ก็ไม่ได้ขอให้มารัก

ก็ไม่ได้ขอให้มารัก

ไอย์ลา ลมหนาว · เสร็จสิ้น · 140.6k คำ

457
ยอดนิยม
1.3k
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

"ม่อนไม่น่ารักคุณเลย"
"ฉันก็ไม่ได้ขอให้มารัก"

บท 1

บทที่ 1

ดอกเบี้ยจำเป็น

เรียวเท้าก้าวลงมาจากรถยนต์ สายตาคู่หวานทอดมองไปยังบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้าท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของไร่องุ่นชื่อดัง ‘ไร่หมอกตะวัน’ นับหลายพันไร่รวมถึงปางช้างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ‘พบตะวัน’ ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยินดีหรือยินร้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ในสถานะ ‘ดอกเบี้ย’

มันก็ดีอยู่หรอกที่เธอไม่ต้องทนฟังเสียงด่าทอและการเปรียบเทียบเธอกับพี่สาวจากมารดา แต่ท้ายที่สุดมันจะดีสักแค่ไหนกันเชียว

“หนูชื่อม่อนใช่ไหม?” หญิงสูงวัยรูปร่างท้วมเดินมาหา ถามไถ่ชื่อแซ่หญิงสาวรุ่นราวคราวลูก

“ใช่ค่ะ ม่อนเอง” เสียงเรียกของป้าตรงหน้าทำให้พบตะวันจำยอมสลัดความคิดในหัวทิ้งไป และตอบรับท่าน

“ป้าชื่อป้าลีนะเป็นคนงานที่นี่แหละ คุณพร้อมเธอฝากให้ป้าพาเราไปส่งที่บ้านพักคนงาน ป้าเองก็เตรียมที่ทางไว้ให้แล้ว ตามมาสิ” ท่านว่าพลางเดินนำพบตะวันและพาขึ้นรถซาเล้งพ่วงข้างขับเข้าไปภายในไร่ใช้เวลาไม่เกินสามนาทีก็ถึงที่หมาย

บ้านพักคนงานของที่นี่ถูกจัดสรรเป็นสัดส่วน มิใช่ห้องแถวยาว ๆ ให้อยู่กันแต่เป็นบ้านปูนชั้นเดียวแม้หลังไม่ได้ใหญ่มากมายแต่ก็ดูออกว่าเจ้าของที่นี่คงจะใส่ใจในสวัสดิภาพการใช้ชีวิตของพนักงานตนเองอยู่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่ลงทุนมากถึงขนาดนี้

“ถึงแล้ว นี่บ้านพักเรา”

“ของม่อนคนเดียวเหรอคะ?” พบตะวันตั้งคำถาม เพราะมันดูสะดวกสบายกว่าที่คิดเอาไว้มาก แม้พื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่นักแต่ความเป็นส่วนตัวมีชัดเจน

“ใช่จ้ะ อยู่ได้ตามสบายนะขาดเหลืออะไรก็บอกป้าได้”

“ขอบคุณป้าลีมากนะคะ แล้วงานที่ต้องทำ...”

“อ้อ...เรื่องนั้น คุณพร้อมบอกป้าไว้แล้วว่าให้เราไปทำงานที่โรงครัว”

“อ้าว...” หญิงสาวครางเสียงแผ่วออกมา ไหนว่าตอนแรกมารดาบอกว่าเขาให้เธอมาทำงานบัญชีไง แล้วทำไมถึงได้เป็นโรงครัวเสียได้ “เดี๋ยวม่อนโทรหาแม่สักครู่นะคะ”

“จ้ะ ตามสบายเลย” ท่านพยักหน้าให้ พบตะวันเดินเลี่ยงออกมาก่อนต่อสายหามารดา ไม่นานนักก็รับสาย

[มีอะไร]

“ไหนแม่บอกว่าคุณพร้อมเขาจะให้ไปทำงานบัญชี แล้วทำไมหนูถึงได้ทำงานที่โรงครัว” เธอไม่รอช้ารีบเข้าประเด็นทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่ามารดาก็คงไม่ได้อยากเสียเวลาคุยกับเธอสักเท่าไร

[เขาบอกมาอย่างนั้นเหรอ?] เพียงนภามารดาของหญิงสาวคิ้วขมวด เพราะตอนแรกเจ้าหนี้บอกแบบนั้นจริง ๆ

“ค่ะ”

[แกก็ทำ ๆ ไปเถอะม่อน] แต่ท้ายที่สุดก็ให้ลูกตอบตกลงไป

“แต่แม่”

[ไหนบอกว่าอยากช่วยพ่อกับแม่ แกหัดทำตัวให้เป็นประโยคเหมือนพี่สาวแกบ้างเถอะ]

“ก็ได้ ม่อนทำก็ได้”

ตั้งแต่เล็กจนโต เธอมักโดนเปรียบเทียบกับพี่สาวอยู่ตลอด จนบางครั้งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจท่านเอาแต่บอกว่าเธอคว้าน้ำเหลว ทำอะไรได้ไม่ดีเท่าพี่สาวแม้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเธอจะเรียนจบปริญญาตรีแถมยังได้เกียรตินิยม แต่พวกท่านไม่เคยมองเห็นความพยายาม เพราะพี่สาวทำได้ดีกว่านั้น

[อยู่ที่นั่นก็ทำงานให้เขาดี ๆ สัญญาแค่หนึ่งปี แกคงทนได้]

“ม่อนอดทนได้มากกว่าที่แม่คิด”

[งั้นก็ดี]

“แม่...” ท่านทำท่าจะวางสาย ทว่าเธอกลับเรียกขานเอาไว้

[มีอะไรอีก]

“เอ่อ...เปล่าค่ะ” เธอแค่อยากถาม...

อยากถามว่าท่านเคยรักเธอบ้างหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าคำตอบที่ตอบกลับมาจะทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ชอกช้ำ กลัวว่าจะรับความจริงไม่ได้หากมารดาพูดว่าท่านไม่รักเธอเหมือนที่รักพี่สาวอย่าง ‘พราวดารา’

ตลอดเวลาพบตะวันเป็นรองพราวดารามาตลอด พี่สาวเป็นคนเก่งตั้งแต่เด็กได้รับการนิยมชมชอบอยู่บ่อยครั้งต่างจากเธอลิบลับ แม้ตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของใคร ยิ่งตอนนี้ที่พราวดาราได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเธอสู้อะไรพี่สาวไม่ได้เลย

การยอมมาที่นี่ในครั้งนี้เพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัว หวังลึก ๆ ว่าบิดามารดาจะหันมามองเธอบ้าง

แต่เปล่าเลย...คนนอกสายตาอย่างไร ท้ายที่สุดก็นอกสายตาอย่างนั้น

“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะป้าลี”

“ไม่เป็นไรจ้ะ สรุปยังไงหนูม่อนไม่รู้มาก่อนเหรอ”

“ไม่รู้ค่ะ ไม่มีใครบอกม่อนเลย”

“ถ้าทำไม่ได้ จะกลับไปก็ได้นะฉันไม่ได้ว่าอะไร”

สิ้นเสียงหวาน เสียงเข้มก็ดังแทรกขึ้นมา ‘พิรัชต์ เลิศไพศาลพิบูลย์’ ชายร่างสูงใบหน้าหล่อเหลากายสมบูรณ์แบบราวกับคนออกกำลังกายและดูแลตัวเองอย่างดีสูงเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวกร้านแดดทว่านั้นไม่ได้ทำให้เสน่ห์เขาลดลงไปเลยสักนิดปรากฏกายต่อหน้าพบตะวัน

“…” เธอเงียบไปเพราะไม่รู้ควรเอ่ยสิ่งใดออกมา ถ้าให้เดาผู้ชายคนนี้คงเป็น ‘คุณพร้อม’ ที่ป้าลีพูดถึง

“อ้าวคุณพร้อม ไหนบอกป้าว่าไปดูเจ้าเวียงพิงค์ไงคะ” เสียงของป้าลีทำลายความเงียบ

“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะครับ ให้หมอมาดูอาการแล้ว” ป้าลีพยักหน้าเข้าใจในคำพูดเจ้านาย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้

“อ้อ ป้าลืมไปเลยหนูม่อนนี่คุณพร้อมจ้ะ” ป้าลีแนะนำให้พบตะวันรู้จักกับพ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของไร่หมอกตะวัน

พิรัชต์มองพบตะวันเสี้ยวนาทีและวางท่าทีเมินเฉยไม่ได้สนใจเท่าไรนัก แต่สำหรับพบตะวันยอมรับว่าเธอเกร็งและกลัวการเผชิญหน้ากับเขาอย่างบอกไม่ถูก ที่ผ่านมาไม่เคยพบเจอกันซึ่ง ๆ หน้ามาก่อน จะเห็นก็เพียงแผ่นหลังกว้างครั้งหนึ่งตอนเขาไปที่บ้านแค่นั้น และก็เดาว่าเขาก็คงไม่เคยเห็นเธอเหมือนกัน

“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้า

“อืม” เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ที่เขาตอบกลับไป ก่อนจะหันไปหาป้าลี “ยังไงผมก็ฝากป้าลีช่วยจัดการให้ทีนะครับ เห็นแม่เขาอวดสรรพคุณสารพัดอย่าง ผมก็หวังว่าคงจะไม่ทำตัวเป็นภาระ”

“สบายใจได้ค่ะ เดี๋ยวป้าจะช่วยดูแลอย่างดี”

“ไม่ต้องถึงกับขั้นนั้นหรอกครับ เขาก็เป็นพนักงานในไร่เราเหมือนกับคนอื่น ๆ ไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร” ท้ายประโยคเขาพูดและหันไปมองพบตะวัน หญิงสาวหลบสายตาไม่กล้ามองพิรัชต์ที่จ้องมองมา

“ฉันหวังว่าเธอจะทำได้นะ งานที่ให้ทำมันก็คงไม่ยากจนเธอต้องเก็บข้าวของกลับบ้าน”

“ม่อนทำได้ค่ะ” เธอยื่นอกตอบน้ำเสียงหนักแน่น กับงานแค่นี้ทำไมเธอจะทำไม่ได้

พิรัชต์ไม่ตอบอะไรออกไป เขาแค่มองพบตะวันเพียงชั่วครู่และหันไปหาป้าลี ส่งยิ้มให้กันก่อนเดินจากไป พอชายหนุ่มจากไปแล้วหญิงสาวถึงได้พลอยหายใจหายคอได้สะดวก เธอนึกว่าตัวเองต้องอึดอัดตายอยู่ต่อหน้าเขาเสียแล้ว คนอะไรน่ากลัวชะมัด ถึงพิรัชต์จะไม่มีคำพูดถากถางหลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป แต่ท่าทางของเขาทำให้เธอกลัว

“ม่อนอยู่จัดของที่นี่ไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอีกสิบนาทีป้ากลับมา จะได้พาเราเข้าไปในไร่ไปแนะนำกับคนอื่น ๆ ให้รู้จัก จะได้ฝากผีฝากไข้กันได้”

“ได้ค่ะ”

ผ่านไปสิบนาทีอย่างที่ป้าลีบอก ท่านก็พาพบตะวันขึ้นรถซาเล้งคันคู่ใจขับเข้าไปภายในไร่ ระหว่างทางมีเสียงทักทายของคนงานตลอดป้าลีก็ถือโอกาสแนะนำพบตะวันให้คนอื่นได้รู้จัก หญิงสาวจึงแลกมิตรภาพไปด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ

“ม่อนฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ”

ทันทีที่ถึงโรงครัวป้าลีแนะนำพบตะวันกับคนอื่นอีกครั้ง หญิงสาวรู้สึกดีอย่างน้อย ๆ คนที่นี่ก็ใจดีกับเธออยู่บ้าง หลายคนเข้ามายิ้มทักทายและผูกมิตรสนิทสนม บางทีการที่เธอได้อยู่ที่นี่ ก็ลดทอนความอึดอัดไปได้มากกว่าที่คิด


พิรัชต์เดินออกมาจากบ้านพักคนงาน เขาขึ้นรถจิ๊ปคันโปรดของตัวเองและขับเข้าไปในไร่แต่ทันทีที่รถจอดสนิทบริเวณคอกม้าเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเหลือบสายตามองดูเห็นชื่อปรากฏบนหน้าจอแล้วอารมณ์เสีย พาลนึกถึงข้อแลกเปลี่ยนในตอนแรก

“ว่ายังไงครับ จะส่งพราวดารามาแล้วใช่ไหม? ดีเลยผมจะได้ส่งเด็กม่อนอะไรนั่นกลับ แม่งดูได้ไม่คุ้มเสียเลยว่ะ”

[คุณพร้อมเราตกลงกันแล้วนะคะ ว่ายัยม่อนจะไปแทนยัยมิลค์ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ]

“แต่ลูกสาวคนเล็กคุณดูทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แบบนี้มันจะคุ้มกับหนี้ที่คุณติดผมอยู่หรือเปล่า”

[แต่ยังไงคุณก็ยอมทำตามที่พวกฉันขอแล้ว]

“น่ารำคาญจริงโว้ย! นี่ถ้าครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ผมไม่ได้พราวดารามา คุณเตรียมไม่มีที่ซุกหัวนอนได้เลยทุกอย่างถือเป็นโมฆะ โรงงานคุณผมก็จะขายทอดตลาดแม่งให้หมด การที่ผมยอมขนาดนี้ถือว่ามากพอแล้ว” ปกติอะไรที่เขาเสียเปรียบเขาไม่มีทางยอมมากขนาดนี้แน่นอน

[ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว]

ขณะที่ตอบโต้ไปแบบนั้น แต่นางก็กลัวในอำนาจของพิรัชต์อยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มช่างแตกต่างไปจากพิไลผู้เป็นมารดานัก ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มคราวลูกรู้ว่านางผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องจ่ายหนี้สินของพิไลมาตลอด พิรัชต์ก็กัดไม่ปล่อยเข้ามาจัดการทุกอย่างแทนมารดา

จะให้คืนเงินทั้งต้นและดอกภายในระยะเวลาสองเดือน แน่นอนว่านางไม่มีทางหามาได้ทันเพราะพิษเศรษฐกิจเลยทำให้โรงงานกระดาษเล็ก ๆ ไปได้ไม่สวยแถมยังร่อแร่ฟื้นตัวไม่ขึ้น ทว่าพอผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ชายหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอแลกตัวของพราวดาราแทนการใช้หนี้ครึ่งหนึ่ง และหนี้สินจะหายไปในระยะยาวหากทั้งคู่ไปกันได้ดีจนถึงขั้นตบแต่ง

แต่ ณ ตอนนี้ ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง เพราะพราวดาราได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ คราแรกพิรัชต์ไม่ยินยอมนางจึงได้เสนอ ‘ดอกเบี้ย’ อย่างพบตะวันเพื่อทดแทน

รอเวลาครบหนึ่งปี

รอเวลาที่พราวดาราจะกลับมา

“ตลก! กล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าตัวเองเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงลูกสาวคุณคงไม่ต้องบากหน้ามาใช้หนี้ให้หรอก ที่พูดออกมาเนี่ยอายบ้างไหม”

[คุณพร้อม!]

“นี่ถ้าให้ผมนับรวม ๆ ดอกเบี้ยของเงินที่คุณกู้แม่ผมไป เด็กม่อนอะไรนั้นยังไม่คุ้มเลยนะ สัญญาแค่หนึ่งปีมันจะไปพออะไร จริงไหม?”

“แต่ผมยังเป็นคนดี ให้โอกาสลูกสาวคุณได้ทำตามความฝัน อันที่จริงผมอุตส่าห์เสนอให้มาเป็นคุณนายเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองแท้ ๆ น่าจะรับไว้แต่แรก แต่ก็นะผมก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรที่จะทำลายความฝันคนอื่น ถ้ามิลค์อยากเรียนผมก็จะให้เขาได้เรียน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่าท่าทีคนพูดกลับผ่อนปรน

“ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ ผมจะเฉกหัวลูกสาวคนเล็กคุณทิ้ง แลกกับลูกสาวคนโตของคุณตามที่ตกลงกันไว้”

[ระหว่างนี้คุณจะไม่ทำอะไรยัยม่อนใช่ไหม?] เพียงนภาร้องถาม ถึงพบตะวันจะทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่องแต่ก็เป็นลูกสาวนาง เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ยังมีเสี้ยวของความห่วงใยให้กันอยู่

“วางใจได้ ผมไม่พิศวาสเด็กคนนั้นขนาดนั้นหรอก” เพราะพบตะวันไม่ใช่คนที่เขาต้องการเขาก็จะไม่แตะต้อง อีกอย่างเขาไม่ใช่พระยาเทครัว ที่จะเอาทั้งพี่ทั้งน้อง

“เพราะไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้น ก็แค่ ‘ดอกเบี้ยไร้ค่า’ ที่คุณส่งมาคั่นเวลา”


เพียงนภาวางสายจากพิรัชต์ไปนานแล้วจากท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวจนตอนนี้ดวงตะวันลับขอบฟ้า แต่หญิงสูงวัยยังคิดไม่ตกกับคำพูดของพิรัชต์ นางไม่แน่ใจนักว่าชายหนุ่มจะพูดจริงมากแค่ไหน มันก็ดีที่พิรัชต์ดูไม่เหลียวแลพบตะวัน แต่เช่นนั้นจะไว้ใจได้จริง ๆ หรือ พบตะวันยิ่งไม่ค่อยทันคน หากโดนชายหนุ่มล่อลวงนิดหน่อย จึงไม่วายคล้อยตาม

“มีอะไรรึเปล่าคะ?” พบตะวันที่กำลังจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ของตนเองให้เข้าที่เข้าทางร้องถามเสียงนิ่งผ่านโทรศัพท์ไปหาคนปลายสาย

[แกอยู่ไหน]

“ม่อนก็อยู่ในบ้านพักไงคะ”

[บ้านพักที่ไหน ใช่บ้านคุณพร้อมรึเปล่า]

“ไม่ใช่ค่ะ ม่อนจะไปอยู่บ้านเขาได้ยังไง ม่อนอยู่บ้านพักคนงาน อยู่คนเดียว”

[แน่นะ]

“ก็ใช่น่ะสิคะ ถ้าไม่นอนนี่แล้วจะให้ไปนอนไหน”

[คุณพร้อมเขาไม่ได้ให้แกไปหาที่บ้านเขาใช่ไหม]

“ไม่ค่ะ แม่มีอะไรรึเปล่า”

[เปล่า ฉันก็แค่โทรมาถามเฉย ๆ งั้นแค่นี้แหละ]

“แม่จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าม่อนเป็นยังไงบ้าง” นอกจากสิ่งที่มารดาอยากรู้ ท่านไม่เคยคิดอยากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเลย

[แล้วแกเป็นไงบ้าง งานที่เขาให้ทำ ทำได้ใช่ไหม] พอได้ยินคำพูดบุตรสาวเมื่อครู่ก็เป็นอันต้องสะอึก แต่มันก็เพียงชั่ววูบ ท้ายที่สุดสลัดทิ้งความรู้สึกพวกนั้นไป

“ทำได้ค่ะ คนที่นี่ใจดีมาก” หรือบางทีการอยู่ที่นี่ เธออาจมีความสุขกว่าอยู่ที่บ้านที่อาศัยมาตั้งแต่เล็กจนโตแต่อย่างไรการได้อยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคย มันก็เป็นเรื่องดีที่สุดอยู่ดี

[ก็ดีแล้ว อยู่ที่นั่นก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปสร้างปัญหาจนพลอยเดือดร้อนมาถึงฉันล่ะ]

“ค่า” เจ้าหล่อนลากเสียงยาวน้อมรับ เธอจะไปสร้างปัญหาอะไรลำพังทำงานไปวัน ๆ เรี่ยวแรงก็ไม่มีเหลือแล้ว เรื่องพวกนั้นลืมไปได้เลย

[อีกอย่างนะม่อน] เรื่องนี้สำคัญมาก [อย่าไปยุ่งหรือเข้าใกล้กับคุณพร้อม ถ้าไม่จำเป็น]

“ทำไมเหรอคะ” เธอสงสัย เพราะมารดาเอาแต่สั่งห้ามแต่ไม่ยอมบอกเหตุผลอะไรเธอเลยสักอย่าง

[ฉันสั่งอะไรก็ทำตามม่อน อย่ามาถามยอกย้อน]

“รู้แล้วค่ะ”

[งั้นแค่นี้แหละ รีบนอนซะพรุ่งนี้แกต้องลุกไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ]

“ค่ะ”

เพียงแค่นั้นมารดาก็วางสายไป แม้แต่คำว่า ‘ฝันดี’ เธอยังไม่ได้รับ อย่างน้อย ๆ ในยามที่ต่างที่ต่างถิ่นแบบนี้แค่ได้ยินว่า ‘หลับฝันดีนะ’ เธอก็สุขใจ แต่เห็นทีคงจะหวังมากเกินไปจริง ๆ

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

หยุดเสือ

หยุดเสือ

175.5k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
เขาเป็นเสือที่ไม่เคยจริงใจกับผู้หญิงคนไหนไม่พร้อมที่จะถอดเขี้ยวเล็บเพื่อใคร
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
อริรักท่านประธาน

อริรักท่านประธาน

255.7k การดู · เสร็จสิ้น · Jiraporn
เขาคือท่านประธานมาเฟียที่กระหายความ 'อยากเอาชนะ'
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง

เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

243k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ

Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ

2.2m การดู · เสร็จสิ้น · Tiwa ทิวา
“ว้าว นี่พี่ชอบนิ่มจริงเหรอเนี่ย” ที่พูดไปก็แค่ติดตลก ไม่อยากให้พี่เขาเครียด
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

292.7k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )

แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )

121k การดู · เสร็จสิ้น · ท้องฟ้าและทุ่งหญ้า
ชีวิตที่เรียบง่ายของ 'พิมรภา' กลับผกผันขั้นสุด เมื่อเธอต้องกลายเป็นผู้ร้ายและตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

503.8k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เจ้าพ่อมาเฟีย

เจ้าพ่อมาเฟีย

26.8k การดู · เสร็จสิ้น · Naya Solene ( น้ำผึ้งสีเลือด )
เรื่องราวความรักของตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ 4 พี่น้องที่นิสัยต่างกัน แต่ต้องทำงานร่วมกัน และปกครองตระกูลของตัวเอง ใครต่อต้านก็พร้อมที่จะทำลายมันให้สิ้นซาก กลายเป็นความวุ่นวายที่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หญิงสาวทั้ง 4 ผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของหนุ่มๆ ในตระกูลนี้ ทั้งรัก ทั้งเกลียด มีความสุขปนเศร้า แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ลงเอยได้ด้วยดี
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

272.9k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)

คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)

58.8k การดู · เสร็จสิ้น · dragonred24
ความพลาดพลั้งเพียงแค่ครั้งเดียว ชีวิตที่แสนอิสระและสงบสุขก็อันตพาลหายไปเมื่อมีเขาเข้ามาเป็นเงาตามตัว
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
มาวิน พี่รหัสโคตรหล่อ | Brother Love

มาวิน พี่รหัสโคตรหล่อ | Brother Love

23k การดู · เสร็จสิ้น · ชูการ์ ชุป
นักเขียนสาวสุดนิ่งรักสันโดษแต่ชีวิตดันไม่สงบเมื่อเจอกับพี่รหัสสุดหล่อที่เป็นขวัญใจของทั้งมหาลัย เธออยากตัดแต่เขาก็ดันอยากติด
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

706.1k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองเลยว่าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาไม่ชายตามองผู้หญิงเอ็กซ์อึ้มแบบฉันเลย
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!