องค์หญิงสิบเอ็ด

องค์หญิงสิบเอ็ด

ส้มเหนือ · เสร็จสิ้น · 95.8k คำ

666
ยอดนิยม
672
การดู
6
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

บุรุษที่เจ้าแย่งมาแต่งทำสามีเป็นสวะเช่นนี้ เรื่องบนเตียงก็ยังไม่ได้เรื่อง เจ้าเอาอะไรมารักปักใจกัน ไป๋อันหรานเจ้าช่างเป็นสตรีที่โง่งมในรักเสียจริง...

บท 1

ตึง! ตึง!

เสียงกลองพิธีดังผสานเสียงขลุ่ยโหยหวนที่ล่องลอยอยู่เหนือเรือนใหญ่ของตระกูลชุน ภายในลานกว้างประดับด้วยผ้าแพรสีแดงสดระย้าเรียงราย แต่ถึงแม้สีแดงจะชวนให้ชื่นมื่นเพียงใด บรรยากาศทั้งงานกลับอบอวลด้วยความอึดอัดหม่นหมอง ผู้คนที่ถูกเชิญมาร่วมงานต่างยืนเรียงรายกันอย่างเก้ๆ กังๆ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีแววตาร่วมยินดี มีเพียงการกระซิบถกเถียง และสายตาสงสารที่แอบโยนมาทางเจ้าบ่าวเป็นพักๆ

บนแท่นพิธี ไป๋อันหรานสวมอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงเข้มยืนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเงียบ ไม่ไหวติง ข้างกายมีเจ้าบ่าว ชุนมู่หยาง ยืนเคียงข้างด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ในนัยน์ตาไม่ปิดบังแม้เศษเสี้ยวของความเกลียดชัง คล้ายมีดคมบางที่เงียบงันแต่ทิ่มแทงเจ้าสาวอย่างไร้ปรานี

“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” ชายชราเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น

ทั้งสองก้มศีรษะลงพร้อมกัน เสียงชุดเจ้าสาวไถลบนพื้นที่เย็นเฉียบดังแผ่วๆ แต่สายตาของแขกกลับจับจ้องที่มู่หยางผู้ซึ่งแม้จะคำนับแต่แววตาไม่ยอมลดระดับลง คล้ายประกาศชัดว่านี่ไม่ใช่ความสมัครใจของเขา

“สองคำนับพ่อแม่!”

บริเวณที่ควรจะมีญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย กลับเว้นว่างโล่ง มีเพียงเก้าอี้ไม้วางไว้โดยไร้ผู้คน สายตาของแขกหลายคนสั่นไหวด้วยความขื่นขม

ญาติผู้ใหญ่ตระกูลไป๋ฝ่ายเจ้าสาวไม่มีผู้ใดมาเลย…นอกจากสตรีหนึ่งคน...

ไป๋เจินเจินน้องสาวต่างมารดาของไป๋อันหราน …ใบหน้างดงามของนางยามนี้ขาวซีดเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอไม่หยุด มือบางกำชายกระโปรงแน่นราวยั้งหัวใจที่กำลังแตกสลาย

“คำนับต่อกัน” เมื่อถึงพิธีสุดท้าย ชายชราเอ่ยช้าๆ

ไป๋อันหรานก้มหน้าขึ้นเล็กน้อยใต้ผ้าคลุม เหมือนกลั้นลมหายใจ ส่วนมู่หยางหันมองนางชั่วขณะ ความเกลียดชังในดวงตาลึกจนทำให้หลายคนที่ยืนชมต้องเบือนหน้า

“ประคับประคองซึ่งกันและกัน ร่วมเป็นร่วมตาย”

ถ้อยคำนี้กลับเหมือนมีดกรีดกลางอากาศ แขกหลายคนได้แต่มองภาพสองคนยืนเคียงกันด้วยความรู้สึกย้อนแย้ง คู่บ่าวสาวที่ควรเข้าหอกันด้วยความยินดี กลับมีฝ่ายหนึ่งแสดงท่าทีเหมือนนักโทษที่ถูกบังคับให้ผูกโซ่ตรวนเข้าหากัน

“ส่งตัวเข้าหอ”

