บทนำ
เมื่อผู้ชายที่ฉันวิ่งตาม ไม่เคยหันกลับมามอง
ฉันก็ได้แต่ใช้วิธีที่โง่งม เรียกร้องความสนใจด้วยการกรีดข้อมือตัวเอง
ผลคือ.. คนที่เสียใจที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นครอบครัว พ่อแม่ และก็ตัวฉันเอง
ในขณะที่เขาไล่ตามผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงที่มีค่า และสูงส่งเกินกว่าที่ฉันจะล่วงเกิน
ฉันทำได้แค่นั่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดใจ
แต่ฉันไม่ได้หูหนวก ตาก็ไม่ได้บอด ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ว่าที่ผ่านมามันไร้ค่าแค่ไหน
ในวันที่ฉันเลือกจะยอมรับความจริง ปล่อยมือจากความรักที่ว่างเปล่า
เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ...ฉันท้อง
ท้องลูกของฮาน!
บท 1
รู้ไหมผู้หญิงเจ็บที่สุดตอนไหน
...ตอนคลอดลูก
ฉันยังจำวินาทีที่เหมือนตายทั้งเป็นนั้นได้ดี มันทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน แล้วก็น่าเศร้าจนเผลอคิดว่าตายไปซะยังดีกว่า
แม่คนอื่นอาจจะคิดว่าการให้กำเนิดลูกคือสิ่งมหัศจรรย์และน่าภาคภูมิ แต่สำหรับฉันมันคือตราบาปที่ฝังรากลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ
ฉันรู้... เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดได้เพราะงั้นฉันถึงต้องทนกับความขมขื่นนี้ไปชั่วชีวิต
ฉันไม่ได้เกลียดลูกตัวเอง... เพียงแต่เวลามองหน้าลูกฉันจะรู้สึกเจ็บเสียดลึกๆ อยู่ข้างใน แม้ภายนอกฉันจะทำเหมือนไม่เป็นอะไร บอกกับใครใครว่าสบายดี แต่ความจริงมันไม่ได้ง่าย แอบร้องไห้คนเดียวก็หลายครั้ง บางวันเลี้ยงลูกเหนื่อยมากๆ ก็ถึงขั้นจิตตก คิดไม่ดี โทษตัวเองในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างพลีกายถวายวิญญาณให้กับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าในตัวฉัน
บ่ายวันอาทิตย์
หลังจากที่ตาหนูหลับไปแล้ว แม่กับลุงซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงกำลังช่วยกันจัดสวนอยู่ข้างนอก จู่ๆ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่กำลังง่วนอยู่กับการผสมดินปลูกผละมือไม่ได้ แม่จึงตะโกนเรียกฉันให้ออกมารับพัสดุเพราะคิดว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์ไม่ก็ขนส่งเอกชน
คนที่ยืนอยู่นอกรั้วกลับไม่ใช่พนักงานส่งของ แต่เป็นคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอที่นี่
ฉันนิ่งใบ้ วิญญาณเหมือนหลุดออกจากร่าง พูดอะไรไม่ออกไปหลายนาทีจนแม่กับลุงรู้สึกผิดสังเกตจำต้องวางงานในมือลุกขึ้นมาดูอย่างสงสัย
คนที่ยืนอยู่นอกรั้วยกมือไว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง เสร็จแล้วก็ยิ้มอ่อนหวานจนแม่ฉันเหมือนจะเคลิ้มไปแวบหนึ่ง ฉันเห็นแล้วยังตกใจ แต่ไม่ทันที่แม่จะซักถามอะไร เขาก็เอ่ยขึ้น
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมชื่อฮาน ผมเป็นพ่อของลูกเพนนี”
“จ๊ะ? ว่าไงนะ...”
แม่กะพริบตาอย่างไม่แน่ใจ พลางชำเลืองสายตามาทางฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ
ฉันอ้ำอึ้ง ลำคอจุกตันเหมือนโดนคนบีบเอาไว้ สมองพลันขาดเลือดชั่วขณะ นึกคิดอะไรไม่ออก ได้แต่สบถด่าทอคนที่อยู่นอกรั้วในใจ
ฮาน… จู่ๆ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ในเมื่อเขี่ยฉันออกจากชีวิตสำเร็จแล้ว จะกลับมาข้องแวะกันอีกทำไม
เขาพูดออกมาอย่างไม่กริ่งเกรง ราวกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนมาบ้านเพื่อนแล้วแนะนำตัวให้แม่เพื่อนรู้จัก ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล กระทั่งสีหน้าของเขาก็ยังสงบเยือกเย็นไม่แสดงความหวาดหวั่นที่ต้องพูดความจริงแม้แต่น้อย
ลึกๆ ฉันแอบนับถือความกล้าหาญของเขา แต่มันไม่ใช่เวลามาปลื้ม การที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินมากดกริ่งหน้าบ้านแล้วประกาศตัวยอมรับโต้งๆ ว่าเป็นพ่อของลูกแบบนี้คิดว่าฉันจะดีใจงั้นเหรอ อยากร้องไห้มากกว่า
เขากำลังสร้างปัญหา เรียกว่าหย่อนระเบิดตู้มใส่กลางใจเราสองแม่ลูกก็ว่าได้ ฉันรับรู้ทันทีว่าความสงบกำลังจะหายไป
“พะพ่อหนุ่ม... เมื่อกี้พูดว่ายังไง น้าฟังไม่ถนัด” แม่เอ่ยขึ้นหลังจากตั้งสติได้
“ผมคือพ่อของภาม” เขายืนยันตัวตนให้แม่ฉันฟังชัดๆ อีกครั้ง เพียงเท่านั้นแม่ก็เลือดขึ้นหน้าพุ่งไปกระชากกลอนประตูรั้ว เปิดออกไปเอาเรื่องฮาน
เพียะ!
เสียงฝ่ามือแม่กระแทกเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาดังสนั่น หน้าหนาๆ นั่นไม่ได้หันไปตามแรงตบ เขาแค่กะพริบตาทีหนึ่งแล้วมองตอบสายตาเดือดดาลของแม่เงียบๆ
ฉันไม่แน่ใจว่าแม่ออกแรงน้อยไปหรือเขาแกร่งจนพละกำลังแม่ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่การที่เขาไม่ไหวติง ดูไม่เจ็บไม่ปวดยิ่งทำให้แม่คลั่งหนักกว่าเดิม ตบตีไปอีกหลายฝ่ามือ แต่เขาก็เอาแต่ยืนนิ่งไม่หลบไม่หลีกอย่างกับเป็นเบาะนวมไว้รองรับอารมณ์คนเท่านั้น
ฉันกับลุงได้แต่ยืนมอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเราตั้งตัวไม่ทัน เป็นลุงที่ได้สติรีบเข้าไปแยกแม่ออกมา ก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม
“โยใจเย็น! หยุดก่อนโย พอแล้ว พอ!”
“ปล่อยโยนะคุณพี่ คุณพี่ไม่ได้ยินเหรอ มันบอกว่ายังไง มันคือคนที่ทำลายชีวิตเพนนี คุณพี่จะให้โยใจเย็นอยู่ได้ยังไง” แม่สะบัดลุงออกอย่างไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แต่ลุงที่แรงเยอะกว่าก็กอดแม่เอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม่ที่กำลังเกี้ยวกราดหลุดออกจากอ้อมแขนไปทำร้ายใคร แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นผู้ชายที่ทอดทิ้งฉันไปก็ตาม
“คุณตั้งสติหน่อยโย ก่อนจะทำอะไรควรจะฟังลูกก่อน ผมรู้ว่าคุณโกรธแต่ใช้อารมณ์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกนะ”
คำพูดเตือนสติของลุงช่วยให้แม่รู้สึกตัว หยุดใช้กำลัง แต่นัยน์ตาไม่ได้ลดความเดือดดาลลงแม้แต่น้อย
“ยัยนีตอบแม่ ที่ผู้ชายคนนี้พูดเรื่องจริงหรือเปล่า” แม่หันมาทางฉัน เค้นเสียงถามลอดไรฟัน
ฉันก้มหน้า ความเจ็บปวดที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้เอ่อล้นออกมากลายเป็นหยาดน้ำใสๆ รื้นคลอเบ้า ฉันส่ายหน้า
“นีไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ค่ะ”
แม่หรี่ตามองฉันทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ลุงเองก็เงียบ ส่วนเขากำลังมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เธอรู้จักฉันดีเพนนี” เขาย้ำ น้ำเสียงหนักแน่นเหมือนจะเตือนให้ฉันนึกถึงเรื่องราวในอดีต แต่ฉันทำหูทวนลมไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร หันไปเรียกแม่
“แม่อย่าสนใจคนบ้าเลย เข้าบ้านเถอะ”
แม่มองฉันกับเขาสลับกันไปมาด้วยสายตาข้องอกข้องใจ ไม่ยอมขยับตัว จนฉันเผลอขึ้นเสียงใส่แม่
“แม่! เข้าบ้าน”
“ยัยนีอย่าโกหกแม่ ผู้ชายคนนี้ใช่ไหมที่ทำแกท้อง”
“แม่!”
