บทนำ
บท 1
You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ
นวนิยายเรื่อง You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ
นามปากกาผู้แต่ง : ปทุมวดี
สำนักพิมพ์ : ปทุมวดี
แนว : นิยายรัก โรมานซ์
ตีพิมพ์เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2567
ออกแบบรูปเล่ม : ปทุมวดี
ช่องทางการติดต่อนักเขียน :
Page Massage in ReadAwrite : ปทุมวดี
Instargram page : pratumv_adee
Twitter page : @pratumvadeewri
Facebook page : นามปากกา ปทุมวดี
Line : @6070fxri - Pratumvadee (บัญชีทางการเท่านั้น)
ปกนอก : Lali
ไทโปอักษร : จินไทโป
พิสูจน์อักษร : ปทุมวดี
ข้อบังคับทางกฎหมาย
© นวนิยายเรื่อง You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ ผู้แต่งขอสงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 15 ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียว
คำเตือน
นวนิยายเรื่อง You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ เรื่องนี้เป็นนวนิยายที่อยู่ในเซ็ทความรักของเขา ซึ่งเรื่องแรกในเซ็ทคือ หวนคืนรัก (หัวใจดวงเดิม) เป็นเรื่องราวความรักของนายหัวรามินทร์ เพื่อนสนิทของปฐวีที่เคยเกริ่นไว้นั่นเอง เนื้อหาภายในอาจมีการเอ่ยถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่มีอยู่จริง และสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริงเพื่ออรรถรสภายในเรื่อง ทั้งนี้ อาจมีคำพูดที่รุนแรง กิจกรรมทางเพศ หรือฉากที่รุนแรงอยู่ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือฉากที่มีความรุนแรงทางด้านอารมณ์ ด้วยเหตุนี้ นักเขียนขอความกรุณาให้นักอ่านใช้วิจารณญาณในการอ่านเสพผลงานค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ปทุมวดี
บทนำ
ท่ามกลางความร้อนอบอ้าว ยานพาหนะแล่นผ่านไปมา ฝูงชนเดินกันควักไขว่ที่สถานีรถไฟฟ้า ทั้งนักเรียน นักศึกษาและคนทำงาน
..กรุงเทพมหานคร
กองถ่ายในสตูดิโอพากันทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพราะนางแบบให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สมกับเป็นมืออาชีพ หญิงสาวสูงร้อยหกสิบแปด ผิวขาวอมชมพู ใบหน้าเฉี่ยวคมที่ยังมีเค้าโครงไทยดูมีเสน่ห์ไม่แพ้กับสไตล์นางแบบของแท้ เธอโพสท่าอย่างชำนาญ
ทำทีมงานกระตือรือร้นว่าวันนี้คงได้กลับบ้านไว
“ดีมากครับคุณพราว เหลือเซ็ทสุดท้ายที่ต้องถ่ายนะครับวันนี้”ตากล้องเงยหน้าขึ้นมองหน้าหญิงสาวที่เดินมาตรวจดูรูปของตนเอง “ได้ค่ะ”เธอยิ้มให้
“น้องพราวขา รับงานละครอีกสักเรื่องดีไหมลูก ไม่เหนื่อยมากหรอกค่ะ แค่นี้กำลังดี”ผู้จัดการเดินเข้ามาหาคนจ้างในขณะที่เธอกำลังให้ทีมงานซับหน้าให้อยู่
