บทนำ
แต่สำหรับเขา…เธอคือผู้หญิงที่แอบรักมานานถึงสามปี ศรัณย์เคยยอมเป็นเพียงพี่ชาย คอยดูแล คอยตามใจ และเก็บความรู้สึกเอาไว้เงียบ ๆ จนวันที่เขารู้ว่า “น้องสาว” ที่เขาทะนุถนอมกำลังมีคนในใจ
จากความอ่อนโยนจึงกลายเป็นความหวง
จากคำตามใจกลายเป็นคำสั่งและจากพี่ชายที่แสนดี…กำลังจะกลายเป็นผู้ชายที่เธอหนีไม่พ้น เพราะกับดักที่ศรัณย์วางเอาไว้ ไม่ได้มีไว้จับใคร นอกจากหัวใจของมินตา
บท 1
ณ คฤหาสน์ตระกูลวรเมธาวี
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้หญิงสาวบนเตียงค่อย ๆ ขยับตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดเสียงด้วยความงัวเงีย
“อื้อ…” หญิงสาวครางประท้วงในลำคอเบา ๆ พลางซุกหน้าลงกับหมอนขวานดิบอย่างงอแง
มินตาพลิกตัวกลับไปอีกด้าน ตั้งใจจะนอนต่ออีกเพียงไม่กี่นาที ทว่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเสียก่อนทำให้เธอต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“น้องมิน ตื่นหรือยังลูก?” มาลินน์ยืนเคาะประตูพลางเอ่ยถามลูกสาวเสียงเรียบจากหน้าห้องด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อยเพราะกลัวลูกสาวจะตื่นสาย
“ตื่นแล้วค่ะคุณแม่…” หญิงสาวตอบกลับไปทันทีด้วยน้ำเสียงงัวเงียและลากเสียงยาวอย่างคนยังไม่ตื่นดี ก่อนจะเอื้อมมือไปเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียง
07.15 น.
เมื่อได้ยินเสียงขานรับ บานประตูห้องนอนก็ค่อย ๆ ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของมารดาที่ก้าวเข้ามาภายในห้อง มาลินน์เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง พลางทอดสายตามองลูกสาวที่ยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความเอ็นดู
“วันนี้พี่รัณย์มารับนะลูก อย่าลืมล่ะ” มาลินน์เอ่ยเตือนความจำลูกสาวพลางยื่นมือไปแตะแขนเธอเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความเอ็นดู
ทันทีที่ได้ยินชื่อของชายหนุ่ม มินตาก็เบิ่งตากว้าง เบิกสติขึ้นมาทันทีแล้วรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม
“พี่รัณย์มาแล้วเหรอคะ?” มินตาเอ่ยถามกลับไปเสียงหลงด้วยความตกใจและลุกลี้ลุกลน
“ยังจ้ะ แต่ใกล้ถึงแล้ว” มาลินน์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายและเอ็นดูในท่าทางตื่นตระหนกของลูกสาว
“งั้นน้องไปอาบน้ำก่อนนะคะ!” มินตาร้องบอกมารดาเสียงใสพลางรีบสลัดผ้าห่มออกจากตัว
“ค่อย ๆ เดินก็ได้ลูก เดี๋ยวล้ม” มาลินน์ร้องเตือนลูกสาวด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นเธอกุลีกุจอรีบวิ่ง
“ค่ะ!” มินตารับคำอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
เสียงตอบรับดังออกมาจากในห้อง ก่อนที่มินตาจะรีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว มาลินน์ยิ้มรับเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องนอน
ทางด้านชั้นล่าง
ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มกำลังนั่งพูดคุยกับเจ้าของบ้านอย่างเป็นกันเอง ใบหน้าคมคายมักจะเรียบตึงและเย็นชาต่อหน้าผู้อื่น ทว่ายามอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เคารพ เขาคงไว้เพียงความสุภาพและสำรวลราบเรียบ
“ช่วงนี้งานเป็นยังไงบ้างศรัณย์?” เมธาเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอาวุโสแต่แฝงความอบอุ่น ขณะยกถ้วยกาแฟร้อนขึ้นจิบเบา ๆ
“ก็เรื่อย ๆ ครับ ช่วงนี้มีประชุมค่อนข้างเยอะ แต่จัดการได้ครับ” ศรัณย์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่าทางสุภาพและมั่นคงสมเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่
“แล้ววันนี้ต้องเข้าบริษัทกี่โมง?” เมธาถามต่อด้วยความสนใจในสารพัดภาระหน้าที่ของชายหนุ่ม
“ประมาณสิบโมงครับ” ศรัณย์ตอบกลับเรียบ ๆ พร้อมส่งรอยยิ้มบางเบาตามมารยาทให้ผู้ใหญ่
“ถ้าอย่างนั้นก็ยังพอมีเวลา” เมธาพยักหน้ารับรู้ด้วยความพอใจที่ชายหนุ่มแบ่งเวลาได้ดี
“ครับ” ศรัณย์ตอบรับคำสั้น ๆ อย่างมีมารยาท
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบา ๆ จากบันไดก็ดังขึ้น มาลินน์เดินลงมาจากชั้นสองหลังจากขึ้นไปปลุกลูกสาว เธอส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้ชายหนุ่มรุ่นน้องที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก ก่อนจะก้าวเข้าไปสมทบและนั่งลงข้างสามี
“น้าฝากน้องมินด้วยนะลูก วันนี้น้องมีเรียนเช้า” มาลินน์กล่าวพลางทอดสายตามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเอ็นดูและไว้เนื้อเชื่อใจ
“ยินดีครับน้ามาลินน์” ศรัณย์รับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเป็นเรื่องของคนตัวเล็กบนชั้นสอง
“ช่วงนี้น้องมินตื่นสายบ่อย น้าต้องคอยตามทุกวันเลย” มาลินน์บ่นกะปอดกะแปดด้วยความเอ็นดูพลางส่ายหน้าเบา ๆ
เมธาหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
“ลูกสาวเราโตเป็นสาวแล้ว ยังตื่นสายเหมือนเด็ก ๆ อยู่ได้” เมธาเอ่ยเย้าลูกสาวคนเดียวของบ้านด้วยความขำขัน
“คุณก็พูดไป น้องมินเรียนหนักนะคะ” มาลินน์หันไปออกรับและเอ่ยแก้แทนลูกสาวทันควัน
“พ่อรู้ แต่ถ้าไม่รีบเดี๋ยวไปมหาวิทยาลัยไม่ทัน” เมธาพูดกลั้วหัวเราะพลางส่งยิ้มให้ภรรยา
ศรัณย์ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมที่มักจะดูฉลาดและอ่านยาก กลับส่องประกายเอ็นดูอ่อนวูบยามนึกถึงคนตื่นสายที่คงกำลังกุลีกุจอจัดการตัวเองอยู่ด้านบน เขาค่อย ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะกระเบื้องเนื้อดีเบามือ ไร้เสียงกระทบแม้แต่น้อย
“ไม่ต้องห่วงนะครับน้ามาลินน์ เดี๋ยวผมดูแลน้องเอง” ศรัณย์เอ่ยยืนยันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น สายตาฉายความจริงใจ ห่วงใย และน่าเชื่อถือจนคนฟังรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
เมธาพยักหน้าอย่างสบายใจ
“ฝากด้วยนะ” เมธากล่าวฝากฝังลูกสาวกับคนตรงหน้าอีกครั้งด้วยความไว้วางใจ
“ครับ” ศรัณย์ตอบรับอย่างนอบน้อม
มาลินน์หันไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้องรับแขก
“ป่านนี้น้องน่าจะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ขึ้นไปตามดีกว่า” มาลินน์เอ่ยขึ้นอย่างปรารภพลางขยับตัวเตรียมลุกขึ้น
ยังไม่ทันที่เธอจะลุก เสียงฝีเท้าเร่งรีบจากทางบันไดก็ดังขึ้นเสียก่อน
หญิงสาวในชุดนักศึกษาเรียบร้อยเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกระเป๋าสะพายใบโปรด เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก เธอก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
“พี่รัณย์!” มินตาร้องทักเสียงใสด้วยความดีใจพร้อมส่งรอยยิ้มสดใสไปให้
ศรัณย์ที่กำลังมองจอโทรศัพท์ ละสายตาขึ้นมองเธอทันทีที่ยินเสียงหวาน สายตาคู่คมที่ไร้ความรู้สึกต่อโลกภายนอก บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งที่เก็บซ่อนไว้เพียงผู้เดียว รอยยิ้มอบอุ่นละมุนสายตาผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายรอยยิ้มที่มีไว้เพื่อมินตาแค่คนเดียวเท่านั้น
“เสร็จแล้วเหรอครับ น้องมิน” ศรัณย์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ไพเราะน่าฟัง ละมุนจนคนที่ได้ยินต้องใจละลาย
“ค่ะ” มินตาตอบรับพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
มินตาเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ ๆ เขา ก่อนจะยิ้มให้อย่างเกรงใจ
“น้องให้พี่รัณย์รอนานไหมคะ?” มินตาถามพลางทำสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างน่าเอ็นดู
ศรัณย์มองใบหน้าหวานตรงหน้า สายตาของเขาทอดมองเธอด้วยความละมุนละไมและใส่ใจในทุกรายละเอียด แม้ปากไม่ได้พูดคำหวานซาบซึ้ง ทว่าสายตาที่จับจ้องเธออยู่ตลอดก็เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยอันเปี่ยมล้น
“ไม่นานเลยครับ พี่เพิ่งมาถึงเอง” ศรัณย์ตอบพลางยิ้มอบอุ่น ส่งผ่านความรู้สึกเอ็นดูเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
“จริงเหรอคะ?” มินตาเอียงคอถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“จริงครับ” ศรัณย์พยักหน้ารับยืนยันด้วยท่าทางใจเย็น นัยน์ตาส่อแววอ่อนโยนจับใจ
“ดีเลยค่ะ น้องกลัวพี่รัณย์ต้องรอนาน” มินตากล่าวด้วยถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างผ่อนคลาย
มาลินน์มองลูกสาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ลงมาก็ดีแล้วลูก ไปกินข้าวกันก่อน แม่ให้ป้าเตรียมอาหารไว้แล้ว” มาลินน์เอ่ยชวนทุกคนด้วยน้ำเสียงเอื้ออารี
“ค่ะคุณแม่” มินตารับคำมารดาอย่างว่าง่าย
เมธาหันไปทางศรัณย์
“ศรัณย์ก็กินข้าวด้วยกันสิลูก มาถึงแต่เช้าแล้ว” เมธาเอ่ยชวนชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยความปรารถนาดีและเอ็นดู
ศรัณย์พยักหน้ารับด้วยความนอบน้อม
“ครับคุณอา” ศรัณย์ตอบรับอย่างสุภาพ
“ไปค่ะ กินข้าวก่อน เดี๋ยวค่อยพาน้องไปมหาวิทยาลัย” มาลินน์กล่าวเสริมพร้อมผายมือชวนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ครับน้ามาลินน์” ศรัณย์ตอบรับคำชวนอย่างว่าง่าย
มินตาหันไปมองศรัณย์
“ไปกันค่ะพี่รัณย์” มินตาเอ่ยชวนพลางส่งยิ้มหวานและก้าวเดินนำไปก่อน
“ครับ” ศรัณย์ขานรับในลำคอเบา ๆ สายตาคู่นั้นยังคงทอดมองแผ่นหลังบางของคนตัวเล็กอย่างถนอมและห่วงใย รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นตรงมุมปาก ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินตามไป เว้นระยะห่างอย่างพอเหมาะ คอยระวังหลังให้เธอเสมอ
ทั้งสี่คนเดินไปยังห้องอาหารพร้อมกัน
บทล่าสุด
#52 บทที่ 52 พี่จะอยู่ฉลองวันเกิดกับน้องทุกปีเลย
อัปเดตล่าสุด: 11/2/2026#51 บทที่ 51 เซอร์ไพรส์
อัปเดตล่าสุด: 11/2/2026#50 บทที่ 50 ลืมวันเกิด
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#49 บทที่ 49 พี่ไม่เคยผิดคำสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#48 บทที่ 48 เรื่องที่เธอไม่เคยรู้
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#47 บทที่ 47 วันนี้น้องมีความสุขมากเลย
อัปเดตล่าสุด: 10/19/2026#46 บทที่ 46 ขอสักทีครับ
อัปเดตล่าสุด: 10/18/2026#45 บทที่ 45 ไม่อายค่ะ น้องชอบด้วย
อัปเดตล่าสุด: 10/17/2026#44 บทที่ 44 น้องรักพี่รัณย์
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#43 บทที่ 43 พี่ไม่เคยละเลยน้อง
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













