บทนำ
บท 1
กลิ่นธูปจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมปนเปไปกับกลิ่นชื้นของสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับฟ้าเบื้องบนกำลังร้องไห้ให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดสูทสีดำสนิทของ “สิงห์” หรือ “สิงหราช” ยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน สองมือไพล่หลัง สายตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นจ้องมองไปยังหลุมศพใหม่เอี่ยมที่เพิ่งกลบดินเสร็จ ป้ายหินอ่อนสลักชื่อชายผู้เปรียบเสมือนแขนขวาและเพื่อนตาย... “เดชา”
“นายครับ... ฝนตกหนักแล้ว กลับขึ้นรถเถอะครับ” เสียงลูกน้องคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่มคันใหญ่ที่กางออกเพื่อบังเม็ดฝนให้ผู้เป็นนาย
สิงห์ไม่ได้ขยับตัว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง หยาดฝนไหลรินผ่านใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเย็นชาและจิตสังหาร
“มันตายทรมานไหม?” เขาถามเสียงเรียบ แต่คนฟังกลับรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
“ครับนาย... พวกอินทรีดำมันเล่นงานพี่เดชาหนักมาก ก่อนที่จะยิงทิ้ง” ลูกน้องตอบเสียงสั่น
สิงห์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก ไม่ใช่แค่ความเสียใจ แต่มันคือความแค้น เดชาไม่ใช่แค่ลูกน้อง แต่คือคนที่ร่วมสร้าง “แก๊งพยัคฆ์คำราม” มาด้วยกัน เป็นคนที่คอยระวังหลังให้เขาเสมอในยามที่ต้องปะทะกับศัตรู
แต่เมื่อคืนวาน การลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ของแก๊งคู่ปรับอย่าง “อินทรีดำ” เข้ามาในพื้นที่เขตรับผิดชอบของเขา ทำให้เกิดการปะทะกันรุนแรง และเดชาก็พลาดท่าถูกเล่นงาน เพียงเพราะพยายามปกป้องเด็กคนหนึ่งไม่ให้โดนลูกหลง
“คนดี... มักจะอายุสั้นสินะ” สิงห์พึมพำมุมปากยกยิ้มหยันโลก “แต่มึงไม่ต้องห่วงไอ้เดชา กูจะลากคอพวกมันลงนรกไปขอขมามึงให้หมด”
.
บรรยากาศภายในห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของคลับหรูใจกลางเมืองซึ่งเป็นฐานบัญชาการของแก๊งพยัคฆ์คำราม ตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก
สิงห์นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เบื้องหน้าคือแก้ววิสกี้ที่ถูกกระดกจนหมดไปหลายรอบ แอลกอฮอล์ราคาแพงไม่ได้ช่วยดับไฟในใจเขาได้เลยแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงแห่งความหงุดหงิด
เอกสารรายงานความเสียหายวางกองอยู่บนโต๊ะ ธุรกิจสีเทาที่เขาพยายามทำให้ขาวสะอาดที่สุดกำลังสั่นคลอน พวกลูกน้องเริ่มระส่ำระสายเมื่อขาดหัวหน้าหน่วยบู๊อย่างเดชา ข่าวลือเรื่องแก๊งอินทรีดำจะบุกยึดพื้นที่แพร่สะพัดไปทั่ว
“นายครับ... เรื่องคนที่จะมาแทนพี่เดชา...” ลูกน้องคนสนิทอีกคนเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ในมือสิงห์ถูกปาอัดกำแพงจนแตกกระจายเฉียดหน้าลูกน้องคนนั้นไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษแก้วบาดแก้มจนเลือดซิบ แต่ไม่มีใครกล้าขยับ
“กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้!” สิงห์ตวาดเสียงดังลั่นห้อง ดวงตาดุดันดั่งเสือร้ายที่บาดเจ็บที่พยายามคำรามข่มขวัญไม่ให้ใครมายุ่ง “หาคนแทน? มึงคิดว่าคนอย่างเดชาหาได้ตามตลาดนัดหรือไง! ไอ้พวกที่เหลืออยู่มีแต่พวกฝีมือไม่ถึงครึ่งของเดชา จะให้กูเอาใครมาแทน!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง สิงห์หายใจหอบถี่ เขาพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาต้องการระบาย ความโกรธ ความเศร้า ความกดดัน ทุกอย่างมันอัดอั้นจนเขาอยากจะฆ่าคน
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นแฟ้มหนี้สินที่วางอยู่มุมโต๊ะ เขาคว้ามันมาเปิดดูอย่างลวกๆ เพื่อหาที่ระบายอารมณ์ ถ้าได้ระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยวใส่พวกลูกหนี้สักคนก็คงดี... แต่ลูกหนี้ส่วนใหญ่ก็กู้เพราะความจำเป็นและน่าสงสารทั้งนั้น... มันจะมีใครที่เป็นพวกต่อให้เขาลงไม้ลงมือก็ไม่รู้สึกผิดไหมนะ...
