บทนำ
"ห้ามดื้อ ห้ามดึก และห้ามฝืนตัวเอง.. ถ้าร่างกายจะพัง ให้มาพังที่พี่ ไม่ใช่ที่ร้านกาแฟ"
เธอก็แค่บาริสต้าสาวปีหนึ่งตัวคนเดียว ที่ต้องทั้งวิ่งเรียนและทำงานจนร่างแทบพัง ส่วนเขาก็แค่ช่างสักหนุ่มวัยสามสิบปี มาดเถื่อนที่ชอบทำตัวเป็นเสือยิ้มยาก
คนหนึ่งโหยหาความอบอุ่น ส่วนอีกคนก็อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับอีกคน
แล้ววันที่เข็มสักฝังรอยหมึกลงบนผิว หัวใจทั้งสองดวงก็ผูกพันกันจนลบไม่ออกอีกแล้ว
บท 1
#ร้านกาแฟ
แสงแดดยามบ่ายสามโมงยังคงร้อนระอุ แต่ภายในร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีที่สบายตา กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟทำงานสลับกับเสียงเคาะกากกาแฟดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง
“พริม! คาปูชิโน่เย็นหวานน้อยแก้วหนึ่งโต๊ะสาม แล้วก็อเมริกาโน่เย็นหน้าร้านจ้ะ” เสียงของพี่มน เจ้าของร้านกาแฟที่ตะโกนมาจากหลังเคาน์เตอร์เค้ก
“ได้ค่ะพี่มน พริมกำลังจัดให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
พริม หรือ พริมา ในวัย 22 ปี ขยับผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มของร้านให้เข้าที่ มือเรียวเล็กขยับหยิบก้านชงกาแฟมาเช็ดอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าจิ้มลิ้มซับด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ตามไรผม แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด จากการนอนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ริมฝีปากบางก็ยังคงแต้มยิ้มสดใสส่งให้ลูกค้าอยู่เสมอ
วันนี้เธอตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะได้ไปให้ทันรถเมล์ เพราะวันนี้เธอมีเรียนช่วงเช้า เวลาแปดโมง พออาจารย์ปล่อยเลิกคลาสเรียนตอนบ่ายโมงตรง แทนที่จะได้พักกินข้าวเหมือนเพื่อนคนอื่น พริมกลับต้องรีบคว้ากระเป๋าผ้าคู่ใจ วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถเมล์เพื่อมาเข้ากะพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟให้ทันบ่ายสองโมง
“อเมริกาโน่เย็นได้แล้วค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ” พริมยื่นแก้วกาแฟพร้อมกับรอยยิ้มให้ลูกค้าหน้าร้าน ก่อนจะหมุนตัวกลับมาลากเก้าอี้ตัวเล็กข้างเคาน์เตอร์มานั่งแปะลงอย่างหมดแรง
ขาเรียวคู่สวยสั่นระริกด้วยความล้า พริมยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความมึนงงที่เริ่มเกาะกินสมอง
“พริม เอานี่ไปกินก่อนไป ยืนขาแข็งมาตั้งแต่บ่ายสองแล้วไม่ใช่หรือไงเรา” พี่มนเดินถือจานแซนด์วิชแฮมชีสชิ้นโตมาวางตรงหน้า พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแกมเป็นห่วง
“พี่มน.. พริมเกรงใจจังค่ะ แค่พี่มนยอมปรับตารางกะให้พริมมาทำตอนบ่ายได้ พริมก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว” หญิงสาวยกมือไหว้พลางมองแซนด์วิชตาโต ท้องไส้เริ่มส่งเสียงประท้วงประจานตัวเองทันที
“เกรงใจอะไรกัน ตัวแค่นี้ถ้าร่างกายพังขึ้นมาจะทำยังไง หืม? ดูซิ หน้าซีดหมดแล้วเนี่ย เรียนปีสุดท้ายมันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่มนบ่นอุบ พลางยื่นแก้วน้ำเปล่าให้
