บทนำ
บท 1
บางคนอาจจะเคยมีรักแรกที่มีความสุข หอมหวานและกลมกล่อมเหมือนกับกาแฟแก้วโปรดที่ชื่นชอบ หรือหวานละมุนละไมเหมือนกับเค้กวนิลาครีมสดที่ทั้งอร่อยเวลาปลายลิ้นสัมผัส
หากแต่บางคนกลับไม่ได้มีรักแรกที่หอมหวานเหมือนกาแฟรสโปรด ไม่ได้หวานละมุนเหมือนเค้กวนิลา
เมื่อวันเวลาผ่านไป ‘รักแรก’ ที่เคยถนอมกลับกลายเป็นความขมขื่นของฉัน รวมถึงกลายเป็น ‘ตราบาป’ ติดตัวจนไม่อาจเริ่มความรักครั้งใหม่ได้อีก
แต่ใครจะรู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เรื่องราวเล่านั้นมันกลับมาเผชิญอยู่ตรงหน้าของฉันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยทำให้ฉันเสียใจและตายทั้งเป็น หรือการได้พบเจอกับคนที่เคยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจในวันที่เกือบจะทิ้งชีวิตทั้งหมดเพื่อใครบางคนที่ไม่เห็นค่า แต่เป็นเขาที่มองเห็นมันในตัวของฉัน
การกลับมาของฉันในครั้งนี้มันเปลี่ยนไปกว่าเดิมมากทีเดียว
สำหรับฉันแล้ว ‘ผู้หญิงเจ้าชู้’ ส่วนใหญ่จะพัฒนามากจาก ‘ผู้หญิงที่แสนดี’ แต่กลับถูกย่ำยีหัวใจจนแหลกสลายต่างหาก
และฉันคือหนึ่งในนั้นที่เคยแสนดี...
<br/>ณ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง
“ไม่ได้นะครามเรายังไม่พร้อม”
“ทำไมล่ะ ‘เทล’ เราคบกันมาตั้งแต่ม.4 แล้วนะ นี่ก็ม.6 แล้ว แค่จูบเอง”
ฉันส่ายหน้าไปมาก่อนจะผลักอกแกร่งของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของฉัน ใช่ ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาเป็นถึงหนุ่มป็อบประจำโรงเรียน เขาคือ ‘สงคราม’ แฟนหนุ่มที่ฉันตกลงปลงใจคบกับเขาหลังจากที่เขาเดินหน้าจีบฉันตั้งแต่อยู่ม.3 แต่ฉันตกลงคบกับเขาตอนม.4 เพราะทนต่อแรงตื้อของเขาไม่ไหว และแม้ว่าใครต่อใครจะบอกว่าสงครามเป็นผู้ชายเฟรนลี่ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่สำหรับฉันสงครามทำตัวดีและน่ารักเสมอ
แต่ชื่อเสียงที่ลือเลื่องของสงครามมักจะเข้าหูฉันเสมอ และฉันก็คิดว่าเขาไม่มีทางทำแบบนั้น เขาสัญญาว่าจะมีแค่ฉันเพียงคนเดียว ฉันเลยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะการคบหากันของเราทำให้ทุกคนในโรงเรียนต่างพากันอิจฉา ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือแม้แต่หน้าตาที่พระเจ้ามอบให้เราสองคน
“ไม่จูบ งั้นหอม”
“คราม” เขายิ้มกริ่มก่อนจะกดจูบลงบนแก้ม แน่นอนว่าฉันหดลำคอหนีเมื่อเขาพยายามไล่จูบลงมายังลำคอ ฝ่ามือจากที่จับมือฉันไว้ก็เลื่อนต่ำเข้ามาใต้กระโปรง
หมับ
“มะ ไม่ได้นะคราม” ฝ่ามือตะปบมือเขาไว้พลางส่ายหน้าน้ำตาคลอ “ไม่เอา...”
“โอเค เราขอโทษ” ใบหน้าหล่อเหลาดูเหมือนจะไม่พอใจ หากแต่น้ำเสียงของเขากลับอ่อนโยนยามที่เลื่อนฝ่ามือออกจากกระโปรงของฉัน ตอนนี้เราสองคนอยู่หลังห้องเนื่องจากตอนนี้เพื่อนในห้องต่างพากันไปยืนเข้าแถว แต่ทว่าฉันกลับถูกสงครามดึงตัวไว้ไม่ให้ไป ทั้งที่ฉันเป็นนักเรียนดีเด่นไม่เคยขาดเรียนหรือขาดกิจกรรมเลยสักครั้ง
“เทลรักเราใช่ไหม?” สงครามถามพลางขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ “เรารักเทลนะ เราอยากให้เทลเชื่อใจเรา”
“แต่เรากลัว เรากลัวท้อง” บอกออกไปตามความจริง ฉันรู้ดีว่าสิ่งที่สงครามต้องการคืออะไร เขาต้องการมีอะไรกับฉันตั้งแต่เริ่มคบกัน แต่ฉันมักจะปฏิเสธเขาเสมอด้วยความกลัวในหลายๆ เรื่อง ฉันคือความหวังของครอบครัว ของคุณครูของเพื่อนและใครหลายๆ คน ดังนั้นฉันจึงไม่อยากที่จะทำให้พวกเขาต้องเสียใจถ้าหากฉันปล่อยตัวปล่อยใจให้มีอะไรเลยเถิดจนเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
“เราไม่ให้เทลท้องหรอก” ร่างสูงจับมือฉันให้ลงจากโต๊ะเรียนและไปนั่งบนตักแกร่ง แต่เป็นการนั่งหันเหน้าเข้าหาเขา ฉันหน้าร้อนเห่อยามที่สงครามเลื่อนฝ่ามือมาประคองเอวฉันไว้โดยที่มือของฉันยันอกเขาและพยายามลุกขึ้น
เพราะท่านี้มันไม่ดีเอาเสียเลย ฉันรู้สึกได้ถึงช่วงล่างของสงครามที่มันอยู่ตรงกลางกายของฉันพอดี
“ครามเรา...” น้ำเสียงถูกกลืนหายไปเมื่อสงครามโน้มท้ายทอยฉันให้ขยับใบหน้าเข้าใกล้ ลมหายใจของเราสองคนผสานกันไปมา ลำคอของฉันแห้งผากเมื่อจับจ้องริมฝีปากแดงคล้ำของสงครามเพราะเขาสูบบุหรี่จัด
“รู้จักไอ้นี้หรือเปล่า?” สงครามล้วงมือหยิบอะไรบางอย่างมาจากกระเป๋ากางเกงนักเรียนขาสั้น มันเป็นซองขนาดเล็กที่ฉันคุ้นตาเป็นอย่างดี ในวิชาสุขศึกษาที่อาจารย์สอน
“อะ อืม”
“แล้วรู้ใช่ไหมว่ามันทำอะไรได้” ฉันหลุบตาลง แต่สงครามกลับช้อนปลายคางฉันขึ้น “เทลรู้”
“ระ เรา...”
“ถ้ามีไอ้นี้ เทลจะไม่ท้อง” สงครามยังคงตื้อฉันเหมือนที่ตามจีบฉันเลย หากแต่ทว่าฉันกลับส่ายหน้าไปมาจนสงครามถอนหายใจฟึดฟัด
“นู่นก็ไม่เอา นี้ก็ไม่ได้ งั้นสดเลยไหม?”
