บทนำ
บท 1
PSYCHO ROMANCE+
INTRO
-PUEN TALK-
“ไอ้ปืน นั่งสูบบุหรี่อยู่นี่เองนะมึง ตกลงไม่เข้าเรียนว่างั้น?”
“อือ”
“ตกลงเจ๊ยิ้มไปไหนอะ? หรือไปเป็นแฟนกับไอ้หน้าหล่อนั่นแล้ว”
“ถ้ามึงยังอยากเป็นเพื่อนกับกูอยู่ มึงช่วยหุบปากและเลิกพูดชื่อของคนที่กูไม่อยากนึกถึงสักที!” ผมตวัดสายตามองไอ้นัทเพื่อนร่วมห้อง และเพื่อนสนิทที่นั่งกินเหล้าอยู่ มันทำหน้าเหวอไปทันทีที่ผมจับจ้องมันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโมโหและโกรธ ปกติผมจะนิ่งอยู่แล้วไง แต่พอมันจุดประกายในสิ่งที่ผมไม่ชอบและไม่อยากได้ยินก็จะเป็นแบบนี้ล่ะนะ
ผมชื่อ ‘ปืน’ อายุสิบแปดปีเรียนอยู่ชั้นม. 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเข้าเรียนแล้วแต่ผมกับพวกกลับมานั่งกินเหล้าดูดบุหรี่อยู่ที่หลังโรงเรียนที่เป็นแหล่งกบดานมั่วสุมสิ่งอบายมุขต่างๆ ถึงผมจะเกเรและเลวแค่ไหน แต่สิ่งเดียวที่พวกผมไม่ยุ่งเลยคือสิ่งที่ผิดกฎหมายทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเหล้ากับบุหรี่อันนี้มันเป็นสิ่งที่คู่ควรกับพวกผมมานาน ผมถอนหายใจออกมาและปลดเนกไทของชุดนักเรียนออกจากคอเกือบถึงอก ฝ่ามือทั้งห้าเสยผมรองทรงสูงสีดำน้ำตาลขึ้นไปอย่างหงุดหงิด
“แล้วเจ๊กันก็หนีมึงไปอยู่เกาหลี?”
“ช่างแม่งเหอะ กูไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อยู่คนเดียวดีกว่า...”
“มึงคิดถึงเจ๊ยิ้มอยู่ใช่ไหม?”
“ไอ้นัท อยากเจอหมัดหรืออยากเจอตีน!”
“โธ่ ก็พวกกูคิดถึงเจ๊ยิ้มนี่หว่า มึงเปลี่ยนไปเพราะเจ๊ แต่พอเจ๊ไม่อยู่มึงก็กลับมาเลวจัญไรเหมือนเดิมเนี่ย” คำพูดของเพื่อนทำให้ผมฉุกขึ้นมา มันก็จริงนะ ที่ผมอยากเปลี่ยนตัวเองมันก็เป็นเพราะว่ายิ้มคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างผมมาตลอด แต่พอผมได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่เธอกับพี่สาวของผมทำ มันก็เลยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเปลี่ยนก็เริ่มถอยลงๆ จนกระทั่งผมมายืนที่จุดเดิมอีกครั้ง
“ถ้าพวกมึงยังไม่จบเรื่องนี้ กูกลับบ้านก่อนแล้วกัน”
“อ้าวเฮ้ย เดี๋ยวดิ!” ผมลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเป้มาสะพายข้าง ก่อนจะเดินออกจากประตูหลังโรงเรียนที่เป็นแหล่งกบดานของผม มือซ้ายของผมล้วงกระเป๋ากางเกงส่วนอีกข้างก็คีบบุหรี่สูบอย่างนิ่งๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า พลันให้คิดถึงวันที่เจอกับยิ้มและไอ้เวรนั่น... แต่ก็ช่างเหอะ ผมไม่คิดจะจำหรอก ในเมื่อผมตัดสินใจแล้วว่าจะลืมทุกคนให้หมด ลืมให้หมด จนเหลือแค่ผมคนเดียวที่อยู่บนโลกใบนี้
สองเท้าของผมเดินตรงมายังสถานที่ที่เรียกว่าย่านการค้าชื่อดัง รอบกายของผมถูกสายตาของหญิงสาวจับจ้องไม่วางตา ผมรู้ดีว่าผมไม่ใช่คนที่ดูดีอะไร แต่ทว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายเลวๆ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ถึงผมจะเลวแค่ไหน ผมก็มีสติและคิดจะช่วยเหลือสังคมอย่างที่ผมกำลังจะทำอยู่ตอนนี้
“ยายจะยกของไปไหน?”