“ทั้งรายงาน ทั้งวิจัยตัวจบเลยค่ะพี่มน ไหนจะค่าเทอมงวดสุดท้ายที่ต้องรีบปั่นอีก แต่พริมไหวค่ะ! ถึกทนยิ่งกว่าคนเหล็กก็พริมนี่แหละค่ะ” พริมเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ยๆ จนแก้มป่อง ก่อนจะกำหมัดทำท่าสู้ตายเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าของร้าน
“ฮ่าๆ จ้ะ ยัยคนเก่ง อย่าให้เห็นว่าวูบคาเครื่องชงกาแฟแล้วกัน... เออพริม เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเช็คสต็อกเมล็ดกาแฟข้างหลังหน่อยนะ ฝากดูหน้าร้านแป๊บหนึ่ง”
“รับทราบค่ะหัวหน้า!” พริมตะเบ๊ะรับคำอย่างแข็งขัน
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ พริมที่กำลังเคี้ยวขนมปังคำสุดท้ายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูยอดเงินในบัญชี ตัวเลขหลักพันต้นๆ ทำเอาเธอต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
‘ค่าหอพักจ่อคิวรออยู่สัปดาห์หน้า ค่าชีทเรียนอีก... อดทนหน่อยนะพริม อีกแค่นิดเดียวก็จะเรียนจบแล้ว’ เธอบอกตัวเองในใจพลางตบแก้มสลับไปมาเพื่อเรียกสติ
ทว่าจังหวะนั้น... เสียงดนตรีที่มีเสียงกีตาร์เบสหนักๆ ก็ลอยคลอมาตามลม แม้จะไม่ได้ดังจนหนวกหู แต่มันก็ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับจนพริมต้องเหลียวสายตาไปมองทางบานกระจกใสหน้าร้าน
ภาพที่เห็นคือตึกแถวข้างๆ ที่ถูกทาสีดำสนิททั้งหลัง มีป้ายไฟนีออนดัดสีดำสลักข้อความสั้นๆ ว่า ‘December TATTOO’
มันคือร้านสักที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่กี่สัปดาห์ ประตูทางเข้าเป็นกระจกดำทึบจนมองไม่เห็นข้างใน มีเพียงแสงไฟสลัวๆ สีส้มวอร์มไลท์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านออกมาเป็นครั้งคราว ดูลึกลับ น่ากลัว และไม่น่าเฉียดเข้าไปใกล้สำหรับเด็กสาวตัวคนเดียวอย่างเธอเลยสักนิด
“มองอะไรอยู่เหรอพริม” พี่มนที่เดินถือสมุดจดสต็อกกลับออกมาเอ่ยทัก เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งเหม่อมองไปข้างบ้าน
“อ๋อ~ เปล่าค่ะพี่มน พริมแค่ฟังเสียงเพลงจากร้านสักข้างๆ น่ะค่ะ ดู... ลึกลับดีนะคะ” พริมเอ่ยตอบพลางทำตาปริบๆ
พี่มนชะโงกหน้ามองตามแล้วลดเสียงลงซุบซิบทันที
“เออ พูดถึงร้านนั้น พี่ก็ยังแอบหวั่นๆ อยู่เลยนะ เจ้าของร้านที่ชื่อ ‘คุณธันวา’ น่ะ หน้าตานี่หล่อคมเข้มอย่างกับดาราเลยนะเธอ แต่มาดนี่นิ่งสนิท รอยสักลามไปจนถึงคอ นึกว่าหลุดมาจากแก๊งมาเฟีย คนแถวนี้ไม่มีใครกล้าเดินผ่านหน้าร้านตรงๆ สักคน”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่มน?” พริมเลิกคิ้วด้วยความอยากรู้ “เขาน่ากลัวมากเลยเหรอ”
“มากกกก!~” พี่มนลากเสียงยาว “วันก่อนพี่เดินเอาคูปองส่วนลดร้านเราไปหย่อนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเขา บังเอิญเขาเปิดประตูออกมาพอดี สายตาที่เขามองมานะพริมเอ๊ย.. อย่างกับไปหงุดหงิดอะไรมา พี่นี่รีบไหว้ปลกๆ แล้วหนีแทบไม่ทัน พูดแล้วยังขนลุกไม่หายเลยเนี่ย”
พริมหลุดขำคิกคักกับท่าทางโอเวอร์ของเจ้าของร้าน
“เขาอาจจะแค่เป็นคนหน้าดุเฉยๆ ก็ได้มั้งคะพี่มน ช่างสักเขาก็ต้องมีคาแรคเตอร์เท่ๆ โหดๆ แบบนี้แหละค่ะ”
“แม่คู๊น~ มองโลกในแง่ดีจริง เอาเป็นว่าเลิกงานดึกๆ เดินผ่านหน้าร้านก็ระวังตัวหน่อยละกัน ยิ่งชอบอยู่คนเดียวซะด้วย” พี่มนเตือนด้วยความหวังดี
“ค่ะพริมจะระวังนะคะ” พริมรับคำพลางทอดสายตามองไปยังประตูบานเลื่อนสีดำสนิทของร้านสักนั้นอีกครั้ง ในใจแอบนึกสงสัยว่าผู้ชายที่ชื่อ ‘ธันวา’ คนนั้นจะหน้าตาดุร้ายและน่ากลัวสมคำเล่าลือขนาดไหนกันเชียว
#18:56 น.
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ลูกค้าเริ่มบางตาลงจนเหลือเพียงความเงียบ พริมย้ายตัวเองมาเช็ดโต๊ะอาหารตัวสุดท้าย ทันใดนั้น อาการหน้ามืดฉับพลันก็จู่โจมจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างเล็กเซถลากระแทกกับขอบโต๊ะจนเกิดเสียงดัง
“โอ๊ย!~” พริมส่งเสียงร้องแผ่วเบา ยกมือเรียวขึ้นกุมขมับ ดวงตาพร่ามัวจนต้องหลับตาลงแน่นๆ
‘ไม่เอาหน่า... อย่ามาเพิ่งเป็นลมตอนนี้เชียวนะยายพริม งานยังไม่เสร็จเลย’ เธอพึมพำในใจ ขาที่อ่อนแรงพยายามพยุงร่างของตัวเองให้ยืนตรง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันกลับไม่เอื้ออำนวยให้ทำตามใจชอบ
“พริม! เป็นอะไรหรือเปล่า!” พี่มนรีบวิ่งหน้าตื่นออกมาจากเคาน์เตอร์ เข้ามาประคองแขนหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที “หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยพริม! พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าฝืนตัวเองน่ะ”
“พริม... พริมแค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะพี่มน” พริมพยายามส่งยิ้มแห้งๆ เพื่อให้พี่สาวสบายใจ แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะเรา ฝืนทำเป็นเก่งอยู่ได้ ไปๆ หลังร้านเลย ไปนั่งพัก ดื่มน้ำหวานซะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง” พี่มนสั่งเสียงเข้มแกมบังคับ
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่! ถ้ายังดื้ออีก พี่จะหักเงินเดือนข้อหาไม่ดูแลตัวเองนะ”
เมื่อโดนไม้นี้เข้าไป เธอจึงต้องยอมจำนนเดินคอตกเข้าไปนั่งพักที่เก้าอี้หลังร้าน เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหนื่อยสายตัวแทบขาดเริ่มประดังประเดเข้ามาในหัวใจทันที
บทล่าสุด
#56 บทที่ 56 วันแห่งรอยยิ้ม
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#55 บทที่ 55 สายลมเปลี่ยนทิศ
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#54 บทที่ 54 ร่วมทาง
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#53 บทที่ 53 รังรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#52 บทที่ 52 เริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#51 บทที่ 51 ปกป้อง
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#50 บทที่ 50 คำสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#49 บทที่ 49 สารภาพ
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#48 บทที่ 48 ไออุ่น
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#47 บทที่ 47 พายุในใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
สัญญารักประธานร้าย
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













