บทนำ
บท 1
PSYCHO ROMANCE+
INTRO
-PUEN TALK-
“ไอ้ปืน นั่งสูบบุหรี่อยู่นี่เองนะมึง ตกลงไม่เข้าเรียนว่างั้น?”
“อือ”
“ตกลงเจ๊ยิ้มไปไหนอะ? หรือไปเป็นแฟนกับไอ้หน้าหล่อนั่นแล้ว”
“ถ้ามึงยังอยากเป็นเพื่อนกับกูอยู่ มึงช่วยหุบปากและเลิกพูดชื่อของคนที่กูไม่อยากนึกถึงสักที!” ผมตวัดสายตามองไอ้นัทเพื่อนร่วมห้อง และเพื่อนสนิทที่นั่งกินเหล้าอยู่ มันทำหน้าเหวอไปทันทีที่ผมจับจ้องมันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโมโหและโกรธ ปกติผมจะนิ่งอยู่แล้วไง แต่พอมันจุดประกายในสิ่งที่ผมไม่ชอบและไม่อยากได้ยินก็จะเป็นแบบนี้ล่ะนะ
ผมชื่อ ‘ปืน’ อายุสิบแปดปีเรียนอยู่ชั้นม. 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเข้าเรียนแล้วแต่ผมกับพวกกลับมานั่งกินเหล้าดูดบุหรี่อยู่ที่หลังโรงเรียนที่เป็นแหล่งกบดานมั่วสุมสิ่งอบายมุขต่างๆ ถึงผมจะเกเรและเลวแค่ไหน แต่สิ่งเดียวที่พวกผมไม่ยุ่งเลยคือสิ่งที่ผิดกฎหมายทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเหล้ากับบุหรี่อันนี้มันเป็นสิ่งที่คู่ควรกับพวกผมมานาน ผมถอนหายใจออกมาและปลดเนกไทของชุดนักเรียนออกจากคอเกือบถึงอก ฝ่ามือทั้งห้าเสยผมรองทรงสูงสีดำน้ำตาลขึ้นไปอย่างหงุดหงิด
“แล้วเจ๊กันก็หนีมึงไปอยู่เกาหลี?”
“ช่างแม่งเหอะ กูไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อยู่คนเดียวดีกว่า...”
“มึงคิดถึงเจ๊ยิ้มอยู่ใช่ไหม?”
“ไอ้นัท อยากเจอหมัดหรืออยากเจอตีน!”
“โธ่ ก็พวกกูคิดถึงเจ๊ยิ้มนี่หว่า มึงเปลี่ยนไปเพราะเจ๊ แต่พอเจ๊ไม่อยู่มึงก็กลับมาเลวจัญไรเหมือนเดิมเนี่ย” คำพูดของเพื่อนทำให้ผมฉุกขึ้นมา มันก็จริงนะ ที่ผมอยากเปลี่ยนตัวเองมันก็เป็นเพราะว่ายิ้มคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างผมมาตลอด แต่พอผมได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่เธอกับพี่สาวของผมทำ มันก็เลยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเปลี่ยนก็เริ่มถอยลงๆ จนกระทั่งผมมายืนที่จุดเดิมอีกครั้ง
“ถ้าพวกมึงยังไม่จบเรื่องนี้ กูกลับบ้านก่อนแล้วกัน”
“อ้าวเฮ้ย เดี๋ยวดิ!” ผมลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเป้มาสะพายข้าง ก่อนจะเดินออกจากประตูหลังโรงเรียนที่เป็นแหล่งกบดานของผม มือซ้ายของผมล้วงกระเป๋ากางเกงส่วนอีกข้างก็คีบบุหรี่สูบอย่างนิ่งๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า พลันให้คิดถึงวันที่เจอกับยิ้มและไอ้เวรนั่น... แต่ก็ช่างเหอะ ผมไม่คิดจะจำหรอก ในเมื่อผมตัดสินใจแล้วว่าจะลืมทุกคนให้หมด ลืมให้หมด จนเหลือแค่ผมคนเดียวที่อยู่บนโลกใบนี้
สองเท้าของผมเดินตรงมายังสถานที่ที่เรียกว่าย่านการค้าชื่อดัง รอบกายของผมถูกสายตาของหญิงสาวจับจ้องไม่วางตา ผมรู้ดีว่าผมไม่ใช่คนที่ดูดีอะไร แต่ทว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายเลวๆ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ถึงผมจะเลวแค่ไหน ผมก็มีสติและคิดจะช่วยเหลือสังคมอย่างที่ผมกำลังจะทำอยู่ตอนนี้
“ยายจะยกของไปไหน?”
