บทนำ
บท 1
“หงุดหงิดโว้ยยยย! กูอยากมุดเข้าไปในนิยายแล้วตบตัวร้ายสักที ยิ่งอ่านก็ยิ่งโมโหว่ะ”
“มึงจะอินเกินไปหรือเปล่าวะไอ้พัทธ์” ตะวันที่เป็นเพื่อนร่วมงานและเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของพัทธ์ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอา ก็เข้าใจว่าไอ้พัทธ์มันชอบอ่านนิยายวายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะอินหนักขนาดนี้
“มึงลองไปอ่านดูดิ ตัวร้ายแม่งเหี้ยมากเลยนะที่ทำนายเอกแท้ง น่าสงสารนายเอกฉิบหาย ไอ้นรกส่งมาเกิด”
“ไม่เอาหรอก กูไม่ชอบอ่านอะไรพวกนี้ อีกอย่างนะ กูนั่งฟังมึงเล่ามาละเอียดยิบขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องไปอ่านให้เสียเวลาแล้วมั้ง” ตะวันพูดจบก็ลุกขึ้นเดินเอาเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะของพัทธ์เพื่อให้จัดการต่อ ทว่าพัทธ์กลับตั้งหน้าตั้งตาอ่านนิยายตอนล่าสุดในเวลางานจนหน้าดำคร่ำเครียด ซึ่งนี่เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้
เมื่อบทนิยายขัดใจนักอ่านอย่างพัทธ์ก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนนั่งมองแผ่นกระดาษที่ตะวันนำมาวางให้ทำต่อเมื่อสักครู่ ทว่าสมองกลับครุ่นคิดแต่เรื่องนิยายที่เพิ่งอ่านมา ซึ่งไม่รู้ว่านักเขียนจะมาอัพงานต่อตอนไหน ถ้าให้บอกตามตรงพัทธ์เองก็มูฟออนจากเรื่องนี้ไม่ได้จึงได้จำใจเฝ้ารอ
“กูอยากรู้จุดจบของเรื่องแล้วว่ะ เมื่อไหร่นักเขียนแม่งจะอัพวะ ดองอยู่ได้” พัทธ์บ่นพึมพำไม่จริงจังนักพลางหมุนปากกาไปมาด้วยความวิตกกังวล
“นักเขียนเขาอาจจะยังไม่ว่าง มึงต้องใจเย็น ๆ บ้างนะไอ้พัทธ์”
“ใครมันจะไปเย็นลง ค้างฉิบหายเลยตอนนี้ เฮ้อ! กูขอให้ตัวร้ายตายโหงตายห่าไปเลย อย่าให้ได้ผุดได้เกิดเลย สาธุ” พัทธ์ยกมือพนมท่วมหัวสาปแช่งตัวโกงอย่างเอาเป็นเอาตาย เขารู้สึกแค้นเคืองตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้มากจนอยากกระโดดถีบขาคู่ หนำซ้ำแม่งยิ่งมีชื่อเหมือนกับเขาอีก จะด่าก็เอ่ยชื่อด่าไม่เต็มปาก แบบนี้ยิ่งยอมไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าถามว่าทำไมนักอ่านอย่างพัทธ์ถึงแค้นตัวร้ายนักหนา ก็นิยายเรื่องนี้มันเริ่มต้นจากการที่พระเอกและนายเอกพบรักกันสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ทว่าตอนนั้นนายเอกของเรื่องยังไม่รู้ว่าพระเอกมีคู่หมั้นแล้ว นั่นก็คือตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์ หรือชื่อเล่นว่าพัทธ์
ตัวร้ายของเรื่องพยายามแสดงตัวว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพระเอก โดยการตามราวีนายเอกทุกอย่างเพื่อให้พระเอกหันมาสนใจตัวเอง ทว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวร้ายคิด เพราะพระเอกไม่ได้สนใจตัวร้ายเลยสักนิด หนำซ้ำพระเอกยังพ่นคำด่าทอใส่ตัวร้ายให้เจ็บช้ำ แต่ถึงกระนั้นตัวร้ายก็หน้าด้านไม่คิดจะถอยหนี
จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป นายเอกของเรื่องก็ตั้งท้อง พระเอกไม่ได้ลังเลเลยสักนิดว่าจะเลือกใครทั้งที่ตอนนั้นก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว
พระเอกดีใจมากจึงตัดสินใจเดินเข้าไปบอกผู้เป็นพ่อและแม่ว่าทำนายเอกท้อง ทางฝั่งครอบครัวก็ยินยอมให้ยกเลิกหมั้นหมายกับตัวร้าย เพราะทางบ้านได้ทายาทสืบสกุลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระเอกและนายเอกดีใจมากเมื่อจะได้อยู่กันเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก
ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่กำลังจะไปได้สวยและจะจัดงานแต่งในอีกไม่นาน ตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์เกิดความริษยาจึงวางแผนหลอกล่อให้นายเอกมาเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่ามีเรื่องอยากปรับความเข้าใจและอยากขอโทษ ทว่าตัวร้ายอาศัยจังหวะที่นายเอกเผลอผลักนายเอกให้ตกบันไดจนตกเลือด ท้ายที่สุดลูกในท้องก็ไม่อยู่กับนายเอก นายเอกเสียใจมากถึงกับตรอมใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ เหม่อลอยไม่พูดไม่จากับใคร
พระเอกสงสารนายเอกจับใจและรู้ดีว่าใครเป็นคนฆ่าลูก จากที่เกลียดตัวร้ายเป็นทุนเดิมก็ยิ่งทวีคูณเป็นทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงจนไม่อยากเข้าใกล้ เพราะหลังจากที่นายเอกแท้ง ตัวร้ายก็ไปบอกทางครอบครัวว่าให้พระเอกกลับมาแต่งงานกับตัวเอง ซึ่งพระเอกก็สุดปัญญาจะอ้าง เพราะลูกที่เคยใช้เป็นข้ออ้างก็ได้ตายจากไปตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก พระเอกขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้เพราะไม่มีข้ออ้างแล้ว ซ้ำในตอนนั้นนายเอกยังไม่พูดไม่จากับใคร จะให้คนแบบนี้มาเป็นสะใภ้ทางบ้านพวกท่านก็คงไม่ยอม จนกระทั่งได้แต่งงานกัน เวลาให้หลังได้ปีเศษนายเอกอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติและทำใจได้
แม้จะยอมแต่งงานด้วยแต่พระเอกก็ไม่เคยหลับนอนกับตัวร้ายเลย นายเอกของเรื่องจะบอกกับพระเอกเสมอว่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาและยอมปล่อยพระเอกไปให้ตัวร้าย ทว่าพระเอกรักนายเอกสุดหัวใจก็หวังว่าสักวันจะเกลี้ยกล่อมให้ตัวร้ายเป็นฝ่ายขอหย่าไปเองได้สำเร็จ
ตอนล่าสุดที่นักเขียนได้อัพไว้ก็คือฉากที่ตัวร้ายเรียกร้องความสนใจโดยการขับรถยนต์พุ่งชนต้นไม้จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เพียงเพราะขัดขวางไม่ให้พระเอกไปหานายเอกในวันครบรอบแต่งงาน จนกระทั่งผ่านมาหลายวันแล้ว ตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์ก็ยังไม่ฟื้นเลย
เขาเข้าใจความรู้สึกของตัวร้ายดีว่าความรักมันทำให้ตัวร้ายเห็นแก่ตัว แต่ใครหน้าไหนมันมาทำให้นายเอกเสียใจ มันผู้นั้นต้องถูกเขาสาปให้ฉิบหายวายวอดไปเลย
พัทธ์พักคิดเรื่องนิยายชั่วขณะ ก่อนจะหันมาสนใจงานบนโต๊ะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเป็นเขาเองที่ตกงานจนน่าสงสาร
ชีวิตในตอนนี้ของพัทธ์ก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ พ่อและแม่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากประสบอุบัติเหตุจนทำให้พัทธ์อยู่ตัวคนเดียว ชีวิตเขามีแต่งาน นิยาย นอน กลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยได้คบค้าสมาคมกับใครสักเท่าไหร่ เห็นจะมีก็แต่ตะวันเท่านั้นที่เป็นเพื่อนสนิททำงานอยู่ในแผนกเดียวกัน และเป็นวินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่งถึงที่ทำงาน ทว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ พนักงานโรงงานก็ต้องอาศัยจังหวะนี้กลับไปหาครอบครัว แต่ว่าไอ้พัทธ์มันไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว ส่วนตะวันมีพ่อกับแม่ต้องดูแล แต่ด้วยความที่ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดที่จะซื้อรถยนต์ได้ ตะวันจึงต้องขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านแต่เส้นทางไม่ได้ไกลจนเกินไปนัก ฟ้ายังไม่ทันมืดก็ถึงแล้ว
“ให้กูไปส่งมึงก่อนก็ได้นะ กูบิดกลับบ้านแป๊บเดียวก็ถึง”
“ไม่เป็นไรหรอก ทางแค่นี้กูขึ้นรถเมล์ต่อเดียวก็ถึงหอพักแล้ว”
“แน่ใจนะว่าไม่หลง”
“นี่กูไอ้พัทธ์ไง ไม่หลงก็ไม่ใช่กูนะครับ” พัทธ์หัวเราะร่วนด้วยความขบขัน ตะวันส่ายหน้าไปมา
“งั้นกูกลับก่อน”
“เออ ๆ แว้นช้า ๆ ล่ะ แต่อย่าให้ใครแซง ไว้เจอกันเมื่อชาติต้องการ”
“พูดเป็นลางนะไอ้พัทธ์”
“กูหยอกเล่น เป็นจริงเป็นจังไปได้”
ตะวันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายในขณะที่กำลังนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ ก่อนจะสวมหมวกกันน็อกแล้วขับออกไป พัทธ์โบกไม้โบกมือมองแผ่นหลังเพื่อนก็เกิดความรู้สึกใจหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกับตะวันเสียอย่างนั้นแหละ
เมื่อมองตะวันขับรถมอเตอร์ไซค์ไปจนลับสายตา พัทธ์ก็เดินคอตกมานั่งรอรถเมล์ที่ป้าย ไม่นานรถประจำทางก็แล่นมาจอดเทียบท่าจนกระทั่งได้ขึ้นไปนั่งหลังสุดของตัวรถ เขามองดูข้างทางที่การจราจรค่อนข้างติดขัด เมืองแห่งความวุ่นวายไม่รู้จะขับรถไปเที่ยวไหนกันนักหนา สู้เอาเวลาไปนอนอ่านนิยายไม่ดีกว่าเหรอ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นฉุดดึงความสนใจของพัทธ์ให้หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าที่ตกรุ่นขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่านักเขียนอัพนิยายตอนต่อไปก็ตาลุกวาว
“ทำไมวันนี้นักเขียนใจดีอัพสองตอนเลยวะ” พัทธ์ระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ปลายนิ้วโป้งกดเข้าแอปพลิเคชันเพื่อทำการอ่านนิยายตอนล่าสุด แต่ในขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้ามา
เอี๊ยดดดดดดดด!
พัทธ์เหลือบไปเห็นรถพ่วงกำลังพุ่งเข้ามาอย่างไว ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งกำสมาร์ทโฟนที่เปิดค้างหน้านิยายเอาไว้แน่น ก่อนจะได้รับการกระแทกอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจและทุเลาหายไปในไม่ช้า
พัทธ์ตื่นขึ้นมามองเห็นเพดานห้อง เขาจับแขนจับขาตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นมาตบหน้าเบา ๆ จนรู้สึกเจ็บเล็กน้อยก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
“กูยังไม่ตาย” บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบห้อง เพิ่งสังเกตว่าน่าจะอยู่ในโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง แถมยังเป็นห้องพิเศษที่ค่อนข้างหรู และคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือ...
