บทนำ
บท 1
วังหลวงแคว้นชิง ณ ตำหนักของสนมกุ้ยเฟยผิงเสียน
ท้องฟ้าคืนนั้นน่ากลัวเหลือเกิน อีกทั้งมีฝนตกตั้งแต่เช้า กระทั่งกลางดึกฟ้ายังรั่วไม่หยุด แต่เหนืออื่นใดตำหนักกว้างใหญ่แห่งนี้มีสิ่งสำคัญยิ่งกว่าให้วิตก ด้วยครรภ์ของกุ้ยเฟยผิงเสียนกำลังก่อปัญหาใหญ่ เหล่าหมอหลวงนับสิบชีวิตจึงมีสีหน้าเครียดจัด อีกทั้งจักรพรรดิอี้คังทรงอยู่ที่กำแพงเมืองทางทิศใต้ มีข่าวไม่สู้ดีว่าเกิดกบฏจากฝีมือเกากงกง ผู้เป็นอาของเต๋อเฟยอี้ (สนมเอกลำดับที่สามของจักรพรรดิ) มิหนำซ้ำนางยังเล่นชู้กับจ้าวเทียนฉาง น้องชายองค์จักรพรรดิ!
เรื่องนี้ส่งผลให้กุ้ยเฟยผิงเสียนวิตกหนัก จึงกระทบต่อการคลอดทารก แต่จะไม่ให้นางคิดมากได้อย่างไร ด้วยสามีนางผู้นั่งบัลลังก์แคว้นชิง อาจไม่มีชีวิตกลับมาดูหน้าลูกน้อยผู้ที่จะได้เป็นองค์รัชทายาท!
นางกำนัลที่ใกล้ชิดกุ้ยเฟยผิงเสียน นามว่าเหม่ยหลาน พยายามพูดปลอบคนใกล้คลอด ทว่ายามนี้สตรีแสนบอบบางที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกเอาแต่ส่ายหน้าไม่หยุดและหวีดร้องเสียขวัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อสามเดือนที่ผ่านมา นางเกือบสิ้นชีพเพราะลูกในท้องมาหนึ่งหน ด้วยลื่นล้มที่หอพระกลางวังหลวง สาเหตุเป็นเพราะความริษยาของเต๋อเฟยอี้ ฝ่ายนั้นไม่อาจตั้งครรภ์ท่านอ๋อง และนางคลอดองค์หญิงน้อยออกมาถึงสามพระองค์ ซึ่งทั้งหมดถูกส่งตัวออกไปอยู่นอกวังและมีชาตะชีวิตไม่สู้ดี นอกจากนั้นนางยังก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน ซึ่งล้วนเป็นเหตุให้จักรพรรดิอี้คังทรงกริ้ว ส่วนกุ้ยเฟยผิงเสียนก็เป็นที่โปรดปรานของผู้นั่งบัลลังก์มังกรมากกว่าพระสนมองค์อื่นๆ รวมถึงมเหสีที่นอนป่วยเป็นผักรอวันตาย
กุ้ยเฟยผิงเสียนเป็นหญิงงามล่มเมือง บิดาคือถานปิง เขาเป็นแม่ทัพใหญ่คุมสามเหล่าทัพ นอกจากนั้นพี่ชายทั้งสองคนยังเป็นกำลังของแผ่นดิน อีกทั้งนางมีพี่สาวที่ตบแต่งกับต่างแคว้น ตอนนี้เป็นถึงจักรพรรดินี!
เสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังสลับเสียงฟ้าผ่าหลายหน กระทั่งหมอหญิงผู้ทำคลอดต่างมีสีหน้าโล่งใจ เมื่อองค์ชายน้อยประสูติ ทว่าหลังจากเช็ดเนื้อตัวและทำความสะอาดเรียบร้อย หมอหญิงคนดังกล่าวก็ขมวดหัวคิ้วของนางเข้าหากัน พลางจ้องมององค์ชายน้อยที่รูปร่างจ้ำม่ำทั้งที่ยามนี้เขาอ้าปากกว้างคล้ายอยากส่งเสียงร้องแผดจ้า ทว่าอนิจจา ทารกน้อยอ้าปากกว้าง ร่างกายก็ดิ้นปัดไปมา แต่เสียง เสียงร้องของเขาที่แผดลั่นนั้น เหตุใดถึงฟังแล้วน่ากลัวจนชวนให้ขนหัวลุก
“โอ้ กุ้ยเฟย...”
สตรีสูงศักดิ์ที่ยังไม่ทันหายใจได้เป็นปกติด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินเสียงเรียกของนางกำนัลคนสนิท ก็ให้รู้สึกร้อนอกร้อนใจ
“เกิดสิ่งใดรึ”
“องค์ชายเพคะ องค์ชายน้อย...มีเสียงที่เอ่อ...”
เหม่ยหลานเอ่ยจบจึงอุ้มทารกน้อยมาให้คนเป็นแม่ดู ผิงเสียนมององค์ชายอย่างพินิจ และใจนางก็เต้นแรงขึ้น
“ลูกข้า... เหตุใดเขาถึงร้องเสียงน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้”
“กุ้ยเฟย อย่าเพิ่งกังวล บางทีอาจมีสิ่งใดติดอยู่ในลำคอองค์ชายก็ได้เพคะ” หมอหญิงเอ่ยจบจึงรับองค์ชายไปดู นางตรวจอยู่นาน หากไม่ปรากฏว่าเขาจะมีสิ่งใดผิดปกติ ดังนั้นใจคนเป็นแม่ถึงได้เหมือนตกอยู่ในกองไฟ
เหม่ยหลานมีสีหน้าไม่สู้ดี นางมององค์ชายแล้วนึกสังหรณ์ใจในทางร้าย กระทั่งเห็นใบหน้านางกำนัลผู้หนึ่ง ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่คุ้นตา
“นะ นั่นนางผู้นั้น จงลากตัวมันมาตรงนี้” เมื่อได้ยินเสียงตวาด คนที่ถูกชี้ตัวจึงเตรียมเผ่นหนี ทว่ากลับถูกรวบตัวเอาไว้ทัน
“ฮิๆ ๆ สายเสียแล้ว องค์ชายน้อยได้รับผงหอมเจ็ดสุสาน ชาตินี้เขาไม่มีวันพูดได้เหมือนคนทั่วไป นอกเสียจากจะได้ดูดน้ำหวานจากสตรีที่มีธาตุหยินเข้มข้น และมีเลือดของเผ่าเยว่หลางไหลเวียนอยู่ แต่อย่าคิดว่าพวกเจ้าจะหาสตรีเช่นนั้นได้ เพราะคนสุดท้ายที่สืบเชื้อสายเผ่าเยว่หลาง ถูกจักรพรรดิอี้คังสั่งตัดหัวไปเมื่อสามวันก่อน!”
เมื่อแพทย์และหมอตำแยฝ่ายในได้ยินเช่นนั้นก็ต่างตกตะลึง ‘ผงหอมเจ็ดสุสาน’ เป็นยาช่วยบำรุงครรภ์ แต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลทางร้าย
“ใครใช้เจ้ามา” กุ้ยเฟยผิงเสียนถามสตรีที่ลักลอบเข้ามาด้วยความเจ็บแค้นใจ
“ถ้ากุ้ยเฟยอยากรู้ จงตามไปถามข้าที่นรกเถิด!”
หญิงที่ปลอมตัวเป็นนางกำนัลเอ่ยจบพลันมีน้ำลายฟูมปากนาง ก่อนตามด้วยโลหิตสีดำซึ่งมีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพพุ่งจากปาก
“ลากตัวมันออกไป แล้วสืบหาความจริงมาให้ได้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” เหม่ยหลานส่งเสียงเฉียบขาด ก่อนหันไปมองที่องค์ชายน้อยและกุ้ยเฟยผิงเสียน
“ต้องมีทางรักษาองค์ชายน้อยเพคะ ขอให้กุ้ยเฟยสบายใจเถิด”
กุ้ยเฟยผิงเสียนส่ายหน้า ยามนี้นางตระหนักถึงความไม่ปลอดภัยจึงเอ่ยว่า “ลูกชายข้าจะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ไม่ได้ จงส่งสาส์นลับของข้าให้องครักษ์เสื้อแพร แล้วนำไปให้ถึงมือแม่ทัพหยางชิวอย่างเร็วที่สุด และเตรียมรถม้าพร้อมคนของข้าเดี๋ยวนี้”
“หมายความว่าอย่างไรเพคะกุ้ยเฟย”
ริมฝีปากที่ซีดเซียวของกุ้ยเฟยผิงเสียนเม้มชิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงที่ชัดแจ้งหากมั่นคง “ข้ากับองค์ชายน้อยเห็นทีจะอยู่ในวังหลวงไม่ได้ จำต้องรักษาชีวิตรอด และในภายหน้า ข้าจะให้เล่อซีกลับมาทวงบัลลังก์คืนจากพวกกบฏ!”
บทล่าสุด
#55 บทที่ 55 ฮูหยินองค์ชายใบ้
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#54 บทที่ 54 ตกใจอันใดหรือ
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#53 บทที่ 53 นายท่านคือนายท่าน
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#52 บทที่ 52 จงเชื่อใจ
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#51 บทที่ 51 ขัดขืนได้หรือไม่
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#50 บทที่ 50 หมู่บ้านช่างไม้
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#49 บทที่ 49 ไม่ได้ตาฝาด
อัปเดตล่าสุด: 12/15/2025#48 บทที่ 48 รับรองต้องพอใจ
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#47 บทที่ 47 ซ่านกระสันเหลือเกิน
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025#46 บทที่ 46 กลัวยิ่งนัก
อัปเดตล่าสุด: 12/14/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