ฉันเรียกแม่เสียงสั่นเครือ ในอกปวดร้าว เม้มปากแน่นเมื่อถูกสายตาคมกริบของแม่จับจ้อง
พอฉันเงียบไม่ยอมพูด แม่ก็หันไปทางเขา
“ฉันจะแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ เตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกได้เลย”
“แม่!”
หัวใจฉันกระตุกวูบมองแม่ที่เดินสวนกลับเข้าบ้านอย่างรู้สึกร้อนรน ฉันรีบตามไปคว้ามือแม่เอาไว้
“แม่จะแจ้งความจริงเหรอ”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ที่เหลือแม่จะจัดการเอง”
“แต่…” ฉันมองสบสายตาเด็ดเดี่ยวของแม่อย่างหวาดหวั่น ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่แม่จะแจ้งความ ฉันไม่อยากเป็นข่าวฉาวโฉ่ ยิ่งกว่านั้นฉันไม่อยากรื้อฟื้น ไม่อยากจะมาเจ็บปวดใจกับเรื่องนี้อีก
“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกทาง ถ้าคุณแม่อยากแจ้งความดำเนินคดี ผมก็จะยอมรับแต่โดยดี”
ระหว่างที่ฉันกำลังร้อนใจเสียงหนักแน่นของเขาก็ดังขึ้น ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านรั้วบ้านเข้ามาด้วยใบหน้านิ่งๆ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าฉันกับแม่
หากแต่แทนที่จะดูน่าสมเพช ช่วงขาเรียวยาวกับลำตัวสมส่วนกลับทำให้ร่างสูงที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นดูสง่าผ่าเผย น่าชื่นชม และเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
แม่ที่มีสีหน้าโกรธขึ้งและกำลังจะไล่คนที่ถือวิสาสะเข้ามาออกไป กลับนิ่งอึ้งตะเพิดไม่ออก จ้องมองเขาที่ค่อยๆ พนมมือขึ้นมา แววตาแม่ไหวระริกด้วยความโกรธเคือง สะกดกลั้นอารมณ์ที่เดือดพล่านสะท้อนผ่านเสียงลมหายใจที่ดังผิดปกติ
“ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อมาขอขมา ผมยอมรับผิดทุกอย่าง คุณไม่ต้องให้อภัยผมก็ได้ แต่ผมอยากขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองสักครั้งว่าผมสามารถเป็นสามีและเป็นพ่อที่ดีของลูกได้”
คำพูดนั้น... แม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มเลือดเย็น
“นายคิดว่าฉันจะพยักหน้าแล้วก็บอกว่า ‘ได้สิ’ อย่างงั้นเหรอ! ลูกสาวฉันต้องอุ้มท้องเก้าเดือน ต้องพักการเรียน แล้วก็มีลูกทั้งที่ยังไม่พร้อม แค่คำพูดสวยหรูไม่กี่ประโยคคิดว่าจะลบล้างได้หรือไง!”
“ผมทำไม่ดีจริง ผมยอมรับ เพราะงั้นต่อไปนี้ให้ผมดูแลลูกกับเพนนีเถอะครับ”
เขาก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิด ฉันมองภาพตรงหน้ารู้สึกหน่วงในอก ไม่ใช่สงสาร และไม่ได้เห็นใจคนอย่างเขา เพียงแต่เขาที่ฉันเคยรู้จักไม่ใช่คนที่จะยอมคุกเข่าก้มหัวให้ใครง่ายๆ ฉันก็แค่แปลกใจ และไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ทำไปเพื่ออะไร
บทล่าสุด
#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#112 บทที่ 112 Chapter 28《 Part 2 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#111 บทที่ 111 Chapter 28《 Part 1 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#110 บทที่ 110 Chapter 27《 Part 4 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#109 บทที่ 109 Chapter 27《 Part 3 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#108 บทที่ 108 Chapter 27《 Part 2 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#107 บทที่ 107 Chapter 27《 Part 1 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#106 บทที่ 106 Chapter 26《 Part 4 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#105 บทที่ 105 Chapter 26《 Part 3 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025
คุณอาจชอบ 😍
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
กับดักรักท่านประธาน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์