“ไอ้ชด...” สิงห์อ่านชื่อในเอกสาร “หนี้พนันบอลรวมดอกเบี้ย แปดแสนห้า... ค้างมาสามเดือนแล้ว”
นี่แหละ... เป้าหมายที่เหมาะสมที่สุด... ขยะสังคม ผีพนันที่ไม่รู้จักทำมาหากิน แถมยังติดหนี้เขาแล้วหนีหน้า สิงห์แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เตรียมรถ” สิงห์สั่งเสียงเข้ม ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทให้เข้าที่ “กูจะไปทวงหนี้ไอ้ชด... ด้วยตัวเอง”
“เอ่อ... นายจะไปเองเลยเหรอครับ แค่ไอ้ขี้ยาคนเดียว ให้พวกผม...”
“กูบอกว่ากูจะไปเอง!” สิงห์ตวาดตัดบท “กูอยากจะอัดคน... เข้าใจไหม กูอยากได้ยินเสียงกระดูกหัก อยากเห็นเลือดชั่วๆ ของพวกที่ไม่รักษาคำพูด เผื่อมันจะช่วยให้กูหายบ้าได้บ้าง!”
ไม่นานนักขบวนรถหรูสีดำเคลื่อนตัวเข้าสู่ย่านสลัมแออัด ชุมชนที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสังกะสีผุพัง ทางเดินแคบๆ ที่เฉอะแฉะไปด้วยน้ำขังและขยะส่งกลิ่นเหม็นเน่า สิงห์ก้าวลงจากรถ รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำลงบนพื้นโคลนอย่างไม่ยี่หระ
เขาส่งลูกน้องมือดีห้าคนล่วงหน้าเข้ามาก่อนแล้ว เพื่อเคลียร์พื้นที่และลากตัวไอ้ชดมารรอรับตีนเขา แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้บ้านไม้กึ่งปูนซอมซ่อหลังหนึ่ง ที่เขาคาดหวังว่าจะได้ยินคือเสียงร้องโหยหวนของลูกหนี้
แต่ทุกอย่างกลับเงียบกริบ... เงียบจนผิดปกติ...
สิงห์ขมวดคิ้ว มือขวาเลื่อนไปแตะปืนพกที่เอวโดยสัญชาตญาณ เขาพยักหน้าให้ลูกน้องที่ติดตามมาอีกสองคนเตรียมพร้อม ก่อนจะผลักประตูรั้วสังกะสีเข้าไป
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นัยน์ตาของมาเฟียหนุ่มเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
บนลานปูนซีเมนต์หน้าบ้านที่แตกร้าว ร่างของชายฉกรรจ์ห้าคน ซึ่งเป็นลูกน้องมือดีของเขา นอนกองระเนระนาดอยู่บนพื้น บ้างก็กุมท้องร้องครวญคราง บ้างก็นอนสลบไสลไม่ได้สติ แขนขาบิดงอในทิศทางที่ผิดธรรมชาติ
และท่ามกลางกองซากมนุษย์เหล่านั้น มีเพียงคนคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่
เด็กหนุ่ม... ไม่สิ... น่าจะเป็นวัยรุ่นตอนปลาย รูปร่างผอม แต่มีกล้ามเนื้อสมส่วน สวมเสื้อเชิ้ตลายสกปรกตัวโคร่งที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนขาวนวลที่มีกล้ามเนื้อขึ้นเป็นลำสวยงาม กางเกงยีนส์ขาดเข่าเปรอะเปื้อนโคลน
เจ้าของร่างนั้นยืนหันหลังให้เขา หอบหายใจเล็กน้อย ผมซอยสั้นกุดสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อลู่แนบต้นคอขาว ในมือไม่ได้ถืออาวุธใดๆ มีเพียงสองหมัดที่กำแน่นและตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ในท่วงท่าที่แปลกตา
“เฮ้ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ!” ลูกน้องข้างหลังสิงห์ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ
เสียงตะโกนนั้นทำให้ร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองผู้มาใหม่
วินาทีที่สิงห์ได้สบตากับคนตรงหน้า เขารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง
ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น... ดูงดงามราวกับรูปสลัก จมูกโด่ง ริมฝีปากกระจับสีสด และดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววดุร้ายและแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก ใต้ตาขวามีไฝเม็ดเล็กๆ ที่ขับให้ใบหน้านั้นดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แม้จะมีรอยฟกช้ำและรอยเลือดซิบที่มุมปาก ก็ไม่อาจลดทอนความโดดเด่นนั้นลงได้
เด็กหนุ่มจ้องมองกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ส่วนตาชด นั่งตัวสั่นงันงกหลบอยู่หลังโอ่งน้ำใบใหญ่ ส่งเสียงร้องไห้กระซิกๆ อย่างน่าสมเพช
“อย่า... อย่าเข้ามานะเว้ย!” เด็กหนุ่มตะคอกด้วยเสียงที่เหมือนยังไม่แตกเนื้อหนุ่มดีนัก แล้วกระชับหมัดแน่น ขยับเท้าวนไปรอบๆ เพื่อรักษาระยะห่าง “ถ้าเข้ามาอีก กูเตะไม่เลี้ยงนะ!”
บทล่าสุด
#150 บทที่ 150 ภาค 2: บทที่ 67: เสียงแรกแห่งชีวิตใหม่
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#149 บทที่ 149 ภาค 2: บทที่ 66: บัลลังก์มังกรน้อย
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#148 บทที่ 148 ภาค 2: บทที่ 65: รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรใหม่
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#147 บทที่ 147 ภาค 2: บทที่ 64: พิพากษามาเฟียรัสเซีย
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#146 บทที่ 146 ภาค 2: บทที่ 63: เพลิงแค้นกลางแดนเหมันต์
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#145 บทที่ 145 ภาค 2: บทที่ 62: สุสานของพวกมัน
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#144 บทที่ 144 ภาค 2: บทที่ 61: ปฐมบทแห่งแดนเหมันต์
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#143 บทที่ 143 ภาค 2: บทที่ 60: ปาฏิหาริย์สีเลือด
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#142 บทที่ 142 ภาค 2: บทที่ 59: เข็มทิศมัจจุราช
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#141 บทที่ 141 ภาค 2: บทที่ 58: พิษร้ายในรอยยิ้ม
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
สัญญารักประธานร้าย
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รีเทิร์นรักแฟน(เก่า)จอมปลอม
"..." ผมปล่อยมือเธอแล้วนิ่งเงียบฟังเสียงเธอโวยวายอยู่แบบนั้นอย่างจำนน
เจ็บฉิบหาย...ทำไงดีวะ...ทำยังไง
"อย่ามาหึง เราไม่ได้เป็นอะไรกัน หรือพี่จะแพ้ไอ้กฎนั่นที่พี่ตั้ง?"
"..." ผมยังคงเงียบไม่กล้าโต้ตอบอะไรที่มันจะไปเป็นเชื่อเพลิงให้เธอโกรธไปมากกว่านี้
ปกติผมไม่ยอมใคร แต่วันนี้...ถ้าผมยังคงคิดแต่จะเอาชนะ กีต้าร์จะหายจากผมไปแบบที่ไอ้เพื่อนผมมันสุมหัวด่าแน่
"พอแล้ว..ต้าร์พอกับพี่แล้ว ต้าร์เหนื่อย เข้าใจไหม!?"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













