บทนำ
"นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋
"ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร
"แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ
"จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ"
"อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง"
"อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า
"ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที
บท 1
ชลดาสาวบ้านนาอายุเพิ่งจะผ่านเลขสามไปได้ไม่นาน หลังจากที่เสียพ่อแม่ไปในวัยเด็กชลดาอาศัยอยู่กับคุณยายแค่สองคน หลังจากที่คุณยายที่อุ้มชูเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเด็กได้ลาโลกไป เธอจึงตัดสินใจเข้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองกรุงจากสาวนาไปเป็นสาวโรงงาน หลังจากที่เข้ามาทำงานในโรงงานทอผ้าแห่งนี้จากพนักงานธรรมดารับค่าแรงรายวัน ด้วยความขยันหมั่นเพียรมานานหลายปี ผู้จัดการโรงงานได้เห็นถึงความอดทนและขยันทั้งชลดายังทำงานได้ดีอีกด้วย ถึงแม้ว่าชลดาจะจบการศึกษาแค่มัธยมตอนปลายก็ตามที ผู้จัดการก็ไม่ลังเลใจในการที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เธอจากพนักงานธรรมดาก้าวขึ้นสู่หัวหน้าแผนกตัดเย็บทันทีและยังแนะนำให้เธอไปสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยอีกด้วย
ชลดาถือว่าเป็นคนที่เรียนเก่งคนหนึ่งเพียงแต่เธอไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง ชลดาทำตามคำแนะนำของผู้จัดการโรงงานและไปสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงลิบ หลังจากที่เรียนจบเธอนำวุฒิการศึกษามายื่นที่โรงงานเพื่อปรับฐานเงินเดือน ทุกวันเธอทำงานด้วยความสุขสนุกกับการทำงานมีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีเพื่อนสนิทที่รู้จักตั้งแต่มาทำงานที่โรงงานแห่งนี้เมื่อ 13 ปีก่อน อยู่ 2 คน คือ เอ๋ และพร ทั้งสามคนเช่าห้องอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เดียวกันชั้นเดียวกันและที่สำคัญยังโสดสนิททั้งสามคน
วันนี้เป็นวันทำงานตามปกติหลังจากที่เมื่อวานเป็นวันหยุด เอ๋ และพรกลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อและแม่หลังจากที่ไม่ได้กลับไปเสียนานทำให้วันนี้ชลดามาทำงานเพียงคนเดียว งานวันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรให้ปวดหัวมากมายนักนอกจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถแก้ไขไปได้ หลังจากทำงานทั้งวันจนมาถึงตอนเย็นเวลาเลิกงาน ชลดาตั้งใจว่าจะไปเดินเที่ยวตลาดนัดเพื่อหาอะไรกินเพราะสองเพื่อนซี้กลับบ้านยังไม่กลับมา ทำให้เธอรู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อยบางทีการเป็นลูกคนเดียวก็ไม่ดีเอาเสียเลย ยิ่งตอนนี้เธอไม่เหลือใครแล้วบ้านไม่มีให้กลับยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร อายุล่วงเลยมาจนเลขสามแล้ว แฟนยังไม่มีสามียังหาไม่ได้ไม่รู้จะกลายเป็นยายแก่ตายไปอย่างโดดเดี่ยวหรือเปล่า หรือว่าบางทีเธอจะไปรับเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมดี
บางครั้งเธอยังนึกขำกับความคิดตัวเอง เอาอะไรมากล้าไปรับเด็กมาเลี้ยงตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลย ทั้งชีวิตอุทิศให้งานจะเอาเวลาที่ไหนไปหาครอบครัว ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินหลาย ๆ คนจะรู้ว่าความจนมันน่ากลัวขนาดไหนการไม่มีกินมันทรมานมากแค่ไหน เมื่อปลงตกกับความคิดและชีวิตได้แล้ว หลังจากเลิกงานชลดามุ่งหน้าสู่ตลาดนัดข้างโรงงานทันที หลังจากซื้อข้าวปลาอาหารจนล้นมือแล้วก็เดินตรงไปหาเช่าหนังสือนิยายมาอ่านเล่นไปพลาง ๆ และนอนดูยูทูปสอดส่องชีวิตบรรดาเมียฝรั่งในต่างแดนที่ผันตัวมาเป็นยูทูปเบอร์แชร์ประสบการณ์ชีวิตในการเก็บเห็ดและผักป่าในต่างแดน บางครั้งก็ดูวิธีการทำอาหารของบรรดาเชฟชื่อดังต่าง ๆ บางครั้งเธอก็ลองทำตามสูตรที่แชร์เอาไว้บ้างก็อร่อยดีใช้ได้
ชลดาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านอาหารเป็นอย่างมากและเป็นคนที่ชอบกินมากทำให้ตอนนี้เริ่มอวบนิด ๆ บางครั้งยังหวนนึกถึงสมัยเด็กที่อยู่กับยายที่บ้านนอกก่อนเข้ากรุงได้ ชีวิตในแต่ละวันอยู่กับท้องไร่ท้องนาถือว่ามีความสุขอีกแบบ ชีวิตในชนบท อาชีพของคนในชนบทก็คือการทำการเกษตรทำไร่ทำนา ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ เข้าป่าหาหน่อไม้หาเห็ดบ้างตามแต่ฤดูกาล หลังจากใช้เวลาหลังเลิกงานหมดไปกับการกินและอ่านนิยายและดูยูทูปแล้วตอนนี้ได้เวลานอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน และพรุ่งนี้เพื่อนซี้ของเธอก็จะกลับมาทำงานด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ชลดานอนหลับอย่างมีความสุขอยู่นั้นในฝันเธอไม่รู้ว่าตัวเธอทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ เธอฝันแบบนี้หลายครั้งเธอฝันว่าเธอยืนดูชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนชาวจีนสมัยโบราณที่เธอเคยดูในทีวี ทุกครั้งที่ฝันเธอจะเห็นชีวิตชายหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เขายังเด็ก จนกระทั่งเขาเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่และพ่อแม่ของเขาได้ตายลงไป เหลือเอาไว้เพียงน้องชายสองคนเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู กับบ้านที่ผุ ๆ พัง ๆ ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปด้วยความยากลำบาก บางครั้งชายหนุ่มคนนั้นก็เข้าไปหาของป่าในภูเขาแต่ชลดายังด่าชายหนุ่มคนนั้นอยู่บ่อยครั้ง เพราะของที่กินได้ก็ไม่รู้จักเอาไปกินแล้วตัวเองก็อดมื้อกินมื้อโง่เง่าสิ้นดี ถึงจะรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ยินแต่เธอก็อดจะด่าออกมาไม่ได้และอดจะลุ้นและเอาใจช่วยไม่ได้เมื่อชายหนุ่มคนนั้นสามารถหาของที่กินได้กลับไปและล่าสัตว์ป่าได้เป็นบางครั้ง
และเธอจะโมโหทุกครั้งที่มีหญิงสาวในหมู่บ้านคอยมาส่งสายตาให้กับชายหนุ่มในฝันคนนี้ เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้หลังจากที่ฝันแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายวันทำให้ชลดาอดคิดมากไม่ได้หรืออาจจะเป็นเพราะอ่านนิยายมากไปหรือเปล่าถึงได้เก็บเอามาฝันซะได้
เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไหร่เพราะเมื่อคืนฝันว่ามีหญิงชาวบ้านมาส่งสายตาให้ชายในฝันของเธอถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะไม่ได้สนใจหญิงชาวบ้านคนนั้นแต่ชลดาก็อดโมโหไม่ได้ เธอไม่เข้าใจตัวเองจริง ๆ หลังจากอาบน้ำและกินอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปทำงาน ชลดาเดินไปรอเพื่อนซี้ทั้งสองที่โรงอาหารในโรงงานตามปกติแต่ที่ไม่ปกติคืออารมณ์ของเธอที่ยังไม่หายหงุดหงิด
“อ้าวยัยดาเป็นอะไรของเธอหน้าบูดแต่เช้าใครทำให้เธออารมณ์เสียแต่เช้าล่ะ” พร
“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่พร แล้วเอ๋ล่ะ”
“ยัยเอ๋ไปซื้อกาแฟ มาถึงตอนเช้ามืดอ่ะ”
“เป็นไงบ้างที่บ้าน พ่อกับแม่ของเธอกับพ่อแม่ของเอ๋สบายดีไหม”
“โอ๊ย สบายมาก พ่อแม่สบายดีและยังถามถึงเธอด้วยว่าทำไมเธอถึงไม่ไปด้วย”
“เอาไว้ครั้งหน้านะ ถ้ามีวันหยุดยาวเราจะไปด้วยแน่นอน”
“แล้วสรุป เป็นอะไรถึงทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้”
“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกหงุดหงิดอ่ะ เราเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”
“อ้าว แบบนี้ก็ได้เหรอ ยัยเอ๋มาพอดี แล้วนี่เธอกินไรยัง”
“เรากินมาจากที่ห้องแล้วเมื่อเช้า”
“เฮ้อ” เอ๋ที่มาถึงก็ถอนหายใจ
“อะไรของหล่อนมาถึงมาถอนหายใจ แค่ไปซื้อกาแฟนี่หนักใจมากว่างั้น?”
“ไม่มีอะไร ก็พอดีป้าร้านขายน้ำอ่ะ เห็นว่าสามีของป้าตายเมื่อคืนล่ะ เราก็แค่คิดว่าตายแล้วไปไหน พอคิดว่าคนเราตายแล้วไปไหน แล้วจะมีเพื่อนหรือเปล่าอะไรต่อมิอะไร ทำให้เรารู้สึกหดหู่น่ะ”
“อ้าว อะไรของเธอเนี่ย คิดอะไรบ้าบอ ใครจะไปรู้ว่าตายแล้วไปไหนยังไม่เคยตายสักหน่อย”
“ก็นั่นไง เราก็แค่สงสัย ดาล่ะรู้ป่ะตายแล้วไปไหน”
“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คนที่ตายไปไม่เคยกลับมาบอกสักคนนี่ ไม่ว่าจะเป็นยายหรือพ่อและแม่ของเรา แล้วแบบนี้จะไปเอาคำตอบที่ไหนมาให้เอ๋ล่ะ”
“รีบ ๆ กินเถอะจะได้เวลาทำงานแล้ว”
“อืม งั้นเจอกันตอนเที่ยงนะ เราไปก่อนแล้วกัน”
“ได้ ๆ เจอกันเที่ยงนะดาใครมาก่อนจองโต๊ะด้วย”
โรงอาหารตอนเที่ยง
“ยัยดา ๆ ทางนี้” เอ๋โบกมือเรียกชลดา
“ยัยพรล่ะ ไปซื้อข้าวเหรอ”
“อือ วันนี้ดารู้ป่ะทำไมโรงงานปิดครึ่งวันอ่ะมีอะไรหรือเปล่า”
“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มีการนับสต๊อกคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ให้กลับบ้านได้น่ะ”
“เออ จริงด้วย ทำไมลืมได้เนี่ยไม่งั้นนะลาต่อแล้วครึ่งวันเองไม่น่ารีบกลับมาเลย”
“เอาน่าไหน ๆ ก็มาแล้ว กินข้าวเสร็จจะไปไหนต่อจะกลับห้องเลยหรือไปเดินซื้อของ”
“กลับไปนอนดีกว่า นั่งรถมาทั้งคืนเหนื่อยมาก”
“ดาไม่กินข้าวเหรอ” พรที่ถือจานข้าวกลับมาถามชลดาที่นั่งคุยกับเอ๋อยู่
“ไม่อ่ะไหน ๆ ก็ได้หยุดครึ่งวัน เราจะไปซื้อของเข้าห้องหน่อยไปด้วยกันป่ะ"
“ไม่อ่ะ เราง่วงขอกลับไปนอนดีกว่า”
“อืม งั้นเราไปก่อนนะเจอกันที่ห้อง”
“อือ บาย ไปดีมาดีนะ”
เพื่อนทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่าพวกเธอทั้งสองคนไม่มีโอกาสได้เจอเพื่อนอย่างชลดาอีกแล้วการกล่าวคำลาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วหลังจากทั้งสองคนกินข้าวอิ่มก็กลับไปนอนที่ห้องทันที
บทล่าสุด
#85 บทที่ 85 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#84 บทที่ 84 เรื่องราวน่ายินดี
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#83 บทที่ 83 การกลับมาของพี่ชายทั้งสอง
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#82 บทที่ 82 ความลับของต้าหลาง
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#81 บทที่ 81 ต้าเซิ้นก่อเรื่อง
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#80 บทที่ 80 ไปส่งของที่หุบเขาหนานซาน
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#79 บทที่ 79 เข้าป่า เตรียมของให้คุณชาย
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#78 บทที่ 78 เปิดโรงหมอ และคำขอของลูกชาย
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#77 บทที่ 77 กลับมาเริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025#76 บทที่ 76 การตัดสินใจ
อัปเดตล่าสุด: 12/3/2025
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













