บทนำ
ไม่มีรักใส ๆ มีแต่การยั่วยวนที่พาไปไกลเกินห้ามใจ
อ่านจบในตอน แต่ความร้อนยังไม่จบง่าย ๆ
ผลงานชุดนี้เป็นรวมเรื่องสั้นแนวโรแมนติกเร้าร้อน ทุกเรื่องจบในตอน
แต่ละเรื่องนำเสนอความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความลับ และเกมอำนาจระหว่างตัวละครหลักสองคน
แม้บริบทและตัวละครแตกต่างกัน แต่ทุกเรื่องเชื่อมโยงกันด้วยธีมเดียวกัน คือ
“ความต้องการที่ยากจะต้าน และราคาที่ต้องจ่ายเมื่อปล่อยใจให้ลุ่มหลง”
เนื้อหาเข้มข้น กระชับ ไม่ยืดเยื้อ และเหมาะสำหรับผู้อ่านวัยผู้ใหญ่
คำเตือน
สำหรับผู้อ่านอายุ 20 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหาเร้าอารมณ์ ความสัมพันธ์ต้องห้าม และพฤติกรรมทางเพศ
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บท 1
เด็กดียั่วรัก
เด็กดียั่วรัก 1
ปิ่นแก้ว พาร่างงดงามสมวัยในชุดทำงานสมัยใหม่ลงบันไดบ้านด้วยความเร่งรีบ
“อ้าว ๆ อย่ารีบนักสิ ประเดี๋ยวพวกคุณ ๆ บนบ้านตื่นตกใจหมด”
“จ้าแม่”
เธอพูดแต่ร่างกลับทำตรงข้าม ยังวิ่งปนกระโดดด้วยความเร็วไปยังโรงจอดรถ
“พูดแล้วยังไม่ฟังอีก อย่าคิดว่าคุณประวิตรอุปถัมภ์แล้วจะทำอะไรก็ได้นะ อย่าลืมกำพืดตัวเอง”
ปิ่นแก้วหยุดชะงักทันทีเอี้ยวหน้ากลับไปมองแม่บังเกิดเกล้า ที่ยังทำงานเป็นแม่บ้านของมหาเศรษฐีหลังนี้มานานตั้งแต่เธอยังเด็ก จนกระทั่งบิดาของคุณคินท์ ชายไทยแท้เจ้าของบริษัทก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เบอร์ต้น ๆ ของไทย ได้มองเห็นความน่ารักของเธอแล้วมีเมตตา อุ้มชูรับเธอเป็นลูกบุญธรรมท่ามกลางเสียงคัดค้านของลูกตัวจริง โดยเฉพาะคุณคินท์
“ไม่ลืมหรอกค่ะแม่ แต่หนูสายมากแล้ว กลัวไปเข้างานไม่ทัน วันนี้วันแรกนะคะ”
เธอพูดจบหันหลังวิ่งลงบ้านทันทีขึ้นรถคันใหญ่ที่จอดรออยู่หน้าบ้าน
“ลุงสัน รีบหน่อยนะคะ หนูกำลังจะสายแล้ว”
“ได้เลยหนูปิ่น”
เธอเอนกายพิงเบาะหนังแล้วหลับตา นิ่งคิดว่าเธอกลายมาเป็นคุณหนูของบ้านนี้ได้อย่างไรกัน
คงเพราะความน่ารักในวัยเด็ก ผิวขาวใสและดวงหน้าหวานละมุน ทำให้เธอต้องใจคุณท่านที่มีแต่บุตรชาย
คุณประวิตรหรือพ่อ คำที่เธอเรียกขานมานานหลายปี พ่อบุญธรรม มีบุญคุณกับเธอมากมายจนไม่อาจชดใช้จนหมด และทุกวันนี้เธอยังได้รับสิทธิ์พิเศษเข้าทำงานในบริษัท ตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวคุณคินท์ ซึ่งเธอยังไม่รู้เลยว่าเขาจะว่ายังไงบ้าง
“ว่าไงนะครับพ่อ”
คินท์แทบตะโกนกร้าวออกมาเมื่อได้ยินบิดาพูดเรื่องให้ปิ่นแก้วขึ้นมาเป็นเลขานุการส่วนของเขา
“พ่อสั่งไปแล้ว หนูปิ่นกำลังขึ้นมา”
“แต่พ่อไม่ถามผมก่อน อีกอย่างผมมีเลขาส่วนตัวอยู่แล้ว”
“ก็แค่ช่วยฝึกงานให้น้อง อีกหน่อย น้องจะได้เป็นมือเป็นเท้าให้กับแก”
“เป็นมือเป็นเท้า! พ่อพูดเหมือนว่าน้องเขาเป็นผู้ชายหรือทาสรับใช้”
“พ่อไม่ได้คิดกับน้องปิ่นแบบนั้น แกก็รู้ดี แต่พ่อพูดขึ้นเนี่ยคิดแทนแก! ให้คิดเสียว่าอีกหน่อยน้องจะต้องช่วยงานแก”
“อีกหน่อยหมายถึงอะไร น้องไม่แต่งงานหรือครับ ไม่มีผัวแยกบ้าน”
“ไอ้คินท์!!”
“เอาล่ะ ๆ ผมขี้เกียจเถียงกับพ่อแล้ว เอาเป็นว่าถ้าปิ่นเขาทนมือทนเท้าผมได้ ก็เอา...ผมจะช่วยฝึกให้น้องเป็นเลขานุการส่วนตัวที่สุดเพอร์เฟค อย่างที่พ่อจะคาดไม่ถึงเลยครับ”
คินท์เค้นเสียงแล้วลุกออกจากห้องไปทันที กลับไปยังห้องทำงานรองประธานบริษัทที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก แล้วพอไปถึงจึงเห็นว่าเด็กชื่อปิ่นแก้ว ลูกบุญธรรมของพ่อได้มารออยู่ก่อนแล้ว
ลูกชายท่านประธานจึงกวาดสายตาไปทั่วร่างบอบบางแต่อวบอิ่มในชุดทำงานกระโปรงสั้นเลยเข่า และเสื้อเชิ้ตพอดีตัวทับด้วยสูทปิดมิดชิด เกล้าผมทรงสูงคล้ายซาลาเปา จึงยกยิ้ม
“สวัสดีค่ะคุณคินท์” ปิ่นแก้วยกมือไหว้สวัสดี ทั้งที่พบกันเสมอในบ้าน
เขาไม่ตอบรับ แถมเดินเลยเข้าไปในห้องทิ้งให้ปิ่นแก้วยืนเคว้งก่อนจะตั้งสติได้ รีบเดินตามเข้าไปข้างในห้อง
ในเมื่อคุณคินท์เงียบ ปิ่นแก้วเลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เมื่อเข้าไปจึงได้แต่ยืนนิ่งเฉยรอให้เขาสั่ง แต่พี่ชายบุญธรรมคนนี้ช่างเป็นคนไร้หัวใจและใจร้ายกับเธอมาตลอดตั้งแต่เด็ก
อย่างในเวลานี้ เขาปล่อยให้เธอยืนนิ่ง ส่วนเขาเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานหน้าตาเฉยกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไปราวครึ่งชั่วโมง
“คุณคินท์มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
เขาเหลือบสายตาเย็นชาขึ้นมองแวบหนึ่งแล้วหลุบลงต่ำไปทางปลายเท้าเล็กบนรองเท้าส้นเตี้ย
“ช่วยไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วกัน”
“รองเท้า?”
“ใช่ มันดูแล้วขัดตา ทำให้ฉันคิดงานไม่ออก” เขาชี้นิ้วไปยังรองเท้าแล้วแสยะยิ้มเบา ๆ “เอารองเท้าส้นสูงสีแดงนะ ฉันชอบ”
เธอตะลึงงันแต่ยังพยักหน้ารับ ทำไงได้ในเมื่อตอนนี้เธอเล่นบทลูกน้องส่วนเขามันนายจ้าง กำลังจะหมุนตัวกลับเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีก
“อ๋อ! อีกเรื่อง เข้ามาอีกครั้งหลังจากได้รองเท้าคู่ใหม่ ช่วยถอดเสื้อสูทตัวนอกออกด้วย แล้วปลดกระดุมลงอีกสามเม็ดให้เห็นเสื้อใน”
ปิ่นแก้วพวงแก้มแดงซ่านเผลอยกมือรวบคอเสื้อแล้วรีบหันหลังกลับออกไปด้านนอก ยืนพิงประตูอยู่เป็นครู่แล้วจึงฮึดขึ้น
“เอาว่ะ ปิ่น ถ้าคุณคินท์จะเล่นแกหนักขนาดนั้น แกก็สู้กลับไปเลย”
ตั้งแต่เล็กจนโต ปิ่นแก้วอยู่ในฐานะลูกบุญธรรมของบ้านนี้ก็จริง แต่ลึก ๆ เธอยังคงเป็นลูกของสาวใช้อยู่ดี
คุณคินท์ไม่เคยเห็นหัวเธอ แม้แต่หน้ายังไม่มอง ทว่าวันนี้พอเธอได้มาเป็นเลขาส่วนตัว กลับมองเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ดูสิ ปิ่นแก้วลอบยิ้มเมื่อกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมรองเท้าส้นสูงตามสั่ง และถอดเสื้อสูทออกไว้ด้านนอก มือถือถ้วยกาแฟร้อนจนควันขึ้นเดินเฉียดไปใกล้โต๊ะทำงานแล้วโน้มตัวลงวางแก้ว จงใจให้สองเต้าลูกกลมทั้งขาวอวบห้อยย้อยเตะตา อย่างที่เขาสั่ง ปลดกระดุมลงสามเม็ดเป๊ะ!
กึก!
เธอวางแก้วกาแฟเรียบร้อยจึงถอยหลังออกเพียงหนึ่งก้าว ยังใกล้พอให้คุณคินท์ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เธอบรรจงฉีดเพิ่มก่อนเข้ามา กลิ่นที่เขาว่ากันว่า ใครได้กลิ่นเป็นหลงใหล
ปิ่นแก้วลอบสังเกตอีกว่า ดวงตาคมกล้าที่เอาแต่มองอย่างเหยียดหยามในเช้านี้ เปล่งประกายจ้าขึ้นแม้เพียงแวบหนึ่ง แต่มันทำให้เธอรู้ว่า ตนเองมาถูกทางแล้ว
“คุณพ่อสั่งไว้ให้ปิ่นขึ้นมาเป็นเลขานุการส่วนตัว”
“อืม”
“ไม่ทราบว่าวันนี้คุณคินท์ มีอะไรสั่งสอนไหมคะ เอ้ย! ไม่ใช่ ปิ่นหมายถึงสั่งงานน่ะค่ะ”
เธอเอ่ยยั่วอารมณ์แล้วได้ผลเกินคาด สีหน้าบึ้งตึงหนักกว่าเก่าแล้วเลื่อนแก้วกาแฟออกห่าง
“ไม่มี เอากาแฟไปเก็บ ฉันไม่ดื่ม”
“แต่นี่เป็นกาแฟโปรดของคุณคินท์เลยนะคะ ปิ่นไปถามพี่เลขาด้านนอกมาแล้ว”
เลขาด้านนอกก็คือเลขานุการส่วนตัวอีกคน สาวและสวยเช่นกัน ทว่าเธอรู้ว่าทั้งคู่เป็นเพียงเจ้านายและลูกน้องสาว ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น
เธอยืนมือประสานด้านหน้าเรียบร้อย แต่สีหน้าบ่งบอกแววยั่วเย้า เพ่งมองคุณคินท์ใกล้กว่าทุกครั้งในรอบหลายปี
ดวงหน้าคมเข้มตรงหน้าหล่อจนเธอเองตาพร่า ชายหนุ่มร่างสูงอายุสามสิบสอง แก่กว่าเธอถึงสิบปี ไหล่กว้างจนเสื้อเหยียดตึง ผิวไม่ขาวมากนักแต่ไม่ใช่คนผิวสองสี ยิ่งส่งให้เขาดูคมเข้ม หลงลืมไปเลยว่าทั้งเขาและเธอ ไม่ใคร่จะถูกกันสักเท่าไร
บทล่าสุด
#68 บทที่ 68 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 6
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#67 บทที่ 67 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 5
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#66 บทที่ 66 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 4
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#65 บทที่ 65 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 3
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#64 บทที่ 64 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#63 บทที่ 63 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 1
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#62 บทที่ 62 อู่สวาทสาวใหญ่ 5 จบ
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#61 บทที่ 61 อู่สวาทสาวใหญ่ 4
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#60 บทที่ 60 อู่สวาทสาวใหญ่ 3
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#59 บทที่ 59 อู่สวาทสาวใหญ่ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