“คะ คราม” ฉันตกใจไม่น้อยที่สงครามดันฉันให้ออกจากตัก เขาหัวเสียและถีบเก้าอี้จนกระเด็นไปติดกำแพงจนเกิดเสียงดัง เดินหนีฉันออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองเลยสักนิด
นี่ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ... ฉันแค่ยังไม่พร้อมที่จะมีอะไรกับเขา คิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องรอให้เราโตขึ้น หรือแต่งงานมีครอบครัวมีงานดีๆ ทำก่อน แต่ทำไมสงครามถึงไม่เข้าใจฉันเลยล่ะ
“ยัยเทล แกหายหัวไปไหนมาเนี่ยห๊ะ” ฉันเดินลงจากห้องเรียนก่อนจะปะทะกับเข้าร่างเล็กของเพื่อนสนิทที่สุดของฉันอย่าง ‘ลลิส’ เธอเป็นผู้หญิงที่สวย เปรี้ยว มีผู้ชายมากมายต่างพากันหมายปองเธอ แต่ลลิสไม่สนใจใครเพราะเธอคบกับคนนั้นคนนี้จนฉันไม่รู้เลยว่าคนไหนเป็นแฟนเธอกันแน่ แต่สำหรับฉันเพื่อนคือเพื่อน ต่อให้ลลิสจะทำตัวยังไงฉันก็รักเธอเสมอไม่เคยเปลี่ยน
“อย่าบอกนะว่าทะเลาะกับไอ้คราม”
“ลลิส” ฉันบอกเสียงอ่อยเพราะลลิสไม่ค่อยชอบหน้าสงคราม โดยให้เหตุผลว่าผู้ชายอย่างเขาไม่เหมาะสมกับฉัน เขาทั้งเกเร ถึงแม้จะเป็นป็อบในโรงเรียนแต่ด้านการเรียนหรือเกเร สงครามคืออันดับหนึ่งในโรงเรียน ลลิสเลยไม่สนับสนุนให้ฉันคบกับสงคราม
แต่ทว่าฉันกลับไม่ได้มองสงครามแย่แบบนั้น ลลิสชอบบอกฉันเสมอว่าผู้หญิงชอบคนเลว และฉันคือหนึ่งในนั้น
“เฮ้อ เลิกกันไปเถอะ หมอนั่นไม่ได้จริงจังอะไรกับเธอเลยนะเทล”
“เราคบกันมาสามปีแล้วนะลลิส อีกอย่างครามก็ไม่ได้ทำตัวแย่อะไรแบบนั้น”
“งั้นเหรอ...” จู่ๆ ลลิสก็จับใบหน้าของฉันให้หันไปมองตรงสนามบาสซึ่งแน่นอนว่าสงครามยืนคุยกับสาวรุ่นน้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “แล้วนั่นอะไร หมอนั่นทำตัวเฟรนลี่ทั้งที่มีเธอเป็นแฟนแล้ว ตลกอะ ยอนแยงเวอร์”
“ก็แค่คุย”
“เหอะ ฉันล่ะเบื่อกับเธอจริงๆ เลยเทล!” ถึงจะบอกแบบนี้เสมอ แต่ลลิสก็ไม่เคยที่จะทิ้งฉันเลยสักครั้ง เพราะเรื่องตอนเช้าทำให้ฉันครุ่นคิดอย่างหนัก สิ่งที่สงครามต้องการฉันให้เขาไม่ได้ เราสองคนเลยดูเหมือนคู่รักที่งอนกัน ทะเลาะกัน ฉันไลน์ไปหาเขา สงครามอ่านแต่ก็ไม่ยอมตอบ จนฉันต้องขอหลบหลีกไปนั่งอยู่ในห้องสมุดที่ประจำตรงมุมอับมีชั้นหนังสือสองตู้บังอยู่ ไม่ว่าใครจะผ่านไปมาก็ไม่เห็นว่าฉันนั่งอยู่ตรงนี้ นอกซะจากว่าจะมีหยิบหนังสือที่ฉัน แต่หนังสือพวกชีวประวัติคงไม่มีใครอยากหยิบไปอ่านนักหรอก
ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ จนถึงเย็นสงครามก็ยังไม่ไลน์มาหาฉันเลย เราเรียนห้องเดียวกันแต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจฉันเลยสักนิด รู้สึกปวดใจทุกครั้งเวลาที่ฉันกับสงครามทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้ แม้แต่หอมกับจูบ ฉันยังให้เขาไม่ได้เลย สามปีที่คบกันมา มีแต่สงครามเท่านั้นที่พยายามเดินเข้าหาฉัน แต่สำหรับฉันแล้วกลับเดินถอยห่างเขา
ฉันควรทำยังไงดี... ในเมื่อฉันกลัวกับความสัมพันธ์ที่จะเลยเถิดกับสงคราม
จู่ๆ ฉันที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้พลันตกใจไม่น้อยที่ศีรษะถูกฝ่ามืออบอุ่นวางทาบ แถมเก้าอี้ข้างตัวยังขยับออกไปราวกับมีคนมานั่งเป็นเพื่อน ฉันเองก็ไม่คิดหรอกนะว่าลลิสจะมานั่งด้วย ก็ไหนบอกว่ามีนัดกับรุ่นพี่มหาลัยจะพาไปเดินห้างตอนเลิกเรียนนี่นา หรือเปลี่ยนใจมาหาฉันแทน ทั้งที่บอกเพื่อนไปว่าไม่ต้องเป็นห่วงกัน
“ลลิส เราบอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง เราโอเค” พูดบอกเพื่อนออกไปทั้งที่หน้ายังฟุบกับกองหนังสือ หากแต่สิ่งที่ได้รับจากเพื่อนคือความเงียบและริมฝีปากที่คล้ายจะจูบลงมายังลำคอ
“อือ ลลิสจะทำอะไร... คราม”
“ร้องไห้อยู่เหรอ?” ใบหน้าหล่อเหลาของสงครามทำให้ฉันตกใจไม่น้อยคิดว่าเขาคือลลิส แต่ที่ไหนได้เขากลับนั่งยิ้มให้ฉันพลางเท้าคางมองราวกับแกล้ง
“มาได้ยังไง”
“เรารู้ไงว่าเทลต้องอยู่ที่นี่” เขาพูดแบบนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้โอบเอวฉันไว้ “ขอโทษนะที่พูดจาไม่ดีใส่”
แค่เพียงสงครามเอ่ยคำว่าขอโทษ บวกกับรอยยิ้มมันก็ทำให้หัวใจของฉันที่ห่อเหี่ยวก่อนหน้านั้นมีความหวังมากขึ้น ฉันยันอกแกร่งให้ถอยห่างเนื่องจากสงครามเริ่มทำแบบนี้อีกแล้ว...
ไม่ใช่ครั้งแรกที่สงครามดึงฉันมานั่งซ้อนบนตัก กอดกระชับพลางเกยคางบนไหล่ และเพราะเขาทำแบบนี้ ความรู้สึกที่มีต่อเขาจึงมากขึ้นไปอีก มันก็ทำให้ฉันระแวงไปด้วยว่าอาจารย์จะโผล่เข้ามาตอนไหน
“ไม่ต้องกลัว ตอนเราเข้ามา อาจารย์ไปประชุม”
“แต่มันไม่ดีเลย...” ฉันหันไปมองสบตากับสงคราม ระยะที่เราสองคนใกล้ชิดกันแบบนี้มีมาตลอด แต่ถ้าเลยเถิดมากกว่านั้นก็มีแค่สงครามจะทำตามใจตัวเองเฉกเช่นตอนเช้าเป็นต้น
“อะไรที่ว่าไม่ดี เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”
“เรารู้” พยายามดึงฝ่ามือทั้งสองที่รั้งเอวออก แต่สงครามกลับไม่ยอม เขาพยายามจูบไปตามลำคอจนฉันหดคอหนีทุกวัน เวลาที่ริมฝีปากของเขาสัมผัสบนเนื้อ ร่างกายมันร้อนรุ่มจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ทุกที และฉันต้องเข้มแข็งต้านทานความรู้สึกบ้าๆ นี้ให้ได้ทุกครั้ง
“แล้ว...”
“หืม” สงครามจับผมหางม้าของฉันออกไปทางขวาและซบใบหน้าลงลำคอ “มีอะไร?”
“วันนี้เราเห็นครามคุยกับรุ่นน้องผู้หญิง”
“หึงเราเหรอ” ฉันหน้าร้อนผ่าว เมื่อสงครามยื่นใบหน้ามามองฉันที่หลุบตาลงมองหน้าตักตัวเอง “บอกไปแล้วว่าเรามีแค่เทลคนเดียว คนอื่นก็แค่คุยกันเอง”
“อืม”
พยักหน้ารับ เวลาที่สงครามบอกฉันมักจะเชื่อเขาเสมอว่าไม่มีทางที่สงครามจะนอกใจ ถึงแม้ใครจะบอกว่าเขาเฟรนลี่และเจ้าชู้ มีหลายคนที่พยายามทำลายความสัมพันธ์ของเรา และมักจะบอกว่าเขาคบคนนู่น คบคนนี้ หรือคบซ้อน แต่ฉันกลับไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง ฉันเชื่อทุกคำพูดของสงคราม เพราะเขารักฉันและฉันก็รักเขา...
รักแรกของฉัน
“เดี๋ยวพาไปกินติม”
“จริงนะ”
“โกหกทำไมเล่า ขอโทษที่ทำเรื่องไม่ดีใส่” ฉันส่ายหน้าไปมา ไม่เคยคิดจะโกรธสงครามเลยสักนิด “ไม่งอนเราแล้วนะ”
“เราเปล่า ครามต่างหากที่งอน เราส่งไลน์ไปครามก็ไม่สนใจ” รอยยิ้มสวยบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา มันเหมือนแสงสว่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดีทุกครั้ง ดวงตาคมที่คอยกวาดมองร่างกายหรือใบหน้า กลิ่นกายหอมๆ ของสงคราม ทุกอย่างบนตัวเขา มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด
“ถึงหนีมาร้องไห้สินะ” พูดแกมแหย่ พลางกดจูบลงบนแก้มโดยที่ฉันเอียงคอหนี “น่ารัก”
“เราไม่อยากให้ครามโกรธเรา เราเสียใจนะที่เราปฏิเสธครามมาตลอด” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแผ่นลง แต่สงครามก็ยกยิ้มยกมือลูบไล้แก้มฉัน “เรารักครามมากนะ”
“เรารู้...” สงครามยิ้มกว้าง ก่อนจะโน้มใบหน้ามาจูบแก้มโดยที่ฉันหลับตาลง ถึงแม้ขนในกายจะลุกชันเพราะความตื่นเต้น แต่ครั้งนี้ฉันกลับไม่หนีเขาจนสงครามไล่ริมฝีปากลงมายังลำคอ “เรารู้ว่าเทลรักเรา เพราะเราก็รักเทล”
คำว่ารักที่เขาพร่ำบอกมันตราตรึงในหัวใจจนมากล้น ฉันหลับตาลงยามที่ริมฝีปากของครามเลื่อนมายังลำคอ มือหนาที่กอดเอวฉันอยู่ตอนนี้เลื่อนขึ้นมาวางบนหน้าอก ฉันตกใจไม่น้อยกระทั่งเหมือนเรี่ยวแรงหดหายไปเมื่อสงครามบีบทรวงอกฉันผ่านเสื้อนักเรียนแขนยาวจนฉันนิ้วหน้า
“คะ คราม...”
“ชู่ว! อาจารย์มา” ริมฝีปากร้อนกดจูบบนใบหู ฝ่ามือก็บีบเค้นทรวงอกฉันซ้ายทีขวาที สายตาของฉันลอดมองไปยังร่องชั้นหนังสือเมื่อเห็นร่างของอาจารย์ประจำห้องสมุดเดินตรวจตราไปตามล็อกต่างๆ
“ตื่นเต้นดี” เขาพูดโดยที่ฉันพยายามปัดมือเขาออกจากการกอบกุม แต่สงครามกลับยึดมือฉันไว้ทั้งสองข้างด้วยมือเดียว ฉันหลับตาลงเมื่อความรู้สึกในตอนนี้มันช่างรัญจวนใจจนแทบจะบ้าตาย น้ำมือที่กำลังบีบเค้นทรวงอกของฉันมันรุนแรงขึ้นจนฉันซบลงกับใบหน้าของเขา
“คราม หยุด...”
“นิ่มมือดีจังเทล อยากเห็น” ลมหายใจของสงครามร้อนถี่ขึ้น เมื่อเขาเค้นคลึงรุนแรงขึ้น สะโพกแกร่งก็ขยับไปมาเสียดสีกับช่วงล่างของฉันจนหนีบขาไว้ เมื่อร่องกายมันเต้นตุบๆ “เสียวดีจัง จารย์ใกล้เข้ามาแล้ว”
“อื้อ ครามเราเจ็บ”
“ร้องดัง เดี๋ยวจารย์เห็นนะ”
“!”
“นักเรียนดีเด่นถูกนักเรียนเกเรบีบนม...” คำพูดชวนสยิวของสงครามทำให้ฉันกลืนน้ำลาย หันไปมองเขาด้วยสีหน้าอ้อนวอนเพราะฉันต้องทนไม่ไหวจนส่งเสียงน่าเกลียดแบบเมื่อกี้ออกไปแน่
“ช่วยเราด้วย เราไม่อยากร้อง”
“จูบเราสิ” ฉันเบิกตากว้าง เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของสงคราม “ปิดเสียงน่าเกลียดไง ไม่งั้นจารย์เห็นแน่”
กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหันไปมองเงาของอาจารย์ที่เดินเข้ามาเรื่อยๆ สงครามไม่รอให้ฉันตัดสินใจอะไรทั้งนั้น เขาผละมือจากทรวงอกกดท้ายทอยฉันจนลงไปประกบจูบกัน ทันทีที่ริมฝีปากของเราสองคนบรรจบกัน เหมือนมีผีเสื้อนับพันบินวนไปมาในห้องสมุด ท้องน้อยของฉันปั่นป่วนแม้ว่าจะเป็นเพียงจูบที่ปากแตะปาก แต่สำหรับฉันแล้วมันคือจูบแรก ไม่รู้ว่าเราอยู่แบบนี้นานแค่ไหน กระทั่งสงครามผละจูบออกอย่างเชื่องช้า เขาดึงสติฉันด้วยการเป่าลมใส่หน้า
“กินติมกันเถอะ”
“คะ คราม”
“หรืออยากให้บีบนมต่อ” ร่างสูงลุกขึ้นยืนล้วงกระเป๋ากางเกง แต่หากเป็นฉันที่เขินอายจนต้องก้มหน้าเก็บหนังสือมารวบไว้ในอก เดินออกจากห้องสมุดไปพร้อมกับเขา
รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำราคาหลายแสนที่พ่อของสงครามซื้อให้ ถูกจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ฉันรับหมวกกันน็อคมาจากมือของสงครามแน่นอนว่าไม่ว่าจะกี่ครั้ง ฉันก็ไม่เคยสวมมันได้เลยสักครั้งจำต้องให้เขาเป็นคนทำให้ ฉันขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายด้วยการนั่งคร่อมและกอดเอวของเขาไว้ยามที่รถออกตัวแรงและเร็ว ดีหน่อยที่ฉันรักษากฎระเบียบ กระโปรงและเสื้อนักเรียนจึงเป็นในแบบที่ยาวและเรียบร้อยสุดๆ
ขณะที่รถกำลังจอดติดไฟแดง ครามก็เลิกหน้ากากบังลมขึ้นและหันมามองฉันด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม
“เดี๋ยวพาไปกินติมอุ่น”
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 BABY BURN :: CHAPTER 32 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#32 บทที่ 32 BABY BURN :: CHAPTER 31 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#31 บทที่ 31 BABY BURN :: CHAPTER 30 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#30 บทที่ 30 BABY BURN :: CHAPTER 29 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#29 บทที่ 29 BABY BURN :: CHAPTER 28 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#28 บทที่ 28 BABY BURN :: CHAPTER 27 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#27 บทที่ 27 BABY BURN :: CHAPTER 26 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#26 บทที่ 26 BABY BURN :: CHAPTER 25 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#25 บทที่ 25 BABY BURN :: CHAPTER 24 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#24 บทที่ 24 BABY BURN :: CHAPTER 23 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รักระรินใจ
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













