บทนำ
คำเปรยแกมขู่ชวนให้ใจหายวาบนั้นทำให้ผิงอันชะงักกึก เม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ทว่าพญามังกรจอมเผด็จการยังไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาเชยคางมนของเด็กรั้นขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาคมกริบสีเข้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักอันบิดเบี้ยว ก่อนจะเค้นเสียงทุ้มต่ำย้ำสถานะอย่างเด็ดขาด
“และไม่ใช่แค่ร่างกายหรอกผิงอัน... รวมถึงหัวใจของหนูอัน ก็ต้องเป็นของอาคนเดียวเหมือนกัน”
“อาไม่มีสิทธิ์มาบังคับหัวใจหนู! อาได้ร่างกายหนูไปเพราะความป่าเถื่อน... แต่หัวใจของหนู หนูไม่มีวันให้อา!” เด็กรั้นชูคอดื้อตาใสสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาวาวโรจน์ด้วยแรงขัดขืนอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพื่อประชดประชันความเอาแต่ใจของผู้ปกครอง
“งั้นก็ลองดู... อาจะทำให้หนูรู้สำนึกเอง ว่าในชีวิตนี้หนูจะไม่มีวันรักใครได้อีกนอกจากอา และหัวใจดวงนี้มันต้องเต้นเพื่ออาคนเดียวเท่านั้น”
บท 1
คฤหาสน์ตระกูลเว่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางเนินเขา รายล้อมด้วยสวนดอกไม้กว้างขวางและกำแพงเหล็กดัดสีดำที่กั้นอาณาเขตไว้อย่างเป็นสัดส่วน ภายในตกแต่งอย่างหรูหราสมฐานะเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง ทว่าความสงบในเช้าวันนี้กลับถูกทำลายลง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีครีมวิ่งหัวเราะร่าผ่านโถงกว้าง ในมือป้อมๆ อุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดไว้แน่น
“ฮ่าๆ หม๊ามี๊! ตามมาแย้ววว!” เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงดังก้องไปทั่วห้องโถง
“หนูอัน! อย่าวิ่งลูก... จะหกล้ม!” เสียงนุ่มของเหมยดังไล่หลังมาด้วยความเป็นห่วง
ตุ๊บ!
ร่างเล็กที่กำลังวิ่งเพลินชนเข้ากับชายร่างสูงอย่างจังจนก้นกระแทกลงพื้นกระเบื้อง!
“อ๊ะ... เจ็บอ่า...” ผิงอันเบะปากด้วยความเจ็บที่ก้นแต่กลับไม่ยอมร้องออกมา เธอกระพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ผิงอัน!” เสียงของเหมยอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้ามาอุ้มลูกสาวให้ลุกขึ้น
“อายง...” เสียงเล็กๆ ที่เรียกคุณอาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“เจ็บไหมครับ? อาเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามวิ่งในบ้าน” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่บุคลิกที่ดูนิ่งขรึมตามประสานักธุรกิจเทาๆ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทำเอาเด็กน้อยเริ่มใจคอไม่ดี
“ขอโทษอาหลงหรือยังคะ? หนูอันวิ่งชนคุณอานะลูก” เหมยก้มมองลูกสาวพร้อมกับเอ่ยสั่งสอนอย่างสุภาพตามฉบับกุลสตรี
“ขอโตดค่า... อายง” ผิงอันยกมือป้อมขึ้นพนมไหว้ขอโทษคุณอาอย่างว่าง่าย
“ค่ะ ครั้งนี้อาไม่โกรธ แต่ถ้าหนูอันวิ่งเล่นในบ้านอีก อาจะตีนะ!”
