บทนำ
“คุณเอิงเอยสั่ง”
บท 1
ความตึงเครียดในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ กดดันหนุ่มนักศึกษาจบใหม่ไร้ประสบการณ์ชีวิตให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ สายตาประหม่ากับอาการนั่งสั่นขาบ่งบอกให้รู้ว่าเวลานี้ เวย์ เวธัส กำลังตกอยู่ในอาการเครียด มือจับใบสมัครงานนั่งอ่านทวนข้อความ ที่ตัวเองกรอกลงไปในช่องว่างซ้ำ ๆ ทบทวนว่า ไอ้ที่เขียนลงไปนั้นครบถ้วน ถูกต้องดีหรือเปล่า
“เชิญผู้สมัครคนถัดไปค่ะ” เสียงคำขานของพนักงานสาว นั่งประจำอยู่หน้าห้องสอบสัมภาษณ์
“ครับ!” เวธัสสะดุ้งจนหัวไหล่กระตุก ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืน แอบกลืนน้ำลายลงคอ พร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าปอดสองสามทีเหมือนอยากให้อากาศบริสุทธิ์ไปดันเอาความตื่นเต้นให้กระเด็นออกจากอกเสียที เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเวธัส สำหรับประสบการณ์สมัครและสัมภาษณ์งาน ภายในห้องสัมภาษณ์งาน
“เชิญนั่ง แล้วเริ่มต้นแนะนำตัวค่ะ” หนึ่งในห้าคณะกรรมการอาวุโสผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์พนักงานงานใหม่ ในตำแหน่งเลขานุการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผายมือไปด้านหน้ายังตำแหน่งว่างของเก้าอี้
“ครับ ผมชื่อเวธัส ชื่อเล่นเวย์ อายุยี่สิบสี่ปีครับ” ไม่เสียแรงสู้อุตส่าห์ยืนซ้อมท่องบทการแนะนำตัวเองอยู่หน้ากระจกตั้งสามวัน เสียงทุ้มฉะฉานรับกับประกายตามุ่งมั่นตั้งใจ
“ในใบสมัครงานเขียนเอาไว้ว่าคุณไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานเลขานุการมาก่อนเลย แต่ทางเรากำหนดคุณสมบัติผู้สมัครว่าต้องมีประสบการสิบปีขึ้นไป แล้วทำไมคุณถึงยังมาสมัครงานตำแหน่งนี้คะ” หนึ่งในห้าผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์เคาะปากกาลงไปยังกระดาษใบสมัครงาน
“คุณต้องการคนที่มีประสบการณ์สิบปีมาร่วมงาน ส่วนผมอยากได้ประสบการณ์ปีที่หนึ่งที่นี่ ถ้าผมไม่เริ่มปีที่หนึ่ง ผมก็ไม่มีปีที่สิบสักที”
“คุณคิดว่าจะมาทดลองงานเพื่อหาประสบการณ์จากที่นี่อย่างนั้นหรือ”
“ผมไม่ได้เจตนา แค่อยากมาทดลอง ผมอยากทำงานจริง ๆ ครับ”
“ตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดมีความสำคัญมาก จำเป็นต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ ความละเอียดรอบคอบที่ค่อนข้างสูง คุณคิดว่าตัวเองสามารถทำได้หรือคะ”
“คุณสามารถทดสอบความละเอียดรอบคอบของผมได้ครับ อย่างน้อยผมมั่นใจว่าช่วงทดลองงานหนึ่งร้อยยี่สิบวัน มันเพียงพอให้ผมพิสูจน์ตัวเอง”
“คุณไม่คิดว่าตัวเองเด็ก อายุน้อยเกินไปสำหรับตำแหน่งนี้หรือคะ”
“ไม่ครับ ผมแค่เกิดช้ากับเรียนหนังสือเยอะไปหน่อย เลยมาสมัครงานทีหลังคนอื่น แต่อีกสักห้าปี ผมจะอายุเยอะขึ้น แล้วกลายเป็นเลขานุการที่เก่งขึ้น ถึงวันนั้นพวกคุณอาจภูมิใจในตัวผม”
“ขอบคุณสำหรับการให้สัมภาษณ์ของคุณวันนี้ค่ะ หากผลประกาศออกมาแล้ว ทางบริษัทจะติดต่อกลับไปอีกครั้งนะคะ”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เวธัสได้ยิน มันผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่จนกระทั่งวันนี้ยังไม่มีใครติดต่อเขากลับมาเพื่อแจ้งข่าวผลสัมภาษณ์ เขาจึงทำใจว่าคงต้องไปหาสมัครงานที่อื่นสำรองเอาไว้ดีกว่า