กูจะเอาเงินที่ไหนจ่ายวะ
เพราะลำพังหาเงินซื้อนิยายอ่านก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว
หลังจากที่ถูกรถพ่วงชนจนรถเมล์พังยับก็ไม่คิดว่าจะเอาชีวิตรอดมาได้ ต้องขอบคุณพวกพี่ ๆ กู้ภัยและคุณหมอที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ให้มีชีวิตรอดอยู่ต่อเพื่ออ่านนิยายเรื่องนั้นจนจบ
พูดถึงนิยายพัทธ์ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อ่านตอนล่าสุดที่นักเขียนเพิ่งจะได้อัพ เขามองซ้ายมองขวาเพื่อหาโทรศัพท์ทว่ากลับปวดร้าวไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะมีผู้เข้ามาใหม่เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคร้าม ใส่สูทผูกเนกไทเรียบหรู เดินเข้ามาภายในห้อง พัทธ์ได้แต่นอนตะลึงกับความหล่อเหลา เขาอ้าปากค้างจนลืมหุบด้วยความเผลอไผล
แม่งหล่ออย่างกับพระเอกในนิยายเลยว่ะ ไอ้พัทธ์อุทานในใจ
“คุณพัทธ์” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย
“คะ ครับ” เจ้าของชื่อตอบกลับน้ำเสียงตะกุกตะกัก แอบสงสัยว่าทำไมชายหนุ่มรูปหล่อนี่มันมารู้จักชื่อเขาได้ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ประกันวะ ก็ไม่น่าใช่เพราะพัทธ์ไม่เคยไปซื้อประกันอุบัติเหตุที่ไหนมาก่อน
“คุณจะจ้องผมอีกนานไหม”
เพียงเท่านั้นพัทธ์ก็เม้มริมฝีปากแน่นเริ่มทำตัวไม่ถูก ก็อยู่กันสองคนไม่ให้จ้องหมอนี่แล้วจะให้จ้องใคร ก่อนที่ชายหนุ่มจะควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าถือสีดำ พัทธ์หรี่ตามองมันด้วยความสงสัยพอ ๆ กับไอ้หน้าหล่อนี่มาทำอะไร
“เซ็นนี่ซะ” พัทธ์มองแผ่นกระดาษตรงหน้าด้วยความสงสัย ซึ่งเนื้อหาในกระดาษใบนั้นไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่าชื่อที่มีปรากฏ
นายพฤกษ์ ปริยาสกุล!
นายนันทพัทธ์ ปริยาสกุล!
ชื่อทั้งสองคน ไอ้พัทธ์มองปราดเดียวก็จำได้สนิทว่ามันเป็นชื่อของตัวละครในนิยายที่เขากำลังตามอ่านอยู่
หรือชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นคุณพฤกษ์งั้นเหรอ?
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเนี่ย
“ถ้ายังไม่ตายก็ช่วยกรุณาเซ็นใบหย่าให้ผมด้วย” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทำเอาไอ้พัทธ์รับรู้ได้ทันทีว่ากำลังไม่พอใจ
“คะ คุณเป็นใคร” ถามออกไปด้วยความสงสัย
“จะเล่นมุกจำผัวตัวเองไม่ได้หรือไง เร็วเข้าสิ รีบเซ็นจะได้ทางใครทางมัน”
พัทธ์รับปากกาที่ชายหนุ่มกำลังยื่นให้ สมองที่หนักอึ้งทำให้ยังไม่สามารถประมวลผลอะไรได้ในตอนนี้ เขาจับปากกาเซ็นชื่อลงบนแผ่นกระดาษ ก่อนพฤกษ์จะเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วก้าวเดินออกไปด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง พัทธ์ที่มองแผ่นหลังชายหนุ่มจึงเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน
“คุณ!”
ร่างสูงหยุดชะงักแล้วหันกลับมามอง สายตาที่ดุดันราวกับจะฉีกเนื้อเขาเป็นชิ้น ๆ ทำให้พัทธ์กลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคออย่างยากลำบาก
“มีอะไร ถ้าจะให้ผมอยู่ดูต่อ ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ ผมมีงานต้องสะสางอีกเยอะนะพัทธ์ ทำตัวเองได้ก็ดูแลตัวเองไปเถอะ” น้ำเสียงฟังดูราวกับกำลังไม่พอใจอย่างมาก จนพัทธ์เองยังไม่รู้ตัวว่าไปเผลอเดินเหยียบตีนอีกฝ่ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้จงเกลียดจงชังเขาได้ถึงขนาดนี้
“ผมแค่จะบอกว่าวานเรียกพยาบาลให้หน่อย ผมจะขอย้ายออกจากห้องพิเศษ”
พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่นมองภรรยาแสนชังอย่างสงสัยและไม่เข้าใจการกระทำ
“สภาพแบบนี้ยังอวดเก่ง ไม่ตายก็บุญเท่าไหร่แล้วพัทธ์”
ชายหนุ่มก้าวเดินฉับ ๆ ออกไปพร้อมกับปิดประตูแรง ๆ ทำเอาคนป่วยสะดุ้งโหยง พัทธ์ขมวดคิ้วถอนหายใจพลางส่ายหน้าไปมาพยายามวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ถ้าหากบอกว่าชายหนุ่มคนเมื่อกี้คือคุณพฤกษ์จริง แน่นอนว่าพัทธ์ต้องคือตัวร้ายในเรื่อง แต่ใครมันจะไปเชื่อกัน
พัทธ์อ่านนิยายแนวเกิดใหม่หรือทะลุมิติมาก็มาก แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ
เขานอนขบคิดอยู่นานจนกระทั่งมั่นใจและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนซึ่งทางเดียวที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ
ไอ้หน้าหล่อนี่แม่งบ้านิยายจนสมองกู่ไม่กลับแล้ว สงสัยจะอินหนักถึงขนาดติ๊งต่างว่าตัวเองเป็นพระเอกเลยเหรอวะ ประสาทจริง ๆ
หนักกว่าไอ้พัทธ์ ก็ไอ้พระเอกที่ปลอมตัวเป็นคุณพฤกษ์นี่แหละ
เพียงเท่านั้นพัทธ์ก็หันไปกดปุ่มที่หัวนอนคนไข้เพื่อเรียกพยาบาล แล้วขอตัวย้ายไปอยู่กับผู้ป่วยรวมจะได้ไม่ต้องเสียเงิน เพราะไม่อย่างนั้นคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าห้องพิเศษ
❀┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈❀
TBC
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 ตอนพิเศษ 4 น้องพลภัทร
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#40 บทที่ 40 ตอนพิเศษ 3 สิ่งที่ติดอยู่ในใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#39 บทที่ 39 ตอนพิเศษ 2 ใจอ่อน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#38 บทที่ 38 ตอนพิเศษ 1 ไดอารี่ของพฤกษ์
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่ 36 แต่งงานกันอีกครั้งไหม
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่ 35 ขอโอกาสอีกครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่ 34 ตามง้อ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#34 บทที่ 34 ตอนที่ 33 คลื่นไส้
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 32 ผมขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#32 บทที่ 32 ตอนที่ 31 ถึงเวลาที่ต้องจากลา
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
Dangerous มาเฟียกุมรัก
การเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด สุดท้ายแล้วจะจบด้วยความเข้าใจได้จริงไหม…
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













