บทนำ
บท 1
สี่ทุ่มแล้ว
กับข้าวบนโต๊ะถูกนำไปอุ่นถึงสามรอบ ในที่สุด เคนท์ สามีของเธอก็กลับมาเสียที
สุภาพรรีบเดินเข้าไปหา เตรียมรองเท้าสลิปเปอร์ให้เขา และรับกระเป๋าเอกสารมาจากมือ ด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว
"จ่ายเงินไปตั้งสามพันล้านเพื่อซื้อคนรับใช้มาคนหนึ่ง คุ้มค่าจริงๆ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่านั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างรุนแรง
ร่างกายของสุภาพรพลันแข็งทื่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้
เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริง
เมื่อสามปีก่อน สิริกร ผู้เป็นแม่ของเธอเคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า "งานแต่งนี้ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มูลค่าหนึ่งพันล้านเป็นสินเดิม ส่วนพวกคุณก็แค่จ่ายค่าสินสอดมาสามพันล้านให้ลูกสาวฉันก็พอ แบบนี้เราทั้งสองตระกูลต่างก็ได้หน้า และไม่มีใครเสียเปรียบ"
ทว่าในภายหลัง นอกจากสิริกรจะไม่มอบสินเดิมใดๆ ให้กับสุภาพรแล้ว ยังยักยอกเงินค่าสินสอดสามพันล้านของตระกูลทับทองไปจนหมดสิ้น
หนำซ้ำยังมีชายแก่รุ่นราวคราวปู่วัยเจ็ดสิบปีบุกเข้ามาอาละวาดกลางงานแต่ง ถือสัญญาซื้อขายลูกสาวที่สิริกรทำไว้มาเพื่อจะชิงตัวเจ้าสาว
การที่ตระกูลแจ่มสว่างนำลูกสาวคนเดียวไปขายให้ถึงสองบ้าน ทำให้ตระกูลทับทองกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมือง ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงจะป่นปี้ แต่ยังต้องสูญเสียโครงการสำคัญไปอีกหลายโครงการ
"พวกแกตระกูลแจ่มสว่างบังอาจมาหลอกลวงฉัน นับจากวินาทีนี้ไป เธอจะต้องก้มหน้ารับกรรมกับทุกสิ่งที่เธอต้องเจอ"
นั่นคือคำพูดที่เคนท์พูดใส่หน้าเธอในงานแต่งงาน
ในตอนนั้นสุภาพรยังไม่เข้าใจความหมาย
จนกระทั่งเคนท์เดินออกจากงานไปอย่างเกรี้ยวกราด ทิ้งให้เธอต้องทำพิธีแต่งงานเพียงลำพังท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามและขบขันนับไม่ถ้วน
มันคืองานแต่งงานฉายเดี่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
คืนวันวิวาห์ เธอเฝ้ารออยู่ในห้องหออันว่างเปล่าเพียงลำพัง ข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
จวบจนถึงวันนี้...
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็ม เคนท์ไม่เคยทำหน้าดีๆ ใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะแตะต้องตัวเธอก็ยังทำราวกับว่าเธอนั้นเปื้อนเชื้อโรคร้าย
เขาบอกว่าเธอเป็นคนรับใช้ แต่ความจริงแล้วเธอมีค่าน้อยกว่าคนรับใช้เสียอีก ใครหน้าไหนก็สามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจมดินได้
ชีวิตที่เป็นอยู่เช่นนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปช่างทรมานเหลือเกิน
เคนท์นั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้ว
สุภาพรเข้าไปตักซุปในครัวออกมา พยายามแสร้งทำเป็นถามขึ้นมาลอยๆ ว่า "เคนท์คะ... คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วหรือเปล่า?"
"หมายความว่ายังไง?"
"ถ้าหากคุณมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว ฉันก็พร้อมที่จะถอยออกมาค่ะ..."
แบบนี้ก็นับว่าดีเหมือนกัน เป็นการส่งเสริมเขา และปล่อยตัวเธอเองให้เป็นอิสระ
ก็ดีนะ
ยังไม่ทันที่เคนท์จะตอบคำถาม จู่ๆ สุภาพรก็รู้สึกหน้ามืดตามัวขึ้นมาเฉียบพลัน
ความหวาดกลัวที่โลกทั้งใบพลันมืดดับลงทำให้เธอพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวโดยสัญชาตญาณ สองมือปัดป่ายไปทั่วจนเผลอทำชามและจานหล่นแตกกระจายไปหลายใบ
"สุภาพร! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!"
ท่ามกลางความโกลาหล มีบางสิ่งร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของสุภาพรตกลงบนพื้น
มันคือยาเม็ดเล็กๆ สีฟ้าอ่อน
เคนท์หยิบมันขึ้นมาดู ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาทันที "ถึงกับต้องใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้เลยเหรอ เธอนี่มันหิวกระหายผู้ชายขนาดไหนกัน?"
"ฉัน..."
เธออยากจะอธิบายว่ายาเม็ดนี้สิริกรเป็นคนยัดเยียดให้เธอ
แต่เคนท์ปักใจเชื่อไปแล้วว่าสุภาพรคิดไม่ซื่อ จึงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ร่างกายสกปรกอย่างเธอ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้า ฉันก็ไม่มีวันแตะต้อง! เลิกเพ้อฝันได้แล้ว!"
สุภาพรเกาะขอบโต๊ะพยุงตัว หลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง พยายามเพ่งมองแผ่นหลังเลือนรางของเคนท์ที่เดินจากไปอย่างหัวเสีย
เธอรู้ดีว่าอาการป่วยของเธอกำเริบหนักขึ้นอีกแล้ว
เมื่อครึ่งเดือนก่อน หมอได้บอกกับเธอว่า "คุณสุภาพรครับ จากผลการตรวจพบว่าอาการสายตาแย่ลงของคุณเกิดจากภาวะเส้นเลือดดำในจอตาอุดตัน หากปล่อยไว้แบบนี้ คุณจะตาบอดถาวรนะครับ"
อาจเป็นเพราะการมองเห็นลดลง ประสาทสัมผัสการได้ยินของสุภาพรจึงเฉียบคมขึ้นมาก
เธอได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ เคนท์กำลังอาบน้ำอยู่
และเธอยังได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังมาจากบริเวณโถงทางเข้า
สุภาพรกังวลว่าจะเป็นเรื่องด่วนเรื่องงานของเคนท์ โชคดีที่อาการตามัวเมื่อครู่เป็นแค่ชั่วคราว
เธอรู้สึกว่าสายตาเริ่มกลับมามองเห็นชัดขึ้นบ้างแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินไปที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ อย่างมีมารยาท "คุณอาบเสร็จหรือยังคะ? มีคนส่งข้อความมาหาค่ะ"
"ใคร?"
"เอ่อ... คุณทิพย์สุดาค่ะ"
ทิพย์สุดา คือแฟนเก่าของเคนท์
เมื่อเช้านี้ หน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์ของนักร้องสาวชื่อดังอย่างทิพย์สุดา
เมื่อเผชิญกับคำถามรุกไล่จากนักข่าว เธอตอบกลับอย่างมั่นใจว่า "การกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะย้ายฐานการทำงานกลับมาที่ไทยแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าค่ะ"
"นั่นก็คือ... การทวงคืนรักแรกของฉัน"
รักแรกที่ทิพย์สุดาพูดถึง คือเคนท์หรือเปล่านะ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เคนท์ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาทันที เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาพูดกับสุภาพรสักคำ แย่งโทรศัพท์ไปจากมือเธอโดยตรง
สุภาพรรวบรวมความกล้าเดินตามเขาไป แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "คุณ... ยังมีเยื่อใยกับคุณทิพย์สุดาอยู่หรือเปล่าคะ?"
"ใครอนุญาตให้เธอมาสาระแนดูมือถือฉัน?"
เคนท์ไม่ตอบคำถาม แต่กลับทิ้งสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยคำเตือนไว้ให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องแต่งตัว
เมื่อออกมาอีกครั้ง เขาเปลี่ยนไปสวมชุดสูทลำลองสีเทา ดูลดความเคร่งขรึมลง แต่เพิ่มความดิบเท่และเสน่ห์อันร้ายกาจเข้ามาแทน
บวกกับผมสั้นที่เซตทรงมาอย่างดีและใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เชื่อได้เลยว่าผู้หญิงค่อนเมืองคงพร้อมจะวิ่งเข้าหา
สุภาพรยืนนิ่งอึ้งไป... เขาจะไปหาทิพย์สุดาใช่ไหม...
"คืนนี้คุณจะยัง..."
กลับมาไหม...
คำพูดที่ยังไม่ทันจบประโยคของสุภาพรถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ช่างน่าขันสิ้นดี
เธอก็เป็นแค่ 'นายหญิง' แต่เพียงในนาม จะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา?
ตกดึก สุภาพรนอนพลิกตัวไปมาข่มตาไม่ลง หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน
หลังตรวจครรภ์ เธอถูกสิริกรลากตัวออกมาจากโรงพยาบาลอย่างไม่ปรานี
เธอยังไม่ทันจะยืนทรงตัวได้ดี ใบผลตรวจครรภ์ก็ถูกปาใส่หน้าเต็มแรง
"แกแต่งเข้าตระกูลทับทองไปกี่ปีแล้ว? แค่ลูกสักคนยังไม่มีปัญญาทำให้ท้องได้ ถ้าเคนท์มันไล่ตะเพิดแกออกมาจริงๆ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะไปหวังพึ่งอะไรได้ฮะ?"
สิริกรชี้หน้าด่าทอด้วยความโมโหที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ เสียงแหลมปรี๊ดดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง
สุภาพรก้มหน้าลงด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี... ลูกเหรอ?
แต่งงานมาสามปี เคนท์ไม่เคยแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย แล้วเธอจะมีลูกได้ยังไง?
"แม่คะ หนู..."
"ไม่ต้องมาแก้ตัว!" สิริกรตวาดลั่น
พร้อมกับยัดยาเม็ดหนึ่งใส่มือสุภาพรอย่างแข็งกร้าว นางพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "นี่คือยาปลุกกำหนัด หาทางให้เคนท์กินซะ แล้วก็ยั่วยวนเขา!"
"หรือถ้าแกไม่มีปัญญา ก็ไปหาผู้หญิงที่มันท้องง่ายๆ มาประเคนให้เขา! ขอแค่ให้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเคนท์ออกมาก็พอ!"
หลังจากสิริกรจากไป สุภาพรยืนข่มความขมขื่นในใจท่ามกลางสายลมหนาวอยู่นานสองนาน
ถ้อยคำอันแหลมคมราวกับมีดกรีดแทงยังคงก้องอยู่ในหู
นั่นคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอแท้ๆ!
แต่กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
เหมือนกับตอนนั้นที่บังคับให้เธอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทับทอง แล้ววันรุ่งขึ้นก็เอาเธอไปขายให้ตาแก่ตัณหากลับวัยเจ็ดสิบเพื่อเงินหนึ่งร้อยล้าน
มาตอนนี้ก็บีบให้เธอตั้งท้อง หรือกระทั่งให้เธอหาผู้หญิงอื่นมาให้สามีตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเงิน
และเธอไม่อาจปฏิเสธ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือก
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังรัวเร็วก็ทำลายความเงียบสงัดของค่ำคืนลง
สุภาพรควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อกดรับสาย ปลายสายก็มีเสียงหวานของผู้หญิงดังขึ้นมาว่า "นั่นคุณสุภาพรใช่ไหมคะ? เคนท์เขาเมามากเลย รบกวนคุณมารับเขากลับไปหน่อยได้ไหมคะ?"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ออกไปจากบ้านฉัน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#79 บทที่ 79 การร้องไห้ของทิพย์สุดา
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#78 บทที่ 78 ความโกรธของสุภาพร
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#77 บทที่ 77 สุภาพรที่ถูกกลั่นแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#76 บทที่ 76 ตัดขาดกับปิยะพงษ์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#75 บทที่ 75 อังควิภามาหาเรื่อง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#74 บทที่ 74 สิ่งที่เขาทำได้ ฉันก็ทำได้
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#73 บทที่ 73 ต้อนรับมณีรัตน์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#72 บทที่ 72 ไปรับลูกบุญธรรมเลิกเรียน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#71 บทที่ 71 ยังไม่ตายชั่วคราว
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
นายหัวคลั่งรัก
คำโปรย
เมื่อเธอหนีร้อนมาพึ่งเย็น ถ้าเขาไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย
"มองหน้า...มีปัญหาหรือว่ามีใจ"
"นายหัวพูดว่าอะไรนะคะ หนูฟังไม่ค่อยถนัด"
"ไม่ได้ยินก็แล้วไป"
แนะนำตัวละคร
ภูผา (เฮียผา) อายุ 38 ปี พี่ชายคนโตของบ้าน สถานะยังโสดสนิท มีอิทธิพลในพื้นที่ นิสัยไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ใครๆก็เรียกเขาว่านายหัว
เพียงนารา (นารา) อายุ 20 ปี ชีวิตมีปัญหาจนต้องถึงขั้นหนี บังเอิญมาเจอนายหัวภูผา แต่เขากลับคิดว่าเธอเข้าหาเขาเพราะมีบางอย่างแอบแฝง
ตัวละครในเรื่อง
สิงโต (เฮียสิงห์) ลูกชายคนที่ 2 ของบ้าน
ต้นกล้า (เฮียกล้า) ลูกชายคนที่ 3 ของบ้าน
ตะวัน (น้องสาวคนเล็กของบ้าน)
#นิยายเรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...เพลย์บอยพ่ายรัก สามารถแยกอ่านได้ ไม่งงแน่นอนค่ะ
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
Not Love | ไม่รัก(อย่ากั๊ก!!)
นั่นคือประโยคที่มันย้ำเตือนให้ฉันเจียมตัวแล้วต้องเลิกรักผู้ชายเย็นชาอย่างพี่เรย์
ในเมื่อเขาบอกกับฉันอย่างชัดเจนขนาดนั้น ฉันคงไม่โง่รักเขาต่อ....













