บทนำ
เมื่อผู้ชายที่ฉันวิ่งตาม ไม่เคยหันกลับมามอง
ฉันก็ได้แต่ใช้วิธีที่โง่งม เรียกร้องความสนใจด้วยการกรีดข้อมือตัวเอง
ผลคือ.. คนที่เสียใจที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นครอบครัว พ่อแม่ และก็ตัวฉันเอง
ในขณะที่เขาไล่ตามผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงที่มีค่า และสูงส่งเกินกว่าที่ฉันจะล่วงเกิน
ฉันทำได้แค่นั่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดใจ
แต่ฉันไม่ได้หูหนวก ตาก็ไม่ได้บอด ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ว่าที่ผ่านมามันไร้ค่าแค่ไหน
ในวันที่ฉันเลือกจะยอมรับความจริง ปล่อยมือจากความรักที่ว่างเปล่า
เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ...ฉันท้อง
ท้องลูกของฮาน!
บท 1
รู้ไหมผู้หญิงเจ็บที่สุดตอนไหน
...ตอนคลอดลูก
ฉันยังจำวินาทีที่เหมือนตายทั้งเป็นนั้นได้ดี มันทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน แล้วก็น่าเศร้าจนเผลอคิดว่าตายไปซะยังดีกว่า
แม่คนอื่นอาจจะคิดว่าการให้กำเนิดลูกคือสิ่งมหัศจรรย์และน่าภาคภูมิ แต่สำหรับฉันมันคือตราบาปที่ฝังรากลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ
ฉันรู้... เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดได้เพราะงั้นฉันถึงต้องทนกับความขมขื่นนี้ไปชั่วชีวิต
ฉันไม่ได้เกลียดลูกตัวเอง... เพียงแต่เวลามองหน้าลูกฉันจะรู้สึกเจ็บเสียดลึกๆ อยู่ข้างใน แม้ภายนอกฉันจะทำเหมือนไม่เป็นอะไร บอกกับใครใครว่าสบายดี แต่ความจริงมันไม่ได้ง่าย แอบร้องไห้คนเดียวก็หลายครั้ง บางวันเลี้ยงลูกเหนื่อยมากๆ ก็ถึงขั้นจิตตก คิดไม่ดี โทษตัวเองในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างพลีกายถวายวิญญาณให้กับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าในตัวฉัน
บ่ายวันอาทิตย์
หลังจากที่ตาหนูหลับไปแล้ว แม่กับลุงซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงกำลังช่วยกันจัดสวนอยู่ข้างนอก จู่ๆ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่กำลังง่วนอยู่กับการผสมดินปลูกผละมือไม่ได้ แม่จึงตะโกนเรียกฉันให้ออกมารับพัสดุเพราะคิดว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์ไม่ก็ขนส่งเอกชน
คนที่ยืนอยู่นอกรั้วกลับไม่ใช่พนักงานส่งของ แต่เป็นคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอที่นี่
ฉันนิ่งใบ้ วิญญาณเหมือนหลุดออกจากร่าง พูดอะไรไม่ออกไปหลายนาทีจนแม่กับลุงรู้สึกผิดสังเกตจำต้องวางงานในมือลุกขึ้นมาดูอย่างสงสัย
คนที่ยืนอยู่นอกรั้วยกมือไว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง เสร็จแล้วก็ยิ้มอ่อนหวานจนแม่ฉันเหมือนจะเคลิ้มไปแวบหนึ่ง ฉันเห็นแล้วยังตกใจ แต่ไม่ทันที่แม่จะซักถามอะไร เขาก็เอ่ยขึ้น
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมชื่อฮาน ผมเป็นพ่อของลูกเพนนี”
“จ๊ะ? ว่าไงนะ...”
แม่กะพริบตาอย่างไม่แน่ใจ พลางชำเลืองสายตามาทางฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ
ฉันอ้ำอึ้ง ลำคอจุกตันเหมือนโดนคนบีบเอาไว้ สมองพลันขาดเลือดชั่วขณะ นึกคิดอะไรไม่ออก ได้แต่สบถด่าทอคนที่อยู่นอกรั้วในใจ
ฮาน… จู่ๆ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ในเมื่อเขี่ยฉันออกจากชีวิตสำเร็จแล้ว จะกลับมาข้องแวะกันอีกทำไม
เขาพูดออกมาอย่างไม่กริ่งเกรง ราวกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนมาบ้านเพื่อนแล้วแนะนำตัวให้แม่เพื่อนรู้จัก ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล กระทั่งสีหน้าของเขาก็ยังสงบเยือกเย็นไม่แสดงความหวาดหวั่นที่ต้องพูดความจริงแม้แต่น้อย
ลึกๆ ฉันแอบนับถือความกล้าหาญของเขา แต่มันไม่ใช่เวลามาปลื้ม การที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินมากดกริ่งหน้าบ้านแล้วประกาศตัวยอมรับโต้งๆ ว่าเป็นพ่อของลูกแบบนี้คิดว่าฉันจะดีใจงั้นเหรอ อยากร้องไห้มากกว่า
เขากำลังสร้างปัญหา เรียกว่าหย่อนระเบิดตู้มใส่กลางใจเราสองแม่ลูกก็ว่าได้ ฉันรับรู้ทันทีว่าความสงบกำลังจะหายไป
“พะพ่อหนุ่ม... เมื่อกี้พูดว่ายังไง น้าฟังไม่ถนัด” แม่เอ่ยขึ้นหลังจากตั้งสติได้
“ผมคือพ่อของภาม” เขายืนยันตัวตนให้แม่ฉันฟังชัดๆ อีกครั้ง เพียงเท่านั้นแม่ก็เลือดขึ้นหน้าพุ่งไปกระชากกลอนประตูรั้ว เปิดออกไปเอาเรื่องฮาน
เพียะ!
เสียงฝ่ามือแม่กระแทกเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาดังสนั่น หน้าหนาๆ นั่นไม่ได้หันไปตามแรงตบ เขาแค่กะพริบตาทีหนึ่งแล้วมองตอบสายตาเดือดดาลของแม่เงียบๆ
ฉันไม่แน่ใจว่าแม่ออกแรงน้อยไปหรือเขาแกร่งจนพละกำลังแม่ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่การที่เขาไม่ไหวติง ดูไม่เจ็บไม่ปวดยิ่งทำให้แม่คลั่งหนักกว่าเดิม ตบตีไปอีกหลายฝ่ามือ แต่เขาก็เอาแต่ยืนนิ่งไม่หลบไม่หลีกอย่างกับเป็นเบาะนวมไว้รองรับอารมณ์คนเท่านั้น
ฉันกับลุงได้แต่ยืนมอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเราตั้งตัวไม่ทัน เป็นลุงที่ได้สติรีบเข้าไปแยกแม่ออกมา ก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม
“โยใจเย็น! หยุดก่อนโย พอแล้ว พอ!”
“ปล่อยโยนะคุณพี่ คุณพี่ไม่ได้ยินเหรอ มันบอกว่ายังไง มันคือคนที่ทำลายชีวิตเพนนี คุณพี่จะให้โยใจเย็นอยู่ได้ยังไง” แม่สะบัดลุงออกอย่างไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แต่ลุงที่แรงเยอะกว่าก็กอดแม่เอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม่ที่กำลังเกี้ยวกราดหลุดออกจากอ้อมแขนไปทำร้ายใคร แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นผู้ชายที่ทอดทิ้งฉันไปก็ตาม
“คุณตั้งสติหน่อยโย ก่อนจะทำอะไรควรจะฟังลูกก่อน ผมรู้ว่าคุณโกรธแต่ใช้อารมณ์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกนะ”
คำพูดเตือนสติของลุงช่วยให้แม่รู้สึกตัว หยุดใช้กำลัง แต่นัยน์ตาไม่ได้ลดความเดือดดาลลงแม้แต่น้อย
“ยัยนีตอบแม่ ที่ผู้ชายคนนี้พูดเรื่องจริงหรือเปล่า” แม่หันมาทางฉัน เค้นเสียงถามลอดไรฟัน
ฉันก้มหน้า ความเจ็บปวดที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้เอ่อล้นออกมากลายเป็นหยาดน้ำใสๆ รื้นคลอเบ้า ฉันส่ายหน้า
“นีไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ค่ะ”
แม่หรี่ตามองฉันทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ลุงเองก็เงียบ ส่วนเขากำลังมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เธอรู้จักฉันดีเพนนี” เขาย้ำ น้ำเสียงหนักแน่นเหมือนจะเตือนให้ฉันนึกถึงเรื่องราวในอดีต แต่ฉันทำหูทวนลมไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร หันไปเรียกแม่
“แม่อย่าสนใจคนบ้าเลย เข้าบ้านเถอะ”
แม่มองฉันกับเขาสลับกันไปมาด้วยสายตาข้องอกข้องใจ ไม่ยอมขยับตัว จนฉันเผลอขึ้นเสียงใส่แม่
“แม่! เข้าบ้าน”
“ยัยนีอย่าโกหกแม่ ผู้ชายคนนี้ใช่ไหมที่ทำแกท้อง”
“แม่!”
ฉันเรียกแม่เสียงสั่นเครือ ในอกปวดร้าว เม้มปากแน่นเมื่อถูกสายตาคมกริบของแม่จับจ้อง
พอฉันเงียบไม่ยอมพูด แม่ก็หันไปทางเขา
“ฉันจะแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ เตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกได้เลย”
“แม่!”
หัวใจฉันกระตุกวูบมองแม่ที่เดินสวนกลับเข้าบ้านอย่างรู้สึกร้อนรน ฉันรีบตามไปคว้ามือแม่เอาไว้
“แม่จะแจ้งความจริงเหรอ”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ที่เหลือแม่จะจัดการเอง”
“แต่…” ฉันมองสบสายตาเด็ดเดี่ยวของแม่อย่างหวาดหวั่น ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่แม่จะแจ้งความ ฉันไม่อยากเป็นข่าวฉาวโฉ่ ยิ่งกว่านั้นฉันไม่อยากรื้อฟื้น ไม่อยากจะมาเจ็บปวดใจกับเรื่องนี้อีก
“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกทาง ถ้าคุณแม่อยากแจ้งความดำเนินคดี ผมก็จะยอมรับแต่โดยดี”
ระหว่างที่ฉันกำลังร้อนใจเสียงหนักแน่นของเขาก็ดังขึ้น ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านรั้วบ้านเข้ามาด้วยใบหน้านิ่งๆ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าฉันกับแม่
หากแต่แทนที่จะดูน่าสมเพช ช่วงขาเรียวยาวกับลำตัวสมส่วนกลับทำให้ร่างสูงที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นดูสง่าผ่าเผย น่าชื่นชม และเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
แม่ที่มีสีหน้าโกรธขึ้งและกำลังจะไล่คนที่ถือวิสาสะเข้ามาออกไป กลับนิ่งอึ้งตะเพิดไม่ออก จ้องมองเขาที่ค่อยๆ พนมมือขึ้นมา แววตาแม่ไหวระริกด้วยความโกรธเคือง สะกดกลั้นอารมณ์ที่เดือดพล่านสะท้อนผ่านเสียงลมหายใจที่ดังผิดปกติ
“ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อมาขอขมา ผมยอมรับผิดทุกอย่าง คุณไม่ต้องให้อภัยผมก็ได้ แต่ผมอยากขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองสักครั้งว่าผมสามารถเป็นสามีและเป็นพ่อที่ดีของลูกได้”
คำพูดนั้น... แม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มเลือดเย็น
“นายคิดว่าฉันจะพยักหน้าแล้วก็บอกว่า ‘ได้สิ’ อย่างงั้นเหรอ! ลูกสาวฉันต้องอุ้มท้องเก้าเดือน ต้องพักการเรียน แล้วก็มีลูกทั้งที่ยังไม่พร้อม แค่คำพูดสวยหรูไม่กี่ประโยคคิดว่าจะลบล้างได้หรือไง!”
“ผมทำไม่ดีจริง ผมยอมรับ เพราะงั้นต่อไปนี้ให้ผมดูแลลูกกับเพนนีเถอะครับ”
เขาก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิด ฉันมองภาพตรงหน้ารู้สึกหน่วงในอก ไม่ใช่สงสาร และไม่ได้เห็นใจคนอย่างเขา เพียงแต่เขาที่ฉันเคยรู้จักไม่ใช่คนที่จะยอมคุกเข่าก้มหัวให้ใครง่ายๆ ฉันก็แค่แปลกใจ และไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ทำไปเพื่ออะไร
บทล่าสุด
#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#112 บทที่ 112 Chapter 28《 Part 2 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#111 บทที่ 111 Chapter 28《 Part 1 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#110 บทที่ 110 Chapter 27《 Part 4 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#109 บทที่ 109 Chapter 27《 Part 3 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#108 บทที่ 108 Chapter 27《 Part 2 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#107 บทที่ 107 Chapter 27《 Part 1 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#106 บทที่ 106 Chapter 26《 Part 4 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#105 บทที่ 105 Chapter 26《 Part 3 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย้ำรักเลขา NC-20
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













