บทนำ
วันหนึ่ง หยกได้พบกับลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลมาก
เขามาหาเธอด้วยความเครียดและต้องการรู้ชะตาชีวิตของตัวเอง
และหยกได้ทำการดูดวงชะตาให้เขาและพบว่าเขาจะต้องเผชิญกับอันตรายที่ใหญ่หลวง ต้องทำตามคำแนะนำของเธอถึงจะผ่านไปได้ แต่เมื่อเธอบอกคำทำนายนี้เขากลับไม่พอใจและคิดว่าเธอเป็นเพียงนักต้มตุ๋น
“คุณต้องทำตามที่ฉันแนะนำแล้วชีวิตของคุณจะดีกว่าเดิม”
“หึ ห้ามออกจากบ้านเป็นเวลาเจ็ดวันงั้นเหรอ วิธีการหลอกเด็ก
ชัด ๆ แกมันก็แค่หมอดูเก๊ คิดว่าจะหลอกเอาเงินจากคนอย่างฉันได้เหรอนางเด็กเมื่อวานซืน หมิง! เก็บกวาดซะอย่าให้ใครรู้ว่าฉันมาที่นี่”
“ครับเจ้านาย”
“เฮ้อ ได้เวลาเป็นอิสระแล้วสินะหยก”
“มีอะไรจะสั่งเสียมั้ยสาวน้อย”
“หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงขอชาติหน้าช่วยให้ฉันมีพ่อแม่ที่รัก
ฐานะร่ำรวยนั่งกินนอนกินไม่ต้องลำบากเหมือนชาตินี้ทีเถิด สาธุ”
“ปุ! ตุบ!”
“โอ๊ยยยย!! ฉันไม่ได้ขอชีวิตแบบเดิมนะ อ๊ากกกกกก!!!”
บท 1
ณ บ้านเช่าราคาถูกเก่า ๆ ในมุมหนึ่งของเมืองใหญ่ มีหญิงสาววัยยี่สิบปีเธอมีชื่อว่า ‘หยก’ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอถูกเลี้ยงดูจากบ้านเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้ที่มาที่ไปว่าเธอเองมาจากไหนพ่อแม่เป็นใคร และเธอไม่สนใจที่จะตามหาอดีตให้เจ็บปวดหากพบเจอความจริงอันโหดร้าย จึงเลือกใช้ชีวิตด้วยการทำงาน หาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย
หยก พยายามใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากในวันที่เธออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์มีบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นเรื่องดีและร้ายในคราวเดียวกัน เมื่อลืมตาตื่นหลังผ่านวันเกิดอายุครบสิบแปดปี หยกสามารถมองเห็นชะตาชีวิตของคนที่บังเอิญมาสัมผัสโดนตัวของเธอ หยกสติแตกไปหลายวันกว่าจะรวบรวมสติกลับมาได้ เธอตัดสินใจเล่าให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างไพลินฟัง และเพื่อนสนิทคนนี้นี่เอง ที่สนับสนุนให้หยกใช้ความสามารถนี้
เพื่อหาเงินจากพวกคนรวยที่เชื่อเรื่องทำนายดวงชะตา
“ลินฉันเล่าให้แกฟังแค่คนเดียวแล้ว อย่าเอาไปเล่าให้ใครฟังล่ะ ฉันไว้ใจที่แกเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน หวังว่าจะไว้ใจแกได้ในเรื่องนี้นะลิน ฉันไม่อยากถูกคนอื่นมองว่าเป็นคนบ้า” เพราะคนที่ไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาตินั้นมีอยู่มาก บางคนคิดว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ มองคนที่ชอบการทำนายดวงชะตาเป็นคนโง่
“เอาน่าไอ้หยกแกจะคิดมากไปทำไมวะเพื่อน ในเมื่อแกเองสามารถทำนายดวงชะตา จากการสัมผัสเพียงผิวเผินได้ ก็ใช้มันหาเงินไม่ดีกว่าเหรอ ยิ่งพวกคนรวยที่ชอบดูดวงน่ะ คนพวกนี้จ่ายหนักมากเลยนะยิ่งแกทำนายได้แม่นรับรองดูแค่เดือนละสองสามคนก็รวยแล้ว”
“มันจะดีเหรอวะ เกิดทำนายไปแล้วมันไม่แม่นล่ะแก ฉันไม่โดนพวกมันพาคนมารุมกระทืบจนตายเลยเหรอ” หยกกลัวจะถูกทำร้ายมากกว่าหากมันไม่เป็นอย่างที่ทำนายไว้
“แต่แกเคยทักแม่ฉันไว้ และมันก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เหรอเพื่อน เอางี้แกลองทำนายชะตาให้แม่ของไอ้เชนห้องหนึ่งเป็นไง ฉันแอบรู้มาว่าแม่ไอ้เชนทำธุรกิจฐานะร่ำรวยใช้ได้ แล้วอีกอย่างแม่ไอ้เชนก็ชอบไปมูเตลูมากซะด้วยนะเว้ย ไอ้หยกแกลองคิดดูให้ดี ๆ เพื่อน แกไม่ยอมเรียนต่อเงินเดือนก็ได้ไม่ถึงหมื่นไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่ากินค่าอยู่อีกสารพัด” ไพลินก็ใช่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยอะไร เธอก็แค่ลูกแม่ค้าขายข้าวแกงทั่วไป
“ก็ได้พรุ่งนี้เป็นวันหยุดแกพาแม่ไอ้เชนไปที่บ้านฉันก็แล้วกัน ส่วนเรื่องค่าบริการไว้เก็บหลังจากผ่านพ้นคำนายเถอะ ลูกค้าจะได้ไม่คิดว่าพวกเราโกหกหลอกลวงเอาเงินเท่านั้น”
“โอเค ไว้ฉันจะดักรอลูกค้าคนแรกของเราตอนฉันเลิกเรียนให้ พรุ่งนี้แกก็เตรียมสถานที่ให้มันดูน่าเชื่อถือหน่อยล่ะ เผื่อว่าเราจะได้ลูกค้าเพิ่ม จะทำให้ขายหน้าแม่หมอสุดแม่นไม่ได้นะเว้ย ฮ่า ๆ ๆ”
“เออ ๆ ๆ รู้แล้วน่าบ้านเช่าก็หลังแค่นั้นจะจัดให้ดูดีแค่ไหนกันเชียวไอ้ลิน ถ้างานนี้สำเร็จพวกเราจะแบ่งเงินกันยังไงดีวะ” หยกไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนถ้าจะเธอจะรับส่วนแบ่งมากกว่า
“อย่าคิดมากเลยแกคนที่มีพลังวิเศษคือตัวแกไม่ใช่ฉัน เอาเป็นว่าจบงานฉันสามสิบแกเจ็ดสิบตกลงป่ะ” เธอก็แค่หาลูกค้าให้เพื่อนเท่านั้น
“เอาตามนี้ก็แล้วกันกลับเข้าห้องเรียนเถอะ จะหมดเวลาพักแล้ว อย่าลืมรูดซิปปากให้สนิทนะไอ้ลิน นี่เป็นความลับสุดยอด ที่พวกเรารู้กันแค่สองคนเท่านั้นถ้าแกยังไม่อยากถูกล้อว่าเป็นบ้าน่ะ” หยกไม่ลืมกำชับกับเพื่อนสาวให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอีกครั้ง
“รู้แล้ว ๆ ๆ แกพูดรอบที่ร้อยแล้วนะไอ้หยก ไป ๆ เข้าห้องเรียนกันได้แล้ว” ไพลินรับปากเพื่อนก็ชักชวนกันกลับห้องเรียน
หลังเลิกเรียนไพลินดักรอแม่ของเชน เด็กเรียนสมัยมัธยมที่หน้าบริษัท และใส่สีตีไข่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการทำนายดวงชะตา จนคนที่ได้ฟังอยากจะพบแม่หมอเสียวันนี้ แต่ก็ต้องอดทนทั้งสองคนจึงได้นัดพบกัน ตามสถานที่ที่ไพลินบอกเป็นที่เรียบร้อย
สิบโมงเช้าของวันต่อมา ไพลินพากชนิภาแม่ของเชนมาหาหยกที่บ้านเช่า ถึงจะเป็นบ้านไม้เก่า ๆ แต่หยกก็ทำความสะอาดจัดข้าวของอย่างเป็นระเบียบ ภายในห้องโล่ง ๆ หยกได้ปูเสื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมชุดสีขาว พร้อมกับมีผ้าผืนบางปิดหน้าใส่แว่นตา ปิดบังใบหน้าของเธอเอาไว้
“นี่หนูลินแม่หมอจะทำนายแม่นจริงหรือเปล่าจ๊ะ อย่าทำให้น้าเสียเวลาเชียวนะ แต่ถ้าแม่หมอทำนายแม่นกว่าตำหนักอื่นที่น้าเคยไปละก็ รับรองค่าไหว้ครูน้าจัดเต็มอย่างแน่นอน และจะพาเพื่อนมาที่นี่แทน”
“โธ่ คุณน้ากชเชื่อได้เต็มร้อยค่ะว่าแม่หมอคนนี้ ทำนายได้แม่นอย่างกับตาเห็น ถ้าครั้งนี้คุณน้าผู้ชายเจรจาธุรกิจหลายร้อยล้านสำเร็จ คุณน้าอย่าลืมสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ ทำบุญกับแม่หมอเยอะ ๆ ด้วยนะคะ” ถ้าไม่ได้หยกทักแม่ของเธอ ป่านนี้พ่อของเธอคงจะเป็นม่ายไปแล้ว
“เชิญนั่งก่อนสิ ไม่ทราบว่าคุณนายต้องการให้ฉันทำนายเรื่องอะไร บอกชื่อและนามสกุลคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาด้วยล่ะ” หยกเริ่มถามกับลูกค้าคนแรกทันทีที่ไพลินพาเข้ามาด้านในบ้านเช่า
“เอ่อ แม่หมอช่วยทำนายเรื่องเจรจาธุรกิจของสามีฉันหน่อยเจ้าค่ะ สามีฉันชื่อชนิน นามสกุลญาณณนนท์ เจ้าค่ะ พอดีสามีของฉันจะเดินทางไปเจรจาเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวที่ต่างประเทศ ก็เลยอยากรู้ว่าครั้งนี้จะสำเร็จอย่างที่หวังไว้หรือไม่น่ะเจ้าค่ะ” เพราะสามีของกชนิภายอมทุ่มเงินหมดหน้าตักกับธุรกิจในครั้งนี้
“รบกวนคุณนายวางมือบนโต๊ะด้านหน้า จะได้เริ่มทำนายเรื่องที่คุณนายอยากรู้กันเลย”
เมื่อกชนิภาวางมือลงบนโต๊ะ หยกจึงใช้มือสัมผัสลงไปที่ฝ่ามือ เพียงชั่วพริบตาเรื่องเกี่ยวกับสามีของกชนิภาก็ปรากฏให้เห็น
ภาพต่าง ๆ ที่หยกเห็นมันเกิดขึ้นเร็วมาก แค่หนึ่งนาทีเธอก็สรุปเรื่องราวได้ทันที
“เฮ้อ คุณนายสามีของคุณนายเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่บ้างใช่ไหม”
“ชะ ชะ ใช่เจ้าค่ะแม่หมอ คุณชนินมักจะอารมณ์ร้อน เวลาทำอะไรมักต้องการให้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก” กชนิภาไม่คิดว่าหยกจะรู้ถึงนิสัยของสามีเธอ ซึ่งคนอื่นที่เธอเคยไปดูดวงไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอสักครั้ง
“ทีนี้เชื่อหรือยังคะคุณน้าว่าแม่หมอของลินแม่นมากจริง ๆ”
“หากคุณนายอยากให้สามีเจรจาธุรกิจครั้งนี้สำเร็จ ต้องทำตามคำแนะนำของฉันอย่างเคร่งครัด หลังจากประสบความสำเร็จแล้ว สามีของคุณนายรวมถึงทุกคนในครอบครัว จงทำบุญครั้งใหญ่กราบไหว้บรรพบุรุษและทำทานกับบ้านเด็กกำพร้า หากทำเป็นประจำทุกปีได้จะยิ่งส่งผลให้ธุระกิจมีคนอยากมาร่วมลงทุนมากขึ้น” แม้จะมีวิธีแก้ให้แต่หยกก็อยากให้คนที่ประสบความสำเร็จ ได้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบากบ้างถึงจะไม่มากก็ตาม
“จริงเหรอคะแม่หมอเชิญแม่หมอบอกมาได้เลย ฉันจะให้สามีทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเจ้าค่ะ” กชนิภาดีใจมาก
“ให้สามีของคุณนายงดเว้นเนื้อสัตว์เป็นเวลาเจ็ดวัน นั่งสมาธิควบคุมลมหายใจและอารมณ์ให้นิ่ง มีสติให้มากยามที่เจรจาเรื่องธุรกิจหากทำได้ย่อมสมหวังอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณแม่หมอมากเจ้าค่ะ แล้วแม่หมอคิดค่าดูเท่าไหร่เจ้าคะ”
“อยู่ที่ความศรัทธาของคุณนาย รอให้เรื่องที่ทำนายผ่านพ้นไปก่อน แล้วค่อยกลับมาทำบุญกับแม่หมอคนนี้เถิด” หยกบอกกับกชนิภาอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
“ใช่ค่ะคุณน้าถือว่าเป็นการซื้อใจกันในครั้งแรกเถอะนะคะ ถึงยังไงแม่หมอก็อยู่ที่นี่ไม่ย้ายไปไหนอยู่แล้วค่ะ อย่างที่ลินบอกกับคุณน้าไว้ก่อนหน้านี้ยังไงล่ะคะ”
“เอางั้นเหรอ ตกลงฉันจะทำตามที่แม่หมอบอกก็นะเจ้าคะ วันนี้ต้องขอตัวกลับไปคุยกับสามีเสียก่อนไว้เจอกันใหม่เจ้าค่ะ”
ไพลินอาสาเดินออกไปส่งกชนิภาถึงหน้าปากซอย ก่อนจะกลับมานั่งเล่นกับหยกอย่างที่เคยทำที่บ้านเช่าอีกครั้ง ทั้งสองคนเฝ้ารอให้ถึงวันที่คำทำนายจะเกิดขึ้นจริง และภาวนาให้สามีของกชนิภาทำตามคำแนะนำของหยกด้วยเช่นกัน
ด้านกชนิภากลับไปบอกเล่าเรื่องคำทำนายกับสามี และขอให้เขาทำตามที่หยกได้แนะนำเอาไว้ ยังดีที่สามีของเธอไม่ได้ต่อต้าน ลองทำตามก็ไม่เสียหายเพราะว่าแม่หมอคนนี้พูดถูก เรื่องที่เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนยามต้องการให้งานได้ดั่งใจเสมอ เมื่อถึงกำหนดบินไปต่างประเทศเพื่อเจรจาธุรกิจ ทำให้ชนินมีสติควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดี จนประสบผลสำเร็จอย่างที่หยกพูดไว้ เขาได้เป็นตัวแทนเพียงแห่งเดียวในประเทศ
คนที่ดีใจมากและเชื่อสุดใจ กับคำทำนายคงหนีไม่พ้นกชนิภา เมื่อได้รับข่าวดีจากสามี เธอจึงรีบนำเงินสดใส่ซองมามอบให้กับหยกถึงหนึ่งแสนบาท หากเทียบกับธุรกิจที่สามีเจรจากลับมาได้ เงินแค่หนึ่งแสนถือว่าเป็นเรื่องเล็กจ้อยสำหรับกชนิภาไปแล้วในตอนนี้
จนกระทั่งเหล่าเพื่อน ๆ ในวงธุรกิจ หรือคุณหญิงคุณนายทั้งหลาย ต่างพากันมาสอบถามเรื่องแม่หมอกับกชนิภามากมาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หยกจึงมีลูกค้าประจำที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น เพราะเธอไม่อยากถูกคนที่ทำอาชีพดูดวงรุมกระทืบตาย
นับตั้งแต่ได้เงินก้อนแรกจากกชนิภา หยกและไพลินก็พอมีเงินเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น รวมถึงแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญกับพี่น้องบ้านเด็กกำพร้า ที่ได้ดูแลเลี้ยงดูเธอจนเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ หยกยังคงทำงานเป็นลูกจ้างธรรมดา และไพลินยังคงเป็นนายหน้าหาลูกค้ามาให้หยกเช่นเดิม
แต่ชีวิตคนเราจะอยู่บนโลกนี้ เพื่อชดใช้เวรกรรมได้นานกี่ปีไม่มีใครรู้ เพราะหยกก็ไม่สามารถรู้อนาคตของตนเองได้เช่นกัน ว่าในวันที่เธอมีอายุครบยี่สิบปีจะเป็นวันตายของเธอเอง หยกได้พบกับลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลมากเขามาหาเธอด้วยความเครียด และต้องการรู้ชะตาชีวิตของตัวเองเพื่อหลบเลี่ยงศัตรู หยกได้ทำการดูดวงชะตาให้และพบว่าเขาจะต้องเผชิญกับอันตรายที่ใหญ่หลวง ต้องทำตามคำแนะนำของเธอเท่านั้นถึงจะผ่านไปได้
แต่เมื่อเธอบอกคำทำนายนี้ เขากลับไม่พอใจและคิดว่าเธอเป็นเพียงนักต้มตุ๋น และสั่งให้บอดี้การ์ดข้างกายจัดการฆ่าปิดปากหยก พร้อมกับเผาบ้านเช่าหลังน้อย กว่าจะมีคนแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านที่อยู่มาหลายปี ก็เหลือเพียงเศษเถ้าถ่าน และร่างที่ดำเป็นตอตะโกของหยกเท่านั้น
“เกิดชาติหน้าฉันท์ใด ขอให้หนูได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว ที่มีฐานะร่ำรวยมีกินมีใช้ ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเหมือนชาตินี้ด้วยเทอญ”
“หืม เอิ้กกก อืม พรึ่บ!! ตุบ คร่อกกกก”
“เฮ้ย!! ตาแก่ตายแน่เรื่องใหญ่แล้วไหมเล่าเรื่องนี้ข้าไม่เกี่ยวนะ เจ้าส่งนางไปเองก็รับผิดชอบคนเดียวก็แล้วกันข้าไปล่ะ พรึ่บ!”
บทล่าสุด
#34 บทที่ 34 วัวสันหลังหวะ
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#33 บทที่ 33 ช่วยเด็กน้อยได้สำเร็จ
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#32 บทที่ 32 ข้าขอเปิดตำหนักมิได้ขอเปิดเนตรสวรรค์
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#31 บทที่ 31 อับอายกลางร้านน้ำชา
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#30 บทที่ 30 ตระกูลเฝิงประหารเก้าชั่วโคตร
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#29 บทที่ 29 สมุนไพรชั้นดีข้าขอนะ
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#28 บทที่ 28 ร้านนี้มีข้าเป็นเจ้าของ
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#27 บทที่ 27 กิจการของนางใครกล้าแตะ
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#26 บทที่ 26 ข้ามีบุตรได้เพราะธิดาแม่ทัพใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#25 บทที่ 25 ตระกูลเฉาก็เฉาตามแซ่
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักระรินใจ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













