บทนำ
บท 1
สี่ทุ่มแล้ว
กับข้าวบนโต๊ะถูกนำไปอุ่นถึงสามรอบ ในที่สุด เคนท์ สามีของเธอก็กลับมาเสียที
สุภาพรรีบเดินเข้าไปหา เตรียมรองเท้าสลิปเปอร์ให้เขา และรับกระเป๋าเอกสารมาจากมือ ด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว
"จ่ายเงินไปตั้งสามพันล้านเพื่อซื้อคนรับใช้มาคนหนึ่ง คุ้มค่าจริงๆ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่านั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างรุนแรง
ร่างกายของสุภาพรพลันแข็งทื่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้
เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริง
เมื่อสามปีก่อน สิริกร ผู้เป็นแม่ของเธอเคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า "งานแต่งนี้ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มูลค่าหนึ่งพันล้านเป็นสินเดิม ส่วนพวกคุณก็แค่จ่ายค่าสินสอดมาสามพันล้านให้ลูกสาวฉันก็พอ แบบนี้เราทั้งสองตระกูลต่างก็ได้หน้า และไม่มีใครเสียเปรียบ"
ทว่าในภายหลัง นอกจากสิริกรจะไม่มอบสินเดิมใดๆ ให้กับสุภาพรแล้ว ยังยักยอกเงินค่าสินสอดสามพันล้านของตระกูลทับทองไปจนหมดสิ้น
หนำซ้ำยังมีชายแก่รุ่นราวคราวปู่วัยเจ็ดสิบปีบุกเข้ามาอาละวาดกลางงานแต่ง ถือสัญญาซื้อขายลูกสาวที่สิริกรทำไว้มาเพื่อจะชิงตัวเจ้าสาว
การที่ตระกูลแจ่มสว่างนำลูกสาวคนเดียวไปขายให้ถึงสองบ้าน ทำให้ตระกูลทับทองกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมือง ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงจะป่นปี้ แต่ยังต้องสูญเสียโครงการสำคัญไปอีกหลายโครงการ
"พวกแกตระกูลแจ่มสว่างบังอาจมาหลอกลวงฉัน นับจากวินาทีนี้ไป เธอจะต้องก้มหน้ารับกรรมกับทุกสิ่งที่เธอต้องเจอ"
นั่นคือคำพูดที่เคนท์พูดใส่หน้าเธอในงานแต่งงาน
ในตอนนั้นสุภาพรยังไม่เข้าใจความหมาย
จนกระทั่งเคนท์เดินออกจากงานไปอย่างเกรี้ยวกราด ทิ้งให้เธอต้องทำพิธีแต่งงานเพียงลำพังท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามและขบขันนับไม่ถ้วน
มันคืองานแต่งงานฉายเดี่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
คืนวันวิวาห์ เธอเฝ้ารออยู่ในห้องหออันว่างเปล่าเพียงลำพัง ข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
จวบจนถึงวันนี้...
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็ม เคนท์ไม่เคยทำหน้าดีๆ ใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะแตะต้องตัวเธอก็ยังทำราวกับว่าเธอนั้นเปื้อนเชื้อโรคร้าย
เขาบอกว่าเธอเป็นคนรับใช้ แต่ความจริงแล้วเธอมีค่าน้อยกว่าคนรับใช้เสียอีก ใครหน้าไหนก็สามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจมดินได้
ชีวิตที่เป็นอยู่เช่นนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปช่างทรมานเหลือเกิน
เคนท์นั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้ว
สุภาพรเข้าไปตักซุปในครัวออกมา พยายามแสร้งทำเป็นถามขึ้นมาลอยๆ ว่า "เคนท์คะ... คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วหรือเปล่า?"
"หมายความว่ายังไง?"
"ถ้าหากคุณมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว ฉันก็พร้อมที่จะถอยออกมาค่ะ..."
แบบนี้ก็นับว่าดีเหมือนกัน เป็นการส่งเสริมเขา และปล่อยตัวเธอเองให้เป็นอิสระ
ก็ดีนะ
ยังไม่ทันที่เคนท์จะตอบคำถาม จู่ๆ สุภาพรก็รู้สึกหน้ามืดตามัวขึ้นมาเฉียบพลัน
ความหวาดกลัวที่โลกทั้งใบพลันมืดดับลงทำให้เธอพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวโดยสัญชาตญาณ สองมือปัดป่ายไปทั่วจนเผลอทำชามและจานหล่นแตกกระจายไปหลายใบ
"สุภาพร! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!"
ท่ามกลางความโกลาหล มีบางสิ่งร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของสุภาพรตกลงบนพื้น
มันคือยาเม็ดเล็กๆ สีฟ้าอ่อน
เคนท์หยิบมันขึ้นมาดู ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาทันที "ถึงกับต้องใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้เลยเหรอ เธอนี่มันหิวกระหายผู้ชายขนาดไหนกัน?"
"ฉัน..."
เธออยากจะอธิบายว่ายาเม็ดนี้สิริกรเป็นคนยัดเยียดให้เธอ
แต่เคนท์ปักใจเชื่อไปแล้วว่าสุภาพรคิดไม่ซื่อ จึงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ร่างกายสกปรกอย่างเธอ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้า ฉันก็ไม่มีวันแตะต้อง! เลิกเพ้อฝันได้แล้ว!"
สุภาพรเกาะขอบโต๊ะพยุงตัว หลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง พยายามเพ่งมองแผ่นหลังเลือนรางของเคนท์ที่เดินจากไปอย่างหัวเสีย
เธอรู้ดีว่าอาการป่วยของเธอกำเริบหนักขึ้นอีกแล้ว
เมื่อครึ่งเดือนก่อน หมอได้บอกกับเธอว่า "คุณสุภาพรครับ จากผลการตรวจพบว่าอาการสายตาแย่ลงของคุณเกิดจากภาวะเส้นเลือดดำในจอตาอุดตัน หากปล่อยไว้แบบนี้ คุณจะตาบอดถาวรนะครับ"
อาจเป็นเพราะการมองเห็นลดลง ประสาทสัมผัสการได้ยินของสุภาพรจึงเฉียบคมขึ้นมาก
เธอได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ เคนท์กำลังอาบน้ำอยู่
และเธอยังได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังมาจากบริเวณโถงทางเข้า
สุภาพรกังวลว่าจะเป็นเรื่องด่วนเรื่องงานของเคนท์ โชคดีที่อาการตามัวเมื่อครู่เป็นแค่ชั่วคราว
เธอรู้สึกว่าสายตาเริ่มกลับมามองเห็นชัดขึ้นบ้างแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินไปที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ อย่างมีมารยาท "คุณอาบเสร็จหรือยังคะ? มีคนส่งข้อความมาหาค่ะ"
"ใคร?"
"เอ่อ... คุณทิพย์สุดาค่ะ"
ทิพย์สุดา คือแฟนเก่าของเคนท์
เมื่อเช้านี้ หน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์ของนักร้องสาวชื่อดังอย่างทิพย์สุดา
เมื่อเผชิญกับคำถามรุกไล่จากนักข่าว เธอตอบกลับอย่างมั่นใจว่า "การกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะย้ายฐานการทำงานกลับมาที่ไทยแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าค่ะ"
"นั่นก็คือ... การทวงคืนรักแรกของฉัน"
รักแรกที่ทิพย์สุดาพูดถึง คือเคนท์หรือเปล่านะ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เคนท์ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาทันที เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาพูดกับสุภาพรสักคำ แย่งโทรศัพท์ไปจากมือเธอโดยตรง
สุภาพรรวบรวมความกล้าเดินตามเขาไป แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "คุณ... ยังมีเยื่อใยกับคุณทิพย์สุดาอยู่หรือเปล่าคะ?"
"ใครอนุญาตให้เธอมาสาระแนดูมือถือฉัน?"
เคนท์ไม่ตอบคำถาม แต่กลับทิ้งสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยคำเตือนไว้ให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องแต่งตัว
เมื่อออกมาอีกครั้ง เขาเปลี่ยนไปสวมชุดสูทลำลองสีเทา ดูลดความเคร่งขรึมลง แต่เพิ่มความดิบเท่และเสน่ห์อันร้ายกาจเข้ามาแทน
บวกกับผมสั้นที่เซตทรงมาอย่างดีและใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เชื่อได้เลยว่าผู้หญิงค่อนเมืองคงพร้อมจะวิ่งเข้าหา
สุภาพรยืนนิ่งอึ้งไป... เขาจะไปหาทิพย์สุดาใช่ไหม...
"คืนนี้คุณจะยัง..."
กลับมาไหม...
คำพูดที่ยังไม่ทันจบประโยคของสุภาพรถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ช่างน่าขันสิ้นดี
เธอก็เป็นแค่ 'นายหญิง' แต่เพียงในนาม จะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา?
ตกดึก สุภาพรนอนพลิกตัวไปมาข่มตาไม่ลง หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน
หลังตรวจครรภ์ เธอถูกสิริกรลากตัวออกมาจากโรงพยาบาลอย่างไม่ปรานี
เธอยังไม่ทันจะยืนทรงตัวได้ดี ใบผลตรวจครรภ์ก็ถูกปาใส่หน้าเต็มแรง
"แกแต่งเข้าตระกูลทับทองไปกี่ปีแล้ว? แค่ลูกสักคนยังไม่มีปัญญาทำให้ท้องได้ ถ้าเคนท์มันไล่ตะเพิดแกออกมาจริงๆ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะไปหวังพึ่งอะไรได้ฮะ?"
สิริกรชี้หน้าด่าทอด้วยความโมโหที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ เสียงแหลมปรี๊ดดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง
สุภาพรก้มหน้าลงด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี... ลูกเหรอ?
แต่งงานมาสามปี เคนท์ไม่เคยแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย แล้วเธอจะมีลูกได้ยังไง?
"แม่คะ หนู..."
"ไม่ต้องมาแก้ตัว!" สิริกรตวาดลั่น
พร้อมกับยัดยาเม็ดหนึ่งใส่มือสุภาพรอย่างแข็งกร้าว นางพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "นี่คือยาปลุกกำหนัด หาทางให้เคนท์กินซะ แล้วก็ยั่วยวนเขา!"
"หรือถ้าแกไม่มีปัญญา ก็ไปหาผู้หญิงที่มันท้องง่ายๆ มาประเคนให้เขา! ขอแค่ให้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเคนท์ออกมาก็พอ!"
หลังจากสิริกรจากไป สุภาพรยืนข่มความขมขื่นในใจท่ามกลางสายลมหนาวอยู่นานสองนาน
ถ้อยคำอันแหลมคมราวกับมีดกรีดแทงยังคงก้องอยู่ในหู
นั่นคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอแท้ๆ!
แต่กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
เหมือนกับตอนนั้นที่บังคับให้เธอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทับทอง แล้ววันรุ่งขึ้นก็เอาเธอไปขายให้ตาแก่ตัณหากลับวัยเจ็ดสิบเพื่อเงินหนึ่งร้อยล้าน
มาตอนนี้ก็บีบให้เธอตั้งท้อง หรือกระทั่งให้เธอหาผู้หญิงอื่นมาให้สามีตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเงิน
และเธอไม่อาจปฏิเสธ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือก
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังรัวเร็วก็ทำลายความเงียบสงัดของค่ำคืนลง
สุภาพรควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อกดรับสาย ปลายสายก็มีเสียงหวานของผู้หญิงดังขึ้นมาว่า "นั่นคุณสุภาพรใช่ไหมคะ? เคนท์เขาเมามากเลย รบกวนคุณมารับเขากลับไปหน่อยได้ไหมคะ?"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ออกไปจากบ้านฉัน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#79 บทที่ 79 การร้องไห้ของทิพย์สุดา
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#78 บทที่ 78 ความโกรธของสุภาพร
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#77 บทที่ 77 สุภาพรที่ถูกกลั่นแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#76 บทที่ 76 ตัดขาดกับปิยะพงษ์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#75 บทที่ 75 อังควิภามาหาเรื่อง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#74 บทที่ 74 สิ่งที่เขาทำได้ ฉันก็ทำได้
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#73 บทที่ 73 ต้อนรับมณีรัตน์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#72 บทที่ 72 ไปรับลูกบุญธรรมเลิกเรียน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#71 บทที่ 71 ยังไม่ตายชั่วคราว
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













