บทนำ
ความรักของเขา มีไว้ให้คนอื่น ไม่ได้มีไว้ให้เธอ
บท 1
บทที่ 1
เจ้าสาวร้างรัก
‘อยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง’
เธอเฝ้าคิดว่าสมัยนี้ยังมีอยู่หรือกับคำบอกเล่าแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ จนได้มาเจอเข้ากับตัวเองตั้งแต่วันที่ลั่นระฆังวิวาห์จนตอนนี้ก็ปามาสองปีแล้ว ท่าทีของสามีสุดที่รักของเธอยังไม่ยักจะเห็นว่ามีแววตาชอบพอกันตรงไหนเลยสักนิด นับวันเขายิ่งเกลียดเธอเข้าไส้ไปใหญ่ หากจะให้พูดก็คงจะย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว
สองปีที่เธอต้องแต่งงานกับคนที่เขาไม่เคยคิดจะรักกัน...
สองปีก่อน
“จะบ้ารึไงพ่อ! ให้ผมแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!?” เสียงของพระเอกหนุ่มไฟแรงวัยสามสิบสามปีอย่าง ปราบตะวัน กีรติกรกันต์ ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเจ้าตั้งใจสรรสร้างเขาขึ้นมา ทั้งยังเพรียกพร้อมไปด้วยรูปร่างร่างกายที่สมบูรณ์แบบยากจะหาใครเทียบ แถมยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ เกือบทั้งประเทศร้องตะโกนถามด้วยความไม่พอใจ เมื่ออยู่ ๆ ตนก็ดันถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้
แน่นอนว่าหากสาว ๆ เหล่านั้นรู้เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ คงเป็นอันต้องใจแตกสลายไปตาม ๆ กันเมื่อพระเอกหนุ่มดีกรีขวัญใจมหาชนห้าปีซ้อน ต้องเข้าสู่ประตูวิวาห์
“ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือหนูต้อง แกเองก็เคยเจอน้องตอนเด็ก ๆ”
“จะเคยเจอหรือไม่เคยเจอ ผมไม่สนใจหรอก เพราะยังไงผมก็ไม่แต่ง!” สายตาคู่คมจ้องมองไปที่ผู้หญิงที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธที่แทบจะทะลุปรอท ใครมันจะบ้าเอาเวลาชีวิตตัวเองมาผูกมัดกับการแต่งงาน แถมเจ้าสาวที่จะแต่งด้วยก็ไม่ใช่คนที่เขารัก ให้ตายเถอะ! พ่อเขาบ้าไปแล้ว ใช่ไหม!?
“แกจะพูดอะไรฉันไม่สนไอ้ปาย แต่ยังไงแกก็ต้องแต่ง” ปราบยิ่ง กีรติกรกันต์ บิดาของชายหนุ่มหน้าหล่อยื่นคำขาด ตนไม่สนใจว่าสถานการณ์ของบุตรชายมันจะเป็นยังไง เพราะสิ่งที่ตนต้องการคือการให้ลูกชายได้แต่งงานกับแม่หนูตรงหน้าคนนี้
“คุณลุงคะ...” หญิงสาวที่นั่งตัวลีบอย่าง ต้องจันทร์ ครองสันต์ ตัดสินใจเอ่ยปากออกมา แต่ก็เป็นอันต้องเงียบลงเมื่อปราบยิ่งห้ามเอาไว้
“ไม่เป็นไรหนูต้อง เดี๋ยวลุงจัดการเอง”
“ฟังนะไอ้ปาย ถ้าแกไม่แต่งกับหนูต้อง แกก็อย่าหวังว่าฉันจะให้แกไปเจอแม่แก” ปราบยิ่งงัดไม้เด็ดขึ้นมาสู้ เขารู้ว่าลูกชายมันรักแม่เสียยิ่งกว่าอะไร และยิ่งช่วงนี้ภรรยาของตนกำลังป่วย บินไปรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศนาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาหรือไม่เขาก็ขึ้นเครื่องบินไปหาที่นู้น แล้วถ้าหากลูกชายมันไม่ยอม รับข้อเสนอ ก็อย่าหวังว่าเขาจะให้มันบินไปหาแม่มันได้ง่าย ๆ
“พ่ออย่าเอาเรื่องแม่มาขู่ผมนะ”
“ฉันไม่ได้ขู่ แต่ฉันทำจริงโว้ย อีกอย่างนะแกก็รู้ว่าแม่แกอยากให้แกแต่งงานมากแค่ไหนไอ้ปาย”
“โธ่เว้ย!” คนตัวโตหัวเสีย ในเมื่อเขาแทบเลือกอะไรไม่ได้เลย อีกอย่างตนรู้ดีว่าเวลาของมารดามันไม่ได้มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว
“เอาเถอะไอ้ปาย อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละ”
“รักกับผีน่ะสิ! พ่อจำไว้นะ ว่าผมไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้!”
