บทนำ
จากที่คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอิสระ นีน่ากลับต้องมาเจอกับ ‘กฎเหล็ก’ สารพัดจากคุณหมอผู้ปกครองจอมเฮี้ยบ ทั้งห้ามกลับดึก ห้ามไปปาร์ตี้ และห้ามมีแฟน ! แต่ใครจะรู้ว่า... ภายใต้ใบหน้านิ่งขรึมและชุดกาวน์ที่แสนสุภาพ พี่ภีมคนเดิมกลับอัปเกรดความละมุนจนนีน่าตั้งตัวไม่ติด
จากหน้าที่ ‘ผู้ปกครอง’ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็น ‘คนรัก’ ในความลับที่ต้องซ่อนจากสายตาคนทั้งมหาวิทยาลัย และแก๊งเพื่อนสาวจอมจับผิดที่จ้องจะเปิดโปงสถานะที่แท้จริงของเธออยู่ทุกวัน !
บท 1
แสงอาทิตย์ยามบ่ายม้วนตัวผ่านยอดตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร สะท้อนเงาวับวาวบนกระจกของคอนโดมิเนียมหรูระดับ Ultra Luxury ย่านสุขุมวิท ภายในรถยนต์ยุโรปสีดำสนิทที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ลานจอดรถ บรรยากาศเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความประหม่าของเด็กสาวผู้มาใหม่ นีน่า ในวัย 19 ปีเศษ นั่งบีบมือตัวเองแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ดวงตากลมโตคู่สวยลอบมองมารดาที่นั่งอยู่ด้านข้างเป็นระยะ
จิรัชยา ผู้เป็นแม่ไม่ได้สังเกตเห็นอาการสั่นไหวในดวงตาของลูกสาวเลยแม้แต่น้อย ในใจของนางมีเพียงความโล่งอกที่ได้ฝากฝังแก้วตาดวงใจไว้กับคนที่ตนไว้ใจที่สุด
“นีน่า อย่าทำหน้ามุ่ยสิลูก อยู่กับพี่ภีมเขาต้องทำตัวน่ารัก ๆ รู้ไหม พี่เขาอุตส่าห์เมตตารับเรามาอยู่ด้วย คอนโดฯ ที่นี่แพงจะตายไป แถมยังใกล้รถไฟฟ้า เดินทางไปมหาลัยสะดวก แม่บอกพี่เขาไว้แล้วว่าเราดื้อนิดหน่อย แต่พี่เขาก็ไม่ว่าอะไร”
นีน่าพยักหน้ารับแกน ๆ คำว่า ‘ไว้ใจ’ ของแม่มันทิ่มแทงใจเธออย่างบอกไม่ถูก เพราะสำหรับนีน่าแล้ว พี่ภีม หรือ นายแพทย์ภีมพัฒน์ อัครโภคิน ไม่ได้เป็นแค่พี่ชายข้างบ้านที่เป็นลูกศิษย์คนโปรดของคุณแม่ แต่เขาคือ ‘รักแรก’ ของเธอก่อนที่เขาจะย้ายมาเรียนหมอที่กรุงเทพฯ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว... และเขาก็หายไปจากชีวิตเธอตั้งแต่วันนั้น
ลิฟต์ความเร็วสูงนำพาสองแม่ลูกขึ้นมาถึงชั้นที่ 28 เมื่อประตูเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงแนว Wood & Sea Salt ก็ลอยมาปะทะจมูก ทันทีที่จิรัชยากดกริ่งหน้าห้อง 2801 ประตูไม้บานหรูหน้าห้องก็ค่อย ๆ เปิดออก
และนั่นคือวินาทีที่เวลาสำหรับนีน่าเหมือนหยุดหมุนไป
ร่างสูงสง่ากว่า 185 เซนติเมตรยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า หมอภีม ในวัย 32 ปี ดูแตกต่างจากพี่ชายตัวผอมสูงในความทรงจำของเธออย่างสิ้นเชิง เขาอยู่ในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายทว่าหรูหรา เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาเล็กน้อยตามประสาคนทำงานหนัก ใบหน้าคมคายที่ดูสุขุมนิ่งลึกกว่าเดิมหลายเท่าถูกประดับด้วยดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงหรู
ในเสี้ยววินาทีที่สบตากัน หมอภีมรู้สึกเหมือนลมหายใจของเขาสะดุดกะทันหัน
