บทนำ
คำพูดของแม่และภาพเด็กผู้หญิงผมยาวดำขลับพูดจาน่ารำคาญและแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ฉายเข้ามาในหัวเขาซ้ำ ๆ จนธันวาเผลอขบกรามแน่น
"ตุ๊กตาเสียกบาล…" มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน"ใครโสดขอเสียงหน่อยค่า!!!" นับดาวตะโกนใส่ไมค์พลางโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลง เสียงของเธอและท่าทางยั่วยวนเรียกเสียงโห่แซวจากบรรดาชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ด้วยวันนี้เธอสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกสีแดงปล่อยผมยาวสยายพลิ้วไหวไปตามจังหวะการโยกย้ายร่างกาย ใบหน้ารูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางขับให้เธอดูโตกว่าวัยมาก
บท 1
บทนำ
สนามแข่งรถ…
บรื้น…
เสียงรถแข่งดังสนั่นสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ในสนามมีแค่รถแข่งสามคันเท่านั้น ธันวาหันไปพยักหน้าให้เพื่อนรักทั้งสองคนแล้วบิดคันเร่งออกไปอย่างเร็ว ปรินกับขุนเขาเร่งรถตามขึ้นมาเทียบเขาจนได้และเป็นธันวาที่เข้าเส้นชัยไปในรอบที่สาม
"แม่ง… ไม่เคยชนะเลย" ปรินถอดหมวกกันน็อกแล้วเดินมาจับมือกับธันวา ส่วนขุนเขาเดินเข้าไปนั่งพักที่ห้องพักนักแข่ง "เออว่าแต่มึงต้องไปกินข้าวกับใครนะ กูฟังไม่ค่อยถนัด" ปรินถามเสียงเรียบพลางหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้
"เด็กเหี้ยที่ไหนไม่รู้"
"เด็กเหี้ย?" ขุนเขาแทบสำลักน้ำและทวนคำพูดธันวาอีกครั้ง "เด็กเหี้ยที่ไหนวะ เคยเจอกันยัง?"
"ไม่เคย"
"เอ้า… แล้วแบบนี้ก็เท่ากับไปดูตัวอะดิ ใช่ไหมวะ" ปรินเอี้ยวหน้ามาถามขุนเขา
"ก็ประมาณนั้น" ขุนเขาตอบเสียงเรียบ
"น่ารำคาญฉิบหาย กูยิ่งหงุดหงิดง่ายอยู่ช่วงนี้"
"เออ เออออตามพ่อแม่ไปก่อน เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์ทีหลัง" ปรินพยายามพูดให้กำลังใจเพื่อนรัก "กูว่าเด็กเหี้ยที่มึงว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ไม่งั้นพ่อกับแม่มึงไม่ให้ไปดูตัวหรอก"
"ก็เห็นว่าเงียบ ๆ เรียบร้อย ๆ ยิ่งฟังแล้วยิ่งน่าเบื่อ" ธันวาส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย "กูยิ่งไม่ชอบอะไรแบบนี้ ยิ่งเด็กนะยิ่งน่ารำคาญ จะมาพูดจาเหมือนคุณหนู ทำตัวอ่อนปวกเปียกกูยิ่งไม่ชอบอะ เข้าใจกูไหม"
"ก็ต้องไปดูก่อนไหมวะ ไม่แน่อาจจะมาร้อยก็เรียบก็ได้นะเว้ย" ขุนเขาว่าพลางหันไปขำกับปรินขณะเดียวกันธันวาก็ทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างหนัก
"เออ กูต้องไปแล้ว" ธันวายกหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมใส่
"เดี๋ยวโว้ย! จะไปทั้งชุดแข่งแบบนั้นเหรอ"
"เปล่า เดี๋ยวแวะไปคอนโดก่อน"
"อืม โชคดีมึง"
"ไว้เจอกันนะ"
"เค…"
สองชั่วโมงต่อมา
ธันวานั่งอยู่ในโต๊ะอาหารของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่มีทั้งผู้ใหญ่ฝั่งเขา และมีทั้งผู้ใหญ่ฝั่งเด็กคนนั้น คนที่ว่าพ่อแม่เขาอยากให้มาดูตัวนักหนา
"น้องนับดาว สวัสดีพี่ธันวาสิคะลูก" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกความสนใจจากธันวาจนต้องหันกลับไปมองยังต้นทางของเสียง เด็กสาวหน้าตาน่ารักใสชุดเดรสสีชมพูกำลังเดินเข้ามาหาเขาแล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แต่ทว่าธันวากลับขมวดคิ้วยุ่งเพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
"ธันอย่าเสียมารยาทสิลูก รับไหว้น้องสิ"
"ครับ" ธันวายกมือรับไหว้แต่สายตาเขากลับจดจ้องเด็กสาวไม่ลดละ พลางคิดไปด้วยว่าเจอเธอที่ไหน แต่จู่ ๆ เสียงหัวเราะขบขันของแม่ก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน เขาหันมามองพ่อกับแม่แล้วเลิกคิ้วถาม
"มองน้องนับดาวไม่วางตาเลย น้องนับดาวน่ารักใช่ไหมลูก"
"อ๋อ… เอ่อ… ครับ" ธันวายกยิ้มมุมปากมองนับดาวสาวน้อยที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างแม่ของเธอ ท่าทางประหม่าที่เธอแสดงออกทำให้ธันวารู้สึกว่าเธอกำลังฝืนทำอะไรสักอย่างที่ตนเองไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก
"น้องนับดาวกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับที่ธันวาเรียน ลุงอยากให้ธันแนะแนวน้องหน่อยได้ไหม" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ธันวาที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ต้องรีบหันไปมองเจ้าของคำขอร้องนั้น
"แนะแนว… ผมเรียนวิศวฯ น่ะครับ ไม่รู้จะแนะแนวได้ดีไหม และไม่รู้ว่า… น้องนับดาวอยากเรียนคณะไหน" เขาตอบแบบเลี่ยง ๆ แล้วตักอาหารใส่ปากโดยที่ไม่สนใจนับดาวซึ่งเธอกำลังมองเขาอยู่
"แล้วลูกอยากเรียนอะไรเหรอดาว"
"หนูอยากเรียนบริหารค่ะ จบมาจะได้ช่วยคุณพ่อทำงาน" เธอคลี่ยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อแล้วหลุบตามองต่ำเมื่อธันวามองมา
"ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็คงแนะแนวได้ไม่มากครับ เพราะผมไม่ค่อยถูกกับเด็กคณะนั้น แม้จะจบมาแล้วก็ตาม" ธันวาเอ่ยบอกเสียงเรียบ ท่าทางเย็นชาที่เขาแสดงออกมาทำพ่อกับแม่รู้สึกหนักใจไม่น้อย เพราะนี่ก็เป็นการดูตัวกันครั้งแรกและพวกเขาคาดหวังไว้มากว่าหนูนับดาวจะเข้าตาลูกชายบ้าง
"อ๋อ… ไม่เป็นไร เอาเท่าที่ธันเข้าใจก็พอแล้วลูก"
"ครับ" ธันวามองหน้านับดาวที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ อย่างเบื่อหน่ายแล้วรีบกินข้าวแล้วขอตัวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก
"ธัน" เสียงหวานของแม่เอ่ยเรียกลูกชายที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ในจุดที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้แขกมาสูบบุหรี่ ธันวาบี้ก้นบุหรี่ที่เพิ่งสูบหมดลงในถังแล้วเหลือบตามองแม่ที่กำลังทำหน้ายุ่ง ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าแม่จะพูดอะไรกับเขา
"ไม่ชอบ" เขาชิงพูดก่อนที่แม่จะพูดเสียอีก ดวงใจได้แต่อ้าปากค้างกลืนคำพูดที่จะเอ่ยออกไปเพราะไอ้ลูกชายตัวดีกลับพูดขัดเสียก่อน
"ไม่ชอบก็เก็บอาการไว้ก่อน อย่าทำพ่อกับแม่ขายหน้าได้ไหม"
"เอาจริงไหม แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แล้วยังจะพามาอีก ดูยัยเด็กนั่นสิ… เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ น่าเบื่อ"
"อย่าเสียงดังไปได้ไหม แม่ว่าหนูนับดาวน่ารักดีออก"
"น่ารักกับผีสิ ผมไม่ชอบ" เขาตอบกลับทันควันจนผู้เป็นแม่ต้องตีแขนไปหนึ่งที
"พอแล้ว ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน"
"กลับตอนนี้เลยได้ไหม"
"ไม่ได้ กลับเข้าไปก่อน" ธันวาหันมาคลี่ยิ้มให้แม่อย่างประชดประชันแล้วควงแขนแม่เดินเข้าไปในห้องอาหารอีกครั้ง
"อ้าวหนูนับดาวไปไหนคะ" ดวงใจเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองทุกคน
"อ๋อ ไปเข้าห้องน้ำมั้งครับ" เป็นพ่อนับดาวที่ตอบคำถามนั้นแทน ธันวายกยิ้มแล้วนั่งลงที่เดิมด้วยท่าทางสุภาพ แต่กลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวเขาก็ทำเอาคนที่ไม่ชอบถึงกับไอออกมาเบา ๆ แล้วทุกสายตาก็มองมาที่เขา
"ผมสูบบุหรี่มาครับ" เขาพูดออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้สนใจใครแม้ว่าเบื้องหลังแม่จะแอบหยิกขาเขาอยู่
ในห้องน้ำ…
"แก! แกต้องมาเห็นหน้าไอ้พี่คนนั้นนะ หน้าแบบ…" นับดาวตะโกนใส่โทรศัพท์มือถืออย่างเก็บกด "แล้วเมื่อกี้ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่ชอบฉัน ว่าฉันน่ารักเกินไป แล้วไม่ดูตัวเองอะ… ใครมันจะไปชอบ โว้ย!! น่ารำคาญมากเลยแล้วทำไมฉันต้องมาแต่งตัวอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย อึดอัดหมดแล้ว"
(แกใจเย็น ๆ ก่อนนะทำตัวเรียบร้อยเข้าไว้ก่อนนะ ดีเสียอีกที่เขาไม่ชอบความน่ารัก เพราะงั้นแกก็ต้องทำตัวน่ารักไปก่อน เอาไว้เราค่อยไปปลดปล่อยที่ผับ)
"เออ! ดีเหมือนกัน อยากปลดปล่อยจะบ้าตายแล้วเนี่ย เบื่อโว้ย…" นับดาวร้องออกมาด้วยความอึดอัด เธอไม่ได้ดีใจที่พ่อแม่พามาดูตัวแต่รำคาญมากกว่า และไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด เพราะต่อหน้าพ่อแม่เธอมักจะเป็นเด็กเรียบร้อยและอ่อนหวาน แต่จริง ๆ แล้วเธอตรงกันข้ามทุกอย่าง เที่ยวเก่ง ช็อปปิ้งเก่ง กินเหล้าเก่ง…
(พอแล้ว ๆ ออกไปได้แล้วเดี๋ยวเขามาตามนะ)
"อืม ได้ระบายกับแกฉันค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เดี๋ยวต้องไปปั้นหน้ายิ้มหวานใส่ไอ้หน้าตึงนั่นแล้ว บายแก" นับดาวกดวางสายแล้วเปิดประตูเดินออกมายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วมองดูตัวเองในกระจกเงาก่อนที่จะคลี่ยิ้มหวาน
"พี่ธันชอบกินขนมหวานไหมคะ น้องนับดาวชอบทำนะ เอาไว้จะทำไปให้พี่ธันวากินดีไหมคะ แหวะ!! แค่คิดว่าต้องพูดก็จะอ้วกว่ะ" นับดาวเบ้ปากใส่กระจกแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอปั้นหน้ายิ้มบาง ๆ พร้อมกับปรับท่าเดินให้เรียบร้อยขึ้น เดินตรงไปที่ห้องอาหาร แม่บ้านที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำทีหลังทำหน้ามึนงงกับการกระทำของเธอมาก
"อ้าวมาแล้วเหรอลูก"
"ค่ะ ขอโทษที่น้องดาวไปนานนะคะ"
"ฮึ…" ธันวาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขำขันกับสรรพนามที่เด็กสาวใช้เรียกตัวเองก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อยเมื่อถูกคนทั้งโต๊ะหันมามองอีกครั้ง "ครับ?" ธันวาเลิกคิ้วถามเพราะถูกมองนานไป
"เอ่อ… พี่ธันชอบกินขนมหวานมะ…"
"ไม่ชอบ หวานไปมันก็เลี่ยน" นับดาวเม้มปากแน่น ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดประโยคที่เตรียมมาจบเลยด้วยซ้ำธันวาก็เอ่ยตัดบทแบบไม่มีเยื่อใยเลย นับดาวยิ้มหวานแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบแก้เก้อ
'ไอ้หน้าตึง! คิดว่าตัวเองเป็นใครวะมาหักหน้าคนอื่นต่อหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ อย่าให้เจอข้างนอกนะจะตีปากให้!'
"เอาล่ะ ๆ พ่อว่าเราสองคนออกไปคุยกันข้างนอกดีไหม เดี๋ยวผู้ใหญ่จะคุยกับสักหน่อย"
"คะ?" นับดาวหันไปมองพ่อตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ จะให้เธอไปคุยกับไอ้เสาไฟฟ้าสองต่อสองเนี่ยนะ…
"ไปสิธัน พาน้องไปเดินเล่นหน่อยลูก"
"ครับ" ธันวาตวัดสายตามองนับดาวแล้วลุกขึ้นยืน เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินมาควงแขนธันวาไว้ "เดินเองไม่ได้เหรอ" น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่เปล่งออกมาทำเอานับดาวตัวแข็งทื่อไปแทบไม่เป็น
"อ๊ะ… อ๋อค่ะ เดินเองค่ะ" นับดาวหันไปมองหน้าพ่อกับแม่แล้วรีบเดินตามชายหนุ่มไป
"เอออยู่ไหนวะ" ธันวายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหูพลางเหลือบตามองนับดาวด้วย
(เออกูออกมาซื้อของกินไปให้เพียงอะ ทำไมวะ)
"กูอยู่ที่โรงแรมxxx… มารับหน่อย"
(ได้ดิ กูใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว ทางผ่านพอดีอะ ดีนะมึงโทรมาก่อน)
"อืม"
"พี่ธันจะไปไหนเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามชายหนุ่มที่เดินตรงไปทางประตูทางเข้าโรงแรม นับดาวก้าวเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็วแต่ทันใดธันวาก็หยุดเดินกะทันหันทำเอาเธอเบรกแทบหัวทิ่ม
"เธอน่ารักนะแต่เธอไม่ใช่สเปกฉัน หนูนับ… ดาว" ไม่นานมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันสีดำก็ขับเข้ามาจอดเทียบฟุตปาธ ธันวาขยิบตาให้นับดาวแล้วก้าวขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายก่อนที่คนขับจะขับออกไปด้วยความเร็ว
"กรี๊ด!! ไอ้หน้าตึง ไอ้เสาไฟฟ้า!!"
บทล่าสุด
#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษ 1 ฮันนีมูนร้อนรัก(NC)
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#71 บทที่ 71 บทที่ 70 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#70 บทที่ 70 บทที่ 69 ความสุขของคนรักเมีย
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#69 บทที่ 69 บทที่ 68 หมั้นหมาย
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#68 บทที่ 68 บทที่ 67 พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#67 บทที่ 67 บทที่ 66 คลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#66 บทที่ 66 บทที่ 65 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#65 บทที่ 65 บทที่ 64 ตามใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#64 บทที่ 64 บทที่ 63 มากกว่าความเข้าใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#63 บทที่ 63 บทที่ 62 ตงิดใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รักระรินใจ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