“เออ อูยปวดหลัง... ยายจะยกไปที่ร้านหัวมุมนี่แหละพ่อหนุ่ม”
“เหรอ งั้นผมยกให้แล้วกัน ยายเดินนำไป” ผมก้มลงยกลังของทั้งหมดสามใบก่อนจะมองยายที่ยิ้มให้กับผมและเดินนำผมไปที่หัวมุมร้านค้าขายของชำเก่าแก่
“ขอบใจนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวๆ เอานี่ไปกินก่อน”
“ไม่เป็นไร ผมจะกลับแล้ว”
“ไม่ได้ๆ ยายอยากให้ รับไว้นะ” ร่างของยายคนนั้นเดินหายไปในร้านและออกมาพร้อมกับถุงใส่น้ำสีเหลืองๆ เป็นการผูกถุงแบบสมัยก่อนที่ใช้ยางมัด ผมยกมือไหว้และรับมันมาดื่ม
“น้ำเก๊กฮวย ยายทำกับมือ ถ้าว่างๆ ก็มานั่งเล่นที่ร้านยายได้นะ” รสชาติของน้ำในมือมันเหมือนกับรสชาติของฝีมือแม่ผมเลย นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่ได้กลับไปเหยียบที่บ้านหลังจากที่พ่อออกปากไล่ผมและด่ากราดว่าผมเป็นลูกที่เลว ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ในเมื่อทุกคนอยากให้ผมเป็นแบบนั้น ผมก็เลยเลือกที่จะหันหลังให้กับครอบครัวและออกมาอยู่ข้างนอกกับกัน แต่ถึงอย่างนั้นเงินเดือนทุกเดือนก็เข้าบัญชีผมไม่ขาด จิตใจของผมแข็งแค่ไหนก็คิดดูว่าผมไม่เคยกลับไปที่บ้านเลยแม้แต่วันที่เจอกับพ่อและแม่อีกครั้ง ผมเดินไปตามย่านการค้าอีกครั้ง แต่ทว่ากลับเห็นว่ามีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาผมที่ยืนอยู่บนถนนคนเดียว เพราะคนรอบๆ ข้างกลับแหวกทางและหลบหนีสิ่งที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา
“เฮ้ยหลบไปไอ้เด็กเวร!”
“ช่วยด้วยค่ะ ไอ้บ้านั่นมันกระชากกระเป๋าฉัน!” น้ำเสียงเล็กแหลมดังขึ้นมาและด้านหลังของผู้ชายร่างสูงที่วิ่งตรงเข้ามาหาผมหรือผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเจ้าของกระเป๋า ผมยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเพื่อรอให้คนร้ายวิ่งตรงมาใกล้ก่อนจะ...
ผลัวะ!
“อ๊ากกกก... หน้ากู!” หมัดของผมกระแทกเข้าที่เบ้าหน้าจนมันล้มลงกับพื้น แต่ทว่าฤทธิ์มันยังไม่หมด ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นและซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของผมจนถุงน้ำหลุดออกจากมือ ผมยกมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกไปและมองถุงน้ำเก๊กฮวยที่ถูกดูดไปแค่ไม่กี่ทีเป็นอันต้องตกลงสู่พื้น
“มึงทำน้ำกูหก มึงรู้ไหมว่ายายให้กูมากินฟรีๆ”
“เหอะ แล้วมึงเสือกอะไรด้วยไอ้เด็กเวร ถอยไปถ้าไม่อยากเจอตีนกู!” ผมยกยิ้มก่อนจะตรงไปกระชากหนังหัวมันและชกหน้ามันอย่างแรงจนคนแถวนั้นร้องด้วยความหวาดกลัว มันยังสามารถเอี้ยวตัวมาชกหน้าผมอีกครั้งด้วยนะ เหอะ
ตุ้บ!
“ตำรวจมา! ตำรวจมา!” เสียงรอบคอบบ่งบอกให้รู้ว่าพ่อของคนร้ายได้มาเยือนแล้ว มันผลักผมจนล้มลงไปและวิ่งหนีแหวกฝูงชน ส่วนผมก็เช็ดเลือดที่มุมปากที่ไหลอาบก่อนจะมองข้อมือตัวเองที่ถูกใส่กุญแจมือจากพ่อสองคนที่สวมชุดสีกากีอยู่
“จับผมเรื่องอะไร?”