นีน่า... เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เคยวิ่งตามเขาต้อย ๆ ในวันนั้น บัดนี้เติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ผิวพรรณของเธอขาวผ่องดุจน้ำนมที่ตัดกับชุดกางเกงยีนขาสั้นกุดคู่กับเสื้อยืดครอปเอวลอยที่โชว์หน้าท้องแบนราบและส่วนเว้าโค้งที่ชัดเจนจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภีมพัฒน์รีบดึงสติกลับมา เขาสะกดกั้นความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขา
“สวัสดีครับน้าจี สวัสดี... นีน่า” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบนั้นทำให้หัวใจของนีน่ากระตุก
“สวัสดีจ้ะภีม โอ้โฮ... ยิ่งโตยิ่งหล่อจริง ๆ เลยนะเรา น้าฝากนีน่าด้วยนะลูก ยัยเด็กคนนี้ดื้อแพ่งนัก ถ้าทำตัวไม่น่ารัก ภีมดุได้เลยนะ น้าอนุญาตเต็มที่” จิรัชยากล่าวกลั้วขำพลางจูงมือลูกสาวเดินเข้าไปในห้อง
“ครับ... ผมดุแน่”
ภีมพัฒน์ตอบสั้น ๆ ทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตู สายตาของเขาจ้องมองแผ่นหลังบางที่กำลังเดินสำรวจห้องชุดของเขาด้วยความรู้สึกที่คนเป็นแม่ไม่มีทางล่วงรู้...
เขาไม่ได้ดุเพราะรำคาญ แต่เขาดุเพื่อสะกดกั้นใจตัวเองไม่ให้กระโจนเข้าหา ‘เด็กสาว’ ที่เขาเฝ้ารอมานานคนนี้ต่างหาก
หลังจากจิรัชยาสำรวจห้องและร่ำลาลูกสาวเสร็จสิ้น ห้องชุดกว้างขวางก็เหลือเพียงความเงียบสงัดและความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ท่ามกลางคนสองคน นีน่ายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กลางห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำสไตล์ Modern Minimal ทุกอย่างในห้องนี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเป๊ะจนน่าขนลุก สมกับเป็นที่อยู่ของศัลยแพทย์กุมารแพทย์ผู้เคร่งครัด
“นีน่า มานั่งนี่สิ”
เสียงเรียกจากโต๊ะทานข้าวหินอ่อนสีขาวนวลทำให้เด็กสาวรีบก้าวเท้าเข้าไปหา หมอภีมนั่งกอดอก พิงพนักเก้าอี้พลางจ้องเขม็งมาที่เธอ บนโต๊ะมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่
“นี่คือกฎ 3 ข้อสำหรับการอยู่ร่วมกันที่นี่ พี่อยากให้เราทำความเข้าใจไว้ก่อนเริ่มชีวิตมหาลัย”
นีน่าหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน ลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยผิดวิสัยหมอทั่วไปเขียนระบุไว้ชัดเจน:
1. ห้ามกลับห้องเกินเวลา 22.00 น. หากมีความจำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
2. ห้ามนำบุคคลภายนอก โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชาย เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเด็ดขาด
3. ห้ามทำตัวสนิทสนมกับพี่ต่อหน้าคนอื่นในที่สาธารณะ
“พี่ภีมคะ... ข้อ 3 พอเข้าใจ แต่ข้อ 1 กับข้อ 2 มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ ?” นีน่าเริ่มเปิดฉากต่อรอง เธอแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานพลางขยับเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้น
“นีน่าเรียนนิเทศนะคะ กิจกรรมเยอะจะตาย บางทีซ้อมละคร หรือทำงานกลุ่มมันก็ต้องดึกบ้าง พี่ภีมไม่ใจอ่อนให้น้องหน่อยเหรอคะ”
นีน่าใช้วิธีที่เคยใช้ได้ผลเสมอตอนเด็กๆ คือการเอียงคอเล็กน้อยแล้วช้อนตาขึ้นมองอย่างอ้อนวอน แต่เธอกลับหารู้ไม่ว่าท่าทางแบบนั้นในวัยสาวมันส่งผลต่อหัวใจของหมอภีมรุนแรงกว่าเดิมร้อยเท่า
ภีมพัฒน์รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เขารีบขยับแว่นสายตาแล้วกดเสียงให้นิ่งที่สุดเพื่อซ่อนความสั่นไหว
“นีน่า... ที่นี่ไม่ใช่บ้านสวนของแม่เธอ กฎก็คือกฎ ถ้าทำไม่ได้ หรือคิดว่าการอยู่ภายใต้ความดูแลของพี่มันอึดอัดเกินไป พี่จะส่งเธอกลับไปนอนที่หอพักมหาวิทยาลัยทันที เลือกเอาเองแล้วกัน”
ความเย็นชาในน้ำเสียงและคำพูดที่ไร้เยื่อใยทำให้นีน่าหน้าชา เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกอก พี่ชายที่เคยใจดีคนนั้นหายไปไหนหมด ตอนนี้เหลือเพียงผู้ปกครองจอมเผด็จการที่จ้องจะกำราบเธอเท่านั้น
“เข้าใจแล้วค่ะ... นีน่าจะทำตามกฎทุกอย่าง”
“ห้องนอนเราอยู่ทางซ้าย พี่จัดไว้ให้แล้ว ไปจัดของซะ พี่มีเคสต้องเตรียมผ่าตัดวันพรุ่งนี้ ห้ามรบกวน” หมอภีมพูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้นีน่ายืนกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว
เด็กสาวลากกระเป๋าเข้าห้องนอนตัวเอง พบว่าภายในห้องถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูโทนสีขาวครีม เตียงนอนหนานุ่มขนาดคิงไซซ์ดูน่าล้มตัวลงไปนอนที่สุด นีน่าจัดของไปพลางบ่นพึมพำถึงคนหน้านิ่งไปพลาง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบ 2 ชั่วโมง เธอรู้สึกหิวน้ำจึงตัดสินใจเดินออกมาจากห้อง
ไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่ลงจนสลัว แสงไฟสีนวลตาจากทางเดินนำทางเธอไปสู่โซนห้องครัว แต่สายตาของเธอไปสะดุดกับประตูห้องนอนของหมอภีมที่แง้มอยู่เล็กน้อย เสียงน้ำจากฝักบัวดังลอดออกมาทำให้รู้ว่าเขาเข้าห้องน้ำไปแล้ว
ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะความกลัว นีน่าค่อย ๆ ย่องเข้าไปในห้องนอนของคนพี่ ห้องของหมอภีมหอมกลิ่นสะอาด ๆ ของแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ทุกอย่างเนี้ยบระดับสิบ หนังสือการแพทย์ถูกจัดวางตามลำดับความสูง นีน่ากวาดสายตาสำรวจไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่โต๊ะข้างหัวเตียง
มีรูปถ่ายใบหนึ่งวางอยู่ในกรอบไม้เล็กๆ...
นีน่าเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู แล้วหัวใจของเธอก็เต้นรัวแรง มันคือรูปถ่ายตอนที่เธอยังเป็นเด็กหญิงตัวป้อม ๆ กำลังร้องไห้จ้าเพราะหกล้มเข่าถลอก โดยมีพี่ภีมในวัยรุ่นกำลังก้มลงทำแผลให้ด้วยสีหน้าจริงจังและห่วงใยสุดขีด และข้าง ๆ กรอบรูปนั้นมี ‘ตุ๊กตาหมีเน่า’ หูขาดที่เธอเคยให้เขาไว้ วางไว้อย่างดีเหมือนของล้ำค่า
เขายังเก็บมันไว้... ความรู้สึกอบอุ่นวาบแล่นผ่านหัวใจที่เคยขุ่นมัว
แต่ทว่า ความซึ้งใจอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวออกมาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบไว้หมิ่นเหม่ หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนแผงอกกำยำที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการเข้ายิมอย่างสม่ำเสมอ
“นีน่า... เข้ามาทำอะไรในห้องพี่ ?”
เสียงทุ้มพร่าที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้นีน่าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบวางกรอบรูปลงแต่ด้วยความลนลานทำให้มันเกือบหลุดมือ หมอภีมก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยรวดเร็ว กลิ่นกายชายหนุ่มหลังอาบน้ำใหม่ ๆ ผสมกับความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านจนนีน่ารู้สึกมึนงง
หมอภีมคว้าข้อมือเล็กไว้ทันก่อนที่รูปจะหล่น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ นีน่าได้กลิ่นสบู่จากอกกว้างของเขาจนสติแทบกระเจิง สายตาคมกริบของหมอหนุ่มที่มองลงมาหาเธอนั้น บัดนี้มันไม่ได้นิ่งเฉยเหมือนตอนอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่มันมีความโหยหาและความกระหายบางอย่างที่เขาไม่สามารถซ่อนได้อีกต่อไปเมื่ออยู่กันเพียงลำพังในพื้นที่ส่วนตัว
“คือ... นีน่าแค่จะมาหาน้ำดื่มค่ะ แต่หาห้องครัวไม่เจอเลยเดินหลงมาทางนี้” นีน่าตอบเสียงสั่น พยายามหลบสายตาที่ดูเหมือนจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่อ
หมอภีมไม่พูดอะไร แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาจนจมูกโด่งเกือบจะชิดกับแก้มใสของคนตัวเล็ก เขาแกล้งหายใจรดต้นคอระหงจนนีน่าขนลุกซู่
“น้ำอยู่ในห้องครัว ไม่ได้อยู่ในห้องนอนพี่” เขาเอ่ยเสียงต่ำพร่า
“และกฎอีกข้อที่พี่ลืมบอก... ห้ามแอบเข้ามาในห้องพี่ตอนที่พี่ไม่อยู่ ไม่งั้นพี่จะไม่รับผิดชอบถ้าเกิดอะไรขึ้น”
หมอภีมรีบผละตัวออกก่อนที่เขาจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เขาหันหลังให้นีน่าเพื่อซ่อนอาการสั่นไหวของร่างกาย
“ไปนอนซะ... พรุ่งนี้เรียนเช้า อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำสอง”
นีน่ารีบวิ่งออกมาจากห้องนั้นราวกับหนีตาย เธอปิดประตูห้องนอนตัวเองแล้วทรุดตัวลงพิงบานประตู หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ภาพแผงอกกว้างและสายตาที่ร้อนแรงของพี่ภีมยังติดตาเธออยู่ไม่หาย
ความรักที่เคยคิดว่าเป็นฝ่ายแอบรักอยู่ข้างเดียว... เริ่มทำให้เธอสงสัยเสียแล้วว่า กฎเหล็กที่เขาสร้างขึ้นมานั้น เขาสร้างไว้กันคนอื่น หรือสร้างไว้เพื่อกันตัดวเองไม่ให้ ‘กิน’ เธอเข้าไปทั้งตัวกันแน่ !
บทล่าสุด
#48 บทที่ 48 ตอนพิเศษที่ 3
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#47 บทที่ 47 ตอนพิเศษที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#46 บทที่ 46 ตอนพิเศษที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#45 บทที่ 45 เป็นนิรันดร์
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#44 บทที่ 44 วันวานที่เปลี่ยนผ่าน
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#43 บทที่ 43 เส้นทางชีวิต
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#42 บทที่ 42 การกลับมาของมทิรา
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#41 บทที่ 41 ต่างบทบาท ต่างสถานที่
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#40 บทที่ 40 ปาร์ตี้
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#39 บทที่ 39 พ่อแม่มือใหม่
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้