“เออ อูยปวดหลัง... ยายจะยกไปที่ร้านหัวมุมนี่แหละพ่อหนุ่ม”
“เหรอ งั้นผมยกให้แล้วกัน ยายเดินนำไป” ผมก้มลงยกลังของทั้งหมดสามใบก่อนจะมองยายที่ยิ้มให้กับผมและเดินนำผมไปที่หัวมุมร้านค้าขายของชำเก่าแก่
“ขอบใจนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวๆ เอานี่ไปกินก่อน”
“ไม่เป็นไร ผมจะกลับแล้ว”
“ไม่ได้ๆ ยายอยากให้ รับไว้นะ” ร่างของยายคนนั้นเดินหายไปในร้านและออกมาพร้อมกับถุงใส่น้ำสีเหลืองๆ เป็นการผูกถุงแบบสมัยก่อนที่ใช้ยางมัด ผมยกมือไหว้และรับมันมาดื่ม
“น้ำเก๊กฮวย ยายทำกับมือ ถ้าว่างๆ ก็มานั่งเล่นที่ร้านยายได้นะ” รสชาติของน้ำในมือมันเหมือนกับรสชาติของฝีมือแม่ผมเลย นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่ได้กลับไปเหยียบที่บ้านหลังจากที่พ่อออกปากไล่ผมและด่ากราดว่าผมเป็นลูกที่เลว ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ในเมื่อทุกคนอยากให้ผมเป็นแบบนั้น ผมก็เลยเลือกที่จะหันหลังให้กับครอบครัวและออกมาอยู่ข้างนอกกับกัน แต่ถึงอย่างนั้นเงินเดือนทุกเดือนก็เข้าบัญชีผมไม่ขาด จิตใจของผมแข็งแค่ไหนก็คิดดูว่าผมไม่เคยกลับไปที่บ้านเลยแม้แต่วันที่เจอกับพ่อและแม่อีกครั้ง ผมเดินไปตามย่านการค้าอีกครั้ง แต่ทว่ากลับเห็นว่ามีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาผมที่ยืนอยู่บนถนนคนเดียว เพราะคนรอบๆ ข้างกลับแหวกทางและหลบหนีสิ่งที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา
“เฮ้ยหลบไปไอ้เด็กเวร!”
“ช่วยด้วยค่ะ ไอ้บ้านั่นมันกระชากกระเป๋าฉัน!” น้ำเสียงเล็กแหลมดังขึ้นมาและด้านหลังของผู้ชายร่างสูงที่วิ่งตรงเข้ามาหาผมหรือผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเจ้าของกระเป๋า ผมยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเพื่อรอให้คนร้ายวิ่งตรงมาใกล้ก่อนจะ...
ผลัวะ!
“อ๊ากกกก... หน้ากู!” หมัดของผมกระแทกเข้าที่เบ้าหน้าจนมันล้มลงกับพื้น แต่ทว่าฤทธิ์มันยังไม่หมด ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นและซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของผมจนถุงน้ำหลุดออกจากมือ ผมยกมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกไปและมองถุงน้ำเก๊กฮวยที่ถูกดูดไปแค่ไม่กี่ทีเป็นอันต้องตกลงสู่พื้น
“มึงทำน้ำกูหก มึงรู้ไหมว่ายายให้กูมากินฟรีๆ”
“เหอะ แล้วมึงเสือกอะไรด้วยไอ้เด็กเวร ถอยไปถ้าไม่อยากเจอตีนกู!” ผมยกยิ้มก่อนจะตรงไปกระชากหนังหัวมันและชกหน้ามันอย่างแรงจนคนแถวนั้นร้องด้วยความหวาดกลัว มันยังสามารถเอี้ยวตัวมาชกหน้าผมอีกครั้งด้วยนะ เหอะ
ตุ้บ!
“ตำรวจมา! ตำรวจมา!” เสียงรอบคอบบ่งบอกให้รู้ว่าพ่อของคนร้ายได้มาเยือนแล้ว มันผลักผมจนล้มลงไปและวิ่งหนีแหวกฝูงชน ส่วนผมก็เช็ดเลือดที่มุมปากที่ไหลอาบก่อนจะมองข้อมือตัวเองที่ถูกใส่กุญแจมือจากพ่อสองคนที่สวมชุดสีกากีอยู่
“จับผมเรื่องอะไร?”