“โจรขโมยกระเป๋า หลักฐานคามือเลยนะ เป็นเด็กเป็นเล็ก ริอาจเป็นขโมยลุกขึ้นเลย!” ผมดุนดันลิ้นในปากและตวัดสายตามองคนที่ยืนมองผมก่อนจะพากันเดินหนีไป เหอะ ไม่มีใครเป็นพยานให้เลยหรือไง? ทำดีแล้วได้ดีไหมวะเนี่ยไอ้ปืน! ผมลุกขึ้นและถูกใส่กุญแจมือไว้ด้านหลังก่อนที่จะมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่วิ่งหอบหายใจมาหยุดตรงหน้าผมโดยที่ผมไม่เห็นใบหน้าของเธอ
“กระเป๋าของคุณครับ เราจับคนร้ายได้แล้ว”
“แฮ่กๆ ไหนคะ ไอ้บ้านั่นมัน...!”
ใบหน้าสวยเก๋ตามแบบฉบับผู้หญิงเกาหลีแต่ดูยังไงเธอคนนี้ก็สวยธรรมชาติ ผมสีดำน้ำตาลยาวเป็นลอนถูกมัดขึ้นไปเป็นหางม้า เธอสวมกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อดีสีขาวกับเสื้อกล้าสีชมพูเผยให้เห็นผิวที่ขาวอมชมพู ริมฝีปากแดงนูน ดวงตาคมโตมองสบตากับผมอย่างมึนงง
“ไม่ใช่คนนี้นะ”
“เอ๋? แต่ว่าหลักฐานอยู่คามือของเด็กคนนี้นะครับ”
“ไม่ใช่ คนที่กระชากกระเป๋าฉัน ไม่ได้หน้าตาหล่อลากขนาดนี้นะ” ผมมองเธออย่างใช้ความคิดราวกับว่าเคยเจอกับเธอที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก ไม่ต่างจากเธอที่จับจ้องมองผมราวกับใช้ความคิดเช่นกัน เธอเดินตรงมาหาผม และถึงแม้จะสวมรองเท้าส้นสูงแค่ไหนเธอก็สูงแค่ระดับคางผมแค่นั้น ความจริงผมสูง 185 ซม. เป็นความสูงที่ใครๆ ก็อิจฉา เพื่อนผมบอกเสมอว่าอยากสูงให้ได้เท่าผม และต้องหน้าตาแบบผมด้วยถึงจะมีสาวๆ กรี๊ด แต่ผมสนใจที่ไหนล่ะ
“นาย... หน้าคุ้นมาก”
“จะจับผมอีกนานไหมครับคุณตำรวจ”
“เออ ว่าไงครับคุณผู้หญิงตกลงใช่คนที่กระชากกระเป๋าคุณหรือเปล่า?”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ใช่ คนร้ายคนนั้นไม่หล่อลากขนาดนี้หรอก...”
“งั้นเหรอครับ แสดงว่านายต่อสู้กับคนร้ายแล้วมันหนีไปได้งั้นเหรอ?”
“ครับ” และผมก็ถูกปล่อยตัวก่อนที่ตำรวจจะออกไปตามหาคนร้ายตัวจริงต่อไป ผมยกมือลูบข้อมือตัวเองที่ถูกกุญแจมือบีบรัดแน่นไปหน่อย ก่อนจะก้มลงเก็บกระเป๋าตัวเองและกระเป๋าของเธอคนนี้คืนให้
“ทีหลังก็ระวังด้วยนะ แถวนี้โจรมันเยอะ”
“...”
“มองหน้าฉันทำไม? หน้าฉันเหมือนญาติฝ่ายไหนของเธองั้นเหรอ”
“นี่เด็กบ้า! ก็แค่นายหน้าตาคุ้นๆ มากเลยอะ เราเคยเจอกันมาก่อนไหม?”
“เคย... ตอนนี้ไง” ผมปัดฝุ่นที่อยู่บนร่างกายตัวเองให้ออกไป ก่อนจะเดินสวนเธอคนนี้ที่ยังคงยืนมึนงงอยู่ ซวยจริงๆ เลยนะ น้ำเก๊กฮวยของยายคนนั้นอร่อยด้วยสิ ดูดไปไม่กี่ทีเอง จะกลับไปขอกินฟรีอีกก็ยังไงอยู่นะ โหย กลับบ้านไปนอนเล่นเกมดีกว่า
“ปืน!”
“หือ? เธอ... ว่าอะไรนะ” ร่างของผมหันไปตามเสียงเรียก ก็พบว่าหญิงสาวรุ่นพี่ ใช่เธอแก่กว่าผมแน่แต่ทว่าเธอดูเด็กมากหรืออาจจะเพราะเธอเป็นคนตัวเล็กก็เลยทำให้ดูเด็ก แต่ที่แน่ๆ เธอแก่กว่าผมไง ร่างสวยกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาผมพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส
“นายชื่อปืนใช่ไหม? จำฉันไม่ได้เหรอ ที่เราเคยเจอกันตอนไปกินจิ้มจุ่มอะ กับยิ้มไง”
“จำไม่ได้” ผมปฏิเสธไปทันทีและนึกภาพตาม ก็จำได้ลางๆ ว่าเธอคนนี้มากับไอ้ไพเรท แถมยังเป็นเพื่อนกัน และใช่เราเจอกันครั้งนั้นและเจอกันอีกครั้งตอนที่ผมเจอกับยิ้ม ผมเบ้ปากและหันหลังหนีเพราะไม่อยากจะเสวนากับคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้า แต่เป็นเพราะว่าเธอเป็นเพื่อนกับไอ้ไพเรทไง ผมเลยไม่ชอบ!
“เดี๋ยวสิ จำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอปืน... บัวไง ฉันชื่อบัว”
“ใครถามไม่ทราบ?”
“แต่ปืนช่วยฉันไว้นะ อย่างน้อยให้ฉันตอบแทน”
“ไม่ต้อง” บัวเหรอ? ชื่อของดอกไม้ที่อยู่ในบึง ออกดอกบานสะพรั่งทุกฤดู แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผมสะบัดหน้าตัวเองและเดินหนีร่างสวยที่ยังคงตามผมอยู่แบบนั้น
หมับ
“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ฉันพานายไปโรงพยาบาลทำแผลหน่อยดีกว่านะ”
“ก็บอกว่าไม่ต้องไง เลิกวุ่นวายสักที!”
“เฮ้ยนั่นมันไอ้ปืนหรือเปล่าวะ?” ผมมองเลยหลังของบัวที่คว้าข้อมือของผมไว้ แต่ทว่ากลุ่มชายต่างโรงเรียนเกือบสิบคนจ้องมองผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อันที่จริงมันคืออริต่างโรงเรียนที่ผมเคยไปมีเรื่องมานี่หว่า เอาไงดีล่ะ ความจริงผมตัวคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ดันมียัยบ้านี่ตามมาอีก อะไรมันจะซวยขนาดนี้วะ!
“วิ่ง”
“เอ๋? ให้ฉันทำอะไรนะ”
“วิ่งสิวะ!”
“เฮ้ย แม่งตามไป!” ฝ่ามือของผมคว้ามือที่นุ่มนิ่มของบัวและพาเธอวิ่งไปด้วยกัน อันที่จริงผมจะไม่สนเธอก็ได้นะ แต่เธอก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่ แต่ถ้าหากว่าเธอถูกไอ้พวกนั้นเข้าใจผิดล่ะ? โอ๊ย! ปวดหัวเว้ย ผมไม่ได้หันกลับไปมองเธอด้วยซ้ำว่าจะวิ่งตามผมทันหรือเปล่าแต่ทว่าผมกลับวิ่งๆ วิ่ง อย่างเดียว โดยไม่คิดชีวิต เพราะถ้าเกิดมากันเป็นพวก ผมคงไม่ต้องหนีแบบนี้หรอก
“แฮ่กๆ ปะ ปืน ฉันไม่ไหวแล้วเจ็บเท้า”
“โธ่เว้ย!” ผมหันกลับไปมองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยเหงื่อมากมายและฝ่าเท้าของเธอที่แดงเพราะสวมส้นสูงวิ่ง ก่อนจะพาเธอหนีไปกระทั่งมาถึงทางตัน
“ทะ ทำไงดี ทางตัน”
“แม่งเอ่ย... มานี่!” สายตาของผมเหลือบไปเห็นซอยแคบๆ ที่มีแต่ต้นไม้ที่ขึ้นรกร้างก็พาร่างบางไปแอบอยู่ในนั้น ผมยืนหันหลังพิงกับต้นไม้โดยมีร่างของบัวยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับชะโงกออกไปมองพวกอริผมที่หยุดอยู่ตรงนั้น ในมือพวกมันมีอุปกรณ์ครบเลยด้วย ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ผ่านไปไม่กี่ซอยก็จะถึงบ้านของผม แต่ถ้าพวกมันยังอยู่ตรงนี้มีหวังผมได้จบอยู่ตรงนี้แน่ ผมหอบหายใจเหนื่อยและหันไปมองร่างบางที่หน้าซีดไปหมด บัวเงยหน้าสบตากับผมจนรับรู้ถึงลมหายใจที่รดกันไปมา ฝ่ามืออุ่นของเธอวางอยู่ที่แผงอกของผมที่เต้นรัวเพราะวิ่งมาไกล ส่วนฝ่ามือของผมก็โอบเอวบางไว้ จนกระทั่งเราทั้งคู่ผละออกจากกันเมื่อรู้สึกตัว
“โทษทีที่ต้องมาให้เจออะไรแบบนี้ เดี๋ยวฉันจะล่อมันไปอีกทาง เธอก็ออกจากตรงนี้ได้แล้ว”
“เดี๋ยวสิ ถ้านายออกไปต้องโดนยำแน่ มาด้วยกันก็ต้องออกไปพร้อมกันสิ”
“แต่เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะงั้น...”
