เหลี่ยมรักซ่อนคม

เหลี่ยมรักซ่อนคม

นิราวดี บุญครอง · เสร็จสิ้น · 131.0k คำ

404
ยอดนิยม
404
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

สิบปีก่อน… คดีเพลิงไหม้ปริศนาพรากทุกอย่างไปจากครอบครัวของเธอ ทิ้งไว้เพียงความสูญเสียและคำถามที่ไม่มีใครยอมตอบ

สิบปีต่อมา พิมพ์ชนก กลับมาอีกครั้ง พร้อมเป้าหมายเดียวในชีวิต เปิดโปงความจริงที่ถูกฝังไว้ และชายที่เธอสงสัยมากที่สุดก็คือ วายุ วรเมธากุล ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ศัตรูทางธุรกิจของตระกูลเธอ และผู้ชายที่อันตรายเกินกว่าจะเข้าใกล้

เธอเข้าหาเขาด้วยรอยยิ้ม ซ่อนความแค้นไว้หลังคำหวาน ทุกการสัมผัสคือแผนการ ทุกคำพูดคือคำลวง และทุกก้าวที่เข้าใกล้เขาคือการเดิมพันกับความลับที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

แต่สิ่งที่พิมพ์ชนกไม่เคยคาดคิด คือวายุรู้ตั้งแต่แรกว่าเธอกำลังปิดบังบางอย่าง… และเขากลับเลือกดึงเธอเข้ามาใกล้ตัวมากกว่าเดิม

“คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณเข้ามาหาผมเพราะอะไร?”

“ถ้ารู้แล้ว คุณยังจะจับมือฉันไว้อีกทำไม?”

“เพราะผมอยากรู้ไงครับ… ว่าสุดท้ายคุณจะทรยศผม หรือจะรักผมจนถอนตัวไม่ขึ้นก่อนกัน”

เมื่อเกมธุรกิจกลายเป็นเกมหัวใจ เมื่อความแค้นเริ่มสั่นคลอนด้วยความรัก และเมื่อคนที่ควรเกลียดกลับเป็นคนเดียวที่หัวใจเรียกหา…

ในเกมนี้ ไม่มีใครมือสะอาด ไม่มีใครยอมแพ้ และคนที่ตกหลุมรักก่อน… อาจเป็นคนที่เจ็บปวดที่สุด

เพราะบางครั้ง คนที่กุมมือเราไว้แน่นที่สุด ก็อาจเป็นคนที่ซ่อนคมมีดไว้ลึกที่สุดเช่นกัน

บท 1

สิบปีก่อน ครอบครัวของพิมพ์ชนกสูญเสียทุกอย่างในคืนเดียว

โรงงานแห่งหนึ่งถูกไฟเผาจนเหลือเพียงซาก พ่อของเธอกลายเป็นคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรม ธุรกิจที่สร้างมาทั้งชีวิตพังทลายลงพร้อมชื่อเสียง ขณะที่คนซึ่งเคยเรียกตัวเองว่าเพื่อนทยอยหายไป และคนบางกลุ่มกลับเติบโตขึ้นบนความสูญเสียของครอบครัวเธอ

ไม่นานหลังจากนั้น พ่อของเธอก็จากไป ทิ้งไว้เพียงคำกล่าวหา ความเงียบ และคำถามที่ไม่มีใครยอมตอบอย่างตรงไปตรงมา

พิมพ์ชนกเคยคิดว่าหากเธอรู้ความจริง ทุกอย่างคงง่ายขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเข้าใจว่า ต่อให้รู้ว่าใครเป็นคนทำลายครอบครัวของเธอ แต่ถ้าคนเหล่านั้นยังมีอำนาจมากพอจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ความจริงก็อาจเป็นได้เพียงเรื่องเล่าที่ไม่มีใครสนใจ

ดังนั้น เธอจึงไม่กลับมาเพื่อขอคำขอโทษ

เธอกลับมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกพรากไป และทำให้คนที่เคยคิดว่าตัวเองได้ประโยชน์จากความพินาศของครอบครัวเธอ ต้องเริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่พวกเขาครอบครอง

