บทนำ
บท 1
“ในที่สุดก็จบสักที คราวนี้จะนอนพักให้ชุ่มปอดเลย เหนื่อยมาหลายวันขอสักตื่นเถอะ” น้ำเสียงแสดงความโล่งอกถอนหายใจยาว
ก่อนที่เธอจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะโดยที่ไม่รู้เลยว่าเรื่องราวที่ตนได้ขีดเขียนเอาไว้นั้นจะทำให้ตัวละครในเรื่องขอแลกวิญญาณให้เจ้าของเรื่องได้เข้ามาใช้ชีวิตแทนตนเอง
หนิงอันคือชื่อของเจ้าของร่างที่กำลังหลับสนิทอยู่ในขณะนี้ เธอมีอาชีพแต่งนิยาย แม้จะไม่ถึงกับโด่งดังแต่ก็มีผลงานออกมาให้นักอ่านได้เสพความสุขกันอย่างต่อเนื่อง
นิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบความสงบเฉกเช่นชื่อของตน ดังนั้นหลังจากพ่อแม่เสียชีวิตไปจึงอาศัยอยู่คนเดียวมาโดยตลอด มีเพื่อนอยู่หนึ่งคนซึ่งก็คือบ.ก.สำนักพิมพ์ที่กำลังรอผลงานเรื่องที่แต่งค้างอยู่
ในเช้าวันต่อมามีเสียงเคาะประตูหน้าห้องพักของหญิงสาวผู้สันโดษทว่าไร้ซึ่งการตอบรับ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากขาดการติดต่อจากเจ้าของห้องไปตั้งแต่เมื่อวาน
ภายในห้อง ร่างโปร่งแสงของหนิงอันกำลังยืนมองสภาพร่างอันไร้ลมหายใจของตนหลังจากตายมาได้หนึ่งคืนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จะว่าเสียใจก็ไม่เชิง ไม่เสียใจก็ไม่ใช่ เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้เธอต้องห่วง นิยายที่ตนแต่งค้างไว้ก็จบลงเรียบร้อยดี เสียงร้องไห้ของข่ายซินช่วยเรียกสติเจ้าของร่างโปร่งแสงให้หลุดจากภวังค์หลังจากที่หล่อนติดต่อหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยเปิดประตูห้อง
“ฉันแต่งนิยายให้พี่จบแล้ว พี่ต้องดีใจสิไม่ใช่ร้องไห้” วิญญาณของหนิงอันกล่าวอยู่ข้างหูของหญิงสาวผู้ผูกผมหางม้าแผ่วเบา ทำให้ข่ายซินรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ ‘อย่ามาหลอกฉันเลยนะ เอาไว้จะเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้’ ยังไม่ทันที่หนิงอันจะพูดอะไรเพิ่ม ก็ได้มีลมหอบใหญ่มาโอบล้อมร่างโปร่งแสงของเธอ จากนั้นภายในห้องก็ปราศจากร่างวิญญาณของหญิงสาว
หนิงอันรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นอย่างมาก เมื่อลมหยุดนิ่ง รอบด้านของตนก็มีแต่ความเงียบสงบไร้ซึ่งสรรพเสียงใด ๆ มีเพียงแค่ลมพัดแผ่วเบา
“มาแล้วอย่างนั้นหรือ วิญญาณผู้โดดเดี่ยว” เสียงแหบแห้งดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า
หนิงอันมองซ้ายแลขวาสีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ “ไม่ต้องหาเราหรอก ยังไงเจ้าก็ไม่มีทางเห็นหากว่าเราไม่ปรากฏกาย” น้ำเสียงนั้นกล่าวออกมาอีกครั้งคล้ายขบขัน
“คุณเป็นใครคะ ที่นี่คือที่ไหน” หนิงอันสงบสติอารมณ์ถามออกไป
“เจ้าไม่ต้องรู้หรอก สาเหตุที่เจ้าต้องมาที่นี่เป็นเพราะมีเด็กคนหนึ่งมาร้องทุกข์ต่อเราว่าเจ้าทำร้ายนางและครอบครัวอย่างแสนสาหัส เจ้าฟังให้จบก่อน