“แต่เดือนนี้พี่พจน์รับงานให้พราวไปสองงานแล้วนะคะ พราวมีธุรกิจที่ต้องดูแลด้วย ไม่อยากเหนื่อยมากค่ะพี่”
“ว้ายตาย! น้องพราว! อย่าเรียกพี่พจน์สิลูก เรียกพิ้งกี้ค่ะลูกขา”พิ้งกี้ร้องวี้ดว้ายเมื่อได้ยิน ‘พราววลิน’ พูดถึงชื่อเก่าเก็บของนาง
“ขอโทษค่ะพี่พจน์ เอ๊ย! พี่พิ้งกี้”พราววลินยิ้มร่าพูดเล่นหัวเราะคิกคักกับผู้จัดการ
พราววลิน อาชาภักดิ์ ดาวประดับค้างฟ้าไม่แพ้ จี จีรัณณ์ เธอเข้าวงการมายาตั้งแต่อายุสิบแปดปี โดยมีพิ้งกี้หรือพจน์ผ่านไปเจอในขณะที่เธอกำลังทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองกรุง
ช่วงนั้นเป็นช่วงชีวิตของเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่ต้องฝ่าฟันแสดงฝีมือ
แสดงความสามารถ เป็นทั้งตัวประกอบ เป็นทั้งนางแบบในงานต่าง ๆ จนจุดสูงสุดได้เป็นถึงนางร้ายและนางเอกมากฝีมือ พร้อมกันนั้นเธอยังเป็นลูกรักของนุชฤดีหรือใครก็ต่างเรียกว่า มาดามนุช เจ้าแม่วงการแฟชั่นโชว์
พร้อมกันนั้นความพยายามที่เป็นเลิศของเธอ ก็ยังทำให้เธอเป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางแบรนด์ ‘พราว’ หรือตัวย่อว่า ‘PL’ ซึ่งกำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้
ชีวิตดีจนผู้คนอิจฉา และจะอิจฉามากกว่านี้ เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับ ‘อาจารย์หมอภูภูมิ ฉัตรเกล้า’ ที่ทั้งหน้าตาดี ฐานะดีและนิสัยดีราวกับเจ้าชาย
เจ้าหญิงและเจ้าชายคู่กันนั้นถูกแล้ว
“แล้วสรุปว่าหนูจะรับงานอีกไหม พี่จะได้รีบคอนเฟิร์ม”
หลังจากที่ถ่ายงานเสร็จ ในขณะที่กำลังขับรถกลับนั้น พิ้งกี้ก็หันมาถามคนนั่ง
ข้าง ๆ ที่กำลังไล่เช็คโซเชียลอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่สายตาเจ้ากรรมของพราววลินก็ดันพบเข้ากับ ‘ข่าวธุรกิจของครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง’ ทำให้เธอไม่ได้ฟังในสิ่งที่ผู้จัดการได้เอ่ยออกมาเลยแม้แต่น้อย “น้องพราว?”หล่อนเรียก
“คะ?! อะไรนะคะ”
“เป็นอะไรน่ะลูก มีคนก่อดราม่าเหรอ”
“เปล่าค่ะ เมื่อกี้พี่พิ้งกี้ว่ายังไงนะคะ”มือเรียวกดปิดมือถือและปั้นหน้ายิ้ม แต่มันไม่ได้รอดพ้นสายตาของพิ้งกี้จึงทำให้ผู้จัดการเงียบไป ก่อนจะเอ่ยคำถามขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่ถามว่าหนูจะไม่รับอีกจริง ๆ ใช่ไหม พี่จะได้แคน ”
“อืม..”
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ คิวเต็ม”
“โหย เสียดายอะ แต่ไม่เป็นไรค่ะลูก ไม่รับก็ไม่รับ แล้วนี่จะไปหาคุณหมอสุดที่รักต่อรึเปล่าเอ่ย พี่จะได้ไปส่ง”พิ้งกี้กล่าวด้วยความเสียดายแทน แต่ก็แทรกมาด้วยน้ำเสียงกระเซ้า