“ไม่ตีนะ! หนูอันจาไม่วิ่งอีกแย้ว” ตากลมโตเงยมองเขาด้วยแววตาออดอ้อน พร้อมกับทำท่าทางอ้อนวอนจนคนมองใจอ่อน
“หึๆ ...” เฟยหลงหัวเราะในลำคอกับความไร้เดียงสานั้น
“เฟยหลง มาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มของ เว่ยซาง ดังขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองต้นเสียงทันที เว่ยซางในชุดลำลองสบายๆ เดินยิ้มเข้ามา เขาคือประธานบริหารบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของเฟยหลงที่รู้เบื้องหลังของกันและกันดี
“อืม...” เฟยหลงขานรับในลำคอ ก่อนจะก้มมองหลานตัวน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พร้อมกับยื่นถุงขนมเค้กรสโปรดให้เธอ ทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมเพื่อนสนิท มักจะซื้อขนมติดมือมาฝากหลานสาวเสมอ
“ว้าววว! ขนมอังโปรด!” มือป้อมกลมๆ ยื่นออกไปหมายจะรับถุงขนม แต่เฟยหลงกลับชักมือกลับทันควัน!
“ทำยังไงก่อนคะ?” เฟยหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอบคุณค่า...” มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างน่ารักตามที่แม่สอน
“ค่ะ... หลานรักของอา” เฟยหลงยื่นถุงขนมให้เด็กหญิงอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยขอบคุณ เขายื่นมือหนาที่ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กๆ เกือบครึ่งขึ้นลูบเรือนผมของเธอไปมาอย่างทะนุถนอม แววตาที่เขาใช้มองร่างกลมๆ นั้นช่างอ่อนโยน... ซึ่งเป็นแววตาที่ไม่มีใครในโลกธุรกิจมืดเคยได้เห็นจากมาเฟียผู้น่าเกรงขามคนนี้!
เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นขนมรสโปรด ท่าทางตื่นเต้นนั้นชวนให้ผู้ใหญ่ที่ยืนมองต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
“เข้าไปนั่งในห้องรับรองก่อนค่ะคุณเฟยหลง” เหมยละสายตาจากลูกสาวแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม วันนี้ครอบครัวของเธอมีแผนจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านตากอากาศริมทะเล โดยมีเฟยหลงเพื่อนรักของสามีร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งหมดจึงนัดแนะให้เขามาเจอที่นี่ก่อนออกเดินทางพร้อมกัน
“ครับ...” เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเหมยที่นำทางเข้าไป
ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่เดินเตาะแตะตามหลังผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่วางตา บนใบหน้าคมเข้มแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก
“หนูอันขา...” ร่างเล็กที่กำลังเดินไป เปิดถุงขนมออกก่อนจะดมกลิ่นหอมๆ อย่างเพลิดเพลิน หยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“ขาาา?” ผิงอันขานรับพร้อมกับเอียงคอน้อยๆ มองคุณอาตัวสูงด้วยความสงสัย
“อาขออุ้มหนูอันหน่อยได้ไหมครับ?” เฟยหลงย่อตัวลงพลางยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า
“ได้ค่ะ... แต่หนูอันหนักนะ!” คำพูดรู้ความของหลานสาวทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“อาอุ้มไหวค่ะ... มาเร็ว ฮึ้บ!” เฟยหลงช้อนร่างเล็กขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะแกล้งฟัดแก้มกลมป่องทั้งสองข้างของเด็กหญิงด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ฮ่าๆ! อายง... จั๊กจี๋!” ผิงอันหัวเราะลั่นพลางบิดตัวหนีด้วยความสนุก
“เฮ้ยๆ! ไอ้เฟยหลง! แก้มลูกกูช้ำหมดแล้ว!” เว่ยซาง คุณพ่อจอมหวงรีบก้าวเข้ามาหวังจะชิงตัวลูกสาวคืนทันที ทว่ามีหรือที่เฟยหลงจะยอม ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมคืนตุ๊กตาน่ารักตัวน้อยให้คนเป็นพ่อง่ายๆ
“เฟยหลง!”
