกเขาพูดว่าโรงอาหารคณะวิทย์แทบจะไม่มีคนเลย’

เมื่อได้ยินแบบนั้น พีซจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางจากลานจอดรถ มุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์แทน เขาคิดว่าการไปที่นั่นจะทำให้ไม่ต้องเสียเวลาออกไปกินข้าวข้างนอก

เมื่อพีซมาถึงโรงอาหารคณะวิทย์ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอก ที่นี่ร้างคนจริงตามที่เขาได้ยินมา ขนาดของโรงอาหารใหญ่กว่าคณะเขาซะอีก ร้านข้าวก็มีเยอะ แต่คนกลับน้อยผิดคาด...

พีซตัดสินใจจะกินก๋วยเตี๋ยว แต่ก่อนที่เขาจะถึงร้านก๋วยเตี๋ยว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของคนที่คุ้นตากำลังเดินไปยังร้านข้าวแกง

‘คนนั้นนี่นา...’ พีซคิดในใจ ก่อนที่จะสาวเท้าไปที่ร้านข้าวแกง และเข้าไปต่อคิวข้างหลังชายคนนั้น

พีซต่อคิวอยู่ข้างหลังเขาจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะทักทายอะไร เพียงแค่เปลี่ยนใจอยากกินข้าวแกงจริง ๆ เท่านั้น และข้างหน้าเขาก็มีกลุ่มนักศึกษาหญิงสามคนกำลังรอสั่งอาหาร ดูท่าร้านนี้คงรสชาติปลอดภัยพอสมควร

“ป้าคะ เอาอันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ค่ะ แยกกับนะคะ แล้วก็ข้าวเปล่าสามถ้วยค่ะ” กลุ่มผู้หญิงสามคนข้างหน้าสั่งอาหาร

“...จ้าลูก รอแป๊บนะ” ป้าตอบพร้อมกับหันไปตักอาหาร ระหว่างรอข้าว กลุ่มผู้หญิงก็ขยับไปยืนรออาหารที่จุดข้าง ๆ

คนที่ยืนข้างหน้าพีซยังคงยืนรอจนกว่าป้าจะตักข้าวคิวก่อนหน้าจะเสร็จ ก่อนที่จะสั่งข้าวกับป้า

“ผมเอาเหมือนเดิม...ครับ”

ทันใดนั้นเอง พลั่ก! ภายในเสี้ยววินาที เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น กลุ่มผู้หญิงที่ยืนรออาหารหยอกล้อกันจนเสียหลัก ร่างของหนึ่งคนในพวกเธอเซถลาปะทะเข้ากับสีข้างชายหนุ่มที่กำลังสั่งอาหารอยู่พอดี

หมับ! พีซตอบสนองฉับไว เขายื่นแขนออกไปค้ำเคาน์เตอร์ไว้แน่น ป้องกันไม่ให้ร่างของคนที่อยู่ตรงหน้าเซกระแทกไปอีกทาง ร่างของเขาโอนเอนเล็กน้อยจากแรงปะทะ

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งรีบกล่าวขอโทษพร้อมก้มหัวถี่ ๆ ให้ชายหนุ่มตรงหน้า “พวกเธอเล่นอะไรกันน่ะ! เห็นไหมว่าไปโดนคนอื่น” เธอหันไปตำหนิเพื่อนอีกสองคน

“พวกเราขอโทษนะคะที่ไม่ได้ระวัง” หญิงสาวทั้งสามคนพากันก้มหัวขอโทษซ้ำ ๆ

“ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าพีซกล่าวพร้อมโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ถือสา 

หลังจากกลุ่มนักศึกษาหญิงกล่าวคำขอโทษจบ พวกเธอก็เดินจากไป ชายหนุ่มตรงหน้าเอี้ยวตัวมาเผชิญหน้ากับพีซ ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเล็กน้อย พีซจึงต้องเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย เนื่องจากตอนนี้เขายืนชิดแผ่นหลังของชายหนุ่ม

“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าว

“ไม่เป็นไรครับ” พีซดึงมือกลับพร้อมถอยหลังไปครึ่งก้าว

ทั้งสองยิ้มให้กันบาง ๆ

‘จำกันไม่ได้จริง ๆ สินะ’ พีซคิดในใจ

“ข้าวได้แล้วจ้ะ แล้วก็อีกคนเอาอะไรจ๊ะ” ป้าพูดพลางรับเงินจากชายหนุ่ม

“ผมเอาแกงจืดกับผัดผักครับ” พีซสั่งอาหารกับป้า ด้วยความที่เป็นโรงอาหารของต่างคณะ เขาจึงตัดสินใจสั่งเมนูที่ปลอดภัยไว้ก่อน

“ป้าครับ คิดรวมกันเลยนะครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าพีซพูดกับป้า

“...จ่ายให้ผมเหรอครับ” พีซถามอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“แทนคำขอบคุณครับ...”

ชั่วขณะหนึ่ง พีซเผลอคิดว่าอีกฝ่ายจำเขาได้จากเหตุการณ์ปฐมนิเทศ แต่ก็ต้องหยุดความคิดเมื่อชายหนุ่มพูดขึ้น

“ขอบคุณที่ช่วยกันผมไว้ไม่ให้เซไปเมื่อกี้นะครับ” ชายหนุ่มพูดขึ้น

“อ๋อ...ไม่เป็นไรครับ” พีซตอบเสียงเบาลงด้วยความเกรงใจ

“รับไว้เถอะครับ คนเริ่มมาต่อแถวเยอะแล้ว” อีกฝ่ายพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“งั้นก็ขอบคุณนะครับ”

พีซรับอาหารแล้วจึงเดินไปหาที่นั่ง

‘ถ้าเขาไม่ทัก เราก็ไม่จำเป็นต้องทักสินะ’ พีซคิดในใจ ก่อนจะรับจานอาหารและเดินไปหาโต๊ะนั่งอีกฝั่ง เป็นมุมตรงข้ามกับชายหนุ่มคนนั้น โดยเว้นระยะห่างไว้สามโต๊ะ

อีกฝั่งหนึ่ง ชายหนุ่มมองพีซด้วยสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาและตั้งใจกินอาหาร เขาเองก็รู้สึกคุ้นตากับท่าทางของคนที่ช่วยเขาไว้เช่นกัน ราวกับเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ไม่ได้คิดอะไรต่อ เพราะต้องรีบกินอาหารและไปหาเพื่อนที่นัดกันไว้

สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบปลายภาคเพื่อสิ้นสุดการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 นับตั้งแต่วันที่พีซไปที่โรงอาหารคณะวิทย์ พีซก็ยังคงไปที่นั่นเสมอ เพราะต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของโรงอาหารคณะตัวเอง บางครั้งเขาก็เจอคนที่เขาเผลอมองหา แต่ส่วนใหญ่มักไม่เจอ อาจเป็นเพราะเวลาพักไม่ตรงกัน พีซได้คิดทบทวนพฤติกรรมของตัวเองทำให้เขาเข้าใจแล้วว่า เขาคงจะรู้สึกดีกับอีกฝ่ายไปแล้ว แม้จะเคยพูดคุยกันเพียงแค่สองครั้ง แถมอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะจำเขาไม่ได้เลยก็ตาม แต่ก็ช่างมันเถอะ แค่ได้มากินข้าวในโรงอาหารคณะวิทย์ที่ไม่วุ่นวายแห่งนี้ ถ้าเจออีกฝ่ายก็ถือว่าโชคดี ถึงจะได้แค่มองอยู่ห่าง ๆ ก็ดีแล้ว พีซรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนตกหลุมรักคนง่าย และครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อรู้ตัวแล้ว เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการมายังสถานที่ที่คิดว่าจะได้เจออีกฝ่าย แค่นั้นเอง

“เหมือนเดิมครับป้า แกงจืดกับผัดผักครับ” พีซสั่งอาหารพร้อมยิ้มบาง ๆ ให้กับร้านที่กลายเป็นร้านเจ้าประจำของเขาไปแล้ว เมื่อได้อาหารแล้ว พีซก็มานั่งที่โต๊ะประจำมุมของเขา ซึ่งเป็นโต๊ะริมสุดมองเห็นวิวสวน บางครั้งเขาก็นึกขำตัวเองที่ตัวเองอยู่อีกคณะ แต่กลับมามีที่ประจำอยู่อีกคณะแทน เขาคิดพลางเริ่มกินอาหารในจานไปอย่างเงียบ ๆ 

“นี่ ๆ รู้ยัง? เด็กปีหนึ่งคณะคอมฯ หน้าตาดี ๆ คนนั้นน่ะ เขามีแฟนแล้วนะ!” เสียงกลุ่มนักศึกษาโต๊ะข้าง ๆ พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“น้องพีทน่ะเหรอ? โอ๊ย... ฉันอุตส่าห์มโนจองไว้ในใจแล้วเชียว” เพื่อนอีกคนตอบกลับพร้อมทำหน้าหงอย

ท่ามกลางเสียงพูดคุยจอแจในโรงอาหาร ขณะที่พีซกำลังจะลุกไปเก็บจาน เขาบังเอิญได้ยินเสียงกระซิบกระซาบดังมาจากโต๊ะข้าง ๆ จึงนั่งฟังเล็กน้อยพลางดูดน้ำในขวดด้วยความสนใจ แต่ทำหน้านิ่งเฉยราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ

“เสียใจด้วยนะ แถมแฟนน้องเขาก็น่ารักมากด้วยนะ!” เพื่อนคนแรกพูดพลางหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู

“ผู้ชายเหรอ? จริงดิ! ใครเหรอ? เธอรู้ไหมว่าเป็นใคร?” เพื่อนอีกคนเปลี่ยนจากสีหน้าเศร้าเป็นตาเป็นประกาย ถามกลับด้วยความตื่นเต้น

“ก็คนนั้นไง รุ่นพี่ปีสี่คณะมนุษย์…” เธอพูดต่อพลางยื่นมือถือให้เพื่อนดู “ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ในรูปนี่ พี่มีนไง!” 