เด็กคนนั้นจึงอยากให้เจ้าไปใช้ชีวิตแทนนาง ที่ตอนนี้ดวงจิตของนางขอมาเป็นผู้รับใช้ของเรา เอาละเจ้าพูดได้แล้ว” เสียงแหบพร่านั้นตอบคำถามของหญิงสาวก่อนที่จะพูดหยุดนางในคราวเดียว
เพื่อให้ตนพูดจนจบเสียก่อน หนิงอันที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดจึงได้เปิดปากขึ้นทันทีหลังได้ยินคำอนุญาต
“ฉันขอค้านค่ะ ตั้งแต่เกิดมามดแมลงยังไม่เคยฆ่าเลยนะคะ แล้วฉันจะกล้าไปทำร้ายครอบครัวของเด็กน้อยที่ไหนกัน” หนิงอันกล่าวเสียงดังอย่างมั่นใจ
“ในชีวิตจริงของเจ้านะไม่ใช่ แต่สิ่งที่เจ้ารังสรรค์ขึ้นมานั้นได้ทำลงไปแล้ว เจ้าลองไตร่ตรองดูให้ดี เอาละตอนนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วเจ้าจงไปซะ
หลังจากมีชีวิตใหม่แล้วจงใช้ชีวิตให้ดีมีความสุขนะ ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป บางทีอาจจะวุ่นวายด้วยซ้ำ” น้ำเสียงนั้นกล่าวอวยพรพร้อมคำกล่าวทิ้งท้ายเสียงเบาทำให้หนิงอันไม่ได้ยินประโยคหลัง หนิงอันส่งเสียงกรีดร้องตามกระแสลมที่หมุนวนอย่างรวดเร็วปานนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
คล้อยหลังวิญญาณของหญิงสาวจากไปก็ได้มีหนึ่งร่างเล็กทำผมทรงซาลาเปาคู่กับหนึ่งร่างผู้เฒ่าเคราขาวปรากฏกายออกมาท่ามกลางความว่างเปล่า
“เจ้าเลือกนางแน่แล้วอย่างนั้นหรือ” ชายชราถามเด็กน้อยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
“เจ้าค่ะ ในเมื่อนางเป็นผู้ขีดเขียนเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมา เป็นนางนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว อีกอย่างข้าหวังว่าพี่ชายน่าจะพึงใจ” เด็กน้อยผู้มีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูพูดอย่างซุกซนพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“เจ้านี่นะซนจนได้เรื่อง แม้ส่วนหนึ่งจะเกิดจากผลงานของนางแต่เจ้าอย่าลืมสิเป็นเพราะเจ้าส่วนหนึ่ง จึงทำให้ตัวละครของนางมีชีวิต เส้นทางในเรื่องจึงได้เปลี่ยนไปไม่ใช่เหรอ” ผู้เฒ่าเคราขาวแย้งพลางจับหัวเด็กน้อยอย่างมันเขี้ยว
“โธ่! ท่านปู่เจ้าคะ การที่ข้าทำแบบนี้นางจะต้องดีใจอย่างแน่นอน ก็ในตอนนั้นข้าแอบอ่านเรื่องของนางแล้วทำให้สงสารครอบครัวเด็กคนนั้น จนคิดว่าเป็นตัวเองก็เลยควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก..ก็เลยทำให้พลังของข้าถ่ายทอดไปยังตัวละครในนั้น อีกอย่างข้ายังเด็กท่านก็รู้ ข้าเองก็เสียใจเพราะแบบนี้พี่ชายผู้แสนดีเลยต้องมารับโทษแทนด้วย ดังนั้นในเมื่อนางเป็นผู้ขีดเขียนเรื่องนี้ประจวบเหมาะกับการหมดอายุขัยพอดี
ข้าจึงคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมเท่านางในการไปแก้ไขเรื่องราวในโลกนั้นอีกแล้ว อีกอย่างโลกที่นางไปนั้นมีครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ข้าจึงคิดว่านางคงมีความสุข เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นคนดี ที่สำคัญไม่แน่ว่านางอาจจะเจอด้ายแดงของตนที่คลาดกันมาหลายภพชาติก็ได้นี่เจ้าคะ” เด็กน้อยกล่าวแก้ตัวออกมายืดยาว
“เหตุผลของเจ้านี่ช่างมากเสียเหลือเกิน ทำเหมือนว่าจะหวังดีที่ไหนได้ก็มาจากความซนของตนล้วน ๆ เอาเถอะบางทีนางอาจจะมีความสุขจริงก็ได้” ชายชราเคราขาวลูบเคราของตนสีหน้าเหม่อมองไปยังทิศทางที่หญิงสาวคนนั้นเพิ่งจากไป
ภายในจวนตระกูลบัณฑิตหยูกำลังอยู่ในความโกลาหลเมื่อคุณหนูน้อยของจวนเกิดตกน้ำ
“ไปตามหมอมาหรือยัง ฮือ ๆ ลูกสาวผู้น่ารักของข้าเหตุใดจึงได้เกิดเหตุการณ์ร้ายเช่นนี้ได้” เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังมาจากหญิงสาวผู้กำลังตระกองกอดร่างของหนูน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังนอนหายใจแผ่วเบา
“เหตุใดเจ้าไม่พาหลานของข้าไปเปลี่ยนชุดมัวแต่ร้องไห้อยู่นั่น หากนางอาการหนักมากกว่าเดิมก็ต้องโทษแม่ไม่ได้ความอย่างเจ้านี่แหละ” เสียงอันมีอำนาจของหญิงวัยห้าสิบห้าตวาดหญิงสาวคนนั้นดังลั่น จนนางและบ่าวรับใช้พากันตัวสั่นอย่างครั่นคร้าม
“เจ้ารีบมาช่วยข้าเร็ว” หญิงสาวจึงได้รู้สึกตัว
หลังจากที่นางและบ่าวรับใช้จัดการเช็ดตัวรวมถึงเปลี่ยนชุดให้เด็กหญิงเรียบร้อยก็ประจวบเหมาะมีหมอผู้เฒ่าท่านหนึ่งเดินตามเด็กรับใช้อีกคนเข้ามาพอดี หลังหมอชราตรวจอาการของเด็กหญิง เขาก็เขียนใบสั่งยาส่งให้ฮูหยินเจ้าของจวน จากนั้นก็รีบร้อนจากไป ‘เด็กคนนี้หากพ้นคืนนี้ก็รอด หากไม่เห็นทีคนผมขาวต้องส่งคนผมดำเสียแล้ว’ เขาคิดอย่างเสียดาย ทว่าหมอเฒ่าไม่คิดเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ออกมาแม้ครึ่งคำ
ร่างกายน้อยผู้นอนอยู่บนเตียงตัวร้อนดั่งเปลวเพลิง ใบหน้าเล็กแดงก่ำ ผู้เป็นมารดาได้แต่คอยเช็ดตัวป้อนยาสีหน้าแสดงความเศร้าหมอง ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าก็มีสีหน้าย่ำแย่ไม่แพ้กันเนื่องจากเด็กน้อยเป็นหลานเพียงคนเดียวของตระกูล อีกทั้งในเวลาปกติเด็กหญิงก็ช่างเจรจาออดอ้อนเก่งทำให้นางรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อยทีเดียว
ท่ามกลางความเงียบ เสียงเปิดประตูห้องของเด็กน้อยก็ดังขึ้นพร้อมกับการมาของชายหนุ่มร่างผอมสูงผิวขาวใบหน้าหล่อเหลา
“ท่านแม่ เสี่ยวอันเป็นยังไงบ้างขอรับ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกับแววตาที่มองไปยังร่างเล็กของบุตรสาวผู้นอนไม่ได้สติ
“ไข้ขึ้นสูงยังไม่ฟื้นเลย ช่วงนี้เป็นฤดูเหมันต์เจ้าก็รู้ นางพลัดตกลงไปในน้ำอันเย็นจัดกว่าจะถูกช่วยขึ้นมา” หญิงชรากล่าวเสียงเนิบพลางถอนใจดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นเศร้า
“นางจะต้องไม่เป็นอะไรขอรับ” ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวเสียงเบาอย่างคาดหวัง หญิงสาวผู้กำลังเช็ดตัวให้บุตรตัวน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของสามีน้ำตาของนางก็ไหลออกมาอีกครั้ง
หยาดน้ำอุ่นร้อนตกลงกระทบบนหน้าเล็กของเด็กหญิงผู้ที่กำลังนอนคิ้วขมวดเข้าหากัน เสียงพึมพำไม่ได้ศัพท์ดังออกมาจากปากแดงเล็ก ทำให้คนสามคนภายในห้องต่างพากันมองไปยังเธอเป็นตาเดียว
อันอันพยายามจะลืมตาทว่าไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่เปลือกตาก็รู้สึกหนักอึ้ง ‘ร่างกายเป็นของฉัน แกต้องทำตามที่เจ้าของต้องการสิ’ อันอันคิดอย่างไม่ยอมแพ้ จนในที่สุดเด็กน้อยก็เปิดเปลือกตาของตนได้สำเร็จ ทันทีที่ลืมตาตื่นและปรับดวงตาอยู่สักครู่
“เหวอ!” เจ้าตัวก็ส่งเสียงร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของคนสามคนที่ตนไม่เคยเห็นหรือรู้จักมาก่อนอยู่ในระยะกระชั้นชิด
‘เราโดนลักพาตัวมาอย่างนั้นเหรอ แย่แล้วจะหนีออกไปได้ยังไง นะนั่นผู้หญิงคนนั้นยกมือเข้ามาใกล้ใบหน้าของเราด้วย’ อันอันคิดอย่างหวาดหวั่น
ทว่า แปะ ‘ความอบอุ่นนี้มันคืออะไรกัน เราจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแต่มันก็นานมากแล้ว
“ท่านแม่ยาได้ผลแล้วเจ้าค่ะ เสี่ยวอันไข้ลดลงแล้ว” น้ำเสียงของหญิงสาวคนนั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจ
“อย่าร้อง” น้ำเสียงอันแหบแห้งของเด็กหญิงรู้สึกปวดใจยามเห็นหญิงคนนี้หลั่งน้ำตาเอ่ยห้ามออกมา แต่ก็ต้องตกใจกับเสียงอันแหบแห้งของตน
‘ทำไมเสียงของเราเหมือนเป็ดเลยล่ะ เจ็บคอด้วยฮือ ๆ เกิดอะไรขึ้น อะ! น้ำตาไหลออกมาได้ยังไง’ หนิงอันรู้สึกมึนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับตัวเองเนื่องจากดูเหมือนว่าในตอนนี้เธอคล้ายไม่ใช่เธอ
“อันอันเด็กดี ลูกปลอดภัยก็ดีแล้วไม่ต้องร้องไห้นะ พ่อจะอยู่กับเจ้า” เสียงอันอ่อนโยนดังมาจากริมฝีปากบางของชายหนุ่มรูปงามทำให้หนิงอันอ้าปากเหม่อมองชายหนุ่มจนตาค้าง
“เจ้าลูกบ้า เจ้าทำอะไรให้หลานสาวของข้าตกใจ” หญิงชราตวาดบุตรชายเสียงดัง จากนั้นนางก็ส่งเสียงไอเพราะใช้เสียงมากเกินไป
“ท่านแม่ใจเย็น ๆ ขอรับอย่าโกรธ หากท่านเกิดป่วยขึ้นมาอีกคนพวกเราจะทำอย่างไร” ชายหนุ่มรีบปลอบมารดาอย่างเอาใจ
หนิงอันมองคนทั้งสามไปมาอย่างมึนงง ในขณะเดียวกันก็ได้ปรากฏภาพบางอย่างในสมองของตน
“มะ...ไม่! ไม่จริง” จู่ ๆ อันอันก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง ใบหน้าเริ่มซีดเผือด
“ตามหมอ พวกเจ้ารีบไปตามหมอ” ชายหนุ่มเจ้าของจวนรีบตะโกนขึ้นเสียงดังสั่งบ่าวรับใช้ที่อยู่หน้าห้องหลังเห็นอาการของเด็กหญิง
“เสี่ยวอันลูกรัก เจ้าเป็นอะไรบอกแม่มา” หญิงงามกอดลูกน้อยแนบอกน้ำตาร่วงเผาะถามไถ่เด็กหญิงอย่างเป็นห่วง
“เด็กดี เจ้าบอกย่ามาว่าเป็นอะไร ย่าจะตามหมอมารักษาเจ้า” หญิงชรานำมือที่เริ่มมีริ้วรอยลูบหัวเล็กของหลานสาวอย่างอ่อนโยนกล่าวเสียงโศก
ทำให้หนิงอันเริ่มรู้สึกตัว เธอจึงมองพวกเขาด้วยสายตาแห่งความสำนึกผิด “ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน” เด็กหญิงเอ่ยปากคล้ายกำลังจะร้องไห้
“เจ้าไม่ได้ทำอันใดเลยลูกรัก แค่เจ้าปลอดภัยก็พอ” ชายหนุ่มผู้นั้นบอกกับลูกสาวเสียงอ่อน ดวงตาทอประกายรักใคร่
“ท่านพ่อ! ฮือ ๆ ข้าผิดต่อท่านแล้ว” หนิงอันเรียกชายหนุ่มตามสัญชาตญาณพร้อมกับร้องไห้โฮจนตัวโยน
คนทั้งสามได้แต่มองหน้ากันไปมาเนื่องจากพวกเขาไม่เข้าใจว่าบุตรหลานตัวน้อยหมายความถึงเรื่องอะไร หนิงอันร้องไห้อยู่ในอ้อมอกของมารดาเนิ่นนานจนผล็อยหลับไป
“นางหลับไปแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงเบาในขณะเช็ดน้ำตาให้ลูกน้อยไปด้วย
“นางคงจะเพ้อเพราะพิษไข้นั่นแหละ ให้หลับไปสักพักก็ดี” หญิงชรากล่าวเสียงเนิบพร้อมกับขยับตัวออกห่างจากเตียงโดยมีบุตรชายกับหญิงผู้รับใช้อาวุโสเข้ามาช่วยพยุง
ภายในความฝันของหนิงอัน ในตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองจากคำบอกเล่าของเด็กหญิงตัวน้อยเจ้าของร่างเดิม
“ข้าขอโทษและรับปากกับเจ้าว่านับตั้งแต่นี้ต่อไปข้าหนิงอันจะขอดูแลครอบครัวนี้แทนเจ้าเอง” หนิงอันในร่างเล็กรับปากกับบุคคลในฝันผู้มีใบหน้าเหมือนตน
ครั้นแล้วเธอก็ลืมตาตื่น หลังจากปรับสายตาสักพักก็พอมองเห็นแสงสว่างอันเลือนรางได้จากแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เด็กหญิงพยายามลุกขึ้นนั่งเพื่อไม่ให้คนที่นอนเฝ้ารู้ตัว
ท่ามกลางแสงจันทร์อันสลัวเด็กหญิงจึงได้เดินไปหากระดาษกับพู่กันตามที่เธอเคยจดจำได้ จากนั้นก็ลงมือเขียนในสิ่งที่ตัวเองคิดเอาไว้ออกมา หลังจากเป่าจนหมึกแห้งเธอก็พับกระดาษใส่เอาไว้ในอกเสื้อ
“กรรมของข้าแล้วสิไม่น่าเลย หากรู้แบบนี้เขียนให้ครอบครัวนี้ไม่ต้องประสบเคราะห์กรรมหนักขนาดนี้ก็ดี” หนิงอันบ่นพึมพำพลางถอนใจอย่างปลงตก
บทล่าสุด
#168 บทที่ 168 ตอนพิเศษที่ 9 ไม่เจอกันนานเลยนะสหาย
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#167 บทที่ 167 ตอนพิเศษที่ 8 เด็กชายผู้ปากกัดตีนถีบ
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#166 บทที่ 166 ตอนพิเศษที่ 7 ข้าละทิ้งแซ่ของท่านไปนานแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#165 บทที่ 165 ตอนพิเศษที่ 6 ผู้หญิงของข้าใครก็ห้ามแตะ
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#164 บทที่ 164 ตอนพิเศษที่ 5 ข้าไม่ใช่ต้วนซิ่ว ข้าชอบเจ้าเพียงคนเดียว
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#163 บทที่ 163 ตอนพิเศษที่ 4 พี่สามข้าต้องป่วยหนักเป็นแน่
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#162 บทที่ 162 ตอนพิเศษที่ 3 เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#161 บทที่ 161 ตอนพิเศษที่ 2 สายสัมพันธ์ของพี่น้อง
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#160 บทที่ 160 ตอนพิเศษที่ 1 แม้รู้ล่วงหน้าก็ยากจะทำใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025#159 บทที่ 159 วันชื่น คืนสุข (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2025
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย้ำรักเลขา NC-20
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