“นี่เป็นรายชื่อพร้อมประวัติส่วนตัวของผู้เข้ามาสมัครตำแหน่งเลขาฯ ของคุณเอิงเอยค่ะ มีผู้เข้ามาสมัครสามสิบสองคน คัดคุณสมบัติผ่านตามเงื่อนไข พร้อมการสอบสัมภาษณ์รอบแรก เหลือคนที่น่าสนใจอยู่สิบเจ็ดคน” ปรีดาผู้จัดการฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล วางแฟ้มเอกสารรายละเอียดลงไปบนโต๊ะ
“แล้วในสิบเจ็ดคนนี้ คุณปรีดาคิดว่ามีใครน่าสนใจบ้างคะ”
“มีสามคนที่มีประสบการณ์เลขานุการระดับผู้บริหารโดยตรงค่ะ” ปรีดาเปิดแฟ้มใบสมัครงานซึ่งแนบรูปถ่ายผู้สมัครงานพลิกให้เจ้านายสาวดู
ปัณณรินทร์เลื่อนแฟ้มข้อมูลนั้นมาตรงหน้า ไล่สายตาอ่านข้อมูลต่าง ๆ ทีละคน ก่อนจะผลักมันส่งให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดสรรพนักงาน
“คุณเอิงเอยไม่ชอบหรือคะ”
“เป็นคนมีครอบครัวทั้งหมดเลย อีกอย่างลูกยังเล็ก ๆ กันทั้งนั้น ครั้งก่อนก็แบบนี้ เดี๋ยวลูกป่วย ไปงานโรงเรียนลูก ลูกไม่สบาย พาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ ต้องกลับบ้านเร็ว วัน ๆ รับแต่โทรศัพท์สามีเช็กว่าอยู่ไหน บอกตามตรงนะคะ เอิงอยากได้คนที่คล่องตัวกว่านี้ ผู้ชายก็ได้ค่ะแต่ขอแบบโสดสนิท ไม่มีแฟน ไม่มีลูก ไม่มีเมีย ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษคล่อง มีความละเอียดรอบคอบสักหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้นมีอยู่คนหนึ่งค่ะ แต่ว่าเขาไม่มีประสบการณ์เลยนะคะ”
หนุ่มหล่อในชุดเสื้อกล้ามกางเกงบอลเดินถือถุงลูกชิ้นปิ้งออกมาจากซอย ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังยืนกอดอกมองฝาท่อระบายน้ำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มองอะไรเหรอ” ความอยากรู้อยากเห็นดึงขาของเวธัสให้เดินไปยืนชะโงกหน้ามองฝาครอบแบบเหล็กเป็นตารางนั้นด้วยอีกคน
“คือโทรศัพท์ของฉันมันตกลงไป” ปัณณรินทร์ยืนถอนหายใจอย่างร้อนรน
“อ่า ไม่เห็นยากเลย ก็แค่ยกอันนี้ อะ ฝากถือหน่อย อย่าแอบกินของผมนะ”
ถุงลูกชิ้นปิ้งถูกยื่นยัดใส่ลงไปในมือบาง มือถลกแขนเสื้อกล้ามที่มันสั้นอยู่แล้วให้ถลกขึ้นไป ใช้มือแกร่งออกแรงยกฝาท่อระบายน้ำเป็นเหล็กทั้งชิ้นขึ้นมา แล้วนอนราบลงไปบนพื้นถนนสกปรก เอื้อมมือลงไปควานหาโทรศัพท์มือถือ ให้กับเจ้าของมินิเดรสกระโปรงสั้น
“เอ่อ นี่...คุณช่วยขยับไปยืนไกล ๆ ผมหน่อยได้ไหม”
“ทำไมล่ะ”
“เห็นกางเกงในแล้วเนี่ย ขยับไป”
“นี่นาย!” ปัณณรินทร์ใช้สองมือตะครุบชายกระโปรงตัวเอง แต่ลืมไปว่าในมือนั้นมีถุงลูกชิ้นปิ้งของพลเมืองดีฝากถืออยู่
“เอ้า แล้วเอาลูกชิ้นผมไปหมกตรงนั้น ตาย ๆ แอบทำของใส่ผมปะเนี่ย”
นี่ถ้าไม่ติดตรงที่ปัณณรินทร์กำลังตกที่นั่งลำบาก เธอคงต้องหาอะไรมาฟาดปากตาคนลามกนี่แน่ เจ้าของรองเท้าสวยขยับเดินถอยหลังยืนห่างไปอีกประมาณห้าก้าว รีบเอาถุงลุกชิ้นปิ้งไปวางบนหลังคารถ มือยกกอดอกลุ้นว่าพลเมืองดีมีน้ำใจจะสามารถเอาโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาจากท่อได้หรือเปล่า
“อะได้แล้ว พังไหมวะเนี่ย” มือดำเพราะเปื้อนน้ำโคลน น้ำคลำยกโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ขึ้นมาอวด
ซุกโทรศัพท์ราคาเกือบแสนเข้าไปใต้เสื้อ ใช้ผ้ายืดย้วยช่วยเช็ดทำความสะอาดให้มากที่สุดก่อนจะส่งคืนเจ้าของ
“เอ้า ลองดูว่ายังเปิดติดไหม”
“อืม ขอบคุณนะ”
ปัณณรินทร์ยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นว่าโทรศัพท์นั้นยังสามารถใช้งานได้
‘อีกสามสิบนาทีการประชุมจะเริ่มแล้วนะคะ’
ข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอก่อน ภาพหน้าจอสว่างขึ้นเป็นตารางพร่ามัวแล้วดับลง
“แย่แล้ว ขอบคุณนะ นายคิดเงินไหม ฉันจ่ายค่าเสียเวลาให้”
“ไม่เป็นไร คุณรีบไม่ใช่เหรอ รีบไปเหอะเดี๋ยวไม่ทัน”
“ขอบคุณนะ นี่นามบัตรฉัน ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็โทรมานะ” ปัณณรินทร์กล่าวขอบคุณ นึกถึงธุระสำคัญที่ตัวเองต้องรีบไปจัดการ รีบเดินกลับไปยังรถแล้วขับออกไปทันที
“อ่าวเห้ย คุณ ลูกชิ้นปิ้งผม!” รถเก๋งออกตัวเร็วกระชากถุงลูกชิ้นปิ้งกลิ้งจากหลังคา กระเด็นตกลงไปนอนนิ่งอยู่ในท่อระบายน้ำ แทนโทรศัพท์เครื่องใหญ่เมื่อครู่
“...ลูกชิ้นปิ้งกู”
ตาละห้อยมองถุงของโปรดด้วยความเสียดาย มือไม้แขนขาเหม็นคาวน้ำคลำ แต่เดินทิ้งไปไม่ได้ เพราะต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำไว้นั่นคือ ไปยกฝาท่อหนักเอามันกลับมาใส่ที่เดิม
เจ้าของใบหน้าหล่อ แต่บูดบึ้งเดินหน้าบี้กลับมาจนถึงอพาร์ทเม้นท์ที่พัก รีบเข้าไปอาบน้ำ อาบท่า เสร็จทันเวลาออกมารับโทรศัพท์สายสำคัญแจ้งข่าวดีเกี่ยวกับงานในตำแหน่งเลขาฯ ที่ไปสมัครเอาไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
“จริงเหรอครับ ขอบคุณครับ”
แม้วันนี้จะเกิดเรื่องโชคร้ายที่เขาต้องเอาตัวเองไปเปลืองเปื้อนน้ำคลำเหม็นเน่า แถมยังเสียดายลูกชิ้นปิ้งจากร้านประจำ ที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินไปซื้อมา แต่ทว่าไม่ได้กินสักลูกเดียว แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี นั่นคือวันนี้เขาได้เห็นกางเกงในของสาวสวย ถือว่าเป็นกางเกงในนำโชค เพราะอย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้งานทำแล้ว
“เออ นามบัตร...” เจ้าของห้องพักเล็กเดินใช้ผ้าเช็ดตัวขยี้หัวเปียกไปหยิบกระดาษแข็งที่ผู้หญิงคนนั้นยัดใส่มือมาให้ แล้วบอกว่ามีอะไรให้ช่วยให้โทรไป
“ช่วยเหรอ แล้วคุณจะช่วยอะไรผมได้ล่ะ อืมมมม” ตาเพ่งอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ ซึ่งเขียนเรียงอยู่บนนามบัตรกระดาษ
“นาตยา รับดูดส้วม! เออ...ปกติที่หอเขาดูดให้อยู่แล้วนะ คงไม่ต้องมั้ง”
บทล่าสุด
#82 บทที่ 82 นิทานฉบับพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#81 บทที่ 81 สำคัญกับชีวิตมากที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#80 บทที่ 80 เสียงกรีดร้อง
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#79 บทที่ 79 วินาทีสำคัญ
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#78 บทที่ 78 เข็มกลัดรูปกระต่ายน้อย
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#77 บทที่ 77 ใต้ความดำมืด
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#76 บทที่ 76 พร่าเลือน
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#75 บทที่ 75 สมใจ
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#74 บทที่ 74 ผัวจ๋าหมาเด็ก
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#73 บทที่ 73 ป้อนนม
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’