“โจรขโมยกระเป๋า หลักฐานคามือเลยนะ เป็นเด็กเป็นเล็ก ริอาจเป็นขโมยลุกขึ้นเลย!” ผมดุนดันลิ้นในปากและตวัดสายตามองคนที่ยืนมองผมก่อนจะพากันเดินหนีไป เหอะ ไม่มีใครเป็นพยานให้เลยหรือไง? ทำดีแล้วได้ดีไหมวะเนี่ยไอ้ปืน! ผมลุกขึ้นและถูกใส่กุญแจมือไว้ด้านหลังก่อนที่จะมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่วิ่งหอบหายใจมาหยุดตรงหน้าผมโดยที่ผมไม่เห็นใบหน้าของเธอ
“กระเป๋าของคุณครับ เราจับคนร้ายได้แล้ว”
“แฮ่กๆ ไหนคะ ไอ้บ้านั่นมัน...!”
ใบหน้าสวยเก๋ตามแบบฉบับผู้หญิงเกาหลีแต่ดูยังไงเธอคนนี้ก็สวยธรรมชาติ ผมสีดำน้ำตาลยาวเป็นลอนถูกมัดขึ้นไปเป็นหางม้า เธอสวมกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อดีสีขาวกับเสื้อกล้าสีชมพูเผยให้เห็นผิวที่ขาวอมชมพู ริมฝีปากแดงนูน ดวงตาคมโตมองสบตากับผมอย่างมึนงง
“ไม่ใช่คนนี้นะ”
“เอ๋? แต่ว่าหลักฐานอยู่คามือของเด็กคนนี้นะครับ”
“ไม่ใช่ คนที่กระชากกระเป๋าฉัน ไม่ได้หน้าตาหล่อลากขนาดนี้นะ” ผมมองเธออย่างใช้ความคิดราวกับว่าเคยเจอกับเธอที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก ไม่ต่างจากเธอที่จับจ้องมองผมราวกับใช้ความคิดเช่นกัน เธอเดินตรงมาหาผม และถึงแม้จะสวมรองเท้าส้นสูงแค่ไหนเธอก็สูงแค่ระดับคางผมแค่นั้น ความจริงผมสูง 185 ซม. เป็นความสูงที่ใครๆ ก็อิจฉา เพื่อนผมบอกเสมอว่าอยากสูงให้ได้เท่าผม และต้องหน้าตาแบบผมด้วยถึงจะมีสาวๆ กรี๊ด แต่ผมสนใจที่ไหนล่ะ
“นาย... หน้าคุ้นมาก”
“จะจับผมอีกนานไหมครับคุณตำรวจ”
“เออ ว่าไงครับคุณผู้หญิงตกลงใช่คนที่กระชากกระเป๋าคุณหรือเปล่า?”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ใช่ คนร้ายคนนั้นไม่หล่อลากขนาดนี้หรอก...”
“งั้นเหรอครับ แสดงว่านายต่อสู้กับคนร้ายแล้วมันหนีไปได้งั้นเหรอ?”
“ครับ” และผมก็ถูกปล่อยตัวก่อนที่ตำรวจจะออกไปตามหาคนร้ายตัวจริงต่อไป ผมยกมือลูบข้อมือตัวเองที่ถูกกุญแจมือบีบรัดแน่นไปหน่อย ก่อนจะก้มลงเก็บกระเป๋าตัวเองและกระเป๋าของเธอคนนี้คืนให้
“ทีหลังก็ระวังด้วยนะ แถวนี้โจรมันเยอะ”
“...”
“มองหน้าฉันทำไม? หน้าฉันเหมือนญาติฝ่ายไหนของเธองั้นเหรอ”
“นี่เด็กบ้า! ก็แค่นายหน้าตาคุ้นๆ มากเลยอะ เราเคยเจอกันมาก่อนไหม?”
“เคย... ตอนนี้ไง” ผมปัดฝุ่นที่อยู่บนร่างกายตัวเองให้ออกไป ก่อนจะเดินสวนเธอคนนี้ที่ยังคงยืนมึนงงอยู่ ซวยจริงๆ เลยนะ น้ำเก๊กฮวยของยายคนนั้นอร่อยด้วยสิ ดูดไปไม่กี่ทีเอง จะกลับไปขอกินฟรีอีกก็ยังไงอยู่นะ โหย กลับบ้านไปนอนเล่นเกมดีกว่า
“ปืน!”
“หือ? เธอ... ว่าอะไรนะ” ร่างของผมหันไปตามเสียงเรียก ก็พบว่าหญิงสาวรุ่นพี่ ใช่เธอแก่กว่าผมแน่แต่ทว่าเธอดูเด็กมากหรืออาจจะเพราะเธอเป็นคนตัวเล็กก็เลยทำให้ดูเด็ก แต่ที่แน่ๆ เธอแก่กว่าผมไง ร่างสวยกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาผมพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส
“นายชื่อปืนใช่ไหม? จำฉันไม่ได้เหรอ ที่เราเคยเจอกันตอนไปกินจิ้มจุ่มอะ กับยิ้มไง”
“จำไม่ได้” ผมปฏิเสธไปทันทีและนึกภาพตาม ก็จำได้ลางๆ ว่าเธอคนนี้มากับไอ้ไพเรท แถมยังเป็นเพื่อนกัน และใช่เราเจอกันครั้งนั้นและเจอกันอีกครั้งตอนที่ผมเจอกับยิ้ม ผมเบ้ปากและหันหลังหนีเพราะไม่อยากจะเสวนากับคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้า แต่เป็นเพราะว่าเธอเป็นเพื่อนกับไอ้ไพเรทไง ผมเลยไม่ชอบ!
“เดี๋ยวสิ จำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอปืน... บัวไง ฉันชื่อบัว”
“ใครถามไม่ทราบ?”
“แต่ปืนช่วยฉันไว้นะ อย่างน้อยให้ฉันตอบแทน”
“ไม่ต้อง” บัวเหรอ? ชื่อของดอกไม้ที่อยู่ในบึง ออกดอกบานสะพรั่งทุกฤดู แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผมสะบัดหน้าตัวเองและเดินหนีร่างสวยที่ยังคงตามผมอยู่แบบนั้น
หมับ
“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ฉันพานายไปโรงพยาบาลทำแผลหน่อยดีกว่านะ”
“ก็บอกว่าไม่ต้องไง เลิกวุ่นวายสักที!”
“เฮ้ยนั่นมันไอ้ปืนหรือเปล่าวะ?” ผมมองเลยหลังของบัวที่คว้าข้อมือของผมไว้ แต่ทว่ากลุ่มชายต่างโรงเรียนเกือบสิบคนจ้องมองผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อันที่จริงมันคืออริต่างโรงเรียนที่ผมเคยไปมีเรื่องมานี่หว่า เอาไงดีล่ะ ความจริงผมตัวคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ดันมียัยบ้านี่ตามมาอีก อะไรมันจะซวยขนาดนี้วะ!
“วิ่ง”
“เอ๋? ให้ฉันทำอะไรนะ”
“วิ่งสิวะ!”
“เฮ้ย แม่งตามไป!” ฝ่ามือของผมคว้ามือที่นุ่มนิ่มของบัวและพาเธอวิ่งไปด้วยกัน อันที่จริงผมจะไม่สนเธอก็ได้นะ แต่เธอก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่ แต่ถ้าหากว่าเธอถูกไอ้พวกนั้นเข้าใจผิดล่ะ? โอ๊ย! ปวดหัวเว้ย ผมไม่ได้หันกลับไปมองเธอด้วยซ้ำว่าจะวิ่งตามผมทันหรือเปล่าแต่ทว่าผมกลับวิ่งๆ วิ่ง อย่างเดียว โดยไม่คิดชีวิต เพราะถ้าเกิดมากันเป็นพวก ผมคงไม่ต้องหนีแบบนี้หรอก
“แฮ่กๆ ปะ ปืน ฉันไม่ไหวแล้วเจ็บเท้า”
“โธ่เว้ย!” ผมหันกลับไปมองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยเหงื่อมากมายและฝ่าเท้าของเธอที่แดงเพราะสวมส้นสูงวิ่ง ก่อนจะพาเธอหนีไปกระทั่งมาถึงทางตัน
“ทะ ทำไงดี ทางตัน”
“แม่งเอ่ย... มานี่!” สายตาของผมเหลือบไปเห็นซอยแคบๆ ที่มีแต่ต้นไม้ที่ขึ้นรกร้างก็พาร่างบางไปแอบอยู่ในนั้น ผมยืนหันหลังพิงกับต้นไม้โดยมีร่างของบัวยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับชะโงกออกไปมองพวกอริผมที่หยุดอยู่ตรงนั้น ในมือพวกมันมีอุปกรณ์ครบเลยด้วย ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ผ่านไปไม่กี่ซอยก็จะถึงบ้านของผม แต่ถ้าพวกมันยังอยู่ตรงนี้มีหวังผมได้จบอยู่ตรงนี้แน่ ผมหอบหายใจเหนื่อยและหันไปมองร่างบางที่หน้าซีดไปหมด บัวเงยหน้าสบตากับผมจนรับรู้ถึงลมหายใจที่รดกันไปมา ฝ่ามืออุ่นของเธอวางอยู่ที่แผงอกของผมที่เต้นรัวเพราะวิ่งมาไกล ส่วนฝ่ามือของผมก็โอบเอวบางไว้ จนกระทั่งเราทั้งคู่ผละออกจากกันเมื่อรู้สึกตัว
“โทษทีที่ต้องมาให้เจออะไรแบบนี้ เดี๋ยวฉันจะล่อมันไปอีกทาง เธอก็ออกจากตรงนี้ได้แล้ว”
“เดี๋ยวสิ ถ้านายออกไปต้องโดนยำแน่ มาด้วยกันก็ต้องออกไปพร้อมกันสิ”
“แต่เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะงั้น...”
“เฮ้ย แม่งกูได้ยินเสียงคุยกันออกมาจากตรงนั้นวะ มึงไปดูดิ!” ผมหันกลับไปมองพวกมันที่ส่งคนให้เดินเข้ามาในซอยแคบๆ ซวยล่ะสิ ทางที่ผมแอบไม่สามารถหนีได้แล้วด้วย
หมับ
ร่างบางสวมกอดเอวผมแน่น พร้อมกับใบหน้าที่ซบลงกับอกของผม บัวดูตื่นตัวมากเพราะตัวเธอสั่นจนผมเม้มปากตัวเอง ฝ่ามือของผมรวบเอวบางให้แนบชิดกับร่างกายของผม ใบหน้าของผมเลื่อนเข้าไปใกล้กับใบหน้าของเธอบริเวณข้างใบหู
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ปล่อยให้มันมาทำอะไรแน่ๆ” ใบหน้าของบัวเงยหน้าขึ้นเลยทำให้ใบหน้าของเราสองคนชนกัน ริมฝีปากเฉียดกันจนรับรู้ถึงความร้อนระอุในกาย ผมสบตากับบัวอย่างนิ่งๆ ก็พบว่าเธอหน้าแดงมาก สงสัยจะกลัว ผมเลยกระชับเอวเธอให้ใกล้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น
“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว หน้าแดงหมดเลยนะ”
“อะ เออ ปะ เปล่ากลัว...”
“แล้วหน้าแดงทำไมถ้าไม่ได้กลัว?” ผมมองเธอด้วยสีหน้าสงสัย บ้าหรือเปล่า? หรือเพราะมันร้อนวะ แต่ช่างเหอะ ยังไงก็จะให้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยมาโดนลูกหลงไม่ได้หรอก ผมหันไปมองพวกมันที่กำลังเดินมาถึงเราสองคนที่แอบอยู่หลังต้นไม้
“เฮ้ย ไม่ต้องแล้ว มีคนเห็นไอ้ปืนอยู่ทางนู้น ไป!” เสียงลมหายใจของผมพ่นออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะผละตัวออกจากร่างบางและเดินออกไปดูพวกมันที่วิ่งไปอีกทางแล้ว
“เวรจริง กว่าจะไปได้นะพวกมึง” ผมหันกลับไปมองบัวที่เดินออกมาด้วยท่าทางที่โซเซจนผมขมวดคิ้ว ใบหน้าของเธอยังคงแดงกร่ำจนผมเอียงคอมองเธอ
“ทำไมหน้ายังแดงอยู่ เลิกกลัวได้แล้ว มันไปหมดแล้ว”
“ระ รู้แล้วล่ะนา”
บทล่าสุด
#27 บทที่ 27 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 25 [THE END]
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#26 บทที่ 26 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 24
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#25 บทที่ 25 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 23
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#24 บทที่ 24 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 22
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#23 บทที่ 23 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 21
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#22 บทที่ 22 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 20
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#21 บทที่ 21 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 19
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#20 บทที่ 20 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 18
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#19 บทที่ 19 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 17
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#18 บทที่ 18 PSYCHO ROMANCE+ :: CHAPTER 16
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













