บทนำ
บท 1
มธุรส คือสาวออฟฟิศที่มีช่วงชีวิตที่จืดจางตั้งแต่เด็กจนถึงวัยทำงาน
ชื่อของเธอหมายความว่าน้ำผึ้งรสหวาน แต่สาวเจ้ากลับไร้ความหวานราวกับน้ำเปล่าก็ไม่ปาน เธอเติบโตมาที่กรุงเทพมหานคร ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนเด็กสาวทั่วไป หากแต่มธุรสแต่กลับมีพรสวรรค์ด้านความจืดจางเป็นที่หนึ่ง ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนคุย ไม่มีใครจนเรียนจบ
เธอจบคณะอักษรมาแล้วต่อด้วยทำงานเป็นทีมงานพิสูจน์อักษรที่ไม่มีบทบาทหน้างาน ยิ่งไร้คนรู้จักเข้าไปใหญ่
หน้าตาบ้านๆ จืดชืดไร้เสน่ห์ สัดส่วนไม่ต้องพูดถึง แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ แน่นอนว่าตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของผู้ชาย ไม่มีใครคิดที่จะมาจีบสาวแว่นหน้าตาบ้านๆ และหุ่นตอไม้เช่นนี้
จนอายุยี่สิบห้าปี วัยเบญจเพสทำให้สาวเจ้าประสบวิบากกรรมจนถึงแก่ชีวิต
ติ๊ด ติ๊ด
เสียงเซ็งแซ่ที่พร่าเบลอของหมอและพยาบาลที่วิ่งวุ่นผ่าตัดร่างกายที่ชุ่มเลือดของเธอดังอื้ออึงข้างหูพอๆ กับเสียงสัญญาณชีพจรที่เต้นอ่อนลงทุกที แว่นตาที่แตกละเอียดเปรอะเลือดถูกวางอยู่ข้างๆ ผ้าซับเลือด คนตัวผอมเพรียวเหลียวไปมองอย่างเชื่องช้า เธอชาไปทั้งตัว และรู้สึกเหมือนสติจะเริ่มเลือนราง
นี่เรากำลังจะตายแล้วเหรอ?
เกิดคำถามสุดท้ายกับดวงวิญญาณที่กำลังจะหลุดออกจากร่าง มธุรสถามตัวเอง แต่กลับไม่รู้สึกเสียดายชีวิตที่หดหู่เช่นนี้ ดีซะอีกที่เธออาจจะได้เกิดใหม่โดยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ อย่างน้อยเป็นหมาของไอดอลเกาหลีก็ได้ เธอหลับตาลงและภาวนากับตัวเอง
แต่คำขอสุดท้ายก่อนที่จะตาย
‘หนูอยากมีผัวค่ะ หนูไม่เคยมีผัวมาก่อน อย่างน้อยถ้าเกิดชาติใหม่ ขอผัวหล่อๆ แซ่บๆ หุ่นล่ำและดุดันเร้าใจด้วยเทอญ’
วาบ
“เฮือก!”
เสียงหวานร้องลั่นพร้อมกับผุดกายลุกขึ้นมากลางที่นอนท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่กึกก้องราวกับกำลังมีแผ่นดินไหวก็ไม่ปาน เสียงปะทะกันของเหล็กดังขึ้นอยู่ด้านนอกดูน่าหวาดกลัวยิ่งนัก มธุรสเบิกตากว้างมองไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งสไตล์ไทยโบราณ ทั้งเครื่องฉลุลาย ผนังฉลุวิจิตรสวยงาม ที่ดูเหมือนตัวเองย้อนยุคมาในละครจักรๆ วงศ์ๆ ก็ไม่ต่าง
เอ้ะ นี่มันคืออะไร ฝันเหรอ
เธอถามตัวเองตอนที่โซซัดโซเซเพราะเสียงกึกก้องและพื้นดินที่สั่นสะเทือน เสียงกรีดร้องดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เหมือนเป็นผู้คนจำนวนมากกำลังวิ่งหนีตายจากอะไรสักอย่าง แต่เพราะว่ามธุรสฝันร้ายอยู่บ่อยครั้ง เธอค่อนข้างมีสติในฝันได้อย่างน่ามหัศจรรย์
คนตัวเล็กลุกขึ้นยืน รู้สึกอึดอัดเพราะชุดไทยย้อนยุคที่ใส่ สบงสไบอะไรก็ไม่รู้พาดไหล่เกะกะไม่คล่องตัวเอาเสียเลย เธอสะบัดผมยาวๆ อย่างงุ่นง่านใจ ก่อนที่จะถกกระโปรงเดินไปดูตัวเองหน้ากระจกโบราณบานใหญ่
“โอ้คุณพระ” เพราะสภาพแวดล้อมนั้นทำให้มธุรสเผลออุทานคำที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักใช้พูดกันบ่อยๆ ออกมา เพราะภาพที่ปรากฎขึ้นผ่านบานกระจกตรงหน้ามันไม่มีเค้าโครงเดิมของตัวเธอก่อนหน้านั้นเลยสักนิด
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่องเนียนตา ตัวเล็กเอวเอส ผมยาวสีดำขลับแถมยังตรงสวย ภาพลักษณ์ดูลูกคุณหนู หน้าตาดูไร้พิษสงแถมดูจะเป็นคนเมตตาต่อสัตว์โลกอีกต่างหาก เธอขยับใบหน้ารูปไข่ใกล้กระจกอีกนิด หันซ้ายหันขวา ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็งดงามจริงๆ
เหมือนนางในวรรณคดี แต่มาในรูปแบบจิ้มลิ้มกว่าหน่อย
ปึง!
เฮือก
สะดุ้งอีกครั้งเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง เป็นผู้ชายท่าทางมีอายุ แต่งตัวด้วยชุดไทยเหมือนจะเป็นคนใหญ่คนโตในสมัยก่อน หน้าตาเขาดูตื่นตระหนกตอนที่เห็นว่าเธอยืนส่องตัวเองอยู่หน้ากระจก ด้านหลังมีเหล่าทหารที่ตัวใหญ่กว่ามนุษย์ปกติเป็นเท่าตัวนับสิบยืนจังก้าคุมตัวชายมากอายุผู้นั้นอยู่
“เจ้าจันทร์! ลูกฟื้นไข้แล้วอย่างนั้นหรือ!” เขาพูดศัพท์โบราณดูออกจะจักรๆ วงศ์ๆ ใส่จนเธอมึนงง แล้วปรี่เข้ามาคว้าข้อมือเล็กที่ใส่กำไลทองให้เดินมาด้วยกัน “คุณพระ ลูกทำให้พ่อโล่งใจยิ่ง”
อะไรอ่ะ เกิดอะไรขึ้น
เธอยังคงไม่เข้าใจ จนถูกกึ่งลากกึ่งจูงมาในห้องที่อลังการ (แบบโบราณคดี) แล้วเธอก็ถูกชายสูงอายุคนนั้นรั้งให้นั่งคุกเข่าต่อหน้าชายตัวใหญ่ผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองที่ถูกประดับด้วยงาช้าง ห้องที่ถูกทำด้วยทองคล้ายๆ วัดในยุคปัจจุบันที่เธอเคยเห็นผ่านตาทำให้แววตาเธอมองหลุกหลิกไปมาไม่หยุด
สวยตระการตาสุดๆ ถ้าในฝันจะชัดแบบเรียลไทม์ขนาดนี้ เหมือนได้ดูหนังแบบ 4K เลย
“ขะ... ข้าพาเจ้าจันทร์มาแล้ว ท่านต้องการกระไรเชิญว่ามาได้เลย พระสุวรรณราพณ์”
พอได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยแถมออกจะลิเกแบบสุดๆ มธุรสก็หันหน้าไปสำรวจชายตรงหน้าจากที่ตอนแรกมัวแต่มองห้องกว้างที่โอ่โถง แต่กลายเป็นว่าเธอแทบลมจับเมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นตัวใหญ่กว่ามนุษย์มนาทั่วไปเหมือนคนมียีนส์โครงสร้างที่ผิดปกติ ดูจะตัวใหญ่กว่าทหารที่ดึงตัวชายสูงอายุกับเธอมาที่นี่ด้วย เขาน่าจะสูงราวๆ สองร้อยกว่าเซนติเมตรได้ แถมยังบึกบึนร่างยักษ์ ผมยาวหยักโศกสีดำสนิท หน้าตาหล่อเหลาแต่ทว่ากลับคมกร้าวดุดันน่าเกรงขามมาก
ชายตัวใหญ่ผู้นั้นเปลือยท่อนบน สวมใส่แค่กางเกงอะไรสักอย่างที่ออกทรงโบราณโบเก และแสนจะไท๊ยไทย และมีกำไลข้อเท้าที่ทำมาจากทองด้วย กล้ามเนื้อที่เปลือยเปล่าในช่วงท่อนบนบึกบึนน่าดูชมเสียจริงๆ
มัวแต่ชื่นชมบุรุษตรงหน้าโดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเอาเสียเลย
ทางฝ่ายสุวรรณราพณ์เองก็เหลือบมองสาวเจ้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ‘เจ้าจันทร์’ เธอขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามที่ไม่ว่าสนมเมืองใดที่ไปครองเมืองมาก็สู้ไม่ได้เลยสักคน ผิวเนียนขาวผ่องเป็นยองใย ใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อย สัดส่วนที่พอดีมือใหญ่ๆ ของเขาช่างน่าดูชม ร่างสูงจึงฉีกยิ้มเห็นเขี้ยวโค้งงอ และสัญลักษณ์ไพรเหงือกอย่างพึงใจ
“งดงามสมดั่งคำร่ำลือ” เขาเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“...”
“แค่เพียงท่านยกนางให้ข้า จักให้คำมั่นสัญญาว่าข้าจักไม่ตีเมืองของท่านอีกเป็นแน่”
บทล่าสุด
#50 บทที่ 50 ชายาครุฑ (๓) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#49 บทที่ 49 ชายาครุฑ (๒)
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#48 บทที่ 48 ชายาครุฑ (๑)
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#47 บทที่ 47 สงครามครุฑ (๓) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#46 บทที่ 46 สงครามครุฑ (๒)
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#45 บทที่ 45 สงครามครุฑ (๑)
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#44 บทที่ 44 ข้ารักลูก หาได้รักท่าน (๓) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#43 บทที่ 43 ข้ารักลูก หาได้รักท่าน (๒)
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#42 บทที่ 42 ข้ารักลูก หาได้รักท่าน (๑)
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025#41 บทที่ 41 ให้ข้าเป็นเมียหนึ่งเดียว (๒) จบตอน
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2025
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