ที่อารมณ์ของพิ้งกี้เปลี่ยนกลับไปกลับมาเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า ต่อให้พราวลินจะไม่รับงานละคร พรีเซนเตอร์ อีเว้นท์หรือเดินแบบเป็นปี ๆ ก็ไม่ได้ทำให้เงินของพราววลินลดลงได้ เพราะหญิงสาวเป็นคนทำมาเท่าไรก็เก็บเสมอ และจัดสรรปันส่วนได้เป็นอย่างดี ทั้งเงินเก็บส่วนตัว เงินสำรองยามฉุกเฉิน เงินในส่วนใช้จ่ายค่าต่าง ๆ และเงินลงทุน เพราะแบบนี้จึงทำให้ภาพลักษณ์ของหญิงสาวดูเพอร์เฟคมาเสมอไม่เคยเปลี่ยน ทำให้รุ่นน้องกว่าครึ่งค่อนในวงการมายายึดถือเธอเป็นแบบอย่างในการจัดการเงินในกระเป๋าตนเอง
“แหม รู้ใจจังเลยค่ะ วันนี้พี่ภูอยู่เวรด้วย เดี๋ยวพราวซื้อข้าวไปให้ด้วยดีกว่า”
“ได้เลย จัดไปค่ะคุณน้อง”
สาวเจ้าก้าวเท้าลงจากรถพร้อมกับถุงผ้าใส่อาหาร มือเรียวยกมือขยับแว่นดำเล็กน้อย ผมยาวสลวยลอนใหญ่ปลิวไสวเบา คอระหงเชิดใบหน้าตรง อกผายไหล่ผึ่งสมส่วน รองเท้าส้นเข็มสีแดงจรดลงบนพื้นทีละก้าว การเดินสมกับเป็นมีอาชีพ
ผู้คนที่เธอเดินผ่านมองเหมือนคุ้นตา คนจำได้ก็หันไปมองโปสเตอร์โฆษณาของโรงพยาบาลสลับกับตัวจริง แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปขอถ่ายรูปด้วย เพราะคิดว่า หญิงสาวคงมีธุระที่ต้องจัดการเป็นส่วนตัว
“สวัสดีค่ะ”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นที่เคาท์เตอร์หน้าแผนกตรวจโรคเฉพาะทางของโรงพยาบาลเอกชน รองหัวหน้าพยาบาลประจำเคาท์เตอร์เงยหน้าขึ้นมอง จากแววตาที่ยังเนือย ๆ เพราะความเหนื่อยล้าจากการเข้าเวรอยู่ก็ตาลุกวาวรีบลุกขึ้นยืนทันที
“คุณพราววลิน!”เสียงตกใจปนดีใจของรองหัวหน้าพยาบาลสาวทำให้พราววลินยิ้มให้ทันควันปนกับเลิกคิ้วแปลกใจพร้อมกับถอดแว่นตากันแดดออก
“เอ่อ มีอะไรหรือเปล่าคะ”เธอถาม
“คุณพราววลินจริง ๆ ด้วย”
“เรียกพราวก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นหรอก”
“โอ๊ย! ทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ คือ..คือ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ มาถ่ายได้เลย”แม้จะนิ่งค้างไป แต่ก็เอ่ยอนุญาต รองหัวหน้าพยาบาลสาวจึงรีบวิ่งออกมาหาคนที่โดนขอถ่ายรูป พอถ่ายเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่า พราววลินคงมีธุระกับอาจารย์หมอของตน “คุณพราวมาหาอาจารย์ภูใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ พี่ภูอยู่หรือเปล่าคะ พอดีพราวเอาข้าวเย็นมาให้”
“อยู่ค่ะอยู่ แหม วันนี้โชคดีจริง ๆ ค่ะ ที่ได้เจอคุณพราวตัวเป็น ๆ ตอนที่คุณพราวมา อุ้ยคลาดกับคุณพราวตลอดเลย อุ้ยน่ะชอบคุณพราวม๊ากมากเลยค่ะ อ้อ! ละครที่คุณพราวเล่นไป อุ้ยดูแล้ว สนุกมากเลยนะคะ เล่นได้ร้ายสะใจอีช้อยมาก เอ...ว่าแต่เมื่อไรคุณพราวจะรับงานละครอีกเหรอคะ”ว่าไปก็พาคนที่ตนชื่นชอบเดินไปที่ห้องของอาจารย์หมอภูภูมิ
“พราวยังไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะ แต่พอแต่งงานก็ไม่น่าจะได้ทำงานตรงนี้ต่อแล้ว...เอ่อ แต่ว่าพราวลืมซื้อขนมมาฝากพวกพี่ ๆ เลย ขอโทษนะคะ ไว้วันหน้าพราวจะซื้อมาฝาก แล้วก็ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ”พราววลินยิ้มสดใสและก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นการขอบคุณ
ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกประทับใจในตัวของคนที่เจ้าหล่อนมองเป็นไอดอลคนนี้มากขึ้น
แต่เมื่อมาถึงจนรองหัวหน้าพยาบาลสาวลาลับสายตาไป ยังไม่ทันที่พราววลินจะได้เคาะประตูห้องตรวจ บานประตูก็ถูกเปิดออกมาเสียก่อน ทำให้พราววลินชะงักมือและมองคนที่กำลังจะเดินออกมา และผู้หญิงคนนี้ก็ ‘เป็นคนที่เธอรู้จักดี’
‘รุ้งแก้ว ดุจประการรัตนา’
‘น้องสาวคนละแม่’ หรือ ‘ลูกเมียน้อย...ของพ่อเธอ’
“พี่พราว”
“ใครเป็นพี่เธอ”
พราววลินสวนกลับแทบจะทันที สายตาของเธอเปลี่ยนไปจากที่เป็นมิตรกลับมีแต่ความเย็นชาให้กับหญิงสาวตรงหน้า ทำให้รุ้งแก้วหน้าถอดสี แต่ก็กลับมายิ้มให้พี่สาวต่างแม่เหมือนไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่
“คุณพราวมาหาอาจารย์เหรอคะ เชิญเลยค่ะ อาจารย์อยู่ด้านใน”น้องสาวต่างแม่ปรับสรรพนามการเรียกให้เป็น ‘ปกติ’ อย่างทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวที่
พราววลินพึงพอใจมากที่สุดเท่าที่รุ้งแก้วจะทำได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาจนจำความได้ พราววลินเป็นพี่สาวคนโตของบ้านดุจประการรัตนาและบ้านอาชาภักดิ์ หญิงสาวคนสวยนั้น เมื่ออยู่กับน้อง ๆ เธอจะมีนิสัยอ่อนโยนและเป็นพี่สาวที่รักน้อง ๆ ของตนเองทุกคน แต่คนที่พราววลินไม่เคยพึงพอใจเลยก็คือรุ้งแก้ว เหตุผลก็มีอยู่เพียงข้อเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ
รุ้งแก้วเป็นลูกเมียน้อย...ผู้หญิงที่มาแย่งพ่อของหญิงสาวไป
พราววลินไม่เคยภูมิใจและพึงพอใจอะไรในตัวของรุ้งแก้วแม้แต่น้อย
ไม่ว่ารุ้งแก้วจะทำดีแค่ไหนก็ตาม
แต่การปรับสรรพนามและน้ำเสียงของรุ้งแก้วในคราวนี้ มันทำให้ความรู้สึกเอะใจบางอย่างของพราววลินเริ่มทำงาน แม้ว่านี่จะเป็นอาชีพและหน้าที่ที่รุ้งแก้วต้องกระทำก็ตาม
แต่มารดาของผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อยพ่อของเธอ ทั้งพ่อของเธอและแม่ของรุ้งแก้วทำให้คำว่าครอบครัวของเธอและน้องชายอีกสองคนต้องพังพินาศไปต่อหน้าต่อตา ต่อให้เป็นคนละคน แต่สันดานเมียน้อยมันต้องตกมาถึงลูกบ้างล่ะ
‘พอ ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องเก่านะพราว’
แต่ด้านดีก็ทำให้พราววลินถอนหายใจออกมา หญิงสาวคนสวยปรับสีหน้าให้เป็นปกติและเดินผ่านน้องสาวต่างแม่เข้าไปหาคนรักที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่
เธอทำราวกับว่า รุ้งแก้วเป็นอากาศธาตุไปเสียอย่างนั้น
“พี่ภูคะ พราวเอาข้าวเย็นมาให้ นี่! ของโปรดของที่รักทั้งนั้นเลย”
“พราว!”
“ขอบคุณนะคะที่รัก รู้ใจพี่ที่สุด”อาจารย์หมอกลับมามีรอยยิ้มบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อได้เห็นว่าคนรักเดินทางมาหาถึงที่ ชายหนุ่มสูงร้อยแปดสิบห้า ลุคสมาร์ท ผิวขาวใยบัว ใบหน้ามนราวพระเอกลิเกแต่ก็มีความตี๋เพราะมีเชื้อจีน ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานพร้อมกับเดินเข้ามาหอมแก้มของหญิงสาวคนรัก ทำให้พราววลินรีบตีเขาเบา ๆ ด้วยความเขิน
“พี่ภู! เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอกค่ะ”
“ไม่มีใครเห็นหรอกครับที่รัก”
“เออ! วันหยุดนี้เราไปดูแบบการ์ดงานแต่งงานกันดีไหม”เขาว่าก่อนดึงเก้าอี้ให้
พราววลินนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตน “ขอบคุณค่ะ อืม..ก็ได้นะคะ แต่พราวอาจจะต้องไปไหว้หลวงตาก่อน พี่ภูจะไปกับพราวไหมคะ”พูดถึง ‘หลวงตาปราบปริญ’ ผู้มีศักดิ์เป็นคุณตาแท้ ๆ ของเธอ
“ไปสิ พี่จำได้ว่าไม่ได้ไปหาท่านมานานแล้ว ถือโอกาสนิมนต์ท่านด้วยเลย”
....
ตะวันรุ่งยามเช้าที่วัดใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่ ชาวบ้านระแวกวัดเดินเข้าออกทำบุญกันเป็นประจำ นักท่องเที่ยวเดินขึ้นที่ท่าน้ำฝั่งท่าเรือจ้าง เพื่อมาชมความงามของวัดวาอารามและมาทำกิจกรรมกับครอบครัวที่ชุมชนแหล่งรวมความรู้และวัฒนธรรม
“พี่ไข่นุ้ย ถือดี ๆ สิพี่ เดี๋ยวนายหัวเขาก็ว่าเอาหรอก”เสียงหญิงสาวอายุยี่สิบแปดบอกกับคนอายุมากกว่าสองปีเป็นภาษาใต้ ในมือของ ‘ไข่นุ้ย’ และหญิงสาวถือสังฆทานเต็มทั้งสองข้าง ตัวเดินโยกเยกไปมาเพราะความหนักจากของในมือ
“เออ รู้แล้วน่า แล้วนายหัวอยู่ไหน”ไข่นุ้ยมองหาเจ้านาย
“น่าจะอยู่กับพระท่านข้างในนะพี่ เราเข้าไปกันก่อนเถอะ ค่อยไปเดินหาทีหลัง”
สองลูกจ้างพยักหน้าให้กันพร้อมเดินเข้าไปหาเจ้านายซึ่งเดินเข้าไปในวัดก่อนหน้านั้น พอเดินเข้าไปแล้วก็พบว่า นายหัวลูกครึ่งของตนกำลังพูดคุยอยู่กับเจ้าอาวาสอยู่ที่ศาลาการเปรียญ
ชายร่างสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตร อายุสามสิบแปดปี หน้าคมลูกครึ่งไทย-สเปน
หุ่นดีสมส่วน ผิวแทนแต่ไม่มากนัก อกผายไหล่ผึ่งบุคลิกดี ดูรู้ว่าผ่านการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี และกิริยาท่าทางก็เข้ากับทรงผมปอมปาร์ดัวและการแต่งกาย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนพร้อมกางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าคัทชูหนังสีน้ำตาลเข้มราคาแพง
“ปีนี้แม่ไม่ได้มา ก็เลยฝากผมมาทำบุญแทนครับหลวงตา”เขากล่าวกับเจ้าอาวาสวัดหรือหลวงตาปราบปริญ ผู้ซึ่งในอดีตเป็นเพื่อนรักคุณตาของเขาที่เสียชีวิตไปแล้วกว่าสิบปี
“อนุโมทนาบุญกับโยมแม่ด้วยนะ ว่าแต่โยม ๆ เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะนี่ อยู่สบายดีกันทุกคนไหม”เสียงแหบแก่ของเจ้าอาวาสสิริอายุแปดสิบแปดปีเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของครอบครัวที่คุ้นเคยกันมานาน
“ทุกคนสบายดีครับหลวงตา พ่อกับแม่ไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่สเปน ตอนนี้ยังไม่กลับเลยครับ สงสัยจะอยู่ยาว ส่วนยายปัทท์ตอนนี้ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วล่ะครับ”กล่าวถึงน้องสาวเพียงคนเดียว ผู้ซึ่งเป็นลูกหลงของบิดาและมารดา
‘ปัทท์’ หรือ ‘ปัญณพร อันตานิดา’ เด็กสาวอายุสิบแปดปีบริบูรณ์ ปัญณพรเป็นลูกหลงของ ‘อันโตนิโอ’ และ ‘นิรดา’ ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่อายุเข้าเลขหกแล้ว
บิดาชาวสเปนและมารดาชาวไทยมีเขาตั้งแต่อายุยี่สิบห้าปี ทั้งสองคนพยายามที่จะมีลูกอีกคนมาตลอด เพราะอยากให้ลูกชายได้มีน้องชายหรือน้องสาวสักคน แต่มันก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งทั้งคู่อายุสี่สิบห้าปี ความพยายามนั้นก็ประสบผลสำเร็จได้ลูกสาวตัวน้อย ๆ ออกมาให้ชื่นใจ แต่กว่าจะมีได้ ลูกชายคนโตก็อายุไปกว่ายี่สิบปีแล้ว แทนที่จะโตไล่เลี่ยกัน
กลับกลายเป็นว่า ลูกชายต้องมาเลี้ยงน้องสาวที่แทบจะเป็นลูกแทน
“นายหัวครับ สังฆทานครับ”ไข่นุ้ยและ ‘หนูเล็ก’ ค่อย ๆ เดินเข่าเข้ามาอย่างสำรวมและดันของทำบุญเข้ามาให้กับผู้เป็นเจ้านาย หลังจากนั้นเจ้าอาวาสก็ได้กระทำการประกอบกิจการกุศลให้กับ ‘นายหัวอดิศร’ ผู้เป็นตาของ ‘นายหัวรามินทร์ อันตานิดา’ หรือ
‘นายหัวราม’
“หลวงตาคะ”แต่ทันทีที่กล่าวอาราธนาจบ ญาติโยมชายหญิงคู่หนึ่งก็พากันเข้ามาหาท่าน เสียงหญิงสาวเอ่ยเรียกหลวงตาปราบปริญด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า ทำให้หนูเล็กหันไปมองคนมาใหม่และใช้มือแตะสะกิดไข่นุ้ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จนรามินทร์หันไปมองลูกน้องของตน
“อะไรของแกยายหนูเล็ก”ไข่นุ้ยถาม “ดาราพี่ ดารา!”กระซิบตอบด้วยความตื่นเต้น
“เจริญพรโยมพราว โยมหมอภู”หลวงตายิ้มให้
นายหัวรามินทร์ยังคงมองค้างอยู่ที่คนมาใหม่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติได้ว่าที่นี่ คือ
วัดวาอารามก็สะบัดหัวเล็กน้อย แต่การกระทำของเขาก็สามารถดึงความสนใจจากพราววลินไปได้มาก หญิงสาวและชายหนุ่มมองหน้ากันอยู่สักพักก็หันกลับมาหาเจ้าอาวาสเช่นเดิม
ส่วนนายหัวรามินทร์ก็ลากลับออกไปเพราะมีธุระต้องไปคุยกับหุ้นส่วนต่อ
ผู้ชายคนนี้หน้าคุ้นจัง กลับกันพราววลินก็มีอะไรในใจ เธอคิดและพยายามนึกว่าเคยเจอที่ไหนแต่ก็โดนภูภูมิสะกิดเรียกสติให้กลับไปมองคนที่ตนมาเยี่ยม
บทล่าสุด
#28 บทที่ 28 ตอนที่ 21 ไม่ได้ดีที่สุด แต่เข้าท่าที่สุด (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#27 บทที่ 27 ตอนที่ 20 คำขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#26 บทที่ 26 ตอนที่ 19 เวรกรรม
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 18 รู้
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#24 บทที่ 24 ตอนที่ 17 ขาดไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#23 บทที่ 23 ตอนที่ 16 เป็นเพราะใคร
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#22 บทที่ 22 ตอนที่ 15 ขอ
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#21 บทที่ 21 ตอนที่ 14 ผู้ไม่หวังดี
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#20 บทที่ 20 ตอนที่ 13 คู่จิ้น คู่ขวัญ คู่ใจ
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#19 บทที่ 19 ตอนที่ 12 รักแท้ต้องใช้เวลา
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย้ำรักเลขา NC-20
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”













