บทนำ
ในคืนแรกแห่งอิสรภาพ ริวจิได้พบกับแมท ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างเหลือเชื่อ ท่ามกลางบทสนทนายามค่ำคืน การหยอกเย้า และความเร่าร้อน พวกเขาได้ก่อเกิดความสัมพันธ์อันน่าค้นหาขึ้นมา ทว่าทุกสิ่งอาจพลิกผันเมื่อพวกเขาค้นพบว่าต่างก็สังกัดแก๊งคู่อริกัน
ด้วยความลุ่มหลงที่ครอบงำจิตใจ ริวจิยอมวางความบาดหมางลงเพื่อที่จะได้อยู่กับมาเทียส แต่มันกลับไม่ง่ายเลยในเมื่อมาเทียสปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวกับคนจากตระกูลฮาตากิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามระหว่างแก๊งใกล้จะปะทุขึ้นเต็มที
นิยายรักสายดาร์กที่อัดแน่นไปด้วยเงื่อนงำ ความร้อนแรง และเหล่าตัวละครที่เข้มข้น หมกมุ่น และขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนา
บท 1
หกเดือน
มันแค่หกเดือนเท่านั้น แต่ทั้งร่างกายและจิตใจกลับรู้สึกราวกับว่ามันนานเป็นปี หกเดือนที่ต้องกินอาหารห่วยๆ อาบน้ำรวมกับเด็กผู้ชายคนอื่น ทำกิจกรรมกลุ่ม แล้วก็คุยกับนักจิตวิทยาเรื่องความรู้สึกของเรา
ความรู้สึกงั้นเหรอ?
น่าสมเพชสิ้นดี แถมยังเป็นการลงโทษอีกต่างหาก
แต่สถานพินิจมันควรจะเป็นอะไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่การลงโทษที่แสนสาหัสซึ่งออกแบบมาเพื่อกักขังเด็กหลงทางที่เป็นภัยต่อสังคม? สังคมอันสูงส่งนั่นน่ะ
'ของของแก' ผู้คุมพูดพลางยื่นถุงกระดาษใบเล็กผ่านช่องกระจกที่กั้นเราสองคน
ผมใช้มือที่ช้ำรอยคว้าถุงใบนั้น รู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คุมที่จับจ้องมา ในถุงมีโทรศัพท์ นาฬิกา และกระเป๋าสตางค์ของผม ผมเหลือบมองผู้คุมเป็นครั้งสุดท้าย สังเกตเห็นแววตาดูแคลนและหงุดหงิดของอีกฝ่าย
ผมทำเรื่องเลวร้ายลงไป
แต่ผมก็ไม่ได้รับโทษอย่างที่ควรจะเป็น
พวกเขารู้ ทุกคนรู้ แต่นี่แหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีเงินมหาศาลและมีทนายที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง...โลกมันต่างออกไปสำหรับคนอย่างผม
ผมยิ้มแล้วชูนิ้วกลางให้พวกเขา ทำให้ผู้คุมอีกคนฟาดเข้าที่ท้ายทอยผมอย่างแรง แต่ผมก็ยังยิ้มต่อไปขณะที่ถูกลากออกมาข้างนอก
แสงแดดแรกในรอบสามวันหลังจากถูกขังเดี่ยวทำเอาผมแสบตา ผมต้องหรี่ตาเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความสว่างของโลกภายนอกกำแพงปูนนั่น ผู้คุมยังคงลากผมไปยังทางออกขณะที่ความสนใจของผมถูกดึงไปที่เด็กหนุ่มในสนามที่กำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ ซึ่งบางคนก็กำลังมองมาที่ผม
ผู้คุมแทบจะผลักผมทะลุประตูที่นำไปสู่ลานจอดรถ ผมได้ยินเสียงเขาถ่มน้ำลายลงพื้นก่อนจะปิดประตูรั้วแล้วเดินจากไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำ
'แกไม่เปลี่ยนไปเลยนะ'
ผมหันไปตามเสียงแล้วก็พบว่าเพื่อนสนิทคนหนึ่งของผมกำลังยืนพิงรถที่จอดอยู่
'เคนจิ' ผมเอ่ย รู้สึกว่ารอยยิ้มของตัวเองกว้างขึ้น
เพื่อนวัยเด็กของผมรีบเดินเข้ามาดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่น กลิ่นที่คุ้นเคยของเขาโชยมาปะทะจมูก ทำให้ความทรงจำตอนที่ไปหาอะไรกินหลังเลิกเรียนหรือทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหลังจากการต่อสู้โต้รุ่งหวนกลับคืนมา
'ชินพนันไว้ว่าแกจะแยกพวกเราไม่ออก' เขาพูดพลางผละออกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
'ก็แค่ต้องจำว่าคนไหนขี้เหร่กว่ากัน' ผมแกล้งแหย่ ทำให้เขาหัวเราะลั่น
'คิดถึงแกว่ะ' เขาพูดพลางสบตาผม
'กูก็เหมือนกัน' ผมยอมรับ พลางสำรวจเสื้อผ้าสีดำสบายๆ กับแจ็กเก็ตสีขาวของเขา นอกจากผมสีแพลทินัมแล้ว แจ็กเก็ตตัวนั้นก็ดูโดดเด่นที่สุด หนังของมันเรียบและใหม่เอี่ยม ราวกับว่าเขาพยายามจะเรียกร้องความสนใจ แต่ผมรู้จักเคนจิดีเสียยิ่งกว่าใคร...เขาก็แค่เป็นพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบเรื่องเสื้อผ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เขาเปิดประตูรถแล้วผายมือให้ผมเข้าไป
'กูขับเอง'
เคนจิไม่เถียง เขาแค่โยนกุญแจให้แล้วก็ขึ้นรถไป ผมหันกลับไปมองลานอึกทึก เห็นเด็กหนุ่มสองคนกำลังยืนพิงรั้วอยู่ ฮิตากิกับอาเคมิเป็นเพื่อนเพียงสองคนของผมตลอดหกเดือนที่ผ่านมา พวกเขาคือคนที่ยอมอดนอนเพื่อให้ผมนอนหลับได้ และเป็นคนกระทืบคนอื่นเวลาที่ผมเบื่อเกินกว่าจะทำอะไรนอกจากจ้องมองท้องฟ้าสีครามหย่อมเล็กๆ นอกหน้าต่าง
พวกเขายกมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า ผมทำแบบเดียวกันโดยรู้ดีว่าถ้าไม่มีพวกเขาทุกอย่างคงจะเลวร้ายกว่านี้มาก ผมรู้สึกโล่งใจที่รู้ว่าอีกไม่กี่เดือนพวกเขาก็จะได้ออกจากนรกขุมนี้แล้ว
ผมขึ้นรถแล้วเริ่มขับออกไป
'อย่างแรกเลยนะ เราจะแวะร้านตัดผมก่อน ผมแกดูไม่ได้เลย' เคนจิบ่นพลางสางมือผ่านผมเผ้ายุ่งเหยิงของผม 'สภาพแบบนี้ทำตระกูลเฮบิขายขี้หน้าหมด' เขาแกล้งว่าอย่างขบขัน
ผมไม่จำเป็นต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันดูแย่แค่ไหนหลังจากที่ต้องสระมันด้วยสบู่ก้อนมาหลายเดือน หรือจากการตัดผมห่วยๆ ของฮิตากิเวลาที่มันยาวจนทิ่มตา
'กูซื้อเสื้อผ้าใหม่มาให้ เผื่อแกอยากเปลี่ยน' เขาพูดพลางเหลือบมองเสื้อยืดเรียบๆ กับกางเกงยีนส์เก่าๆ ของผม 'เปลี่ยนก่อนไปเจอพ่อแกนะ อยู่มาตั้งหลายเดือน อย่าให้ดูเหมือนเด็กข้างถนนสิ' เขาแนะนำพลางเอื้อมไปหยิบถุงที่เบาะหลัง
ผมขับรถต่อไปโดยไม่มองเขา
'แล้วก็มีโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ด้วย ของแกมันตกรุ่นแล้ว' เขาพูดก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องเก่าของผมออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจ 'กูเซฟทุกอย่างที่แกต้องใช้ไว้ให้แล้ว แล้วก็สำรองรูปจากคลาวด์ไว้ให้ด้วย' เขาอธิบายพลางโชว์โทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ดู ผมไม่ได้ละสายตาจากถนนเลย
ผมขับรถมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว เราใกล้จะถึงเมืองของเรา และผมก็รู้ดีว่าต้องทำอะไรเมื่อไปถึงที่นั่น
'แกโอเคไหม' เคนจิถามเมื่อสังเกตเห็นว่าผมนั่งเงียบ
'กูยังมีเวลาก่อนจะไปเจอเขา จนกว่าจะถึงตอนนั้น อย่าให้ใครมายุ่งกับกู' ผมสั่งพลางวางข้อศอกพิงขอบประตู
'แน่ใจเหรอ? พวกเราซื้อเหล้าแล้วก็สั่งอาหารจากร้านโปรดของแกมานะ' เขาพูดพลางมองผม 'แล้วแกก็ต้องไปเจอสมาชิกใหม่กับทบทวนหน้าที่ในสัปดาห์นี้ด้วย' เขาเสริมพลางขยับตัว
'พรุ่งนี้ค่อยทำ วันนี้อย่าให้ใครมายุ่งกับกู' ผมย้ำพลางหันไปสบตาเขา ดวงตาของผมมืดมนไม่ต่างจากของเขาเลย
'ถ้าแกต้องการแบบนั้น' ในที่สุดเขาก็ยอม
'กูไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ต้องห่วง' ผมยืนยันขณะที่เราเข้าใกล้ทางเข้าเมืองของเรา
หกเดือนที่ผมต้องจากชีวิต จากเมืองของผม จากทุกสิ่งที่ผมรู้จัก เกลียดชัง และรักใคร่ ผมสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ และสิ่งใดที่ผมเคยรัก...ที่ผมนับจากนี้ไปจะต้องเริ่มเกลียดชัง
บทล่าสุด
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักระรินใจ
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