หลังจากที่ตกลงเรื่องแต่งงานกันได้ไม่นาน สามเดือนถัดมางานแต่งระหว่างปราบตะวันและต้องจันทร์ก็ถูกจัดขึ้น โดยงานแต่งครั้งนี้ ปราบตะวันให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนตัวมาก เขาเชิญแค่คนสนิทชิดเชื้อกันแค่นั้น แถมยังเชิญผู้คนมาไม่เยอะอีก แล้วหากถามถึงแขกฝั่งของต้องจันทร์ก็คงจะแทบนับคนได้ แถมก่อนหน้าที่พิธีการพวกนี้จะเกิดขึ้นต้องจันทร์กับปราบตะวันก็แทบไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ทุกอย่างมันผ่านไปด้วยความอึดอัด
พิธีทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการและขนบธรรมเนียมที่เตรียมไว้ทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ก่อนในเวลาต่อมาจะถึงช่วงพิธีที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือพิธีการส่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอ ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายของปราบตะวันและฝ่ายของต้องจันทร์ต่างนั่งเรียงรายกันพร้อมหน้า
“พ่อขอฝากเจ้าปายมันด้วยนะหนูต้อง” ปราบยิ่งจับจ้องไปที่ดวงหน้าของลูกสะใภ้ สลับกับลูกชายตัวดีด้วยแววตาแสนอบอุ่น
“ค่ะ คุณลุง”
“เรียกพ่อสิลูก เราเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะ” ถ้อยคำของปราบยิ่งทำให้ต้องจันทร์หนักใจ เธอยังไม่คุ้นชินกับสถานะที่เปลี่ยนแปลง อีกอย่างเสียงลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างฟึดฟัดของปราบตะวันยิ่งเพิ่มความอึดอัด ให้เธอมากขึ้นไปอีก
“ไหนลองพูดสิ”
“ค่ะ…คุณพ่อ” สุดท้ายหลีกเลี่ยงได้เสียที่ไหน
ตอนนี้เธอน้อมรับ แต่ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่นั่นมันก็เป็นอีกเรื่อง อีกอย่างคนอย่างปราบตะวันคงไม่อยากมาฝากชีวิตไว้กับเธอหรอก
“พ่อขอบคุณนะต้อง ที่ทำเพื่อเราทุกคน” เพราะสถานการณ์ครอบครัวที่เลวร้ายร้านอาหารเล็ก ๆ ถูกปิดตัวลงเพราะร่างกายที่ทรุดโทรมจนต้องเข้าโรงพยาบาล รายได้ทุกอย่างหดหายจึงต้องจำยอมขอความช่วยเหลือจาก ผู้มีพระคุณอย่างปราบยิ่ง ประจวบกับอีกฝ่ายก็อยากให้ลูกชายได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาตามความปรารถนาของคนเป็นแม่ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ข้อตกลงทุกอย่างมันเลยลงล็อคไปหมด
“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อทุกคนแค่นี้สบายมาก” ครอบครัวเธอสำคัญกว่าอะไรทุกสิ่งบนโลก ต่อให้เธอต้องทำอะไรมากกว่านี้เธอก็ยินยอม เรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมากหากเทียบกับการที่พวกท่านดูแลและชุบเลี้ยงเธอมาตลอดยี่สิบสามปี
“รักกันเข้าไว้นะลูก มีปากเสียงกันก็พูดคุยกันด้วยเหตุผล อย่าใส่อารมณ์นะ” กนกมาศมารดาของปราบตะวันคว้ามือของลูกชายและลูกสะใภ้ของตนมากุมเอาไว้ “โดยเฉพาะเรา เข้าใจใช่ไหมปาย”
“ครับคุณแม่”
“ถ้าลูกชายแม่มันทำอะไรให้หนูต้องต้องลำบากใจ ก็ฟ้องแม่กับพ่อได้เลยนะลูก”
“ค่ะ คุณแม่” เธอหรือจะกล้าพูด หากได้ฟ้องไปมีหวังชายหนุ่มได้ฆ่าเธอแน่ ๆ
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็คงจะถึงเวลาแล้ว” ปราบยิ่งยกมือขึ้นมาดูนาฬิกา ที่ข้อมือ ก็เห็นว่ามันถึงเวลาอันสมควรแล้ว “เราปล่อยให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวได้ใช้เวลาด้วยกันดีกว่า”
“พ่อไปก่อนนะต้อง”
“ค่ะ”
สองพ่อลูกจำต้องยอมแยกจากกัน ต้องจันทร์มองตามแผ่นหลังของบิดาที่ค่อย ๆ หายออกไปจากห้อง ก่อนในที่สุดมันจะลับไปจนสุดสายตา ความรู้สึกมากมายเข้ากระแทกที่อกเต็ม ๆ เธอรู้สึกเศร้า เหงา และเปล่าเปลี่ยว อยากจะร้องไห้ออกมาให้สิ้นเรื่องเพื่อทำลายความรู้สึกแย่ ๆ พวกนี้ แต่เธอ ไม่สามารถทำมันได้ การได้แต่งงานกับปราบตะวันมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนด้วยซ้ำว่ามันจะมีวันนี้ อีกอย่างหากมันเกิดจากความรักทั้งสองฝ่าย มันคงจะน่ายินดีมากกว่านี้ ไม่ใช่ความรักแค่จากฝ่ายเธอคนเดียวแบบนี้...
“มองขนาดนั้นก็ลุกขึ้นตามพ่อเธอไม่สิ จะนั่งให้มันได้อะไรขึ้นมา” เสียงเข้มแทรกขึ้นมา ชวนให้คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความเศร้าหลุดออกมาได้
“ไม่ไปหรอกค่ะ”
“เธอรู้รึเปล่า ว่าตั้งแต่ที่ฉันเกิดมา ฉันไม่เคยเจอใครหน้าด้านหน้าทนเท่าเธอมาก่อนเลย”
“เหรอคะ งั้นก็ยินดีด้วยนะคะที่ในที่สุดก็ได้เจอคนหน้าด้านหน้าทนอย่างฉัน”
“ต้องจันทร์!” มือนหนากำหมัดแน่น เขาไม่พอใจทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ แม้กระทั่งท่าทางที่เย่อหยิ่งไม่จนตรอก
“ขอบคุณนะคะที่ยังจำชื่อภรรยาตัวเองได้”
“เชิญเธอฝันหวานกับไอ้งานแต่งบ้า ๆ นี้ไปคนเดียวเถอะ ครบสองปีหกเดือนเมื่อไร ฉันจะหย่าทันที” ในกำหนดสัญญา เขาจำข้อนี้ได้ดีที่สุด หากความสัมพันธ์พวกตนมันไม่มีอะไรคืบหน้า ก็สามารถเซ็นเอกสารหย่ากันได้ ถึงแม้มันจะนานไปหน่อยแต่คนอย่างปราบตะวันมีหรือที่จะทำไม่ได้ คอยดูเถอะถ้ามันครบกำหนดเมื่อไร เขาจะรีบพาแม่นี่ไปที่สำนักงานเขตทันทีเลย!
“รอให้ถึงเวลานั้นก่อนเถอะค่ะ บางทีคุณปายอาจเปลี่ยนใจ” คนที่ภายในบุบสลายยังคงยืดคอแสดงความไม่รู้สึกใดออกมา
“คนอย่างฉัน พูดคำไหนคำนั้น” หึ! เปลี่ยนใจเหรอ? ไม่มีทางหรอก คนอย่างเขาไม่มีทางจะทิ้งหัวใจตัวเองไว้ที่ผู้หญิงคนนี้แน่นอน
“แล้วนั่นคุณปายจะไปไหนคะ” ต้องจันทร์ร้องถาม เมื่อเธอเห็นเขาเดินไปทางประตู
“ฉันไม่เคยคิดอยากจะนอนร่วมห้องกับเธอเลยต้องจันทร์ แค่อยู่ ใกล้ ๆ ฉันก็สะอิดสะเอียดเต็มทน” ท่าทางของเขามันแสดงความรังเกียจที่มีต่อต้องจันทร์ออกมาอย่างชัดเจน “แล้วก็อย่าคิดว่าทุกอย่างมันจะง่ายไปซะหมด เรื่องที่เธอทำมันน่าสมเพช ช่วยจำใส่สมองเอาไว้ด้วย”
ปราบตะวันพูดจบแค่นั้นก็เปิดประตูออกจากห้องหอไป นาทีนี้ เขาไม่สนใจสักนิดว่าห้องนี้มันคืออะไรเพราะเขาฝืนมันมามากจนเกินพอแล้ว
‘ปัง!’
เสียงปิดประตูดังสนั่นทำให้ต้องจันทร์สะดุ้งตกใจ เหลียวดวงหน้า ที่ตอนนี้มันเจือปนด้วยคราบน้ำตาหันไปมองยังต้นตอของเสียง เธอเข้าใจความรู้สึกของปราบตะวัน ว่าการที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเลยสักนิดมันน่าอึดอัดมากแค่ไหน แต่เธอเลือกไม่ได้...
“ฮึก...ต้องขอโทษพี่ปาย ต้องขอโทษ แต่ต้องเลือกอะไรไม่ได้”
เธอยอมให้งานนี้ไม่เกิดขึ้นไม่ได้ ชีวิตของพ่อและน้องชายเธอมันก็สำคัญไม่ต่างกัน เธอจำเป็นต้องพึ่งพาเขาจริง ๆ และครบกำหนดสัญญาสองปีเมื่อไร เธอสัญญา สัญญาว่าจะหย่าให้เขาและจะไม่ผูกมัดเขาอีกต่อไป
ณ ปัจจุบัน
“ปายเดี๋ยวเตรียมเข้าฉากนะครับ เดี๋ยวพี่จะเรียกอีกที” เสียงตะโกนจากผู้กำกับหนังชื่อดังเรียกพระเอกหนุ่มดาวรุ่งไฟแรงของประเทศเตรียมเข้าฉาก เพื่อถ่ายทำฉากในโปรเจ็คภาพยนตร์ชุดใหญ่ ที่ได้พระเอกดังอย่าง ปราบตะวันและนางเอกคู่ขวัญมัสรินมาร่วมเล่นคู่กันในครั้งนี้ ซึ่งพระนางคู่นี้เป็นที่น่าจับตามองเพราะด้วยฝีมือ เคมีและบทบาทที่ส่งถึงกัน ทำให้พวกเขากลายเป็นคู่จิ้นอันดับหนึ่งของวงการที่แฟนคลับมากมายต่างตั้งตารอผลงาน
“ได้ครับพี่ดู๋” ปราบตะวันนั่งอ่านบทอยู่ภายในห้องรับรองที่ทาง กองถ่ายได้จัดเตรียมไว้ให้ เขาตอบรับแล้ววางบทในมือลง เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าฉากต่อไป
และแม้พระเอกหนุ่มจะลั่นระฆังวิวาห์ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวเขาลดลงเลย เพราะด้วยฝีมือที่เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานับล้านคู่ทำให้เขายังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้ ถึงจะมีพระเอกรุ่นน้องมากมายเข้าวงการมาแต่ก็ไม่มีใครสักคนจะปัดเขาตกบัลลังก์ความนิยมได้ หรือจะพูด อีกอย่างว่าชีวิตแต่งงานของเขามันแทบไม่มีผลหรือมีบทบาทอะไรเลย บางคนอาจลืมไปด้วยซ้ำว่าปราบตะวันแต่งงานแล้ว
เพราะนอกจากจะยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าเจ้าสาวแล้ว เจ้าตัวเอง ก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ถึงภรรยาที่อยู่ร่วมกินกันมาถึงสองปี จนบางครั้งก็มีข่าวลือหนาหูว่าสองคนอ่านจะเลิกกันไปแล้ว บ้างก็บอกแยกกันอยู่ บ้างก็บอกว่ายังรักกันดี แต่มีหรือที่ปราบตะวันจะสนใจ เพราะสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้เห็นทีจะมีก็แค่งานในวงการบันเทิงเท่านั้น
“เห็นทีว่าเราคงจะได้ร่วมงานไปอีกยาวเลยนะคะคุณปาย” นางเอกสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีชมพูเดินมาทักทาย การร่วมงานครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่เธอกับเขาได้เจอกัน ถ้าจะบอกเป็นเรื่องบังเอิญก็คงไม่ได้เพราะทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว
“ครับ” เขาหันไปยิ้มแล้วตอบด้วยประโยคสั้น ๆ
“จริงสิคะ ทำไมคุณปายไม่พาภรรยาคุณปายมาเปิดตัวบ้างล่ะคะ มัสร่วมงานกับคุณมายังไม่เคยเห็นหน้าภรรยาคุณปายเลย” เธอไม่ใช่คนเดียวที่อยากเห็นหน้าของภรรยาปราบตะวัน เพราะตอนนี้คนทั้งประเทศก็อยากรู้กันทั้งนั้น มีแต่ชายหนุ่มนั่นแหละที่อยากปิด
“เอ๊ะ หรือว่าข่าวลือที่มัสได้ยินมามันจะจริงคะ” แน่นอนว่าถ้ามันเป็นจริง เธอก็แสนยินดีเพราะเธอก็หวังอยากเป็นคู่ขวัญจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในบทบาทสมมุติ
“ผมเกรงว่า ผมคงไม่จำเป็นบอกเรื่องในครอบครัวให้กับคนนอกรู้ นะครับ” ปราบตะวันที่ยืนท่องจำบทอยู่หันหน้าไปตอบกลับอีกคนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
แค่คำว่า ‘คนนอก’ มันก็พอจะทำให้มัสรินหน้าสะเทือนได้อยู่ไม่น้อย เธอไปไม่ถูกพูดไม่ออก เท่ากับว่าการที่เธอพูดออกไปแบบนั้นมันเป็นการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวเขา หญิงสาวกัดฟันแล้วกำมือแน่นด้วยความอับอาย ทว่าก็ยังปั้นหน้าและฝืนยิ้มต่อไป
“นั่นสินะคะ ถ้าเป็นมัสเองมัสก็คงไม่พูด” อยากจะกรี๊ดออกมาให้ ดัง ๆ ปราบตะวันชักจะหักหน้าเธอเกินไปแล้ว
“ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวคงต้องเข้าฉากแล้ว” เขาพูดแล้วก็เดินไปเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะตอบรับว่าอย่างไร
คนที่โดนหักหน้าแรง ๆ พ้นปราบตะวันไปก็มองซ้ายมองขวาแล้วปลดปล่อยความโกรธออกมาเต็มประดา ก่อนจะกระแทกเท้าแล้วเดินออกไปด้านนอก พยายามควบคุมและสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างเป็นปกติที่สุด เธอต้องคีพลุคของนางเอกสาวแสนน่ารักเอาไว้
กองเอกสารมากมายแทบจะท่วมหัววางเรียงรายเต็มโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า จนแทบไม่มีที่ให้วางของอย่างอื่นสักเซนติเมตรเดียว ในขณะที่เจ้าของโต๊ะก็นั่งหัวยุ่งราวกับไปฟัดกับใครมา มือข้างหนึ่งถือเอกสารชุดหนึ่งเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กำลังควานหาเอกสารอย่างอื่นขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกัน
“เที่ยงแล้วนะต้อง พี่ว่าวางงานแล้วไปกินข้าวก่อนดีกว่า”
“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะพี่ฝ้าย อีกแค่นิดเดียวเอง” คนที่ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตตอบกลับพี่สาวรุ่นพี่ไป พรุ่งนี้จะมีการขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีของนักการเมืองใหญ่ที่ทำการยักยอกทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่ เธอจึงต้องเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้ก่อนที่สิตางค์ ทนายสาวรุ่นพี่จะขึ้นว่าความ
“จริงเหรอ แล้วนี่เราไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว”
“ต้องได้นอนอยู่ค่ะ พี่ฝ้ายไม่ต้องเป็นห่วงเลย คนที่พี่ฝ้ายเป็นห่วงน่าจะเป็นคนนู้นนะคะ” ใบหน้าหวานเพยิดไปทางห้องทำงานของสิตางค์ ที่ตอนนี้ก็มีเอกสารมากมายไม่ต่างไปจากต้องจันทร์เลย
“จริง ๆ เลยน่า สองพี่น้องคู่นี้” ทิพย์วดีถึงกับส่ายหัว
สิตางค์กับต้องจันทร์ถือว่าเป็นคู่หูที่ทำงานได้ดีที่สุดในสำนักงานทนายแห่งนี้ แน่นอนว่างานของสองคนนี้มันไม่ได้ง่าย สิตางค์เป็นทนายที่มีเปอร์เซ็นการว่าความชนะสูงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้จะยกความดีความชอบให้สิตางค์คนเดียวก็คงจะไม่ได้ เมื่อผู้ช่วยทนายฝีมือดีอย่างต้องจันทร์ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในความสำเร็จ เนื่องจากการหาข้อมูลที่ละเอียดและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
“งั้นพี่ไปทานข้าวก่อนนะ พวกเราอยากได้อะไรกันรึเปล่า”
“อะไรก็ได้ค่ะพี่ฝ้าย ของ่าย ๆ แต่อิ่มนาน ๆ”
“งานยากซะด้วยสิ”
“รบกวนด้วยนะคะ” ต้องจันทร์ยิ้มแหย ๆ
“แล้วตังค์ล่ะ อยากได้อะไรไหม” เจ้าของสำนักงานทนายหันไปถามอีกคน
“เอาเหมือนน้องต้องค่ะพี่ฝ้าย” ตอนนี้สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คืออะไรก็ได้ ที่มันกินอิ่มนาน ๆ แล้วรวดเร็ว เพราะเธอยังมีงานอีกมากที่ต้องจัดการ
“จ้า ๆ งั้นเดี๋ยวรอพี่ก่อนนะ อย่าเพิ่งน็อคกลางอากาศกันล่ะ”
“ต้องกับพี่ตังค์แข็งแรงจะตายค่ะ ไม่มีทางซะหรอก” อีกแค่นิดเดียวมันก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่สิตางค์จะขึ้นว่าความในศาลพรุ่งนี้ เธอจะต้องแน่ใจก่อนว่าทุกอย่างมันถูกต้องที่สุด เพราะครั้งนี้ผลประโยชน์ของประชาชนล้วนสำคัญ จะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด
“จ้า แข็งแรงก็แข็งแรง” ทิพย์วดียิ้มให้แล้วเดินออกไปเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน เธอเองก็เชื่อมันในฝีมือของสองคนนี้เหมือนกันว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
“พี่ตังค์คะ นี่เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานทั้งหมดว่าคุณประสิทธิ์ยักยอกเงิน แล้วก็หลีกเลี่ยงภาษีค่ะ” ต้องจันทร์เดินเอาข้อมูลการยักยอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษีของประสิทธิ์นักการเมืองใหญ่มาให้สิตางค์ได้ทบทวนข้อมูลอีกครั้ง
“ขอบใจนะน้องต้อง”
“ด้วยความยินดีค่ะ ไอ้ชั่วนั่นมันต้องได้เข้าคุกแน่นอน” เศษเดนขยะสังคมอย่างพวกมันเธอจะทำให้มันได้ลิ้มรสกับความฉิบหายของจริง ให้สมกับที่มันโกงกินบ้านเมือง
“ใช่ พี่จะลากคอมันเข้าคุกให้ได้”
สีหน้าและแววตาของสองคนเชื่อมั่นว่ามันต้องเป็นแบบนั้น ระยะเวลาหลายเดือนมานี้พวกเธอทุ่มเททั้งแรงกายในการสืบค้นข้อมูลทุกอย่าง และพวกตนก็เชื่อว่าสิ่งที่ทำมันจะสำเร็จเพราะหลักฐานทุกอย่างมันมัดตัวประสิทธิ์ไว้จนเจ้าตัวดิ้นไม่หลุดแน่นอน
หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดทุกอย่างมันก็เสร็จสิ้น ใบหน้าหวานเงยมองนาฬิกาบนผนังมันบอกเวลาสิบยี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบนาที นี่เธอทำงานจนลืมเวลาไปแล้วอย่างนั้นหรือ ต้องจันทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยืดกายเพื่อขับไล่ความเมื่อยออกไปให้หมด
“พรุ่งนี้ก็สู้ ๆ นะคะพี่ตังค์” เธอบอกพี่สาวที่เพิ่งจะปิดประตูห้องทำงานลงเมื่อครู่นี้
“ได้จ้ะ ที่ผ่านมาพี่ขอบใจต้องมากนะ พรุ่งนี้เราก็มาสู้กัน”
หนทางข้างหน้าพรุ่งนี้พวกเธอต้องทำให้ประสิทธิ์เข้าคุกไปให้ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามพวกเธอจะสู้ให้ถึงที่สุด พวกเธอจะทำให้รู้ว่า แม้ในวันที่โลกมันไม่ได้สดใสเหมือนดั่งเก่า อย่างน้อย ๆ มันก็ยังมีความยุติธรรมที่หลงเหลือเอาไว้อยู่บ้าง
ไม่มากก็น้อย...
กว่าต้องจันทร์จะลากสังขารตัวเองกลับบ้านมาได้ก็กินเวลาไปจนถึงยี่สิบสามนาฬิกา ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าประตูบ้านความเงียบเหงาและเศร้ามันก็ปะทะเข้าหา บ้านหลังนี้มันเป็นเรือนหอที่เธอได้รับเมื่อสองปีที่แล้ว มันเป็นเรือนหอที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับปราบตะวัน แต่ตั้งแต่วันนั้นมาเขาก็ไม่เคยนอนที่นี่เลยสักคืน เรียกได้ว่าตอนนี้เธอเลยเปรียบเสมือนเป็นเจ้าของบ้านคนเดียวก็ไม่ผิด
เจ้าสาวร้างรักสลัดความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไป แล้วเดินขึ้นบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อให้ตัวเองสบายที่สุด นาทีนี้เธอไม่ควรจะคิดอะไรให้มันต้องปวดหัว ลำพังแค่ทำงานก็เหนื่อยมากเพียงพอแล้ว พยายามหาความสุขให้ตัวเองซะต้องจันทร์ อย่าทุกข์ทรมานกับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าเธอเลยดีกว่า
ต้องจันทร์อาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เตียงที่เธอใช้ชีวิตมาเพียงลำพังตลอดสองปี มืออิ่มคว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าขึ้นมาก่อนจะเข้าแอปชื่อดังแล้วกดโทรออกหาคนสำคัญ
‘ฮัลโหลพี่ต้อง’ ใบหน้าต้องตะวันเด็กชายวัยสิบสองปีดีใจสุดกู่ เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของตัวเอง
“พ่อไปไหนตะวัน” พอเปิดวิดีโอมาก็ปรากฏหน้าน้องชายตัวกลมของเธอแทนจะเป็นบิดาเหมือนในทุกครั้ง
‘โถ่ ดูเวลาบ้างสิพี่ต้อง ตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว’ ต้องตะวันชวนให้พี่สาวเหลือบไปมองนาฬิกาว่าตอนนี้มันกี่โมง ‘โทรมาป่านนี้ พ่อคงอยู่รอหรอกคนแก่เขานอนไว้ รู้รึเปล่า’
“เที่ยงคืน พี่ลืมไปเลยอ่ะ”
‘ก็นั่นน่ะสิ พ่อเขานอนไปตั้งแต่สามทุ่มแล้ว’
“แล้วทำไมแกยังไม่นอน”
‘ก็ตอนนี้มันเวลาของวัยรุ่น จะให้ผมนอนได้ไง’
“แหม่ วัยรุ่น ถ้าพรุ่งนี้พ่อโทรมาบอกว่าวัยรุ่นอย่างแกงอแงร้อง ไม่อยากไปโรงเรียน พี่จะลงไปตีให้”
‘ไม่ได้กินผมหรอก ผมน่ะปิดเทอมแล้ว’ ต้องตะวันทำท่ากวนโอ้ยพี่สาว ก็ตนน่ะเพิ่งจะได้ปิดเทอมเมื่อเย็นวันนี้เอง แน่นอนว่าตอนนี้มันก็คือเวลาของวัยรุ่นจะให้นอนเร็วได้ยังไง
‘ไอ้ตะวัน คุยกับพี่สาวเราเหรอ’ เสียงของบิดาที่ตื่นเพราะได้ยิน บทสนทนาของลูกสาวลูกชาย ดังแทรกโทรศัพท์เข้ามา
‘ใช่ครับ...พี่ต้องพ่อตื่นแล้ว คุยกับพ่อนะ เดี๋ยวผมขอไปใช้เวลาวัยรุ่นซะหน่อย’
“เอ่อ ๆ” ต้องจันทร์หัวเราะกับท่าทางของน้องชายตัวเอง อยากจะเป็นซะเหลือเกินนะวัยรุ่นเนี่ย
‘ว่ายังไงต้อง เพิ่งเลิกงานเหรอลูก’
“ใช่ค่ะ เพิ่งเลิก ต้องขอโทษนะพ่อ ที่โทรไปกวนต้องลืมไปเลยว่าพ่อนอนไปแล้ว”
‘ไม่เป็นไรหรอก อยากโทรมาตอนไหนก็โทร ไอ้ตรีมันอยู่รับสายตลอดนั่นแหละ’
“แล้วนี่ร้านเป็นยังไงบ้าง ขายดีไหม” พ่อเธอกลับมาเปิดร้านขายอาหารเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ได้หักโหมเหมือนแต่ก่อนเพราะเธอบอกให้ท่านทำเท่าที่ไหว
‘ดีสิ ขายได้วันนึงก็กำไรหลายตังค์อยู่’
“แน่นะ ไม่ได้โกหกต้องใช่ไหม”
‘จะให้พ่อโกหกอะไรแกล่ะ ว่าแต่เราเถอะทำงานเป็นยังไงบ้าง’
“ก็โอเคค่ะ พรุ่งนี้จะมีขึ้นศาลอีกคดี” และแน่นอนว่าหน้าที่ของผู้ช่วยก็ต้องไปจัดเตรียมทุกอย่างไว้
‘เราเองก็อย่าหักโหมนะต้อง กินข้าวแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอด้วย’
“ได้ค่า งั้นเดี๋ยวต้องจะนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า พ่อก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะ บอกไอ้ตรีมันด้วยว่าอย่านอนดึกนัก”
‘โอเค แค่นี้แหละลูก นอนไป’
สิ้นเสียงของบิดาไปแล้ว แรงกายที่มันน้อยนิดก็เริ่มมีกำลังขึ้นมา อย่างน้อยครอบครัวเธอก็ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ พรุ่งนี้ก็เป็นอีกวัน ที่เธอจะต้องสู้ต่อ มันต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอนต้องจันทร์
บทล่าสุด
#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ ควงรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#34 บทที่ 34 ตอนพิเศษ ครั้งหนึ่ง... เราเคยพบกัน
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#33 บทที่ 33 บทส่งท้าย ตั้งใจรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#32 บทที่ 32 ล้นอก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#31 บทที่ 31 สัมผัสที่คิดถึง
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#30 บทที่ 30 ปรารถนาขอคืน
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#29 บทที่ 29 ทางออกของใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#28 บทที่ 28 ขอแค่ได้รัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#27 บทที่ 27 ฟื้นฟูหัวใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#26 บทที่ 26 ไม่มีคำว่า 'เรา'
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