“ก็ลูกมึงน่ารักน่าเอ็นดู กูขอหอมหน่อยไม่ได้หรือไง?” พูดจบเฟยหลงก็ก้มลงหอมแก้มกลมที่เหมือนซาลาเปานั้นฟอดใหญ่ไปอีกทีเป็นการเย้ย!
“ไม่ได้! กูหวง! อยากหอมก็ไปมีเองสิวะ มาหอมลูกคนอื่นอยู่ได้!” เด็กหญิงมองผู้ใหญ่ทั้งสองโต้ตอบกันไปมา ตาแป๋วคู่สวยมองหน้าพ่อทีหน้าอาทีด้วยความมึนตามประสาเด็กที่ไม่รู้ความหมาย
“หนูอันขา... หนูอันรักอาไหมคะ?” เฟยหลงก้มลงถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงหวานหยอด
“รักค่ะ! หนูอันรักอายง” เฟยหลงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินคำบอกรักที่แสนซื่อตรง เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังมองเขาตาเขม็งพลางยักคิ้วให้ข้างหนึ่งเป็นการหยอกเย้ย ยิ่งทำให้เว่ยซางหัวเสียหนักกว่าเดิม
“เลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ รีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวจะถึงที่พักมืดค่ำนะคะ” เหมยรีบเข้ามาห้ามทัพคนขี้กวนกับคนขี้โมโหก่อนจะยาวไปกว่านี้
“เอาลูกกูคืนมา!”
“หม๊ามี๊ขา... ป๊ะป๋า... กับ... อายง... พูดไม่เพราะ!” ผิงอันฟ้องคุณแม่เสียงใสเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของผู้ใหญ่ทั้งคู่
“เดี๋ยวหม๊ามี๊จัดการให้ค่ะ หนูอันมากับหม๊ามี๊ดีกว่าค่ะ”
“อ้าว! หนูอัน เมื่อกี้ยังบอกรักอาอยู่เลย... เพราะมึงเลย เว่ยซาง!”
“เพราะมึงนั่นแหละ!”
“ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน ก็ไม่ต้องไปแล้วค่ะ!” เหมยหันมาดุเสียงเข้มแบบทีเล่นทีจริง
“ครับ! / ครับ!” เฟยหลงกับเว่ยซางขานรับพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะสะบัดหน้าใส่กันแล้วเดินแยกไปที่รถ
“หมิง…” เว่ยซางเอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิทที่เป็นหัวหน้าคนขับรถของบ้าน
“ครับท่าน…” หมิงเงยขึ้นมองเจ้านายด้วยความสงสัย
“วันนี้ฉันจะขับรถไปเอง… นายไม่ต้องไปก็ได้ เมียกำลังท้องเดินเหินลำบาก อยู่ดูแลเธอเถอะ “
” ขอบคุณมากครับท่าน… ผมกำลังจะขออนุญาตอยู่พอดีเลยครับ “
” อืม ฉันไปล่ะ ฝากดูแลบ้านด้วย” หมิงก้มหัวเป็นการตอบรับคำสั่งของเจ้านายด้วยความซาบซึ้งในความใจดีของบอส
รถยนต์คันหรูของเว่ยซางเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เป็นคันแรก ตามด้วยรถ SUV ของเฟยหลงที่มีลูกน้องติดตามมาอีกสองคนขับตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบตามประสาคนระวังตัว
บรรยากาศภายในรถของเว่ยซางเต็มไปด้วยความสดใส เด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนคาร์ซีทพลางกอดถุงขนมที่ 'อายง' เพิ่งให้มาไว้แน่น
“หม๊ามี๊... ไปเที่ยวทะเลกันใช่ไหมค้า?”
“ใช่ค่ะลูก” เหมยหันไปยิ้มตอบลูกสาวพลางเอื้อมมือไปจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง
“อร่อยไหมครับ?” เว่ยซางถามพลางมองลูกสาวผ่านกระจกมองหลัง เห็นเธอกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมในมือ
“อย่อยค่ะ! ป๊ะป๋ากินไหมคะ?” มือป้อมหยิบขนมชิ้นเล็กออกมายื่นไปทางข้างหน้า
“งับ! อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย” เว่ยซางงับขนมจากมือลูกสาวพลางส่งเสียงเคี้ยวประกอบให้ลูกสาวหัวเราะชอบใจ
“หนูอันรักอายงที่สุดเลยค่ะ!” เว่ยซางหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินลูกสาวบอกรักเพื่อนสนิท
“แล้วไม่รักป๊ะป๋าเหรอคะ?”
“ยักค่ะ! หนูอันรักป๊ะป๋ากับหม๊ามี๊ที่สุดดดด!”
“ค่ะ ป๋ากับหม๊ามี๊ก็รักหนูอันที่สุดเหมือนกันนะลูก” เหมยเอ่ยเสริมพลางอมยิ้มหัวเราะตามสามี
“หาววว... หนูอันง่วงแย้ว...” ผู้ใหญ่ทั้งสองหลุดหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยเริ่มตาปรือ
“กินอิ่มแล้วก็ง่วงเลยนะคะ” เหมยหันไปหยอกล้อลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ฝันดีนะคะคนเก่ง ถึงแล้วเดี๋ยวป๋าปลุกค่ะ” เวลาผ่านไปไม่นาน เด็กหญิงตัวน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“หลับปุ๋ยไปแล้วค่ะเฮีย” เหมยหันกลับมาพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มละมุน พลางเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเว่ยซางที่จับพวงมาลัยไว้หลวมๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขของครอบครัว
ขบวนรถแล่นมาตามเส้นทางตัดผ่านภูเขา ทัศนวิสัยค่อนข้างจำกัดเนื่องจากมีหมอกลงจางๆ เว่ยซางขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ เหมยที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ยังคงชวนสามีคุยเรื่องแพลนกิจกรรมที่จะทำเมื่อไปถึงบ้านพักตากอากาศ
ทว่า... ในช่วงจังหวะที่รถของเว่ยซางกำลังจะเข้าโค้งลาดชัน จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์เร่งคำรามดังลั่นสะท้อนก้องหุบเขามาจากเลนสวนทาง รถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับสวนทางขึ้นเนินมาด้วยความเร็วสูงมากจนน่ากลัว ในจังหวะที่ต้องเข้าโค้ง รถคันนั้นเกิดเสียหลักแหกโค้งเพราะความเร็วที่เกินพิกัด พุ่งข้ามเลนตรงเข้ามาหาหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน!
“เฮีย! ระวัง!!!” เหมยตาเบิกกว้าง ร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจลนลาน
เว่ยซางหัวใจหล่นวูบ พยายามหักพวงมาลัยหลบจนสุดชีวิต แต่เนื่องจากระยะที่กระชั้นชิดจนเกินไป รถคันที่แหกโค้งมาจึงพุ่งเข้าชนประสานงาเข้าที่ด้านข้างและหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
โครม!!!!!!!!
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้ให้เฮีย (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#91 บทที่ 91 คุณพ่อลูกสองอย่างเต็มตัว
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#90 บทที่ 90 ถึงเวลาที่แด๊ดดี้ต้องทวงคืนทุกอย่าง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#89 บทที่ 89 พักผ่อนกับครอบครัวที่อบอุ่น
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#88 บทที่ 88 ครบรอบหนึ่งขวบ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#87 บทที่ 87 เยว่ซิน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#86 บทที่ 86 แด๊ดดี้ของเวลาหวานกับหม๊ามี้บ้างนะลูก
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#85 บทที่ 85 เจ็บท้องคลอด
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#84 บทที่ 84 มาเฟียเห่อลูกสาว
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#83 บทที่ 83 กินของหวาน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
สัญญารักประธานร้าย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