“โห… เหมาะกันขนาดนี้…” อีกคนบ่นพลางทำหน้าหงอยแบบไม่จริงจังนัก

“นั่น ๆ! น้องเดินมาแล้ว! ข้าง ๆ นั่น… ใครกัน… เอ๊ะ! แก ๆ น้องมากับแฟน! อย่าเพิ่งหันไปนะ!” คนที่เริ่มเปิดประเด็นรีบกระซิบเสียงตื่น พร้อมกับตีแขนเพื่อนเบา ๆ

ฉับพลัน ไวกว่าความคิดพีซกับเพื่อนของนักศึกษาที่โต๊ะข้าง ๆ ต่างก็หันไปมองพร้อมกัน

กว่าจะรู้ตัว… ก็สายไปเสียแล้ว ความแตกเต็ม ๆ ว่าแอบฟังคนอื่นคุยกันอย่างเนียน ๆ

ภาพที่พีซเห็นคือคนที่เขาเฝ้ามองหามาตลอดตั้งแต่มากินข้าวที่นี่ และคนนั้นก็เป็นคนเดียวกับในบทสนทนาที่เขาได้ยินเมื่อครู่ พีซรู้สึกเหมือนหูดับ ได้แต่มองภาพนั้นอยู่ไกล ๆ

‘เหมาะสมกันจริง ๆ แหละ นี่ข่าวดีใช่ไหมที่เขาชอบผู้ชาย ...แต่ข่าวร้ายคือเขามีแฟนแล้ว ...เขามีแฟนแล้วต้องยินดีกับเขาสิ ...อย่าไปมองคนมีแฟนเลย...’

พีซค่อย ๆ หันกลับมาสบตากับโต๊ะข้าง ๆ พร้อมยิ้มให้อีกโต๊ะด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกไปเก็บจานและเดินออกจากโรงอาหาร

....เขาได้แต่คิดในใจเงียบ ๆ ว่าต่อไปคงต้องไปกินข้าวข้างนอกแทน

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

814.7k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักซึมร้าย NC 25++

รักซึมร้าย NC 25++

327k การดู · เสร็จสิ้น · เอลยา
ร่างเพรียววิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลิฟต์หลังจากได้ยินเสียงเอ็ดตะโรลั่นมาในโทรศัพท์ เจ้าของเสียงกำลังอารมณ์บ่จอยเป็นอย่างยิ่งอยู่ในห้องพักส่วนตัวชั้นยี่สิบของโรงแรมห้าดาวที่ตนเป็นเจ้าของ

ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ทาสสวาทอสูรเถื่อน

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

563.6k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“คืนละล้าน คุณจ่ายให้ฉันได้ไหมล่ะคะ ถ้าได้ฉันจะอ้าขารอคุณบนเตียงทุกคืนเลยค่ะทูนหัว” พิชชาภาพูดออกไปพร้อมกับใบหน้าท้าทายอย่างไม่กลัว ในเมื่อเขาอยากจะได้ตัวเธอ เขาก็ต้องลงทุน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

331.4k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

243.1k การดู · เสร็จสิ้น · Me'JinJin
กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก

"อาหมอกฤษฎิ์"

หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️

"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"

นลินนิภา อารีย์รักษ์

"ที่รัก"

สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️

"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"

หนูน้อยแก้มใส

กมลชนก อารีย์รักษ์

สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง

"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"

หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ

หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
เจ้าสาวนอกปรารถนา

เจ้าสาวนอกปรารถนา

12.9k การดู · กำลังอัปเดต · หินม่วง
ตลอดระยะเวลาสามปีในชีวิตคู่เธอได้รับเพียงความเย็นชาและไร้ซึ่งสัมผัสจากสามีที่จำใจแต่งงานกันตามพันธะผู้ใหญ่ร้องขอ แม้พยายามทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ทว่าชายหนุ่มกลับมองผ่านเธอไปราวกับสิ่งไร้ตัวตนอยู่เสมอ

จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!

วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย

รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย

606.3k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
"อย่าขัดใจฉัน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะคลานลงจากเตียงได้ ได้ยินมั้ยมะนาว!"

เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น

แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...

"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา

คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....

"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."

เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!

พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย

เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่

โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"

สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....

ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ

และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย

ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่

ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!

"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"

ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

995.9k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ผู้หญิงเรียบร้อยคือผู้หญิงที่ผมรู้สึกขัดตาที่สุด เจอกับตัวมาเยอะแล้วครับที่เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่สุดท้ายก็...ไม่ได้แรดหรอกเรียกว่า ร่าน เลยดีกว่า
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

20.2k การดู · เสร็จสิ้น · Melyssa
อาชิ ลูกชายคนโตของแทนไท เขากลายเป็นฮีโร่ของเด็กผู้หญิงรุ่นน้อง เพราะเข้าไปช่วยตอนเธอถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้ง แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีเธอ

เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า

มลทินรักภรรยาไร้ค่า

357k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า

เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…

กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด

จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก

สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

294.4k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เกลียดรัก

เกลียดรัก

531.4k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
คนบางคนมักจะให้ความสำคัญต่อคนที่ตัวเองเกลียด
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย