บทนำ
คำพูดของแม่และภาพเด็กผู้หญิงผมยาวดำขลับพูดจาน่ารำคาญและแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ฉายเข้ามาในหัวเขาซ้ำ ๆ จนธันวาเผลอขบกรามแน่น
"ตุ๊กตาเสียกบาล…" มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน"ใครโสดขอเสียงหน่อยค่า!!!" นับดาวตะโกนใส่ไมค์พลางโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลง เสียงของเธอและท่าทางยั่วยวนเรียกเสียงโห่แซวจากบรรดาชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ด้วยวันนี้เธอสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกสีแดงปล่อยผมยาวสยายพลิ้วไหวไปตามจังหวะการโยกย้ายร่างกาย ใบหน้ารูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางขับให้เธอดูโตกว่าวัยมาก
บท 1
บทนำ
สนามแข่งรถ…
บรื้น…
เสียงรถแข่งดังสนั่นสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ในสนามมีแค่รถแข่งสามคันเท่านั้น ธันวาหันไปพยักหน้าให้เพื่อนรักทั้งสองคนแล้วบิดคันเร่งออกไปอย่างเร็ว ปรินกับขุนเขาเร่งรถตามขึ้นมาเทียบเขาจนได้และเป็นธันวาที่เข้าเส้นชัยไปในรอบที่สาม
"แม่ง… ไม่เคยชนะเลย" ปรินถอดหมวกกันน็อกแล้วเดินมาจับมือกับธันวา ส่วนขุนเขาเดินเข้าไปนั่งพักที่ห้องพักนักแข่ง "เออว่าแต่มึงต้องไปกินข้าวกับใครนะ กูฟังไม่ค่อยถนัด" ปรินถามเสียงเรียบพลางหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้
"เด็กเหี้ยที่ไหนไม่รู้"
"เด็กเหี้ย?" ขุนเขาแทบสำลักน้ำและทวนคำพูดธันวาอีกครั้ง "เด็กเหี้ยที่ไหนวะ เคยเจอกันยัง?"
"ไม่เคย"
"เอ้า… แล้วแบบนี้ก็เท่ากับไปดูตัวอะดิ ใช่ไหมวะ" ปรินเอี้ยวหน้ามาถามขุนเขา
"ก็ประมาณนั้น" ขุนเขาตอบเสียงเรียบ
"น่ารำคาญฉิบหาย กูยิ่งหงุดหงิดง่ายอยู่ช่วงนี้"
"เออ เออออตามพ่อแม่ไปก่อน เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์ทีหลัง" ปรินพยายามพูดให้กำลังใจเพื่อนรัก "กูว่าเด็กเหี้ยที่มึงว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ไม่งั้นพ่อกับแม่มึงไม่ให้ไปดูตัวหรอก"
"ก็เห็นว่าเงียบ ๆ เรียบร้อย ๆ ยิ่งฟังแล้วยิ่งน่าเบื่อ" ธันวาส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย "กูยิ่งไม่ชอบอะไรแบบนี้ ยิ่งเด็กนะยิ่งน่ารำคาญ จะมาพูดจาเหมือนคุณหนู ทำตัวอ่อนปวกเปียกกูยิ่งไม่ชอบอะ เข้าใจกูไหม"
"ก็ต้องไปดูก่อนไหมวะ ไม่แน่อาจจะมาร้อยก็เรียบก็ได้นะเว้ย" ขุนเขาว่าพลางหันไปขำกับปรินขณะเดียวกันธันวาก็ทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างหนัก
"เออ กูต้องไปแล้ว" ธันวายกหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมใส่
"เดี๋ยวโว้ย! จะไปทั้งชุดแข่งแบบนั้นเหรอ"
"เปล่า เดี๋ยวแวะไปคอนโดก่อน"
"อืม โชคดีมึง"
"ไว้เจอกันนะ"
"เค…"
สองชั่วโมงต่อมา
ธันวานั่งอยู่ในโต๊ะอาหารของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่มีทั้งผู้ใหญ่ฝั่งเขา และมีทั้งผู้ใหญ่ฝั่งเด็กคนนั้น คนที่ว่าพ่อแม่เขาอยากให้มาดูตัวนักหนา
"น้องนับดาว สวัสดีพี่ธันวาสิคะลูก" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกความสนใจจากธันวาจนต้องหันกลับไปมองยังต้นทางของเสียง เด็กสาวหน้าตาน่ารักใสชุดเดรสสีชมพูกำลังเดินเข้ามาหาเขาแล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แต่ทว่าธันวากลับขมวดคิ้วยุ่งเพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
"ธันอย่าเสียมารยาทสิลูก รับไหว้น้องสิ"
"ครับ" ธันวายกมือรับไหว้แต่สายตาเขากลับจดจ้องเด็กสาวไม่ลดละ พลางคิดไปด้วยว่าเจอเธอที่ไหน แต่จู่ ๆ เสียงหัวเราะขบขันของแม่ก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน เขาหันมามองพ่อกับแม่แล้วเลิกคิ้วถาม
"มองน้องนับดาวไม่วางตาเลย น้องนับดาวน่ารักใช่ไหมลูก"
"อ๋อ… เอ่อ… ครับ" ธันวายกยิ้มมุมปากมองนับดาวสาวน้อยที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างแม่ของเธอ ท่าทางประหม่าที่เธอแสดงออกทำให้ธันวารู้สึกว่าเธอกำลังฝืนทำอะไรสักอย่างที่ตนเองไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก
"น้องนับดาวกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับที่ธันวาเรียน ลุงอยากให้ธันแนะแนวน้องหน่อยได้ไหม" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ธันวาที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ต้องรีบหันไปมองเจ้าของคำขอร้องนั้น
"แนะแนว… ผมเรียนวิศวฯ น่ะครับ ไม่รู้จะแนะแนวได้ดีไหม และไม่รู้ว่า… น้องนับดาวอยากเรียนคณะไหน" เขาตอบแบบเลี่ยง ๆ แล้วตักอาหารใส่ปากโดยที่ไม่สนใจนับดาวซึ่งเธอกำลังมองเขาอยู่
"แล้วลูกอยากเรียนอะไรเหรอดาว"
"หนูอยากเรียนบริหารค่ะ จบมาจะได้ช่วยคุณพ่อทำงาน" เธอคลี่ยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อแล้วหลุบตามองต่ำเมื่อธันวามองมา
"ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็คงแนะแนวได้ไม่มากครับ เพราะผมไม่ค่อยถูกกับเด็กคณะนั้น แม้จะจบมาแล้วก็ตาม" ธันวาเอ่ยบอกเสียงเรียบ ท่าทางเย็นชาที่เขาแสดงออกมาทำพ่อกับแม่รู้สึกหนักใจไม่น้อย เพราะนี่ก็เป็นการดูตัวกันครั้งแรกและพวกเขาคาดหวังไว้มากว่าหนูนับดาวจะเข้าตาลูกชายบ้าง
"อ๋อ… ไม่เป็นไร เอาเท่าที่ธันเข้าใจก็พอแล้วลูก"
"ครับ" ธันวามองหน้านับดาวที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ อย่างเบื่อหน่ายแล้วรีบกินข้าวแล้วขอตัวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก
"ธัน" เสียงหวานของแม่เอ่ยเรียกลูกชายที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ในจุดที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้แขกมาสูบบุหรี่ ธันวาบี้ก้นบุหรี่ที่เพิ่งสูบหมดลงในถังแล้วเหลือบตามองแม่ที่กำลังทำหน้ายุ่ง ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าแม่จะพูดอะไรกับเขา
"ไม่ชอบ" เขาชิงพูดก่อนที่แม่จะพูดเสียอีก ดวงใจได้แต่อ้าปากค้างกลืนคำพูดที่จะเอ่ยออกไปเพราะไอ้ลูกชายตัวดีกลับพูดขัดเสียก่อน
"ไม่ชอบก็เก็บอาการไว้ก่อน อย่าทำพ่อกับแม่ขายหน้าได้ไหม"
"เอาจริงไหม แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แล้วยังจะพามาอีก ดูยัยเด็กนั่นสิ… เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ น่าเบื่อ"
"อย่าเสียงดังไปได้ไหม แม่ว่าหนูนับดาวน่ารักดีออก"
"น่ารักกับผีสิ ผมไม่ชอบ" เขาตอบกลับทันควันจนผู้เป็นแม่ต้องตีแขนไปหนึ่งที
"พอแล้ว ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน"
"กลับตอนนี้เลยได้ไหม"
"ไม่ได้ กลับเข้าไปก่อน" ธันวาหันมาคลี่ยิ้มให้แม่อย่างประชดประชันแล้วควงแขนแม่เดินเข้าไปในห้องอาหารอีกครั้ง
"อ้าวหนูนับดาวไปไหนคะ" ดวงใจเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองทุกคน
"อ๋อ ไปเข้าห้องน้ำมั้งครับ" เป็นพ่อนับดาวที่ตอบคำถามนั้นแทน ธันวายกยิ้มแล้วนั่งลงที่เดิมด้วยท่าทางสุภาพ แต่กลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวเขาก็ทำเอาคนที่ไม่ชอบถึงกับไอออกมาเบา ๆ แล้วทุกสายตาก็มองมาที่เขา
"ผมสูบบุหรี่มาครับ" เขาพูดออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้สนใจใครแม้ว่าเบื้องหลังแม่จะแอบหยิกขาเขาอยู่
ในห้องน้ำ…
"แก! แกต้องมาเห็นหน้าไอ้พี่คนนั้นนะ หน้าแบบ…" นับดาวตะโกนใส่โทรศัพท์มือถืออย่างเก็บกด "แล้วเมื่อกี้ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่ชอบฉัน ว่าฉันน่ารักเกินไป แล้วไม่ดูตัวเองอะ… ใครมันจะไปชอบ โว้ย!! น่ารำคาญมากเลยแล้วทำไมฉันต้องมาแต่งตัวอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย อึดอัดหมดแล้ว"
(แกใจเย็น ๆ ก่อนนะทำตัวเรียบร้อยเข้าไว้ก่อนนะ ดีเสียอีกที่เขาไม่ชอบความน่ารัก เพราะงั้นแกก็ต้องทำตัวน่ารักไปก่อน เอาไว้เราค่อยไปปลดปล่อยที่ผับ)
"เออ! ดีเหมือนกัน อยากปลดปล่อยจะบ้าตายแล้วเนี่ย เบื่อโว้ย…" นับดาวร้องออกมาด้วยความอึดอัด เธอไม่ได้ดีใจที่พ่อแม่พามาดูตัวแต่รำคาญมากกว่า และไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด เพราะต่อหน้าพ่อแม่เธอมักจะเป็นเด็กเรียบร้อยและอ่อนหวาน แต่จริง ๆ แล้วเธอตรงกันข้ามทุกอย่าง เที่ยวเก่ง ช็อปปิ้งเก่ง กินเหล้าเก่ง…
(พอแล้ว ๆ ออกไปได้แล้วเดี๋ยวเขามาตามนะ)
"อืม ได้ระบายกับแกฉันค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เดี๋ยวต้องไปปั้นหน้ายิ้มหวานใส่ไอ้หน้าตึงนั่นแล้ว บายแก" นับดาวกดวางสายแล้วเปิดประตูเดินออกมายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วมองดูตัวเองในกระจกเงาก่อนที่จะคลี่ยิ้มหวาน
"พี่ธันชอบกินขนมหวานไหมคะ น้องนับดาวชอบทำนะ เอาไว้จะทำไปให้พี่ธันวากินดีไหมคะ แหวะ!! แค่คิดว่าต้องพูดก็จะอ้วกว่ะ" นับดาวเบ้ปากใส่กระจกแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอปั้นหน้ายิ้มบาง ๆ พร้อมกับปรับท่าเดินให้เรียบร้อยขึ้น เดินตรงไปที่ห้องอาหาร แม่บ้านที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำทีหลังทำหน้ามึนงงกับการกระทำของเธอมาก
"อ้าวมาแล้วเหรอลูก"
"ค่ะ ขอโทษที่น้องดาวไปนานนะคะ"
"ฮึ…" ธันวาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขำขันกับสรรพนามที่เด็กสาวใช้เรียกตัวเองก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อยเมื่อถูกคนทั้งโต๊ะหันมามองอีกครั้ง "ครับ?" ธันวาเลิกคิ้วถามเพราะถูกมองนานไป
"เอ่อ… พี่ธันชอบกินขนมหวานมะ…"
"ไม่ชอบ หวานไปมันก็เลี่ยน" นับดาวเม้มปากแน่น ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดประโยคที่เตรียมมาจบเลยด้วยซ้ำธันวาก็เอ่ยตัดบทแบบไม่มีเยื่อใยเลย นับดาวยิ้มหวานแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบแก้เก้อ
'ไอ้หน้าตึง! คิดว่าตัวเองเป็นใครวะมาหักหน้าคนอื่นต่อหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ อย่าให้เจอข้างนอกนะจะตีปากให้!'
"เอาล่ะ ๆ พ่อว่าเราสองคนออกไปคุยกันข้างนอกดีไหม เดี๋ยวผู้ใหญ่จะคุยกับสักหน่อย"
"คะ?" นับดาวหันไปมองพ่อตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ จะให้เธอไปคุยกับไอ้เสาไฟฟ้าสองต่อสองเนี่ยนะ…
"ไปสิธัน พาน้องไปเดินเล่นหน่อยลูก"
"ครับ" ธันวาตวัดสายตามองนับดาวแล้วลุกขึ้นยืน เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินมาควงแขนธันวาไว้ "เดินเองไม่ได้เหรอ" น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่เปล่งออกมาทำเอานับดาวตัวแข็งทื่อไปแทบไม่เป็น
"อ๊ะ… อ๋อค่ะ เดินเองค่ะ" นับดาวหันไปมองหน้าพ่อกับแม่แล้วรีบเดินตามชายหนุ่มไป
"เอออยู่ไหนวะ" ธันวายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหูพลางเหลือบตามองนับดาวด้วย
(เออกูออกมาซื้อของกินไปให้เพียงอะ ทำไมวะ)
"กูอยู่ที่โรงแรมxxx… มารับหน่อย"
(ได้ดิ กูใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว ทางผ่านพอดีอะ ดีนะมึงโทรมาก่อน)
"อืม"
"พี่ธันจะไปไหนเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามชายหนุ่มที่เดินตรงไปทางประตูทางเข้าโรงแรม นับดาวก้าวเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็วแต่ทันใดธันวาก็หยุดเดินกะทันหันทำเอาเธอเบรกแทบหัวทิ่ม
"เธอน่ารักนะแต่เธอไม่ใช่สเปกฉัน หนูนับ… ดาว" ไม่นานมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันสีดำก็ขับเข้ามาจอดเทียบฟุตปาธ ธันวาขยิบตาให้นับดาวแล้วก้าวขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายก่อนที่คนขับจะขับออกไปด้วยความเร็ว
"กรี๊ด!! ไอ้หน้าตึง ไอ้เสาไฟฟ้า!!"
บทล่าสุด
#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษ 1 ฮันนีมูนร้อนรัก(NC)
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#71 บทที่ 71 บทที่ 70 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#70 บทที่ 70 บทที่ 69 ความสุขของคนรักเมีย
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#69 บทที่ 69 บทที่ 68 หมั้นหมาย
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#68 บทที่ 68 บทที่ 67 พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#67 บทที่ 67 บทที่ 66 คลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#66 บทที่ 66 บทที่ 65 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#65 บทที่ 65 บทที่ 64 ตามใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#64 บทที่ 64 บทที่ 63 มากกว่าความเข้าใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#63 บทที่ 63 บทที่ 62 ตงิดใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025
คุณอาจชอบ 😍
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
BAD FIANCE พันธะรักคู่หมั้นใจร้าย
ดิบ เถื่อน รัก
เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกับ ‘อดีตเพื่อนรัก’ ที่กลายเป็นเพื่อนชัง เพื่อนที่เธอแอบรักเขาเพียงแค่ข้างเดียว เพื่อนที่ตราหน้าว่าเธอคือคนที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“ตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน! มึงไม่ใช่เพื่อนกูอีกต่อไป อ้อ…แล้วก็จำเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแม้แต่แอบรักกูมึงก็ไม่มีสิทธิ์” เขาประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเยื่อขาดใย วาจาทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสทำให้เธอน้ำตารื้น
“จอมมึงฟังกูก่อนได้ไหม”
เสียงสั่นเครือพยายามเอ่ยวิงวอน จากนั้นเธอก็วิ่งตามร่างใหญ่ไป แล้วยื้อแขนกำยำเอาไว้สุดแรง ก่อนจะถูกผลักลงไปกองกับผืนทรายร้อนๆ อย่างไร้ปรานี ครั้นจะตามไปยื้ออีกหนก็ต้องผงะ หลับตาปี๋ กลั้นหายใจตัวแข็งทื่อ เมื่อจอมโหดควักปืนออกมายิงเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ปัง!
“ออกไปจากชีวิตกูซะ! แล้วก็อย่ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!”
เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะทอดสายตาชิงชังมาให้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คนถูกเขาผลักไสออกไปจากชีวิตร้องไห้ปานปิ่มจะขาดใจ
โหด (ร้าย) รัก
"ถ้าแค้นนัก! ก็ฆ่าฉันเสียเถอะ!"
บูรณิมาตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด
"ถ้าเธอตาย เรื่องนี้ก็หมดสนุกน่ะซี้"
"คนถ่อย!"
"ชมกันบ่อยขนาดนี้ คงได้สลบคาเตียง"
คนหัวใจทมิฬแสยะยิ้มร้าย
"สารเลว!"
"แล้วชอบไหมจ๊ะ ที่มีผัวสารเลวแบบนี้"
"ไปลงนรกซะ!"
"เอากับเธออยู่ขนาดนี้ ไม่ลงนรกหรอกเบบี๋ มีแต่จะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด" เขาว่าพลางเคลื่อนเข้าหา
"ถะ...ถ้าคุณไม่หยุด ฉันจะกลั้นใจตาย"
"ห้ามคิดแม้แต่จะทำร้ายตัวเอง ชีวิตเธอเป็นของฉัน จะเป็นหรือตายฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด ฉะนั้นตราบใดที่ฉันยังใช้งานร่างกายเธอไม่สาสม อย่าได้คิดทำให้ของของฉันมีตำหนิ"
คนโอหังออกคำสั่งอย่างเผด็จการ
"ชีวิตฉันเป็นของฉัน ไม่ใช่ของคุณ"
"ทำไมจะไม่ใช่ คนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน และไม่มีที่ไปอย่างเธอ ต้องมีนายและเจ้าชีวิต และฉันจะเป็นนายและเจ้าชีวิตให้เธอเอง"
ภรรยาในนาม
"ผู้หญิงคนนี้คือใคร?"
"ก็ลูกสะใภ้แม่ไงครับ"
"ฉันอยากให้แกแต่งงานก็จริงแต่ไม่ใช่ว่าจะคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาเป็นลูกสะใภ้ของฉันก็ได้"
"แต่ผมชอบผู้หญิงคนนี้เพราะเธอเข้ากับผมได้ดี"
"เข้ากับแกได้ดีหมายความว่ายังไง?"
"ก็มันเข้าทุกครั้งที่สอดใส่"
"คฑา!"
อุ้มท้องหนี สามีคลั่ง!
ฉันเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ฉันสามารถให้กำเนิดลูกคนนี้และเลี้ยงดูเขาให้เติบโตขึ้นมาได้ด้วยตัวคนเดียว!
ฉันเป็นผู้หญิงที่ใจดำ หลังจากหย่ากันไป อดีตสามีก็มาสำนึกผิด คุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดี แต่ฉันก็ปฏิเสธไปอย่างเลือดเย็น!
ฉันเป็นผู้หญิงที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ชู้รักของสามีฉัน...นังเมียน้อยนั่น ฉันจะทำให้นางต้องชดใช้อย่างสาสม...
(ขอแนะนำสุดยอดนิยายที่ทำเอาฉันติดงอมแงม อ่านรวดเดียวสามวันสามคืนจนวางไม่ลง สนุกเข้มข้นจนหยุดไม่ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด! ชื่อเรื่องคือ 《แต่งเข้าบ้านเศรษฐี อดีตสามีคลั่งรัก》 ไปที่ช่องค้นหาแล้วพิมพ์ชื่อเรื่องได้เลย)
คุณฟอร์บส์
โอ้พระเจ้า! คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน แม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังเป็นคนเดิมที่หยิ่งยโสและชอบบงการทุกอย่างตามใจตัวเอง
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย?" ฉันถาม ขณะที่รู้สึกว่าขาของฉันเริ่มอ่อนแรง
"ขอโทษนะถ้าฉันทำให้เธอคิดว่าเธอมีทางเลือก" เขาพูดก่อนจะคว้าผมของฉันแล้วดันตัวฉันลง บังคับให้ฉันก้มลงและวางมือบนโต๊ะทำงานของเขา
โอ้ พระเจ้า มันทำให้ฉันยิ้ม และทำให้ฉันยิ่งเปียกชุ่ม บรายซ์ ฟอร์บส์ ดุเดือดกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มาก
แอนนาลีส สตาร์ลิ่ง สามารถใช้คำพ้องความหมายทุกคำในพจนานุกรมเพื่ออธิบายเจ้านายจอมโหดของเธอ และมันก็ยังไม่เพียงพอ บรายซ์ ฟอร์บส์ เป็นตัวอย่างของความโหดร้าย แต่โชคร้ายที่เขาก็เป็นตัวอย่างของความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้เช่นกัน
ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างแอนน์และบรายซ์ถึงจุดที่ควบคุมไม่ได้ แอนนาลีสต้องต่อสู้เพื่อไม่ให้ยอมแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน และต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก ระหว่างการตามความทะเยอทะยานในอาชีพของเธอหรือยอมแพ้ต่อความปรารถนาลึกๆ ของเธอ เพราะเส้นแบ่งระหว่างสำนักงานและห้องนอนกำลังจะหายไปอย่างสิ้นเชิง
บรายซ์ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้เธอออกไปจากความคิดของเขา แอนนาลีส สตาร์ลิ่ง เคยเป็นแค่เด็กสาวที่ทำงานกับพ่อของเขา และเป็นที่รักของครอบครัวเขา แต่โชคร้ายสำหรับบรายซ์ เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ขาดไม่ได้และยั่วยวนที่สามารถทำให้เขาคลั่งได้ บรายซ์ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถห้ามมือของเขาไม่ให้แตะต้องเธอได้นานแค่ไหน
ในเกมที่อันตราย ที่ธุรกิจและความสุขต้องห้ามมาบรรจบกัน แอนน์และบรายซ์ต้องเผชิญกับเส้นแบ่งที่บางเบาระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ที่ทุกสายตาที่แลกเปลี่ยน ทุกการยั่วยุ เป็นคำเชิญให้สำรวจดินแดนที่อันตรายและไม่รู้จัก