ยามที่ชายชราพูดจบประโยค เสียงถอนหายใจเบาๆ ของแขกในงานดังเป็นระลอก มู่หยางยังไม่ทันขยับ ก็ได้ยินเสียงร้องสะอื้นแผ่วเบาจากด้านล่าง

“พี่หยาง…”

ไป๋เจินเจินที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางกัดริมฝีปากจนเลือดซึมน้ำตาร่วงเผาะราวเม็ดมุกที่ขาดร้อย

“เจินเจิน…”

มู่หยางเอ่ยชื่อคนรักเบาลงกว่าลมหายใจ นัยน์ตาคมอ่อนลงเจือความสงสาร ปลายเท้าของเขาก้าวออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วมือเรียวบอบบางแต่แข็งแรงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายกลับยกขึ้น คว้าข้อมือเขาไว้แน่น ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า ใบหน้าคมบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ

“เฮอะ”

เขาแค่นหัวเราะเย็นเยียบ ก่อนสะบัดมืออย่างแรงราวกับถูกสิ่งสกปรกเกาะติด การกระทำของเจ้าบ่าวทำให้แขกหลายคนกระตุกไหล่ด้วยตกใจ มีบางคนส่ายหัวอย่างมองไม่ออกว่า เจ้าสาวช่างใจกล้าเพียงใดถึงได้พยายามเหนี่ยวรั้งเช่นนั้น

ไป๋เจินเจินสะอื้นเงียบๆ มองทั้งคู่ด้วยแววตาเจ็บปวดราวถูกฟันบั่นพัง

“พี่หยาง…” เสียงของนางสั่นจนแทบขาดห้วง

แขกบางคนที่เห็นเหตุการณ์นั้นก็อดที่จะเม้มปากแล้วเอ่ยวิจารณ์แผ่วเบาออกมาไม่ได้

“คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋นี่…กล้าแย่งคู่หมั้นของน้องสาวตนได้เช่นไร”

“ไม่แปลกที่ผู้ใหญ่ตระกูลไป๋ไม่ยอมมางาน…น่าอับอายสิ้นดี”

“เห้อ....น่าสงสารก็แต่คุณชายชุนและคุณหนูรองไป๋ มีใจตรงกันแต่ไม่อาจได้ครองคู่”

เสียงซุบซิบดังขึ้นเรื่อยๆ ทว่าภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง ไป๋อันหรานกลับยืนนิ่งเหมือนรูปสลัก ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าหญิงสาวกำลังสั่นเพราะโกรธ เจ็บ หรือกลั้นสะอื้น

ส่วนเจ้าบ่าวชุนมู่หยาง ดวงตาของเขามีเพียงเงาของสตรีที่กำลังร้องไห้อยู่ โดยที่เขาคิดไม่เหลียวมองเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างกายแม้เพียงเสี้ยววินาที

ห้องหอตระกูลชุน

ภายในห้องหอถูกประดับด้วยผ้าแพรแดงทั่วทุกมุม โคมแดงผูกปมยาวห้อยลงมาราวสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ทว่าความมงคลนั้นกลับไม่มีความอบอุ่นของคู่บ่าวสาวเลยแม้แต่น้อย

บนโต๊ะกลมเตี้ยกลางห้องมีกาสุราแกะสลักลวดลายมงคลวางอยู่ข้างถ้วยสองใบอย่างเงียบงัน ไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบไหวตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามา เสียงเปลวไฟสั่นแผ่วเบานั้นยิ่งทำให้ความวังเวงภายในห้องเด่นชัดยิ่งขึ้น

ไป๋อันหราน สตรีร้ายกาจที่ใครก็ต่างรู้จัก เพราะนิสัยของนางที่ชอบทุบตีคนรับใช้ ทั้งยังรังแกน้องสาวต่างมารดา หรือแม้แต่สั่งฆ่าอนุของบิดา ไม่ว่าเรื่องชั่วช้าอันใดที่เกิดในจวนตระกูลไป๋ก็ล้วนแต่ต้องมีชื่อของนางอยู่ในนั้น และเรื่องชั่วร้ายที่นางทำล่าสุดคือ แย่งคนรักของไป๋เจินเจินน้องสาวต่างมารดา

เพราะนางรักเขาจนหมดหัวใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะแต่งงานกับน้องสาวต่างมารดานางจึงไม่อาจยอมรับได้ สุดท้ายจึงจงใจวางยาปลุกกำหนัดมู่หยางและใช้โอกาสนั้นทำให้บิดาของนางมาพบ

และนั่นคือเหตุผลที่การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้น

แอ๊ดดด..

เสียงเปิดประตูดังขึ้นภายในห้อง กลิ่นอายเย็นยะเยือกของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าหนักแน่น

“คุณชาย” หนึ่งในสาวใช้เอ่ยเบาๆ

“พวกเจ้าออกไปให้หมด” ชุนมู่หยางใช้เสียงเย็นเฉียบสั่งทันที โดยไม่รอให้ใครพูดต่อ

“เจ้าค่ะ”

ประตูปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้มีเพียงสองคนในห้องหอที่ควรเต็มไปด้วยความหวานแต่กลับมีเพียงความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก

อันหรานยกใบหน้าเล็กน้อยภายใต้ผ้าคลุมหน้าเมื่อได้ยินเสียงก้าวของเขาก้าวเข้ามาใกล้ นางกำมือของตนแน่นจนข้อขาว ความตื่นเต้นและความดีใจพรั่งพรูในอกจนต้องค่อยๆ สูดลมหายใจเพื่อกดความดีใจที่พวยพุ่งไม่หยุด

ในที่สุด… วันนี้ก็มาถึง...

วันที่ข้าได้เป็นภรรยาของพี่หยาง....

พรึบ!

ผ้าคลุมหน้าถูกกระชากออกด้วยแรงที่ไร้ความอ่อนโยนแม้แต่น้อย อันหรานกระพริบตา ลืมตาช้าๆ เมื่อแสงไฟส่องกระทบใบหน้า นางเห็นชายผู้เป็นสามียืนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่นางหลงใหลมาโดยตลอดยามนี้แข็งกร้าวอบอวลด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือก

“ท่านพี่…”

คำเรียกนั้นกลับไม่ได้ทำให้มู่หยางอ่อนลงแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมมองหญิงสาวอย่างกับกำลังมองสัตว์เดรัจฉานสกปรกที่ไม่ควรอยู่ในห้องนี้ด้วยซ้ำ

ดวงตานั้น…เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่คิดปิดบัง มือหนากำผ้าคลุมหน้าในมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น เขากัดฟันมองนางราวกับโทษว่านางคือผู้ทำลายชีวิตเขา

หากไม่เพราะยาปลุกกำหนัดชั่วๆ ของนางผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้ควรเป็นไป๋เจินเจินไม่ใช่นาง!

“ท่านพี่…”

เสียงอันหรานสั่นเครือ นางลุกขึ้นยืนอย่างระวัง มือขาวเอื้อมออกไปจับแขนของมู่หยางอย่างอ่อนโยนแต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสแขน

พลั่ก!!

มู่หยางผลักหญิงสาวอย่างแรงจนร่างบางล้มไปกระแทกพื้น 

“สตรีน่ารังเกียจ อย่าแตะต้องข้า” เสียงเขาเย็นเฉียบจนลมหายใจในห้องเหมือนหยุดลง

อันหรานเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ดวงตาแดงวาบ น้ำตาเริ่มรื้น

“ท่านพี่… ข้า…”

แต่มู่หยางไม่แม้แต่เหลียวมองเจ้าสาวของตน ชายหนุ่มหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้องหอ ตั้งใจเดินออกจากห้องหอราวกับว่ามันเป็นสถานที่น่ารังเกียจที่สุดในโลกสำหรับเขา

หัวใจอันหรานบีบรัดอย่างรุนแรง นางร้องเรียกตามเสียงสั่น

“อย่างน้อย… อย่างน้อยท่านพี่ได้โปรด....ดื่มสุรามงคลกับข้าก่อน…” อันหรานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนเหมือนเด็กที่กลัวถูกทอดทิ้ง

มู่หยางหยุดฝีเท้าแต่ไม่ใช่เพราะคำวิงวอนของนางแต่อย่างใด รอยยิ้มเยาะเย้ยเล็กๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของเขา ร่างสูงหันกลับมามองนาง

“สุรามงคลหรือ”

พูดจบร่างสูงก็ย่างกายตรงไปยังกาสุราที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นด้วยมือที่มั่นคงก่อนก้าวกลับมาหาไป๋อันหรานที่ยังนั่งอยู่บนพื้น

“เจ้าสู้เจินเจินของข้าไม่ได้สักนิด เทียบกับนางก็ไม่ได้ด้วยซ้ำ” เสียงของเขาต่ำและชัดเจนทุกถ้อยคำ ก่อนมือหนาจะยกกาสุราขึ้นเหนือหัวของไป๋อันหราน  

“สุรามงคลของข้า จะดื่มกับนางเท่านั้น” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงพิฆาต

“หากเจ้าอยากดื่ม…ก็จงดื่มไปคนเดียว”

ซ่าส์!!

ทันทีที่พูดจบประโยต มู่หยางก็เทสุราทั้งกาใส่ศีรษะของไป๋อันหราน ของเหลวเย็นเฉียบกระทบผิวหนังและชุดเจ้าสาวจนชุ่มโชก น้ำสุราหยดลงจากปลายคาง คล้ายหยาดน้ำตาของหญิงสาวที่โดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรี

มู่หยางยิ้มเย็นอย่างพอใจมองผลงานของตนที่ส่งภรรยาในคืนเข้าหอให้เปียกชุ่มด้วยความอัปยศ

“อันหราน” เสียงเขาเรียกชื่อของนางเหมือนเป็นคำสาป “หากเจ้าคิดว่าแต่งมาแล้วจะมีความสุข ก็จำไว้ว่าข้าจะทำให้เจ้าเอ่ยปากขอหย่าเอง”

ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเย็นเหยียบราวกับนี่คือการประกาศสงครามระหว่างพวกเขา จากนั้นร่างสูงก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทันที

“คุณชายเจ้าคะ! ออกจากห้องหอในคืนแรกเช่นนี้มิได้นะเจ้าคะ!”

“คุณชาย! นี่มันผิดธรรมเนียม…”

เสียงบ่าวรับใช่ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องหอเอ่ยร้องห้ามเสียงดัง แต่แน่นอนว่าไม่มีประโยคใดหยุดมู่หยางได้ เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปดังก้องราวกับเหยียบหัวใจของใครบางคนจนแตกละเอียด

ภายในห้องหอที่เงียบงันไป๋อันหรานนั่งนิ่ง น้ำตาไหลเงียบๆ ผสมกับสุราที่ไหลจากศีรษะลงสู่หน้าอกจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรอีกต่อไป นางกำชายกระโปรงแน่นแต่ริมฝีปากกลับพยายามยกขึ้นเหมือนพยายามยึดเศษเสี้ยวความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

“ไม่เป็นไร…อันหราน…อีกไม่นานท่านพี่ต้องใจอ่อนต่อเจ้าแน่…”

นางปลอบตัวเองเสียงแผ่วราวลม ดวงตาคู่สวยหลับลงก่อนหญิงสาวจะสูดลมหายใจที่สั่นเครือเข้าไปราวกับพยายามเรียกสติของตัวเอง

“เจ้าแค่อดทนรออีกหน่อยเท่านั้น...ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นกว่านี้แน่นอน”

ค่ายทหาร

ลมยามค่ำพัดกระแทกผนังของกระโจมใหญ่จนเกิดเสียงดังกรอบแกรบเป็นระยะ ไฟคบที่ปักอยู่ด้านนอกไหววูบ ส่งเงาของทหารยามทอดยาวลงบนพื้นหญ้าแห้ง

ภายในกระโจมไฟตะเกียงน้ำมันสี่ดวงตั้งอยู่ตามมุม ให้แสงสีส้มสลัวรำไร บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟและความตึงเครียดที่หนาแน่นจนรู้สึกได้เหมือนหมอกควัน

พื้นที่ตรงกลางถูกล้อมด้วยเหล่าองค์ชายและทหารคู่ใจของพวกเขา ทุกคนก้มหน้าไม่กล้ามองสบสายตาของบุรุษผู้มีอำนาจทหารสูงสุดภายในค่ายทหารแห่งนี้ เพราะเคยเห็นฤทธิ์เดชของบุรุษผู้เลือดเย็นมาแล้วหลายครั้ง

ม่อเหยียนหรือที่ผู้คนต่างเรียกขานว่าอ๋องปีศาจ เขายืนอยู่กลางกระโจมหลังเหยียดตรงอย่างน่าเกรงขาม รูปโฉมของเขาได้สัดส่วนราวกับถูกสวรรค์สลักขึ้นเอง คิ้วเข้มได้รูปขับให้ดวงตาคมลึกดุจคมดาบในยามราตรี ปรายตามององครักษ์เงาที่นั่งคุกเข่ารายงานถึงเรื่องที่เขาสั่งให้ไปสืบอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบ

“อันหรานนี่หรือ… คือบุรุษที่เจ้าเลือก?”

น้ำเสียงของม่อเหยียนไม่ดัง ไม่เกรี้ยวกราด แต่ทหารทั้งกระโจมกลับรู้สึกราวกับมีแรงอาฆาตไหลอาบรอบตัว

องครักษ์เงาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนกล่าวรายงานต่ออย่างระมัดระวังแต่ถึงอย่างนั้น…เหงื่อยังไหลเงียบๆ ตามขมับของเขา

“ในวันคืนแต่งงาน…คุณชายชุนก็ยัง…” เสียงนั้นสั่นเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าอารมณ์ของท่านอ๋องจะเกรี้ยวกราดมากเพียงใดหากได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องหอของคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋

องค์ชายสองที่ยืนอยู่ด้านข้างเหลือบมององครักษ์ด้วยสายตาตักเตือน ราวกับบอกว่า…หากพูดออกไปโดยไม่ระวังอาจจะต้องเก็บศพตัวเองคืนนี้

“พูด!!!” ม่อเหยียนกดเสียงต่ำคำเดียวแต่สะท้อนทั่วกระโจมราวกับระเบิด

องครักษ์กลืนน้ำลายก่อนเอ่ยทุกคำด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนถูกบีบ

“คุณชายชุน… ไม่ได้อยู่ร่วมในห้องหอเขากลับไปอยู่กับบุตรสาวคนรองของท่านไป๋และก่อนจะออกจากห้อง…เขายังเทสุรามงคลลงบนศีรษะของคุณหนูใหญ่…พร้อมกล่าวเหยียดหยามนางอย่างรุนแรง…”

เงียบ…

เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคนในกระโจม

ม่อเหยียนยืนนิ่งแต่ข้อนิ้วที่กำหมัดแน่นจนขึ้นเส้นเลือดบอกได้หมดว่าภายในกำลังเดือดดาลเพียงใด ราวกับเปลวเพลิงกำลังคืบคลานอยู่ภายในอก องค์ชายสองที่เห็นท่าทางอันตรายนั้นรีบก้าวออกมาหนึ่งก้าวพูดเสียงเบาอย่างระวังที่สุด

“ท่านอา…นางแต่งงานแล้ว ท่านอาก็ควรลืมนางเสียเถิด”

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดผ่านความอดทนของม่อเหยียน เขาหันขวับสายตาคมกริบราวคมดาบตวัดไปยังองค์ชายสองจนอีกฝ่ายต้องกลั้นลมหายใจแทบไม่กล้าขยับ

“ออกไปให้หมด!!!”

ครั้งนี้เสียงเขาดังกว่าฟ้าร้องกระโจมสั่นสะเทือน ทหารและเหล่าองค์ชายที่อยู่ในกระโจมรีบคุกเข่าแล้วลุกออกไปทันทีด้วยท่าทางหวาดกลัว

เมื่อทุกคนออกไปจนหมดความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภายในกระโจมเหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักๆ ของม่อเหยียนที่สะท้อนก้องในพื้นที่อันกว้าง เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้สลักหลังใหญ่พลางเอนกายพิงพนักหลับตาลงช้าๆ เหมือนคนที่กำลังต่อสู้อยู่กับความทรมานในอก

ภาพหนึ่งย้อนกลับมาอย่างชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีผู้ร่าเริง แก้มแดงตาใสยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ในสวนผมสีดำพลิ้วไหวไปตามสายลม

“อันหราน เจ้าชอบบุรุษเช่นไรบอกพี่หน่อยสิ”

“ท่านพี่ ข้าชอบบุรุษที่ทะนุถนอมข้าเป็นคนจิตใจดี… แล้วก็ต้องรูปงามด้วย”

ม่อเหยียนในวัยยี่สิบหัวเราะเบา “พี่ก็รูปงามนักมิใช่หรือ”

“แต่ท่านพี่นิสัยร้ายกาจ!”

นางเท้าคางมองเขาพร้อมยิ้มกว้าง “ท่านพ่อบอกว่าท่านไปทำร้ายองค์รัชทายาทอีกแล้ว”

เขาเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางหงุดหงิด “เหอะ ใครใช้ให้ไอ้คนโง่นั่นมามองเจ้ากัน”

“นั่นไงท่านพี่เป็นคนดีไม่ได้จริงๆ” อันหรานหัวเราะเสียงใส

“ถ้าพี่เป็นคนดีได้ล่ะ” เขาก้มมองนางด้วยสายตาแน่วแน่ “เจ้าจะแต่งให้พี่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ หากวันนั้นท่านเป็นคนดีได้… ข้าจะแต่งให้ท่าน”

รอยยิ้มบนใบหน้าสาวน้อยในวันนั้น…อ่อนโยนและสดใสจนเขาไม่อาจลืมได้เลย ม่อเหยียนลืมตาช้าๆ แววตาเจ็บลึกอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยต่อผู้ใด

“อันหราน…” เสียงเขาแผ่วลง “ตอนนี้พี่ชายเป็นคนดีแล้ว”

มือเขากำที่วางแขนแน่นจนไม้ส่งเสียงดัง ความเจ็บ ความรัก ความเสียดายปะปนกันรุนแรง

“แต่กลับ…ทำเจ้าหลุดมือไป…” ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเหมือนถูกกดด้วยหินก้อนใหญ่

“พี่ควรทำเช่นไร…ดี”

ใต้แสงตะเกียงสลัวน้ำเสียงของม่อเหยียนไม่ใช่เสียงของอ๋องผู้ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตาแต่เป็นเสียงของชายผู้รักสตรีคนหนึ่งมากพอจะเสียสละทุกสิ่งเพื่อความสุขของนางได้

ทว่าทุกอย่างกลับสายจนเกินไปแล้ว....

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

158.4k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

530.6k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

244.8k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

288.2k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ

บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ

13.6k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เมื่อคนรักเก่าที่เคยถูกเธอทิ้ง กลับมาในฐานะผู้ถือชะตาชีวิตของเธอ...และครั้งนี้เขาจะเอาคืนทุกหยดน้ำตา
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

439.2k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

15.6k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

601.4k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
สัญญารักประธานร้าย

สัญญารักประธานร้าย

76.4k การดู · เสร็จสิ้น · ปลายฟ้า
ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เป็นโชคดีของเธอแล้วที่เขาจำเธอไม่ได้ ลูกคนนี้จะได้เป็นสิทธิ์ขาดของเธอคนเดียว
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

8.3k การดู · กำลังอัปเดต · อรุณรัตน์
คู่หมั้นของฉันนอกใจฉัน และคนที่เขานอกใจด้วยก็คือพี่สาวของฉัน!
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ม่านหมอก

ม่านหมอก

141.1k การดู · เสร็จสิ้น · ชื่อเนม นิยายของเนม
เมื่อคืนเขาจำได้ว่าเขามีความสุขมาก จำได้ว่าหญิงสาวที่เขากอด จูบ และบอกว่ารักคือม่าน ผู้หญิงสวยหวานที่เขารักมาโดยตลอด แล้วทำไมทันทีที่ฟ้าสาง ผู้หญิงที่อยู่ใต้อาณัติมาทั้งคืนกลับเป็นคนละคน
ดวงใจอัสวัส

ดวงใจอัสวัส

9k การดู · เสร็จสิ้น · เบนจี้ B.J. มัฑศิกาญจน
เธอ... เป็นเพียงเด็กสาวยากจนที่ทำได้แค่แอบรักรุ่นพี่ผู้เพียบพร้อมจากมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย

เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง

ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน

เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด

แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา

เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน

ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ

ห้าปีต่อมา...

โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่

เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น

เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ

และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา