บทนำ
ในคืนแรกแห่งอิสรภาพ ริวจิได้พบกับแมท ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างเหลือเชื่อ ท่ามกลางบทสนทนายามค่ำคืน การหยอกเย้า และความเร่าร้อน พวกเขาได้ก่อเกิดความสัมพันธ์อันน่าค้นหาขึ้นมา ทว่าทุกสิ่งอาจพลิกผันเมื่อพวกเขาค้นพบว่าต่างก็สังกัดแก๊งคู่อริกัน
ด้วยความลุ่มหลงที่ครอบงำจิตใจ ริวจิยอมวางความบาดหมางลงเพื่อที่จะได้อยู่กับมาเทียส แต่มันกลับไม่ง่ายเลยในเมื่อมาเทียสปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวกับคนจากตระกูลฮาตากิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามระหว่างแก๊งใกล้จะปะทุขึ้นเต็มที
นิยายรักสายดาร์กที่อัดแน่นไปด้วยเงื่อนงำ ความร้อนแรง และเหล่าตัวละครที่เข้มข้น หมกมุ่น และขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนา
บท 1
หกเดือน
มันแค่หกเดือนเท่านั้น แต่ทั้งร่างกายและจิตใจกลับรู้สึกราวกับว่ามันนานเป็นปี หกเดือนที่ต้องกินอาหารห่วยๆ อาบน้ำรวมกับเด็กผู้ชายคนอื่น ทำกิจกรรมกลุ่ม แล้วก็คุยกับนักจิตวิทยาเรื่องความรู้สึกของเรา
ความรู้สึกงั้นเหรอ?
น่าสมเพชสิ้นดี แถมยังเป็นการลงโทษอีกต่างหาก
แต่สถานพินิจมันควรจะเป็นอะไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่การลงโทษที่แสนสาหัสซึ่งออกแบบมาเพื่อกักขังเด็กหลงทางที่เป็นภัยต่อสังคม? สังคมอันสูงส่งนั่นน่ะ
'ของของแก' ผู้คุมพูดพลางยื่นถุงกระดาษใบเล็กผ่านช่องกระจกที่กั้นเราสองคน
ผมใช้มือที่ช้ำรอยคว้าถุงใบนั้น รู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คุมที่จับจ้องมา ในถุงมีโทรศัพท์ นาฬิกา และกระเป๋าสตางค์ของผม ผมเหลือบมองผู้คุมเป็นครั้งสุดท้าย สังเกตเห็นแววตาดูแคลนและหงุดหงิดของอีกฝ่าย
ผมทำเรื่องเลวร้ายลงไป
แต่ผมก็ไม่ได้รับโทษอย่างที่ควรจะเป็น
พวกเขารู้ ทุกคนรู้ แต่นี่แหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีเงินมหาศาลและมีทนายที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง...โลกมันต่างออกไปสำหรับคนอย่างผม
ผมยิ้มแล้วชูนิ้วกลางให้พวกเขา ทำให้ผู้คุมอีกคนฟาดเข้าที่ท้ายทอยผมอย่างแรง แต่ผมก็ยังยิ้มต่อไปขณะที่ถูกลากออกมาข้างนอก
แสงแดดแรกในรอบสามวันหลังจากถูกขังเดี่ยวทำเอาผมแสบตา ผมต้องหรี่ตาเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความสว่างของโลกภายนอกกำแพงปูนนั่น ผู้คุมยังคงลากผมไปยังทางออกขณะที่ความสนใจของผมถูกดึงไปที่เด็กหนุ่มในสนามที่กำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ ซึ่งบางคนก็กำลังมองมาที่ผม
ผู้คุมแทบจะผลักผมทะลุประตูที่นำไปสู่ลานจอดรถ ผมได้ยินเสียงเขาถ่มน้ำลายลงพื้นก่อนจะปิดประตูรั้วแล้วเดินจากไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำ
'แกไม่เปลี่ยนไปเลยนะ'
ผมหันไปตามเสียงแล้วก็พบว่าเพื่อนสนิทคนหนึ่งของผมกำลังยืนพิงรถที่จอดอยู่
'เคนจิ' ผมเอ่ย รู้สึกว่ารอยยิ้มของตัวเองกว้างขึ้น
เพื่อนวัยเด็กของผมรีบเดินเข้ามาดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่น กลิ่นที่คุ้นเคยของเขาโชยมาปะทะจมูก ทำให้ความทรงจำตอนที่ไปหาอะไรกินหลังเลิกเรียนหรือทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหลังจากการต่อสู้โต้รุ่งหวนกลับคืนมา
'ชินพนันไว้ว่าแกจะแยกพวกเราไม่ออก' เขาพูดพลางผละออกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
'ก็แค่ต้องจำว่าคนไหนขี้เหร่กว่ากัน' ผมแกล้งแหย่ ทำให้เขาหัวเราะลั่น
'คิดถึงแกว่ะ' เขาพูดพลางสบตาผม
'กูก็เหมือนกัน' ผมยอมรับ พลางสำรวจเสื้อผ้าสีดำสบายๆ กับแจ็กเก็ตสีขาวของเขา นอกจากผมสีแพลทินัมแล้ว แจ็กเก็ตตัวนั้นก็ดูโดดเด่นที่สุด หนังของมันเรียบและใหม่เอี่ยม ราวกับว่าเขาพยายามจะเรียกร้องความสนใจ แต่ผมรู้จักเคนจิดีเสียยิ่งกว่าใคร...เขาก็แค่เป็นพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบเรื่องเสื้อผ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เขาเปิดประตูรถแล้วผายมือให้ผมเข้าไป
'กูขับเอง'
เคนจิไม่เถียง เขาแค่โยนกุญแจให้แล้วก็ขึ้นรถไป ผมหันกลับไปมองลานอึกทึก เห็นเด็กหนุ่มสองคนกำลังยืนพิงรั้วอยู่ ฮิตากิกับอาเคมิเป็นเพื่อนเพียงสองคนของผมตลอดหกเดือนที่ผ่านมา พวกเขาคือคนที่ยอมอดนอนเพื่อให้ผมนอนหลับได้ และเป็นคนกระทืบคนอื่นเวลาที่ผมเบื่อเกินกว่าจะทำอะไรนอกจากจ้องมองท้องฟ้าสีครามหย่อมเล็กๆ นอกหน้าต่าง
พวกเขายกมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า ผมทำแบบเดียวกันโดยรู้ดีว่าถ้าไม่มีพวกเขาทุกอย่างคงจะเลวร้ายกว่านี้มาก ผมรู้สึกโล่งใจที่รู้ว่าอีกไม่กี่เดือนพวกเขาก็จะได้ออกจากนรกขุมนี้แล้ว
ผมขึ้นรถแล้วเริ่มขับออกไป
'อย่างแรกเลยนะ เราจะแวะร้านตัดผมก่อน ผมแกดูไม่ได้เลย' เคนจิบ่นพลางสางมือผ่านผมเผ้ายุ่งเหยิงของผม 'สภาพแบบนี้ทำตระกูลเฮบิขายขี้หน้าหมด' เขาแกล้งว่าอย่างขบขัน
ผมไม่จำเป็นต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันดูแย่แค่ไหนหลังจากที่ต้องสระมันด้วยสบู่ก้อนมาหลายเดือน หรือจากการตัดผมห่วยๆ ของฮิตากิเวลาที่มันยาวจนทิ่มตา
'กูซื้อเสื้อผ้าใหม่มาให้ เผื่อแกอยากเปลี่ยน' เขาพูดพลางเหลือบมองเสื้อยืดเรียบๆ กับกางเกงยีนส์เก่าๆ ของผม 'เปลี่ยนก่อนไปเจอพ่อแกนะ อยู่มาตั้งหลายเดือน อย่าให้ดูเหมือนเด็กข้างถนนสิ' เขาแนะนำพลางเอื้อมไปหยิบถุงที่เบาะหลัง
ผมขับรถต่อไปโดยไม่มองเขา
'แล้วก็มีโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ด้วย ของแกมันตกรุ่นแล้ว' เขาพูดก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องเก่าของผมออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจ 'กูเซฟทุกอย่างที่แกต้องใช้ไว้ให้แล้ว แล้วก็สำรองรูปจากคลาวด์ไว้ให้ด้วย' เขาอธิบายพลางโชว์โทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ดู ผมไม่ได้ละสายตาจากถนนเลย
ผมขับรถมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว เราใกล้จะถึงเมืองของเรา และผมก็รู้ดีว่าต้องทำอะไรเมื่อไปถึงที่นั่น
'แกโอเคไหม' เคนจิถามเมื่อสังเกตเห็นว่าผมนั่งเงียบ
'กูยังมีเวลาก่อนจะไปเจอเขา จนกว่าจะถึงตอนนั้น อย่าให้ใครมายุ่งกับกู' ผมสั่งพลางวางข้อศอกพิงขอบประตู
'แน่ใจเหรอ? พวกเราซื้อเหล้าแล้วก็สั่งอาหารจากร้านโปรดของแกมานะ' เขาพูดพลางมองผม 'แล้วแกก็ต้องไปเจอสมาชิกใหม่กับทบทวนหน้าที่ในสัปดาห์นี้ด้วย' เขาเสริมพลางขยับตัว
'พรุ่งนี้ค่อยทำ วันนี้อย่าให้ใครมายุ่งกับกู' ผมย้ำพลางหันไปสบตาเขา ดวงตาของผมมืดมนไม่ต่างจากของเขาเลย
'ถ้าแกต้องการแบบนั้น' ในที่สุดเขาก็ยอม
'กูไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ต้องห่วง' ผมยืนยันขณะที่เราเข้าใกล้ทางเข้าเมืองของเรา
หกเดือนที่ผมต้องจากชีวิต จากเมืองของผม จากทุกสิ่งที่ผมรู้จัก เกลียดชัง และรักใคร่ ผมสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ และสิ่งใดที่ผมเคยรัก...ที่ผมนับจากนี้ไปจะต้องเริ่มเกลียดชัง
บทล่าสุด
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













