บทนำ
และเป็นคนเดียวกันกับที่เหยียบความรักของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
แพรพิไลเคยตกหลุมรักอาจารย์หนุ่มนักเรียนทุน ผู้ไม่มีแม้แต่ฐานะจะเทียบกับครอบครัวของเธอ แต่เมื่อความแค้นของคนรุ่นพ่อเข้ามาขวาง เธอกลับเลือกทำให้เขาเกลียด ด้วยคำพูดที่ไม่มีวันลบออกจากใจ
“ฉันไม่มีวันแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลยอย่างคุณ”
หกปีต่อมา ชายคนนั้นกลับมาอีกครั้ง
ไม่ใช่อาจารย์หนุ่มธรรมดาอีกต่อไป แต่คือ ธีรัช อัครเดช มหาเศรษฐีผู้มีอำนาจพอจะซื้อทั้งบริษัทของครอบครัวเธอไว้ในมือ
และในวันที่แพรพิไลกำลังสูญเสียทุกอย่าง เขากลับยื่นข้อเสนอเดียวให้เธอ
“แต่งงานกับผมหนึ่งปี แล้วผมจะช่วยครอบครัวคุณ”
สำหรับเธอ นี่คือทางรอด
แต่สำหรับเขา มันคือการทวงคืน
ทวงทุกคำดูถูก
ทวงทุกความเจ็บปวด
และทวงหัวใจของผู้หญิงที่เขาควรเกลียดให้มากที่สุด
เพียงแต่ธีรัชไม่รู้เลยว่า ความจริงเมื่อหกปีก่อนอาจทำลายเขายิ่งกว่าการถูกเธอทิ้ง
เพราะผู้หญิงที่เขากลับมาแก้แค้น...
อาจเป็นคนเดียวที่ไม่เคยคิดทรยศเขาเลยตั้งแต่แรก
บท 1
สายฝนต้นฤดูของกรุงเทพมหานครกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม ไร้ซึ่งความปรานีหรือมารยาทใดทั้งสิ้น ละอองน้ำสาดซัดกระทบชายคาทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าดังสะท้อนก้อง แสงไฟท้ายรถยนต์บนท้องถนนเบื้องล่างพร่าเลือนจนสะท้อนเป็นริ้วคลื่นสีแดงชาดบนพื้นแอ่งน้ำ แถวการจราจรติดขัดยาวเหยียดไร้จุดสิ้นสุด ขณะที่ผู้คนรอบกายต่างก้มหน้าสาวเท้าหนีความเปียกชื้นอย่างเร่งร้อน
ธีรัช อัครเดช ยืนนิ่งอยู่ใต้เงาชายคา กระเป๋าเดินทางสองใบวางแนบข้างตัว
เขาเพิ่งพาตัวเองแตะแผ่นดินเกิดได้ไม่กี่ชั่วโมง เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางเลื่อนผ่านสายพานช้ากว่ากำหนด และในยามนี้ พาหนะที่กดเรียกผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือก็เพิ่งแจ้งยกเลิกเป็นหนที่สี่ แบตเตอรี่มุมจอเหลือเพียงสิบสองเปอร์เซ็นต์อันน้อยนิด
สำหรับคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเสียนานหลายปี ธีรัชเคยคิดว่าตนเองคงจะมีความรู้สึกคิดถึงกรุงเทพฯ มากกว่านี้ หากแต่ในนาทีที่เนื้อผ้าฝ้ายตรงหัวไหล่เริ่มเปียกชื้นและลู่ติดผิวเพราะแรงลมพัดละอองน้ำ สิ่งเดียวที่ปรากฏในสำนึกกลับมีเพียงเตียงนอนหนานุ่มกับการได้ปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนาน
หน้าจอสว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมคำแจ้งเตือนเดิม คนขับยกเลิกการเดินทาง
ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่ง ระบายลมหายใจยาวก่อนจะกดเรียกรถใหม่อย่างใจเย็น นี่เป็นความพยายามครั้งที่ห้าของค่ำคืน
"ต้อนรับกันได้อบอุ่นดีจริงๆ" เขาพึมพำกับความเงียบงัน
ชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปีเอื้อมมือขึ้นคลายปมเนกไทให้หลวมลง เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่ง กลุ่มผมสีดำสนิทที่เคยหวีเสยเรียบร้อยเริ่มตกลงมาระระบายหน้าผากเพราะไอชื้นรอบกาย ห้าปีเต็มในดินแดนยุโรปไม่ได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนลุ่มหลงความหรูหรา ธีรัชยังคงคุ้นชินกับเสื้อผ้าสีเรียบ กระเป๋าเดินทางใบเก่าที่เน้นการใช้งาน และเครื่องมือสื่อสารที่ผ่านกาลเวลามานานปี
คำว่านักเรียนทุนติดตัวเขามาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ทุนเรียนดี ทุนปริญญาโท ต่อเนื่องมาจนถึงทุนปริญญาเอกต่างประเทศ และในค่ำคืนนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องนำองค์ความรู้เหล่านั้นกลับมาชดใช้ด้วยบทบาทอาจารย์ประจำตามสัญญา ใครต่อใครอาจมองว่าการผูกมัดตัวเองกับการสอนหนังสือคือภาระอันหนักอึ้ง แต่สำหรับธีรัช สิ่งเหล่านั้นคือความภาคภูมิใจอันบริสุทธิ์ ทุกหยาดเหงื่อสร้างขึ้นด้วยความสามารถของตนเอง ปราศจากรอยประทับจากเงินตราของบิดา
เสียงล้อรถบดผิวน้ำที่เจิ่งนองชะลอลงช้าๆ ธีรัชไม่ได้ปรายตามอง จนกระทั่งรถเก๋งซีดานสีขาวคันหรูหยุดนิ่ง ไฟถอยสีแดงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนตัวรถจะถอยกลับมาเทียบตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวล
กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นดวงหน้าของสตรีผู้หนึ่งท่ามกลางม่านฝนพรำ
"คุณคะ"
ธีรัชหยุดสายตาไว้ที่เธอ
หญิงสาวตรงหน้าน่าจะมีวัยเพียงยี่สิบต้นๆ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นลวกๆ ทิ้งปอยผมเปียกชื้นให้ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้ม แม้จะสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีอ่อนตัวหลวมกับกางเกงยีนธรรมดา หากแต่แววประกายและรสนิยมที่แฝงอยู่บนเรือนร่างกลับฟ้องชัดว่าเธอเติบโตมาในโลกที่พรั่งพร้อมเพียงใด ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นทอดมองเขาผ่านกรอบหน้าต่างรถอย่างตรงไปตรงมา
"จะไปทางไหนเหรอคะ"
คิ้วเข้มของธีรัชขมวดเข้าหากันเพียงเล็กน้อย "ขอบคุณครับ แต่ผมรอรถได้"
ดวงตาคู่งามเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบประสานสายตา "ถ้ารอไหวจริงๆ คุณคงไม่กดเรียกซ้ำเป็นรอบที่ห้าหรอกมั้งคะ"
ธีรัชชะงักไป ปลายสายตาหลุบลงมองหน้าจอของตนเองแล้วเงยขึ้นสบตาเธออีกครั้ง "คุณแอบดูผมหรือครับ"
"ขับรถผ่านเมื่อกี้แล้วเห็นเข้าพอดีค่ะ" มุมปากของเธอแย้มรอยยิ้มน้อยๆ "หน้าจอมือถือคุณสว่างจ้าขนาดนั้น"
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าตนควรจะนึกขันหรือแปลกใจในความใจกล้าของอีกฝ่ายก่อนดี "ปกติคุณชวนคนแปลกหน้าขึ้นรถแบบนี้เสมอเหรอครับ"
"ไม่เคยค่ะ" เธอตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด สายตากวาดมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพินิจพิเคราะห์ "แต่ดูจากกระเป๋าเดินทางสองใบ เสื้อที่เปียกไปครึ่งซีก กับสีหน้าเบื่อโลกของคนที่โดนแอปพลิเคชันเทมาห้ารอบติด... ประเมินแล้วคงไม่มีอารมณ์ไปดักปล้นใครหรอกค่ะ"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคอของธีรัช เป็นเสียงหัวเราะสั้นๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังประหลาดใจ
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง คล้ายจะพึงใจที่สามารถกะเทาะเปลือกความเคร่งขรึมบนใบหน้าคมคายนั้นออกได้ "จะไปโซนไหนคะ ถ้าไม่ไกลเกินไปฉันแวะไปส่งให้"
"คุณไม่กลัวผมหรือ"
"กลัวค่ะ"
"แล้วทำไมยังถาม"
"ฝนตกหนักขนาดนี้ืนรอต่อไปคุณคงได้ยืนตากฝนยันเที่ยงคืน" เธอปรายตามองสัมภาระของเขาอีกครั้ง "ถ้าคุณคิดจะทำมิดีมิร้ายขึ้นมาจริงๆ ฉันก็แค่หักพวงมาลัยชนเสาไฟฟ้าข้างทางให้พังไปด้วยกันทั้งคู่ แค่นั้นเองค่ะ"
ธีรัชจ้องมองใบหน้านวลเนียนนิ่งสนิท "แผนการรัดกุมมากครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
"ผมประชด"
"ทราบค่ะ"
ความไวในการต่อบทสนทนาทำให้มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอีกครา หญิงสาวกดปลดล็อกประตูรถจากด้านใน "จะขึ้นไหมคะ ก่อนที่ฉันจะนึกเปลี่ยนใจทิ้งคุณไว้ตรงนี้"
ธีรัชลังเลอยู่เพียงชั่วลมหายใจเข้าออก สุดท้ายเขาก็สาวเท้าไปเปิดฝากระโปรงท้ายรถ ยกสัมภาระทั้งสองใบเก็บเข้าที่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะข้างคนขับ
ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะผิวกาย เจือด้วยกลิ่นหอมสะอาดของเมล็ดกาแฟคั่วบดและน้ำหอมกลิ่นละมุนบางเบา เสียงท่วงทำนองดนตรีสากลยุคเก่าดังคลอแผ่วเบามาจากลำโพงรอบห้องโดยสาร มือเรียวบางเอื้อมไปหมุนลดระดับเสียงลงเล็กน้อย
"ไปที่ไหนคะ"
ธีรัชเอ่ยชื่อคอนโดมิเนียมย่านมหาวิทยาลัยดัง
คนขับหันขวับมามองเขาทันที "แถวนั้นเลยเหรอคะ"
"ครับ"
"บังเอิญจัง ทางผ่านกลับที่พักฉันพอดี"
ตัวรถเคลื่อนตัวทะยานออกสู่ท้องถนน หากวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ล้อทั้งสี่ก็ต้องหยุดนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางทะเลรถยนต์ที่ติดขัด ใบปัดน้ำฝนทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอคอยปาดหยาดน้ำที่รินไหลลงมาไม่ขาดสาย ธีรัชนั่งมองแสงไฟเบื้องหน้าอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหาหญิงสาวร่วมทาง
"ขอบคุณมากนะครับ"
"ยินดีค่ะ"
"เดี๋ยวผมช่วยออกค่าน้ำมันให้"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ"
"หรือจะเป็นค่าเสียเวลาที่คุณต้องแวะส่ง"
"ไม่จำเป็นเลยค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้น คุณอยากให้ผมตอบแทนยังไงดีครับ"
คนฟังเอียงคอครุ่นคิด ดวงตาพราวระยับ "เลี้ยงกาแฟสักแก้วแล้วกันค่ะ"
บทล่าสุด
#73 บทที่ 73 ทางเลือกที่ไม่ใช่ทางเลือก
อัปเดตล่าสุด: 11/2/2026#72 บทที่ 72 กำหนดทางชีวิตด้วยตนเอง
อัปเดตล่าสุด: 11/1/2026#71 บทที่ 71 ตราบาปรุ่นพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2026#70 บทที่ 70 เรื่องในอดีต ส่งผลให้เลิกกัน
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#69 บทที่ 69 ความผิดของคนรุ่นพ่อ 2
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#68 บทที่ 68 ความผิดของคนรุ่นพ่อ 1
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2026#67 บทที่ 67 จูบแรก
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2026#66 บทที่ 66 คุณให้คะแนนผมเท่าไหร่
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2026#65 บทที่ 65 จดจำสิ่งที่เธอไม่ชอบ
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2026#64 บทที่ 64 คบกันไหม
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”