“เฮ้ย แม่งกูได้ยินเสียงคุยกันออกมาจากตรงนั้นวะ มึงไปดูดิ!” ผมหันกลับไปมองพวกมันที่ส่งคนให้เดินเข้ามาในซอยแคบๆ ซวยล่ะสิ ทางที่ผมแอบไม่สามารถหนีได้แล้วด้วย
หมับ
ร่างบางสวมกอดเอวผมแน่น พร้อมกับใบหน้าที่ซบลงกับอกของผม บัวดูตื่นตัวมากเพราะตัวเธอสั่นจนผมเม้มปากตัวเอง ฝ่ามือของผมรวบเอวบางให้แนบชิดกับร่างกายของผม ใบหน้าของผมเลื่อนเข้าไปใกล้กับใบหน้าของเธอบริเวณข้างใบหู
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ปล่อยให้มันมาทำอะไรแน่ๆ” ใบหน้าของบัวเงยหน้าขึ้นเลยทำให้ใบหน้าของเราสองคนชนกัน ริมฝีปากเฉียดกันจนรับรู้ถึงความร้อนระอุในกาย ผมสบตากับบัวอย่างนิ่งๆ ก็พบว่าเธอหน้าแดงมาก สงสัยจะกลัว ผมเลยกระชับเอวเธอให้ใกล้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น
“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว หน้าแดงหมดเลยนะ”
“อะ เออ ปะ เปล่ากลัว...”
“แล้วหน้าแดงทำไมถ้าไม่ได้กลัว?” ผมมองเธอด้วยสีหน้าสงสัย บ้าหรือเปล่า? หรือเพราะมันร้อนวะ แต่ช่างเหอะ ยังไงก็จะให้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยมาโดนลูกหลงไม่ได้หรอก ผมหันไปมองพวกมันที่กำลังเดินมาถึงเราสองคนที่แอบอยู่หลังต้นไม้
“เฮ้ย ไม่ต้องแล้ว มีคนเห็นไอ้ปืนอยู่ทางนู้น ไป!” เสียงลมหายใจของผมพ่นออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะผละตัวออกจากร่างบางและเดินออกไปดูพวกมันที่วิ่งไปอีกทางแล้ว
“เวรจริง กว่าจะไปได้นะพวกมึง” ผมหันกลับไปมองบัวที่เดินออกมาด้วยท่าทางที่โซเซจนผมขมวดคิ้ว ใบหน้าของเธอยังคงแดงกร่ำจนผมเอียงคอมองเธอ
“ทำไมหน้ายังแดงอยู่ เลิกกลัวได้แล้ว มันไปหมดแล้ว”
“ระ รู้แล้วล่ะนา”
บทล่าสุด
#27 บทที่ 27 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 25 [THE END]
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#26 บทที่ 26 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 24
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#25 บทที่ 25 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 23
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#24 บทที่ 24 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 22
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#23 บทที่ 23 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 21
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#22 บทที่ 22 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 20
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#21 บทที่ 21 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 19
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#20 บทที่ 20 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 18
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#19 บทที่ 19 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 17
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#18 บทที่ 18 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 16
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แค้นรักเมียเก่า
เธอหนีฉันไปโดยไม่มีคำลาสักคำ ทิ้งให้ฉันจมอยู่กับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ยังจะมาร้องขอความเห็นใจและการให้อภัยจากฉันอีกหรอ..ไม่มีทาง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ปะป๊าของพริกหวานคือท่านประธานสุดหล่อ
เขาตื่นมาพร้อมความว่างเปล่า... จำอะไรไม่ได้แม้แต่หน้าผู้หญิงที่นอนด้วย
ส่วนเธอตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ฝังใจ... และ 'หนึ่งชีวิต' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์
เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด ยลลดาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมโซ่ทองคล้องใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เพลิงกัลป์แทบคลั่ง ทว่าสามปีต่อมา... โชคชะตากลับเหวี่ยง 'เครื่องจักรทำงาน' คนเดิมให้มาอยู่ตรงหน้า พร้อมเด็กหญิงตัวจิ๋วที่มีดวงตาคมกริบเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
เมียเด็กของภาคินทร์
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













