บทนำ
“ติณ!”
“อะไรของมึงอีกล่ะ ไม่มีเรียนแล้ว มึงจะไปตายที่ไหนก็ไปสิ” ไอ้ติณย้อนผมพลางสีหน้าหงุดหงิดใส่
ผมสิที่ต้องเป็นคนหงุดหงิด มันจะมาหงุดหงิดอะไรในเมื่อมันนั่นและที่เป็นต้นเหตุี่ทำให้ผมต้องโดนไล่ออกจากห้องเรียน ทั้งๆ รีบมาจนเกือบเช็คชื่อไม่ทัน
“นายตั้งใจจะทำให้เราโดนไล่ออกมาจากห้องงั้นเหรอ”
“ก็เออดิ สมองมึงแรมน้อยรึไงถึงได้ฉลาดช้านัก”
“แต่เราตั้งใจมาเรียนหนังสือนะ”
“เรียนมาครึ่งชีวิตแล้ว มึงไม่เบื่อบ้างรึไง”
ผมว่าแล้วเชียวว่าทำไมมันถึงได้สะกิดผมนักทั้งๆ ที่มันน่าจะเงียบปากไปได้ที่รู้ว่าอาจารย์มองแล้ว ที่แท้มันก็ตั้งใจจะให้อาจารย์ไล่ออกมานี่เอง
“มองหน้านี่หิวตีนรึไง หรืออยากจะลองกิน”
“นายคงกินบ่อยสินะ สมองนายถึงได้มีแต่เรื่องตีนๆ”
“ไอ้เหี้ยคิม” ไอ้ติณคะตอกเรียกผมเสียงดังแถมยังเดินเข้ามากระชากคอเสื้อผมเข้าหาตัวแล้วง้างหมัดขึ้นกลางอากาศทำท่าเหมือนอยากจะชกปากผมเสียเต็มประดา
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ปากดีมากคราวหน้าได้แดกตีนสมใจแน่”
โธ่ว้อยยย! ผมมาเพื่อเช็คชื่อแล้วก็โดนไล่ออกจากห้องสินะ ช่างเป็นการเริ่มต้นปีการศึกษาที่แสนพิเศษจริงๆ
บท 1
อาคารจิราพิพัฒน์เกียรติ
ชั้น 6
ตึกตัก!
ตึกตัก!
ตึกตัก!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของผมกระทบลงกับพื้นหินอ่อนอย่างต่อเนื่องเพราะความเร่งรีบ เมื่อเช้าวันใหม่ที่ควรจะสดใสของผมกำลังจะกลายเป็นเช้าอันน่าเศร้าสลด เหตุผลก็เพราะว่าผมเหมือนจะเข้าเรียนไม่ทันเพราะตื่นสายทั้งที่วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้อย่างดี แต่เผลอตื่นขึ้นมาเลื่อนแล้วเลื่อนอีกด้วยความเคยตัว รู้ตัวอีกทีก็ไฟล้นก้นเสียแล้ว
ตายห่า ผมว่าไม่เหมือนสายหรอก งานนี้ผมต้องสายแน่ๆ เพราะตอนนี้เกือบจะเก้าโมงแล้วผมยังไม่ถึงห้องเรียนเลย
ตึง!
และเสียงที่ตามมาก็คือเสียงจากฝ่ามือของผมเอง ตกใจทำไม ผมก็แค่ผลักประตูเข้าไปในห้องเรียน
“คุณคิมหันต์”
“มาครับ” ผมรีบยกมือขึ้นแล้วขานรับเสียงดังเมื่ออาจารย์ขานชื่อผมเพื่อเช็กชื่อพอดี
อาจารย์หันมามองผมด้วยหางตานิดหน่อยก่อนจะส่ายหัวไปมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าผมส่งยิ้ม เมื่อเห็นว่าอาจารย์ไม่ได้ว่าอะไรผมจึงรีบเดินเข้าไปในห้องโดยก้มหลังเดินผ่านหน้าอาจารย์มาอย่างนอบน้อม
แอบดีใจเบาๆ ที่อย่างน้อยผมก็แค่เกือบสาย เช็กชื่อทันพอดีก็ยังถือว่าไม่สายนั่นแหละน่า
“ถ้าคุณคิมหันต์เลขที่หนึ่ง ก็ถือว่าสายนะคะ” อาจารย์ป้าหน้าโบ (ท็อกซ์) พูดขึ้นมาเสียงเข้มพลางขยับแว่นสายตากรอบสีทองบางเฉียบขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง ทว่าแว่นสายตานั้นเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเพราะสายตาที่เธอมองผมอยู่เหนือกรอบแว่นนั้นขึ้นมา ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่แว่นไว้ทำไม
“ผมเลขที่เก้าครับ” ผมตอบอย่างมั่นใจแล้วฉีกยิ้ม พูดจบผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนทุกคนในห้องแอบหัวเราะกันเบาๆ แต่สุดท้ายทั้งห้องก็ต้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเมื่อมีฝุ่นละอองปลิวเข้ารูจมูกของอาจารย์แล้วลื่นไหลไปที่หลอดลมจนอาจารย์รู้สึกระคายเคืองคอเป็นเหตุให้ไอค่อกแค่ก
“เชิญ!”
ใจหายแวบเลย คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้ว
“ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้อาจารย์ทันทีพร้อมกับลอบถอนหายใจ ก่อนจะพุ่งตัวตรงไปที่บันไดสโลปแล้วรีบกวาดสายตาเพื่อมองหาที่นั่งตามทิศทางมงคล
ผมก็แค่ต้องเลือกและมองหาทำเลทองเหมาะๆ ในการหลบสายตาของอาจารย์ป้า ที่รุ่นพี่ต่างก็เล่าขานและขนานนามกันว่าเวลาตัดเกรดเธอจะโหดสัสรัสเซียมากกว่าเวลาสอน ซึ่งเมื่อมองเห็นทำเลที่โดนใจแล้ว ผมก็รีบสืบเท้าตรงไปที่ชั้นสามมุมห้องฝั่งซ้ายมือของอาจารย์ทันที
ฟู่!!!
แอบถอนหายใจยาวๆ อีกรอบเมื่อทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ก้มหน้าลงเปิดกระเป๋าแล้วหยิบสมุดเลคเชอร์กับปากกาขึ้นมาเตรียมความพร้อมรออาจารย์เพราะว่าตอนนี้อาจารย์กำลังเช็กชื่อเพื่อนๆ คนอื่นไปเรื่อยๆ ตามลำดับเลขที่ ถือโอกาสนี้จดจำชื่อเพื่อนร่วมคลาสไปด้วยเลยก็แล้วกัน
“คุณติณภพ”
ตึง!
“มาครับ” เสียงทุ้มเข้มขานรับพร้อมกับเจ้าตัวที่ก้าวพรวดโผล่พ้นมาจากด้านหลังประตูที่เพิ่งจะถูกผลักเข้ามา ระดับความสูงของหมอนั่นเลยวงกบประตูขึ้นไปอีกแน่ะ
ทุกคนในห้องรีบหันไปมองหน้าตาเพื่อนผู้มาใหม่ และผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะว่าเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างรีบร้อนนั่นทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งห้องไปโดยปริยาย
ร่างสูงยืดลำตัวขึ้นตรงเต็มความสูงซึ่งสามารถจะสะกดทุกสายตาได้อยู่หมัด ผมแอบประเมินด้วยสายตาแล้วนายคนนั้นน่าจะสูงราวๆ ร้อยแปดสิบปลายๆ ทีเดียว ขนาดมองไกลๆ ยังรู้สึกว่าเขาสูงมากจริงๆ ใบหน้าขาวสะอาดจนทำให้เครื่องหน้าทุกอย่างโดยรวมดูลงตัวไปหมด ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่ จมูกโด่งเป็นสันเหมือนจะเป็นลูกครึ่งแต่ติดตรงที่เขามีเส้นผมสีดำขลับที่บ่งบอกถึงความเป็นชายไทยแท้ๆ ที่ยิ่งขับสีผิวของเขาให้ขาวเด่นมีออร่ายิ่งกว่าเดิม สายตาคมๆ ที่อยู่ภายใต้เรียวคิ้วเข้มนั่นทำให้เขาดูเป็นผู้ชายดุดันทีเดียว สรุปได้ว่าคนนี้งานดี งานพรีเมี่ยม
คนห่าอะไรจะหล่อขนาดนี้ หล่อไม่ลืมหูลืมตา หล่อวัวตายสาววายตะลึง กันทั้งห้องไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ ชาติก่อนทำบุญด้วยแมกกาซีนนายแบบมั้ง
“สายค่ะ”
“ไม่สายครับ”
“สายค่ะ”
“ไม่สายครับ”
“ฉันบอกว่าสายค่ะ!”
“แต่ผมดูเวลาแล้วว่าผมไม่สายครับ ผมได้ยินอาจารย์เรียกชื่อผมพอดีตอนก้าวเท้าเข้ามา” ร่างสูงพยายามอธิบาย (เถียง) ข้างๆ คูๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเอาความกล้าอย่างนั้นมาจากไหน เมื่อกี้ตอนผมเถียงอาจารย์ผมยังใจสั่นแทบแย่ แต่เขาพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับพูดคุยกับอาจารย์ถึงเรื่องลมฟ้าอากาศ
ผมคิดว่าไม่ใช่แค่ผมหรอกที่กำลังตกตะลึงในความใจกล้าของนายคนนั้น ที่กล้าต่อปากต่อคำกับอาจารย์ที่คนทั้งคณะไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตอนเดินผ่าน หรือถ้านี่ไม่ใช่ความกล้า ก็ต้องเป็นความบ้าแน่ๆ คนดีๆ ที่ไหนเขาจะกล้ายืนเถียงอาจารย์ป้ารุ่นปูชนียบุคคลประจำมหา’ ลัยแบบนั้นกัน
บทล่าสุด
#91 บทที่ 91 Epilogue [4]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#90 บทที่ 90 Epilogue [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#89 บทที่ 89 Epilogue [2]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#88 บทที่ 88 Epilogue [1]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#87 บทที่ 87 EP 26 เขิน [4]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#86 บทที่ 86 EP 26 เขิน [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#85 บทที่ 85 EP 26 เขิน [2]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#84 บทที่ 84 EP 26 เขิน [1]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#83 บทที่ 83 EP 25 พ่อของเด็ก [4]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#82 บทที่ 82 EP 25 พ่อของเด็ก [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