คืนนี้ พิมพ์ชนกจะกลับเข้าสู่สังคมธุรกิจอีกครั้ง

ในชุดเดรสสีแดงไวน์ พร้อมรอยยิ้มที่ไม่มีใครอ่านออก

เพราะคนที่กลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เด็กสาวที่เคยสูญเสียทุกอย่างอีกต่อไป

พิมพ์ชนกกลับเข้ามาในชีวิตของคนเหล่านั้นพร้อมรอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้ว่าซ่อนอะไรอยู่

เธอไม่ได้สวมชุดดำ ไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่าทีอาฆาต และไม่ได้คิดจะประกาศให้ใครรู้ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอเกลียดพวกเขามากเพียงใด

คืนนี้เธอสวมชุดเดรสสีแดงไวน์ ตัดเย็บเรียบหรู เครื่องประดับมีเพียงต่างหูเพชรเม็ดเล็ก และรองเท้าส้นสูงสีดำที่ทำให้ทุกย่างก้าวมั่นคงอย่างคนรู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหน

สถานที่จัดงานคือโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ งานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนรายใหญ่ของกลุ่มธุรกิจชั้นนำ แขกเหรื่อส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร เจ้าของกิจการ และบุคคลที่สื่อธุรกิจชอบเรียกว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลของประเทศ

รวมถึงคนที่เธออยากพบมากที่สุดด้วย

“คุณพิมพ์ชนกคะ ท่านประธานกำลังรออยู่ทางด้านในค่ะ”

พนักงานต้อนรับเอ่ยอย่างสุภาพหลังตรวจสอบรายชื่อแขกเรียบร้อย

พิมพ์ชนกยิ้มตอบ “ขอบคุณค่ะ”

เธอเดินผ่านประตูเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยง เสียงดนตรีบรรเลงคลอไปกับเสียงสนทนา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นอาหารจากโต๊ะบุฟเฟต์ แสงไฟสีทองตกกระทบแก้วคริสตัลจนทั้งห้องดูงดงามราวกับโลกใบนี้ไม่เคยมีใครต้องสูญเสียอะไรเลย

ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนบางประเภทเสียจริง

คนที่ทำผิดพลาดได้ แต่ยังมีเงินจ่ายเพื่อให้ตัวเองดูสง่างาม

คนที่ทำให้ครอบครัวหนึ่งพังทลาย แต่ยังได้รับเชิญขึ้นเวทีเพื่อกล่าวสุนทรพจน์เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม

และคนที่เคยปล่อยให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสูญเสียทุกอย่าง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่คิดว่าต้องรับผิดชอบอะไร

พิมพ์ชนกหยิบแก้วน้ำแร่จากถาดของพนักงานเสิร์ฟ ดวงตากวาดผ่านผู้คนอย่างใจเย็น จนกระทั่งหยุดลงที่ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีกรมท่า

ธนกฤต อัครบดินทร์

ประธานบริษัทอัครบดินทร์โฮลดิ้ง หนึ่งในนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในกลุ่มทุนอุตสาหกรรม และชายผู้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธุรกิจหลังเหตุไฟไหม้โรงงานเมื่อสิบปีก่อน

เขากำลังหัวเราะกับกลุ่มนักลงทุน ท่าทางผ่อนคลายเหมือนคนที่ไม่มีอะไรต้องหวาดระแวง

พิมพ์ชนกมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกแก้วขึ้นจิบ

เธอจำเสียงหัวเราะแบบนั้นได้

สิบปีก่อน ตอนที่พ่อของเธอถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อความบกพร่องด้านความปลอดภัยของโรงงาน คนที่เคยร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวเธอต่างพากันเงียบ บางคนหายตัวไป บางคนปฏิเสธว่าไม่เคยสนิทสนม และบางคนรีบฉวยโอกาสเข้าครอบครองกิจการที่กำลังอ่อนแอ

ธนกฤตเป็นหนึ่งในคนที่ก้าวขึ้นมาหลังจากนั้น

เขาอาจไม่ได้เป็นคนจุดไฟด้วยมือตัวเอง แต่เขาเป็นคนที่รู้จักเปลี่ยนความพังพินาศของผู้อื่นให้กลายเป็นบันไดของตัวเองได้อย่างน่าชื่นชม

ในสายตาของพิมพ์ชนก นั่นไม่ได้ทำให้เขาน่ากลัวน้อยลงเลย

“คุณพิมพ์ชนก?”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง

เธอหันไปพบชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคาย ดวงตาดำลึกดูเย็นชาอย่างคนไม่คุ้นเคยกับการแสดงความรู้สึกต่อหน้าผู้อื่น

วายุ วรเมธากุล

ทายาทวัยสามสิบสองปีของวรเมธากรุ๊ป ผู้บริหารที่เพิ่งขึ้นมาควบคุมกิจการหลังการเสียชีวิตของบิดา และเป็นคนที่นักธุรกิจจำนวนไม่น้อยไม่อยากมีเรื่องด้วย

เขามีชื่อเสียงเรื่องการตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ยอมให้ใครใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาแทรกแซงผลประโยชน์ของบริษัท และมีนิสัยชอบถามคำถามที่ทำให้คนตอบรู้สึกเหมือนกำลังถูกตรวจสอบบัญชีชีวิตตัวเอง

พิมพ์ชนกเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของเขา เคยเห็นเขาในข่าว และเคยฟังผู้บริหารหลายคนบ่นว่าเจรจากับชายคนนี้ยากเพียงใด

แต่การพบตัวจริงทำให้เธอเข้าใจอย่างหนึ่ง

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เย็นชาเพราะไม่สนใจใคร

เขาเย็นชาเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าอะไรสำคัญกับตัวเอง

“คุณวายุ” เธอเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินชื่อมานาน ในที่สุดก็มีโอกาสพบกันสักทีนะคะ”

“ผมก็เช่นกันครับ”

สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าเธอลงไปยังแก้วน้ำในมือ ก่อนกลับขึ้นมาสบตาอีกครั้ง

“ผมนึกว่าคุณจะไม่มางานนี้เสียแล้ว”

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นคะ”

“เพราะบริษัทของคุณเพิ่งประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ คนที่กำลังยุ่งกับการจัดการปัญหาภายในมักไม่ค่อยมีเวลามางานสังคม”

“บางครั้งการมางานสังคมก็เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการปัญหาภายในค่ะ”

มุมปากของวายุขยับเล็กน้อย

“ฟังดูเหมือนคุณมีปัญหาที่ต้องการแก้หลายเรื่อง”

“ทุกบริษัทก็มีปัญหาค่ะ ต่างกันแค่ว่าบริษัทไหนยอมรับว่ามี และบริษัทไหนจ้างคนมาช่วยทำให้มันดูเหมือนไม่มี”

คราวนี้วายุหัวเราะเบา ๆ

ไม่ใช่เสียงหัวเราะที่เกิดจากความขบขันเสียทีเดียว แต่เป็นปฏิกิริยาของคนที่เพิ่งพบคู่สนทนาซึ่งไม่ได้ตอบคำถามตามที่เขาคาดไว้

“คุณพูดตรงกว่าที่ผมคิด”

“คุณก็ถามตรงกว่าที่ฉันคิดเหมือนกันค่ะ เราคงไม่ต้องเสียเวลาทำความรู้จักกันมากนัก”

วายุยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ “งั้นผมขอถามตรง ๆ อีกข้อ คุณมางานนี้เพราะต้องการพบใครเป็นพิเศษหรือเปล่า”

พิมพ์ชนกเหลือบมองไปทางธนกฤตเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหันกลับมา

“ถ้าฉันตอบว่ามี คุณจะช่วยแนะนำให้ไหมคะ”

“ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการพบเขาเพื่ออะไร”

“ถ้าเป็นเรื่องธุรกิจล่ะคะ”

“ผมจะแนะนำให้คุณนัดหมายผ่านเลขาฯ ของเขา”

“แล้วถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว?”

