บทนำ
ฉันนอนตะแคงหันหน้าเขาหาพี่คิณ
หัวของฉันหนุนอยู่ที่หน้าขาของพี่เรย์
ส่วนขาของฉันเกี่ยวพันอยู่กับพีทที่นอนทับขาพี่คิณอีกที...
และด้านหลังของฉัน ผู้ชายที่ตะแคงข้างมาทางฉันและเรียวแขนเขาอยู่ใต้ต้นคอของฉันคือพี่เกียร์
จู่ๆ หัวใจฉันเต้นแรงเมื่อภาพความจำเลือนลางเมื่อคืนนี้แว่บเข้ามาเป็นช็อตๆ
ฉันมาในห้องน้ำ
ฉันเจอคนยืนอยู่ในห้องน้ำ
และฉันกับเขาก็...
"มะ ไม่จริง"
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ฉันเสียไปมันคือครั้งแรกของฉัน!
"ใคร..."
และที่มันซวยกว่านั้นก็ตรงที่ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!
บท 1
"ใส่ชุดนี้จริงดิ?"
ฉันมองหน้าเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาจะเข้าปีที่สี่แล้ว หมอนี่ชื่อ'พีท' ครั้งแรกที่ฉันรู้จักมัน ฉันอายุสิบสี่ย่างสิบห้า ฉันถูกย้ายโรงเรียนมาแบบกระทันหันเพราะแม่ตามมาอยู่กับพ่อเลี้ยงคนใหม่ที่นี่ จนตอนนี้ฉันอายุสิบแปดปีบริบูรณ์ เป็นสาวเต็มตัวแล้ว ฉันหันไปมอง'เต้าหู้'หมาพันธุ์ไทยแสนรู้ของฉัน ฉันเลี้ยงมันมาพอๆกับระยะเวลาที่รู้จักกับเพื่อนคนนี้นั่นแหละ
"เฝ้าบ้านนะเต้าหู้ เดี๋ยวฉันกลับมา"
ฉันลูบหัวมันและเดินออกจากรั้วบ้าน
"ฉันถาม แต่แกจะคุยกับหมาเพื่อ?"
"แกก็เห็นว่าฉันใส่ชุดนี้ออกมาแล้ว แล้วจะถามเพื่อ?"
ฉันยอกย้อนมัน สายตาฉันมองผู้ชายที่ดูเป็นหนุ่ม ร่างกายเจริญเติบโต สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ใบหน้าดูคมคายสมส่วนขึ้น ตอนนี้มันดูลุคเท่ๆเซอร์มากกว่าเด็กอายุสิบสี่แบ๊วๆที่ฉันเคยรู้จัก
และตอนนี้มันเป็นเด็กช่างยนต์ชั้นปวช.ปีสามอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ส่วนฉันก็เรียนปวช.ปีสามอยู่ที่วิทยาลัยอาชีวะอีกแห่งหนึ่งเช่นกัน
"เออ แล้วแต่เลย ขี้เกียจเถียงแล้ว"
มันถอนหายใจพลางตวัดเรียวขาขึ้นคล่อมรถ ฉันหลุบตาลงมองการแต่งตัวของตัวเอง ก็แค่เสื้อกล้ามกับกางเกงยีนส์ขาสั้นแล้วก็สวมเสื้อแจ็กเก็ตทับอีกทีมันจะอะไรนักหนาล่ะ ปกติฉันก็ใส่เสื้อผ้าแบบนี้อยู่แล้วนี่หว่า
ฟลุ่บ
ฉันส่ายหัวพลางตวัดเรียวขาขึ้นคล่อมซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ของเพื่อนก่อนที่จะหันไปมองบ้านของตัวเองที่ถูกปิดไฟเงียบสนิท
ฉันเองก็อยู่บ้านหลังนี้คนเดียวมาสองปีแล้วสินะ ไม่สิ ฉันอยู่หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวต่างหาก...
เอี้ยด
ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์พีทมาสักพัก มันพาฉันเข้ามาในซอยแห่งหนึ่ง เป็นซอยที่เงียบสงัด ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านไปมา แต่บ้านหลายหลังยังถูกเปิดไฟทำให้ฉันพอรู้ว่าแถวนี้ไม่ใช่ซอยร้าง ไม่นานมันก็ขับรถไปจอดหน้ารั้วบ้านหลังหนึ่งที่อยู่สุดซอยพอดี มันจอดรถแต่ไม่ได้ดับเครื่องและหันมาเปิดหน้ากากหมวกกันน็อกและบอกกับฉัน
"ไปเปิดรั้วดิ ให้ขี่เหินฟ้าเข้าไปไง้"
"เอ้า ไอ้นี่!"
ฉันตบไหล่มันไปหนึ่งทีก่อนจะลงจากรถและเดินไปเลื่อนประตูรั้วที่รั้วไม้เคลือบเงาซึ่งสูงเท่าหัวฉันให้เปิดออก
ครืด
ด้านในเป็นบ้านชั้นเดียว ขนาดปานกลางไม่เล็กไม่ใหญ่ ก็ไม่ได้ต่างจากบ้านฉันเท่าไหร่ แค่บ้านฉันมันมีสองชั้นก็เท่านั้น
บรื้น
"ไอ้พีท!"
ฉันเรียกมันเพราะไอ้บ้าพีทดันขับรถเข้ามาในรั้วบ้านและเลยผ่านฉันไปแบบไม่รอเลย ฉันต้องเลื่อนประตูปิดรั้วอีกถึงได้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไปหามันที่จอดรถและถอดหมวกกันน็อกออก
ผลัวะ
จากนั้นฉันก็ฟาดหัวมันไปหนึ่งที จนมันหันมาค้อน
"เห้ย ทำไร ให้เกียรติเพื่อนหน่อย นี่มาวันเกิดรุ่นพี่เพื่อนไง ห่า"
"รุ่นพี่แกไม่ใช่รุ่นพี่ฉัน"
"แล้วมาทำไม"
"อ้าว ใครมันเสนอหน้าชวนมาล่ะ พูดงี้กลับก็ได้นะ"
ไม่พูดเปล่าฉันยังสะบัดหน้าหนีมันและจะเดินกลับทันทีแต่ไอ้พีทก็คว้าแขนไว้
หมับ
"เฮ้ย ล้อเล่น"
ฉันหันไปชี้หน้ามันและก็มีเสียงของบุคคลที่สามดังขึ้น ฉันจึงหันไปมอง เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากมุมมืด หน้าตาหล่อเข้มสไตล์เด็กช่าง โอ๊ะ สักที่แขนด้วยแฮะ
สวบ
"ไอ้พีท"
ที่ฉันเห็นรอยสักที่แขนเขาก็เพราะเขาใส่เสื้อยืดสีขาวที่มันพอดีตัว รอยสักที่ใหญ่และน่าจะปกคลุมตั้งแต่ช่วงไหล่จนถึงต้นแขน ฉันถึงได้เห็นไง
"พี่เรย์ หวัดดีครับ"
"เออ หวัดดีอะไรนักหนา เจอหน้าก็หวัดดี กูจะตายไวเพราะมึงไหว้บ่อยๆเนี่ย"
ผู้ชายคนนั้นชื่อ'เรย์'..
"แล้วผู้หญิงคนนี้ใคร เมียมึงเหรอ?"
เขาหันมาพยักเพยิดใส่ฉันและถามขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มเตรียมแซว
"ไม่ใช่พี่ นี่เพื่อนผม ชื่อของขวัญ"
'ของขวัญ'ก็คือชื่อของฉันเอง ตอนฉันเกิดมา พ่อเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้เพราะพ่อบอกว่าฉันคือของขวัญของพ่อ
"นี่พี่เรย์ รุ่นพี่ฉัน อยู่ปวส.สองแล้ว"
พีทหันมาแนะนำรุ่นพี่เขาให้ฉันรู้จัก ฉันก็ยกมือไหว้ทักทายไปตามมารยาท
"อ้อ มึงจะเอาของขวัญมาให้ไอ้เกียร์เหรอ"
พี่เรย์นั่นเลิ่กคิ้วพลางยกยิ้มกวนบาทา ฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะไม่เข้าใจมุกของเขา
"ฮ่ะๆ คนล่ะของขวัญแล้วพี่"
พีทหัวเราะพลางตวัดขาลงจากรถและปล่อยมือจากแขนฉันสักที
"เพื่อนมันเบื่อๆก็เลยพามันมาด้วย พี่เกียร์คงไม่ว่าเนอะ"
"ไม่มั้ง วันนี้วันเกิดมัน มันต้องอารมณ์ดีดิ"
พี่เรย์พูดพลางก้าวเดินไปทางประตูบ้าน
"เออๆ มาเข้าบ้านกัน ตามพี่มาเลยน้องของขวัญคนสวย"
พูดจบเขาก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้ฉัน ฉันเบ้ปากนิดหน่อยพลางมองตามหลังพี่เรย์ที่เดินเข้าบ้านไปก่อน
"ไป เข้าบ้าน"
"พี่เกียร์นี่...เจ้าของวันเกิดเหรอ"
"อือ คงอยู่ในบ้านแหละ เดี๋ยวก็ได้รู้จัก"
พูดจบ พีทก็ลากฉันเข้ามาในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในโซนของห้องที่ดูเหมือนเอาไว้รับแขก ที่ตรงนี้มีชุดโซฟาสีดำสนิทอยู่หนึ่งชุด มีโต๊ะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนพื้นสามตัว และมีผู้คนจำนวนหนึ่ง ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนั่งล้อมวงกันอยู่ ในที่นี้ เท่าที่ฉันเห็น มีผู้หญิงแค่เพียงสามคนเท่านั้น นับรวมฉันด้วยน่ะนะ
ทุกคนทักทายพีทอย่างสนิทสนม และทุกคนก็ทักทายฉัน ฉันจำใครไม่ได้เพราะขี้เกียจจำ จำได้ก็แค่พี่เรย์กับผู้หญิงอีกสองคนที่เหมือนจะเป็นแฟนของเพื่อนพีทอีกที ชื่อ'เกล'กับ'กิว' สองคนนี้เป็นฝาแฝดกันด้วยนะ แต่เกลจะผมสั้นสีดำ ส่วนกิวผมยาวสีแดง และสองคนนี้แต่งตัวแซ่บทั้งคู่ด้วย
ก็ไม่ได้ต่างจากฉันเท่าไหร่หรอก...
ฉันได้นั่งร่วมโต๊ะกับสองคนนี้ ทั้งสองคนชวนฉันคุยและกระดกเบียร์ฆ่าเวลา พวกเราคุยกันแบบนี้อยู่พักใหญ่ เจ้าของวันเกิดก็ไม่โผล่มาสักที
แอด
จนเมื่อประตูบานใหญ่ของบ้านถูกเปิดออก พวกเราหันไปมองก็เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาใส่เสื้อเชิ้ตของนักศึกษามหาวิทยาลัย ชายเสื้อถูกดึงออกมานอกกางเกงและแขนเสื้อถูกพับขึ้น เขาไม่ได้ใส่เนคไทด์และติดเข็มของสถาบัน ใบหน้าของเขาก็...หล่อ ยอมรับเลยว่าหล่อและดูดีมากด้วย ดูแตกต่างจากพวกเด็กช่างที่นั่งๆอยู่ตรงนี้ เขาไม่ได้หล่อแบบดิบๆเซอร์ๆแต่เขาหล่อแบบสุภาพ หนวดเคราไม่มี หน้าเนียนกริบ เป็นนายแบบได้สบายๆเลย
"กว่าจะโผล่มาได้นะไอ้คิณ"
'คิณ'นี่คืออีกชื่อหนึ่งที่ฉันจำได้ พี่เรย์หันไปพูดก่อนจะกวักมือเรียกผู้ชายคนนั้นที่น่าจะเป็นเพื่อนเขาให้เดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา พี่คิณนั่นเดินเข้ามาและวางถุงที่ใส่เหล้าหลายขวดลงบนโต๊ะ
การฉลองวันเกิดของพวกผู้ชายนี่ ส่วนมากจะได้กินเหล้าแทนเค้กสินะ
"มัวทำไรอยู่วะ"
"มีงานที่มอ เสร็จก็มาเลยเนี่ย"
พี่คิณคนนั้นตอบ ดูๆแล้ว พวกเขาน่าจะคบกันหลายปีอยู่ แต่ความสัมพันธ์ของพวกผู้ชายแบบนี้ก็ดีนะ ต่อให้แยกย้ายกันไปเรียนคนละที่ก็ยังไม่วายที่จะติดต่อไปมาหาสู้กันเสมอ ต่างจากความสัมพันธ์ของพวกเพื่อนผู้หญิง ที่ต่อหน้าก็ดี ลับหลังนินทาไม่เหลือชิ้นดีซะงั้น เหตุผลนี้ล่ะมั้ง ฉันถึงได้คบเพื่อนผู้ชายซะส่วนใหญ่ มีเพียงยัย'ครีม'เพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกคนที่ฉันยังไว้ใจและคบกับเธออยู่
พี่เรย์พยักหน้าก่อนจะชงเหล้าแล้วส่งให้เพื่อนเขาทันที พี่คิณคนนั้นก็รับแก้วเหล้ามาถือก่อนจะเหลือบสายตามาที่ฉันซึ่งยังมองเขาอยู่
"เออ ลืมแนะนำ นั่นน้องของขวัญ"
"อ้อ..."
พี่เรย์ตบบ่าเพื่อนของเขาอย่างรู้ใจ เมื่อบอกชื่อฉันพี่คิณก็พยักหน้าและยิ้มให้นิดหน่อย เออ ยิ้มละมุนไปอีกนะผู้ชายคนนี้ ฉันก็เลยยกมือไหว้ทักทายเขากลับไป
"แต่มึงอย่าคิดว่าเป็นของขวัญที่เอามาให้ไอ้เกียร์นะ นั่นเพื่อนไอ้พีท"
"กูไม่ได้คิดเลย"
พี่คิณส่ายหัวทันที ฉันหลุดขำกับท่าทางของเขาจนเขาหันมามองฉันและยิ้มให้อีก
สวบ
แกร่บ
"เอ้า ไอ้ห่านี่"
แต่ฉันกับพี่คิณก็ต้องละสายตาจากกัน จริงๆก็ทุกคนนั่นแหละ เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาเข้ามาแบบไม่ธรรมดาเพราะขาเรียวยาวของเขาแสดงกิริยาเถื่อนๆด้วยการเตะกระป๋องเบียร์เปล่าซึ่งฉันตั้งไว้ด้านหลังจนกระเด็นไปที่ไหนสักที ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจทันที
"อารมณ์ไม่ดีทำไม นี่วันเกิดมึงนะ เว้นสักวันเหอะ"
พี่เรย์บ่น เขาคนนั้นก็ไม่ได้สนใจโลก เขาเดินผ่านหลังฉันไปและทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นสูบทำลายบรรยากาศทันที
ฉันมองตามเขา ไล่สายตาไปมองหน้าเขา ใบหน้าหล่อเข้มที่ดูดุดัน ดวงตาคมที่กรอกไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากที่คาบมวนบุหรี่มีรอยแตกอยู่ที่มุมปาก ก็ถ้าทำนิสัยแบบนี้ มันก็คงไม่แปลกที่จะปากแตกอ่ะนะ
"ใครทำ ไหนบอกเพื่อน?"
พี่เรย์ก็ยังไม่เลิกเซ้าซี้ เขาจับบ่าผู้ชายคนนั้น และคำพูดที่พี่เรย์พูดก่อนหน้านี้ทำให้ฉันตีความหมายได้ว่า ผู้ชายคนนี้คือเจ้าของวันเกิดและเขาชื่อ'เกียร์'
"ไร้สาระ"
เขาพ่นควันบุหรี่สีขาวขุ่นออกมาจนตลบอบอวลไปหมด ฉันย่นจมูกเพราะไม่ชอบกลิ่นมัน ฉันมีเพื่อนผู้ชายก็จริง แต่ก็ใช่ว่าฉันจะต้องชอบกินเหล้าสูบบุหรี่นี่ เหล้า เบียร์ฉันก็กินแค่พอเป็นพิธี ส่วนบุหรี่ฉันไม่แตะ และถ้าเพื่อนคนไหนมาสูบบุหรี่ใกล้ๆฉัน...ฉันด่า!
หมับ~
"รุ่นพี่ฉันเว้ย"
และพีทมันเหมือนรู้ มันหันมาหาฉันและจับแขนไว้เพื่อห้ามปราบก่อนที่ฉันจะหวีดขึ้นมาจริงๆ ฉันตวัดสายตามองมันก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา
เออ ถือว่าเป็นรุ่นพี่มัน ฉันจะยอมให้ก็ได้!
"ไร้สาระแล้วมึงจะอารมณ์เสียเพื่อ? ไอ้เกียร์ นี่น้องๆมันอุตส่าห์มาฉลองวันเกิดมึงนะ ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยเซ่"
พี่เรย์พูด เพื่อนของเขาคนนั้นเหลือบมองพี่เรย์ด้วยหางตา ส่วนพี่คิณที่นั่งเงียบๆเขาตบบ่าอีกข้างของเพื่อนตัวเองแล้วชงเหล้ายื่นให้
ฉันกรอกตาและขยี้ปลายจมูกเบาๆเพราะเริ่มหงุดหงิดกับกลิ่นบุหรี่ของเขา
และพี่เกียร์อะไรนั่นเหมือนรู้ เขาหันมามองฉัน เรียวคิ้วขมวดทันทีพร้อมกับทิ้งบุหรี่ลงพื้นและขยี้มันด้วยปลายเท้า
"ใครเอาคนนอกเข้ามาวะ?"
พร้อมกับคำถามที่ทำให้ฉันสะอึกทันที
"เอ่อ เพื่อนผมเองพี่"
และไอ้พีทก็เงยหน้าไปตอบ มันชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วเหล้าเข้าปากทันที
"เหรอ?"
เขาเลิ่กคิ้วแต่สายตายังไม่วายจ้องฉัน
"มึงจะอะไรมาก น้องมันแค่พาเพื่อนมา"
พี่ม่อนพูด คงนึกว่าเพื่อนเขาจะไล่ฉันกลับล่ะสิ
"กูก็ไม่ได้อะไร"
เขาพูดพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว กินไปได้ยังไง คอหอยทำด้วยอะไรไม่ทราบ?
"แค่มาแล้วก็ทำตัวให้เหมือนคนอื่นเขาหน่อย อย่าแปลกแยก"
แปลกแยกตรงไหน ฉันแปลกแยกตรงไหนวะ!
"เขากินก็กิน เขาสูบบุหรี่ก็ต้องทนได้ ถ้าทนไม่ได้ก็กลับไป"
โอ้โห พูดมาขนาดนี้ก็ไล่เลยเหอะ!
ฉันกัดฟันและเตรียมจะขยับตัว แต่คำพูดต่อมาของเขาก็หยุดฉันไว้
"ถ้าไม่แน่จริงก็ไม่ต้องโผล่มาอีก อ่อนไป!"
ฉันทิ้งก้นลงนั่งทันที เขากระตุกยิ้มและเอนหลังพิงพนักโซฟาพร้อมจุดบุหรี่ขึ้นสูบอีกมวน ฉันจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
"เอ้า กินกันดิ นิ่งกันทำไม"
เขาพูดต่อพร้อมกับพ่นควันขาวๆออกมา
"เออๆ แดกๆ ไม่เมาไม่เลิก กลับไม่ได้นอนนี่ไปเลย เอ้าชนนน"
พี่เรย์เป็นคนพลิกสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติได้รวดเร็ว เขายกแก้วเหล้าขึ้นมาพร้อมพยักหน้าให้พี่คิณยกแก้วไว้ในมือและชนแก้วกันจากนั้นก็ดื่ม และเมื่อพวกพี่ๆดื่ม ทุกคนตรงนี้ก็ดื่มบ้าง
"กินเลยๆขวัญ อ่ะๆ"
เกลหันมาหัวเราะแหะๆพร้อมกับส่งแก้วเหล้าให้ฉันแทน ฉันรับมาถือและเหลือบมองผู้ชายคนนั้น ก็เห็นว่าเขาคาบบุหรี่และมองฉันด้วยหางตา
เหอะ คอยดูนะ ฉันจะกินให้เมา เมาแล้วจะอ้วกใส่ข้าวของในบ้านเขาให้เละเทะให้หมด เผลอๆจะอ้วกใส่หน้าเขาด้วย คอยดูแล้วกัน!
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#91 บทที่ 91 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#90 บทที่ 90 เกียร์หลงเมีย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#89 บทที่ 89 คนหึงเมีย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#88 บทที่ 88 เวลาผ่านไป
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#87 บทที่ 87 ทำไมหื่น
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#86 บทที่ 86 ทำเบาๆ…แต่เน้นๆ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#85 บทที่ 85 พ่อแม่ลูกอ่อน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#84 บทที่ 84 แม่เจ้าอารมณ์
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#83 บทที่ 83 โคโยตี้
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าพ่อมาเฟีย
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













