บทนำ
ไม่มีรักใส ๆ มีแต่การยั่วยวนที่พาไปไกลเกินห้ามใจ
อ่านจบในตอน แต่ความร้อนยังไม่จบง่าย ๆ
ผลงานชุดนี้เป็นรวมเรื่องสั้นแนวโรแมนติกเร้าร้อน ทุกเรื่องจบในตอน
แต่ละเรื่องนำเสนอความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความลับ และเกมอำนาจระหว่างตัวละครหลักสองคน
แม้บริบทและตัวละครแตกต่างกัน แต่ทุกเรื่องเชื่อมโยงกันด้วยธีมเดียวกัน คือ
“ความต้องการที่ยากจะต้าน และราคาที่ต้องจ่ายเมื่อปล่อยใจให้ลุ่มหลง”
เนื้อหาเข้มข้น กระชับ ไม่ยืดเยื้อ และเหมาะสำหรับผู้อ่านวัยผู้ใหญ่
คำเตือน
สำหรับผู้อ่านอายุ 20 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหาเร้าอารมณ์ ความสัมพันธ์ต้องห้าม และพฤติกรรมทางเพศ
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บท 1
เด็กดียั่วรัก
เด็กดียั่วรัก 1
ปิ่นแก้ว พาร่างงดงามสมวัยในชุดทำงานสมัยใหม่ลงบันไดบ้านด้วยความเร่งรีบ
“อ้าว ๆ อย่ารีบนักสิ ประเดี๋ยวพวกคุณ ๆ บนบ้านตื่นตกใจหมด”
“จ้าแม่”
เธอพูดแต่ร่างกลับทำตรงข้าม ยังวิ่งปนกระโดดด้วยความเร็วไปยังโรงจอดรถ
“พูดแล้วยังไม่ฟังอีก อย่าคิดว่าคุณประวิตรอุปถัมภ์แล้วจะทำอะไรก็ได้นะ อย่าลืมกำพืดตัวเอง”
ปิ่นแก้วหยุดชะงักทันทีเอี้ยวหน้ากลับไปมองแม่บังเกิดเกล้า ที่ยังทำงานเป็นแม่บ้านของมหาเศรษฐีหลังนี้มานานตั้งแต่เธอยังเด็ก จนกระทั่งบิดาของคุณคินท์ ชายไทยแท้เจ้าของบริษัทก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เบอร์ต้น ๆ ของไทย ได้มองเห็นความน่ารักของเธอแล้วมีเมตตา อุ้มชูรับเธอเป็นลูกบุญธรรมท่ามกลางเสียงคัดค้านของลูกตัวจริง โดยเฉพาะคุณคินท์
“ไม่ลืมหรอกค่ะแม่ แต่หนูสายมากแล้ว กลัวไปเข้างานไม่ทัน วันนี้วันแรกนะคะ”
เธอพูดจบหันหลังวิ่งลงบ้านทันทีขึ้นรถคันใหญ่ที่จอดรออยู่หน้าบ้าน
“ลุงสัน รีบหน่อยนะคะ หนูกำลังจะสายแล้ว”
“ได้เลยหนูปิ่น”
เธอเอนกายพิงเบาะหนังแล้วหลับตา นิ่งคิดว่าเธอกลายมาเป็นคุณหนูของบ้านนี้ได้อย่างไรกัน
คงเพราะความน่ารักในวัยเด็ก ผิวขาวใสและดวงหน้าหวานละมุน ทำให้เธอต้องใจคุณท่านที่มีแต่บุตรชาย
คุณประวิตรหรือพ่อ คำที่เธอเรียกขานมานานหลายปี พ่อบุญธรรม มีบุญคุณกับเธอมากมายจนไม่อาจชดใช้จนหมด และทุกวันนี้เธอยังได้รับสิทธิ์พิเศษเข้าทำงานในบริษัท ตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวคุณคินท์ ซึ่งเธอยังไม่รู้เลยว่าเขาจะว่ายังไงบ้าง
“ว่าไงนะครับพ่อ”
คินท์แทบตะโกนกร้าวออกมาเมื่อได้ยินบิดาพูดเรื่องให้ปิ่นแก้วขึ้นมาเป็นเลขานุการส่วนของเขา
“พ่อสั่งไปแล้ว หนูปิ่นกำลังขึ้นมา”
“แต่พ่อไม่ถามผมก่อน อีกอย่างผมมีเลขาส่วนตัวอยู่แล้ว”
“ก็แค่ช่วยฝึกงานให้น้อง อีกหน่อย น้องจะได้เป็นมือเป็นเท้าให้กับแก”
“เป็นมือเป็นเท้า! พ่อพูดเหมือนว่าน้องเขาเป็นผู้ชายหรือทาสรับใช้”
“พ่อไม่ได้คิดกับน้องปิ่นแบบนั้น แกก็รู้ดี แต่พ่อพูดขึ้นเนี่ยคิดแทนแก! ให้คิดเสียว่าอีกหน่อยน้องจะต้องช่วยงานแก”
“อีกหน่อยหมายถึงอะไร น้องไม่แต่งงานหรือครับ ไม่มีผัวแยกบ้าน”
“ไอ้คินท์!!”
“เอาล่ะ ๆ ผมขี้เกียจเถียงกับพ่อแล้ว เอาเป็นว่าถ้าปิ่นเขาทนมือทนเท้าผมได้ ก็เอา...ผมจะช่วยฝึกให้น้องเป็นเลขานุการส่วนตัวที่สุดเพอร์เฟค อย่างที่พ่อจะคาดไม่ถึงเลยครับ”
คินท์เค้นเสียงแล้วลุกออกจากห้องไปทันที กลับไปยังห้องทำงานรองประธานบริษัทที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก แล้วพอไปถึงจึงเห็นว่าเด็กชื่อปิ่นแก้ว ลูกบุญธรรมของพ่อได้มารออยู่ก่อนแล้ว
ลูกชายท่านประธานจึงกวาดสายตาไปทั่วร่างบอบบางแต่อวบอิ่มในชุดทำงานกระโปรงสั้นเลยเข่า และเสื้อเชิ้ตพอดีตัวทับด้วยสูทปิดมิดชิด เกล้าผมทรงสูงคล้ายซาลาเปา จึงยกยิ้ม
“สวัสดีค่ะคุณคินท์” ปิ่นแก้วยกมือไหว้สวัสดี ทั้งที่พบกันเสมอในบ้าน
เขาไม่ตอบรับ แถมเดินเลยเข้าไปในห้องทิ้งให้ปิ่นแก้วยืนเคว้งก่อนจะตั้งสติได้ รีบเดินตามเข้าไปข้างในห้อง
ในเมื่อคุณคินท์เงียบ ปิ่นแก้วเลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เมื่อเข้าไปจึงได้แต่ยืนนิ่งเฉยรอให้เขาสั่ง แต่พี่ชายบุญธรรมคนนี้ช่างเป็นคนไร้หัวใจและใจร้ายกับเธอมาตลอดตั้งแต่เด็ก
อย่างในเวลานี้ เขาปล่อยให้เธอยืนนิ่ง ส่วนเขาเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานหน้าตาเฉยกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไปราวครึ่งชั่วโมง
“คุณคินท์มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
เขาเหลือบสายตาเย็นชาขึ้นมองแวบหนึ่งแล้วหลุบลงต่ำไปทางปลายเท้าเล็กบนรองเท้าส้นเตี้ย
“ช่วยไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วกัน”
“รองเท้า?”
“ใช่ มันดูแล้วขัดตา ทำให้ฉันคิดงานไม่ออก” เขาชี้นิ้วไปยังรองเท้าแล้วแสยะยิ้มเบา ๆ “เอารองเท้าส้นสูงสีแดงนะ ฉันชอบ”
เธอตะลึงงันแต่ยังพยักหน้ารับ ทำไงได้ในเมื่อตอนนี้เธอเล่นบทลูกน้องส่วนเขามันนายจ้าง กำลังจะหมุนตัวกลับเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีก
“อ๋อ! อีกเรื่อง เข้ามาอีกครั้งหลังจากได้รองเท้าคู่ใหม่ ช่วยถอดเสื้อสูทตัวนอกออกด้วย แล้วปลดกระดุมลงอีกสามเม็ดให้เห็นเสื้อใน”
ปิ่นแก้วพวงแก้มแดงซ่านเผลอยกมือรวบคอเสื้อแล้วรีบหันหลังกลับออกไปด้านนอก ยืนพิงประตูอยู่เป็นครู่แล้วจึงฮึดขึ้น
“เอาว่ะ ปิ่น ถ้าคุณคินท์จะเล่นแกหนักขนาดนั้น แกก็สู้กลับไปเลย”
ตั้งแต่เล็กจนโต ปิ่นแก้วอยู่ในฐานะลูกบุญธรรมของบ้านนี้ก็จริง แต่ลึก ๆ เธอยังคงเป็นลูกของสาวใช้อยู่ดี
คุณคินท์ไม่เคยเห็นหัวเธอ แม้แต่หน้ายังไม่มอง ทว่าวันนี้พอเธอได้มาเป็นเลขาส่วนตัว กลับมองเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ดูสิ ปิ่นแก้วลอบยิ้มเมื่อกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมรองเท้าส้นสูงตามสั่ง และถอดเสื้อสูทออกไว้ด้านนอก มือถือถ้วยกาแฟร้อนจนควันขึ้นเดินเฉียดไปใกล้โต๊ะทำงานแล้วโน้มตัวลงวางแก้ว จงใจให้สองเต้าลูกกลมทั้งขาวอวบห้อยย้อยเตะตา อย่างที่เขาสั่ง ปลดกระดุมลงสามเม็ดเป๊ะ!
กึก!
เธอวางแก้วกาแฟเรียบร้อยจึงถอยหลังออกเพียงหนึ่งก้าว ยังใกล้พอให้คุณคินท์ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เธอบรรจงฉีดเพิ่มก่อนเข้ามา กลิ่นที่เขาว่ากันว่า ใครได้กลิ่นเป็นหลงใหล
ปิ่นแก้วลอบสังเกตอีกว่า ดวงตาคมกล้าที่เอาแต่มองอย่างเหยียดหยามในเช้านี้ เปล่งประกายจ้าขึ้นแม้เพียงแวบหนึ่ง แต่มันทำให้เธอรู้ว่า ตนเองมาถูกทางแล้ว
“คุณพ่อสั่งไว้ให้ปิ่นขึ้นมาเป็นเลขานุการส่วนตัว”
“อืม”
“ไม่ทราบว่าวันนี้คุณคินท์ มีอะไรสั่งสอนไหมคะ เอ้ย! ไม่ใช่ ปิ่นหมายถึงสั่งงานน่ะค่ะ”
เธอเอ่ยยั่วอารมณ์แล้วได้ผลเกินคาด สีหน้าบึ้งตึงหนักกว่าเก่าแล้วเลื่อนแก้วกาแฟออกห่าง
“ไม่มี เอากาแฟไปเก็บ ฉันไม่ดื่ม”
“แต่นี่เป็นกาแฟโปรดของคุณคินท์เลยนะคะ ปิ่นไปถามพี่เลขาด้านนอกมาแล้ว”
เลขาด้านนอกก็คือเลขานุการส่วนตัวอีกคน สาวและสวยเช่นกัน ทว่าเธอรู้ว่าทั้งคู่เป็นเพียงเจ้านายและลูกน้องสาว ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น
เธอยืนมือประสานด้านหน้าเรียบร้อย แต่สีหน้าบ่งบอกแววยั่วเย้า เพ่งมองคุณคินท์ใกล้กว่าทุกครั้งในรอบหลายปี
ดวงหน้าคมเข้มตรงหน้าหล่อจนเธอเองตาพร่า ชายหนุ่มร่างสูงอายุสามสิบสอง แก่กว่าเธอถึงสิบปี ไหล่กว้างจนเสื้อเหยียดตึง ผิวไม่ขาวมากนักแต่ไม่ใช่คนผิวสองสี ยิ่งส่งให้เขาดูคมเข้ม หลงลืมไปเลยว่าทั้งเขาและเธอ ไม่ใคร่จะถูกกันสักเท่าไร
บทล่าสุด
#68 บทที่ 68 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 6
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#67 บทที่ 67 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 5
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#66 บทที่ 66 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 4
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#65 บทที่ 65 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 3
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#64 บทที่ 64 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#63 บทที่ 63 คุณอาขา เบามือหน่อยค่ะ 1
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#62 บทที่ 62 อู่สวาทสาวใหญ่ 5 จบ
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#61 บทที่ 61 อู่สวาทสาวใหญ่ 4
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#60 บทที่ 60 อู่สวาทสาวใหญ่ 3
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026#59 บทที่ 59 อู่สวาทสาวใหญ่ 2
อัปเดตล่าสุด: 3/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