“ผมคงต้องถามว่าคุณแน่ใจหรือว่าควรคุยกับเขา”

พิมพ์ชนกหัวเราะอย่างนุ่มนวล “คุณวายุคะ เราเพิ่งพบกันไม่ถึงห้านาที คุณก็เริ่มห้ามฉันคุยกับคนอื่นแล้วหรือคะ”

“ผมแค่ไม่ชอบเห็นคนเดินเข้าไปในสถานการณ์ที่ตัวเองยังไม่เข้าใจ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณคงไม่ชอบฉันเท่าไร”

“ทำไมครับ”

“เพราะฉันไม่เคยรอให้เข้าใจทุกอย่างก่อนลงมือค่ะ”

เธอพูดจบก็ยิ้มให้เขา แล้วขอตัวเดินไปหากลุ่มนักลงทุนที่ยืนอยู่ไม่ไกล

วายุไม่ได้รั้งเธอไว้

แต่สายตาของเขายังคงติดตามเธอไปจนถึงวงสนทนาถัดไป

ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนคนที่ต้องการแสดงตัวว่าเก่ง เธอไม่ได้พยายามเอาชนะทุกประโยค ไม่ได้รีบอธิบายตัวเอง และไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเมื่อเขาถามถึงแรงจูงใจ

เธอเพียงเลือกตอบในสิ่งที่อยากตอบ

และนั่นทำให้เขาไม่แน่ใจเลยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรอยู่

ธนกฤตสังเกตเห็นพิมพ์ชนกในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

ตอนแรกเขาเพียงหันมองตามเสียงแนะนำของแขกคนหนึ่ง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้ากลับแข็งค้างไปชั่วขณะ

สั้นมาก

สั้นจนคนอื่นอาจไม่ทันสังเกต

แต่พิมพ์ชนกเห็น

เธอจึงยกแก้วน้ำขึ้นเล็กน้อย เป็นการทักทายจากระยะไกลด้วยท่าทีสุภาพที่สุดเท่าที่คนรู้จักกันผ่านสังคมธุรกิจควรทำ

ธนกฤตนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะหันไปพูดอะไรบางอย่างกับคนข้างกายแล้วเดินเข้ามาหาเธอ

“หนูพิมพ์ชนกใช่ไหม”

เขาใช้คำเรียกอย่างสนิทสนมราวกับไม่ได้ห่างหายจากกันไปนานหลายปี

“สวัสดีค่ะ คุณธนกฤต”

“โตขึ้นมากจริง ๆ ลุงแทบจำไม่ได้”

พิมพ์ชนกยิ้ม “เราไม่ได้พบกันนานมากนี่คะ”

“นั่นสิ หลังจากเรื่องของคุณพ่อ หนูก็คงลำบากไม่น้อย”

คำพูดแสดงความเห็นใจถูกส่งออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ต่างมองธนกฤตด้วยสายตาชื่นชม เขาดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ยังไม่ลืมลูกสาวของคนรู้จักเก่า

พิมพ์ชนกเกือบชื่นชมการแสดงของเขา

เกือบเท่านั้น

“ขอบคุณที่ยังจำครอบครัวของเราได้นะคะ” เธอตอบ “ฉันเองก็จำคนที่เคยช่วยเหลือครอบครัวเราได้เสมอค่ะ”

ธนกฤตชะงักเล็กน้อย “ลุงยินดีช่วยอยู่แล้ว ถ้าหนูมีปัญหาอะไร ติดต่อมาได้เลยนะ”

“แน่นอนค่ะ”

เธอไม่ได้พูดว่าเธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา

ไม่ได้พูดด้วยซ้ำว่าเธอรู้ว่าเขาเคยทำอะไรบ้าง

เพราะคำพูดเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ในเวลานี้

คนอย่างธนกฤตจะไม่ยอมรับความผิดเพียงเพราะเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามหาความยุติธรรม เขาอาจแสดงความเห็นใจ อาจเสนอเงินช่วยเหลือ หรืออาจหาคำอธิบายที่ทำให้ตัวเองดูเป็นคนดีขึ้นอีกหลายระดับ

พิมพ์ชนกไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว

เธอต้องการให้เขาเป็นฝ่ายเดินมาหาเธอด้วยตัวเองในวันที่เขาไม่มีทางเลือกอื่น

“จริงสิ” ธนกฤตเอ่ยขึ้น “ลุงได้ยินว่าพีรดากรุ๊ปกำลังปรับโครงสร้าง หนูคงเหนื่อยมาก ถ้าต้องการให้บริษัทของลุงช่วยประสานงานกับนักลงทุนรายอื่น เราคุยกันได้”

“เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น วันไหนว่างก็แวะมาที่บริษัทลุง เราค่อยคุยรายละเอียดกัน”

พิมพ์ชนกพยักหน้าอย่างนอบน้อม ก่อนกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

ธนกฤตยิ้มพอใจ เห็นได้ชัดว่าเขาเชื่อว่าตัวเองสามารถควบคุมทิศทางบทสนทนาได้แล้ว

“แล้วตอนนี้หนูพักอยู่ที่ไหน มีคนดูแลหรือยัง”

“ฉันมีคนช่วยดูแลเรื่องต่าง ๆ ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ดีแล้ว ครอบครัวเรารู้จักกันมานาน ลุงไม่อยากเห็นหนูลำบาก”

“ฉันเข้าใจค่ะ”

พิมพ์ชนกตอบทุกคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไปอย่างไม่เร่งรีบ

“แต่ถ้าวันหนึ่งฉันมีโอกาสได้ช่วยคุณธนกฤตบ้าง ฉันก็ยินดีนะคะ”

ชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ “หนูจะช่วยอะไรลุงได้ล่ะ”

“ใครจะรู้คะ โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก บางครั้งคนที่เราคิดว่าไม่มีอำนาจ ก็อาจเป็นคนที่ช่วยเราได้ในวันที่คาดไม่ถึง”

รอยยิ้มของธนกฤตยังคงอยู่ แต่แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขากำลังพิจารณาว่าเธอตั้งใจสื่ออะไรหรือไม่

พิมพ์ชนกกลับทำเหมือนไม่เห็นความผิดปกตินั้น เธอเพียงกล่าวขอตัวไปทักทายแขกคนอื่น โดยไม่รอให้เขาตอบอะไรเพิ่มเติม

เมื่อเดินพ้นวงสนทนา เธอเห็นวายุยืนอยู่ข้างเสารับน้ำหนักใกล้ประตูระเบียง

เขาถือแก้วเครื่องดื่มอยู่ในมือ สายตาจับอยู่ที่เธออย่างไม่คิดปกปิด

“ดูเหมือนคุณจะสนิทกับคุณธนกฤตมากกว่าที่ผมคิด” เขาเอ่ยเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้

“คุณกำลังจับตาดูฉันอยู่หรือคะ”

“ผมกำลังสังเกตคนที่อาจกลายเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ”

“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”

“คนที่ฉลาดไม่จำเป็นต้องลงมือก่อนถึงจะน่าระวัง”

พิมพ์ชนกหัวเราะ “ถ้าคุณพูดแบบนี้กับทุกคน คุณคงไม่มีเพื่อนเหลือสักคน”

“ผมไม่ได้ต้องการเพื่อนมากขนาดนั้น”

“น่าเศร้านะคะ”

“คุณกำลังสงสารผม?”

“เปล่าค่ะ ฉันกำลังสงสารคนที่ต้องทำงานกับคุณต่างหาก”

วายุยิ้มมุมปาก ก่อนวางแก้วลงบนโต๊ะข้างตัว

“ผมมีข้อเสนอให้คุณ”

พิมพ์ชนกเลิกคิ้ว “เร็วขนาดนี้เลยหรือคะ เราเพิ่งรู้จักกันเอง”

“พรุ่งนี้เช้า ผมต้องการพบตัวแทนของพีรดากรุ๊ปเพื่อคุยเรื่องโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมแห่งใหม่ บริษัทของคุณกำลังหาพันธมิตร ส่วนบริษัทผมกำลังมองหาผู้ร่วมลงทุนที่มีความเข้าใจตลาด ผมคิดว่าเราน่าจะคุยกันได้”

เธอมองเขาอย่างพิจารณา

โครงการนี้มีมูลค่าสูง และถ้าพีรดากรุ๊ปได้รับเลือกให้เข้าร่วม ก็จะช่วยให้บริษัทฟื้นตัวได้เร็วขึ้นมาก

แต่การที่วายุเป็นฝ่ายเข้าหาเธอเอง ทำให้ข้อเสนอนี้น่าสนใจกว่าตัวเลขผลตอบแทนเสียอีก

“ทำไมต้องเป็นฉันคะ”

“เพราะคุณเป็นคนตัดสินใจของพีรดากรุ๊ปในเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ”

“คุณตรวจสอบฉันมาแล้ว”

“ผมตรวจสอบทุกคนที่อาจเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ”

“แล้วคุณพบอะไรบ้างคะ”

วายุสบตาเธอ “พบว่าคุณไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครเลือกอนาคตแทนตัวเอง”

เป็นคำตอบที่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเลย

แต่กลับทำให้พิมพ์ชนกต้องมองเขาใหม่

ชายคนนี้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ควรพูดกับสิ่งที่ควรเก็บไว้ เขาไม่พยายามประจบเธอ ไม่ใช้ความเห็นใจเรื่องครอบครัวมาสร้างความใกล้ชิด และไม่รีบร้อนแสดงให้เห็นว่าตัวเองเหนือกว่า

เขาอันตรายกว่าที่เธอคิด

“ตกลงค่ะ” เธอตอบ “พรุ่งนี้สิบโมง ฉันจะเข้าไปพบคุณ”

“ดีครับ”

“แต่ฉันมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”

วายุพยักหน้าให้พูดต่อ

“ฉันต้องการสิทธิ์ในการประเมินโครงการอย่างอิสระ ถ้าฉันพบว่ามีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ฉันขอสงวนสิทธิ์ในการถอนตัวโดยไม่ต้องเสียค่าปรับ”

“ได้ครับ ถ้าเป็นเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล”

“แล้วถ้าคุณไม่เห็นด้วยล่ะคะ”

“เราก็คงไม่จำเป็นต้องร่วมงานกัน”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เธอหลุดหัวเราะออกมาจริง ๆ เป็นครั้งแรกของค่ำคืนนี้

“คุณนี่น่าสนใจจริง ๆ”

“ผมถือว่าเป็นคำชม”

“อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจว่าคุณเป็นคนแบบไหน”

“เช่นเดียวกันครับ”

ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ชนกจะเป็นฝ่ายหันไปทางห้องจัดเลี้ยง

“ฉันต้องไปทักทายแขกอีกหลายคนค่ะ ไว้พบกันพรุ่งนี้”

“แล้วพบกันครับ คุณพิมพ์ชนก”

เธอเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา

วายุยืนมองแผ่นหลังของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ เขาไม่แน่ใจว่าความสนใจที่มีต่อเธอเกิดจากความสามารถทางธุรกิจ หรือเพราะมีบางอย่างในตัวเธอที่ทำให้เขารู้สึกว่าการพบกันครั้งนี้จะไม่จบลงง่าย ๆ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความสั้น ๆ ถึงผู้ช่วยส่วนตัว

ตรวจสอบแผนธุรกิจล่าสุดของพีรดากรุ๊ป และนัดฝ่ายวิเคราะห์มาร่วมประชุมพรุ่งนี้

ก่อนเก็บโทรศัพท์ เขามองไปยังอีกฝั่งของห้อง

พิมพ์ชนกกำลังยิ้มให้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร

แต่เมื่อชายคนนั้นหันหลังเดินจากไป รอยยิ้มของเธอก็หายไปในทันที

เพียงชั่ววินาทีเดียว ก่อนจะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อมีแขกคนใหม่เข้ามาใกล้

วายุขมวดคิ้ว

เขาไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

และเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขารู้สึกอยากรู้จักใครสักคนมากกว่าที่จำเป็นต่อธุรกิจ

เกือบสี่ทุ่ม งานเลี้ยงเริ่มทยอยเลิกรา

พิมพ์ชนกนั่งอยู่เบาะหลังของรถยนต์ที่แล่นผ่านถนนใจกลางเมือง แสงไฟจากอาคารสูงสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง เธอปลดต่างหูออก วางลงในกล่องกำมะหยี่ แล้วเอนศีรษะพิงเบาะ

“คุณพิมพ์จะกลับบ้านเลยไหมคะ” คนขับรถถามผ่านกระจกกั้น

“ค่ะ”

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความจากผู้ช่วย มีรายชื่อผู้บริหารที่ตอบรับการนัดหมายสำหรับวันถัดไป รวมถึงกำหนดการประชุมกับวรเมธากรุ๊ป

เธอเลื่อนดูอย่างรวดเร็ว ก่อนหยุดอยู่ที่ข้อความจากเพื่อนเก่าคนหนึ่ง

ได้ยินว่าคุณธนกฤตเข้ามาคุยกับเธอแล้ว ระวังตัวด้วยนะ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครแตะผลประโยชน์ง่าย ๆ

พิมพ์ชนกอ่านจนจบ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ

ฉันรู้ค่ะ

เธอรู้จักธนกฤตดีพอที่จะไม่ประมาท

และรู้จักตัวเองดีพอที่จะไม่รีบลงมือเพียงเพราะความโกรธ

เธอไม่ได้ต้องการเห็นเขาหน้าซีดในงานเลี้ยง ไม่ได้ต้องการให้เขารู้ว่าเธอจำทุกอย่างได้ และไม่ได้ต้องการให้เขาใช้เวลาคืนนี้นั่งกังวลว่าเธอจะทำอะไรต่อไป

สิ่งที่เธอต้องการคือให้เขากลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

ให้เขามั่นใจว่าพิมพ์ชนกเป็นเพียงทายาทสาวที่กำลังพยายามกอบกู้บริษัทของครอบครัว

ให้เขาเชื่อว่าเธออาจเป็นพันธมิตรที่มีประโยชน์

แล้ววันหนึ่ง เมื่อเขาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เธอจะเป็นคนที่เขาเลือกเชื่อใจด้วยตัวเอง

พิมพ์ชนกดับหน้าจอโทรศัพท์

เธอรู้ดีว่าความแค้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนชนะ

สิ่งที่ทำให้คนชนะคือการไม่ปล่อยให้ความแค้นตัดสินใจแทนตัวเอง

รถแล่นเข้าสู่ถนนที่มุ่งหน้ากลับบ้าน เธอมองแสงไฟที่ผ่านไปทีละดวง แล้วนึกถึงวายุขึ้นมาอีกครั้ง

เขาเป็นคนที่น่าสนใจ

ฉลาดพอจะระวังเธอ แต่ยังไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร

เธอไม่จำเป็นต้องทำให้เขาเป็นศัตรูในตอนนี้ และก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เขากลายเป็นคนรักเร็วเกินไป

สำหรับเธอ ความสัมพันธ์ก็เหมือนการลงทุน

ต้องรู้ว่ากำลังเสี่ยงอะไร ต้องเข้าใจว่าตัวเองต้องการผลตอบแทนแบบไหน และต้องยอมรับให้ได้ว่าบางครั้งสิ่งที่มีค่าที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

โทรศัพท์สั่นขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เป็นข้อความจากเลขานุการของบริษัท

คุณพิมพ์คะ พรุ่งนี้เช้าคุณธนกฤตติดต่อมาขอนัดพบคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ เขาบอกว่าต้องการหารือเรื่องความร่วมมือระหว่างสองบริษัท

พิมพ์ชนกอ่านแล้วหัวเราะเบา ๆ

เร็วดีนี่

เธอเพิ่งพูดกับเขาในงานเลี้ยงไม่ถึงสองชั่วโมง เขาก็เป็นฝ่ายติดต่อกลับมาเองแล้ว

อาจเพราะเขาต้องการตรวจสอบว่าเธอมีเป้าหมายอะไร

หรืออาจเพราะเขามองเห็นโอกาสบางอย่างจากการกลับมาของเธอ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธ

ตอบรับค่ะ นัดเวลาให้เขาได้เลย

เธอกดส่งข้อความ แล้ววางโทรศัพท์ลง

คืนนี้เธอได้สิ่งที่ต้องการสองอย่าง

หนึ่ง ธนกฤตเริ่มหันมาสนใจเธอ

สอง วายุเปิดประตูให้เธอเข้าไปในโลกธุรกิจของเขาด้วยตัวเอง

ทั้งสองคนต่างคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเลือก

พิมพ์ชนกยิ้มบาง ๆ ให้กับความคิดนั้น

เธอไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ควบคุมทุกอย่างตั้งแต่ต้น

บางครั้งการปล่อยให้คนอื่นเป็นฝ่ายเปิดประตูให้ ก็เป็นวิธีที่ง่ายกว่าการพยายามพังประตูเข้าไปเอง

และเมื่อถึงเวลาที่เธอต้องเลือกว่าจะปิดประตูบานไหนทิ้ง เธอก็จะเป็นคนตัดสินใจเอง

หญิงสาวหลับตาลงช้า ๆ

พรุ่งนี้ยังมีอีกหลายเรื่องต้องจัดการ ทั้งการประชุมกับวายุ การนัดหมายกับธนกฤต และการวางแผนฟื้นฟูพีรดากรุ๊ป

เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะชนะทุกครั้ง

แต่เธอจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดความพ่ายแพ้ของเธออีกต่อไป

เพราะครั้งนี้ พิมพ์ชนกกลับมาแล้ว

และเธอไม่ได้กลับมาเพื่อขอที่ยืนจากใคร

เธอกลับมาเพื่อสร้างที่ยืนของตัวเอง

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

998k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ผู้หญิงเรียบร้อยคือผู้หญิงที่ผมรู้สึกขัดตาที่สุด เจอกับตัวมาเยอะแล้วครับที่เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่สุดท้ายก็...ไม่ได้แรดหรอกเรียกว่า ร่าน เลยดีกว่า
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย

รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย

611.9k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
"อย่าขัดใจฉัน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะคลานลงจากเตียงได้ ได้ยินมั้ยมะนาว!"

เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น

แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...

"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา

คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....

"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."

เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!

พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย

เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่

โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"

สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....

ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ

และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย

ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่

ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!

"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"

ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

790.8k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รักซึมร้าย NC 25++

รักซึมร้าย NC 25++

348.7k การดู · เสร็จสิ้น · เอลยา
ร่างเพรียววิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลิฟต์หลังจากได้ยินเสียงเอ็ดตะโรลั่นมาในโทรศัพท์ เจ้าของเสียงกำลังอารมณ์บ่จอยเป็นอย่างยิ่งอยู่ในห้องพักส่วนตัวชั้นยี่สิบของโรงแรมห้าดาวที่ตนเป็นเจ้าของ

ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
แสร้งรักเมียหย่า

แสร้งรักเมียหย่า

6.7k การดู · กำลังอัปเดต · เฟตามีน
เมื่อธุรกิจของครอบครัวกำลังเดินมาถึงทางตัน ‘ภาพพิมพ์’ จึงถูกผลักให้กลายเป็นหนึ่งในข้อตกลงทางผลประโยชน์ ด้วยการแต่งงานกับ ‘คิมหันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐี แลกกับการประคองทุกอย่างที่ครอบครัวของเธอกำลังจะสูญเสีย
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

544.5k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

347.4k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด

Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด

40.1k การดู · เสร็จสิ้น · ณดารินทร์
“ถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผมแทนพี่สาวคุณ ก็เตรียมตัวล้มละลายกันได้เลย”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

618.4k การดู · เสร็จสิ้น · Yaygoh
เธอ คะนิ้ง นกน้อยที่หลงเข้าไปพัวพันกับเหล่านักแข่งใต้ดิน เธอแค่อยากตามหาน้องสาวที่หายตัวไป โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรก

เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...

ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

578.3k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

615.3k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

283.1k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี