บทนำ
ตลอดห้าปีของการแต่งงาน “ปกรณัม” เลือกบริษัทเหนือเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เลือกภาพลักษณ์เหนือความจริง เลือกเชื่อหลักฐานที่ถูกจัดฉากมากกว่าคำพูดของภรรยา และในวันที่เธอถูกใส่ร้าย สูญเสียพ่อ ถูกทำร้ายจนเกือบเสียลูก เขาจึงเพิ่งรู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอด กำลังจะเดินออกจากชีวิตเขาไปจริง ๆ
เด็กชายตัวน้อยที่เกิดจากคืนแห่งความสิ้นหวัง กลายเป็นโซ่เส้นสุดท้ายที่ผูกหัวใจของคนสองคนไว้ด้วยกัน แต่ญาณิดาไม่ต้องการกลับไปเป็นภรรยาที่อดทนเงียบอีกต่อไป
บท 1
ตอนที่ 1
วันครบรอบที่ไม่มีความหมาย
เสียงฝนเม็ดเล็กกระทบกระจกบานสูงของห้องนอนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้าในยามเช้าถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาหม่น ทำให้แสงที่ลอดผ่านม่านผืนบางดูอ่อนจางกว่าทุกวัน
ญาณิดาลืมตาขึ้นก่อนนาฬิกาปลุกจะดังเพียงไม่กี่นาที เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้าง มองความว่างเปล่าทางด้านข้างซึ่งไม่มีร่องรอยของคนนอนอยู่มานานแล้ว ผ้าปูที่นอนอีกฝั่งเรียบตึง ไม่ต่างจากเมื่อคืนและหลายร้อยคืนที่ผ่านมา
ปกรณัมย้ายไปนอนห้องทำงานชั้นล่างตั้งแต่สองปีก่อน โดยให้เหตุผลว่าตารางงานของเขาไม่แน่นอน บางคืนต้องประชุมกับต่างประเทศจนเกือบเช้า หากเข้าออกห้องนอนกลางดึกจะรบกวนการพักผ่อนของเธอเหตุผลนั้นฟังดูมีน้ำใจอยู่ไม่น้อย หากไม่คิดถึงความจริงที่ว่าตลอดสองปี ปกรณัมไม่เคยถามเลยว่าญาณิดาต้องการนอนหลับอย่างสงบ หรืออยากตื่นขึ้นมาแล้วพบสามีอยู่ข้างกายกันแน่
หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงวันที่ซึ่งเธอจดจำได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดปฏิทิน วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเธอกับปกรณัม
ห้าปีก่อน ในวันเดียวกันนี้ ญาณิดาเคยยืนอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติหลายร้อยคน เธอจำได้ว่าตนเองตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ แต่เมื่อปกรณัมยื่นมือมารับ เขากลับกระชับมือเธอแน่นพอให้คลายความกังวล
ตอนนั้นญาณิดาเคยคิดว่า แม้การแต่งงานจะเริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใหญ่ แต่เวลาคงทำให้คนสองคนค่อย ๆ เรียนรู้กันได้ เธอไม่รู้เลยว่าเวลาห้าปีอาจทำให้คนหนึ่งรักมากขึ้น ขณะที่อีกคนกลับห่างออกไปเรื่อย ๆ จนแทบไม่เหลือแม้แต่ความเป็นสามีภรรยา
เสียงประตูห้องแต่งตัวเปิดออกทำให้ญาณิดาหลุดจากความคิด ปกรณัมเดินออกมาในชุดสูทสีเข้มพอดีตัว เนกไทเส้นเรียบถูกผูกไว้อย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่มีสิ่งใดให้ติ ชายหนุ่มอยู่ในวัยสามสิบห้าปี แต่รูปลักษณ์สุขุมและความสำเร็จในหน้าที่การงานทำให้เขาดูโดดเด่นเกินกว่าคนทั่วไป
ปกรณัมเป็นผู้ชายที่ไม่ว่าเดินเข้าไปในสถานที่ใด ผู้คนมักหันมามอง เขามีทั้งใบหน้าคมคาย รูปร่างสูงสง่า การศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และอำนาจตัดสินใจในอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
เขามีทุกอย่างพร้อมจนไม่เคยต้องเรียนรู้ว่าการสูญเสียสิ่งสำคัญไปนั้นรู้สึกอย่างไร
ญาณิดาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ใช้มือจัดเส้นผมที่ยุ่งเล็กน้อย ก่อนส่งยิ้มให้สามี
“เช้านี้คุณมีประชุมตั้งแต่กี่โมงคะ ฉันเห็นเลขาส่งเอกสารมาให้ตั้งแต่เมื่อคืนหลายชุด คุณได้นอนบ้างหรือเปล่า”
ปกรณัมหยิบข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เขาไม่ได้มองเธอทันที แต่เดินไปหยิบแฟ้มบนโต๊ะปลายเตียงแล้วเปิดตรวจความเรียบร้อย
“ผมนอนได้ประมาณสามชั่วโมง เพียงพอสำหรับวันนี้ ส่วนการประชุมเริ่มแปดโมงครึ่ง แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องเข้าไปคุยกับฝ่ายกฎหมายเรื่องสัญญาควบรวมกิจการ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด ช่วงบ่ายอาจมีนัดกับนักลงทุนเพิ่มอีกหนึ่งราย”
น้ำเสียงของเขาเป็นปกติ เรียบเฉย และเต็มไปด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับงาน เหมือนทุกเช้าที่ทั้งคู่พูดคุยกัน
ญาณิดาเงียบไปชั่วครู่ก่อนถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“แล้วเย็นนี้ล่ะคะ คุณพอจะกลับมากินอาหารที่บ้านได้ไหม ฉันอยากให้เรากลับมานั่งกินข้าวด้วยกันสักมื้อ ไม่ต้องออกไปที่ไหนก็ได้ แค่อยู่บ้านเงียบ ๆ เท่านั้น”
มือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษของปกรณัมหยุดลงเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองภรรยา คล้ายกำลังประเมินว่าคำขอนั้นมีความสำคัญมากพอให้เปลี่ยนตารางหรือไม่
“วันนี้ผมยังตอบไม่ได้ เพราะมีงานเปิดตัวโครงการกับพิมพ์พา ถ้านักลงทุนต้องการคุยต่อหลังงานเลิก ผมคงปฏิเสธไม่ได้ คุณไม่จำเป็นต้องรอ ถ้าหิวก็กินไปก่อน”
ญาณิดารู้สึกเหมือนความหวังเล็ก ๆ ถูกลมเย็นพัดดับ เธอพยายามประคองรอยยิ้มไว้ไม่ให้ดูน่าสงสารเกินไป
“ฉันไม่ได้กลัวว่าจะต้องกินข้าวช้าหรอกค่ะ เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่เราควรอยู่ด้วยกันบ้าง คุณจำได้ใช่ไหมคะว่าวันนี้เป็นวันอะไร”
ปกรณัมนิ่งไปเพียงอึดใจ ดวงตาคมกวาดมองปฏิทินบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ผมจำได้ว่าเป็นวันครบรอบแต่งงาน แต่คุณไม่ควรคาดหวังว่าผมจะยกเลิกงานสำคัญเพราะวันที่ในปฏิทิน วันครบรอบสามารถกินอาหารย้อนหลังได้ ไม่ได้มีผลอะไรต่อชีวิตจริง”
ญาณิดาก้มมองมือของตนเอง นิ้วเรียวกำผ้าห่มแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แม้จะเตรียมใจไว้แล้วว่าปกรณัมอาจจำไม่ได้ แต่การที่เขาจำได้และยังเลือกมองข้ามกลับทำให้เจ็บปวดกว่าเดิม
“สำหรับคุณอาจเป็นแค่วันที่ในปฏิทิน แต่สำหรับฉันมันเป็นวันที่เราเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน ฉันไม่ได้ขอให้คุณหยุดทำงานทั้งวัน เพียงอยากให้คุณกลับมากินอาหารด้วยกันสักหนึ่งชั่วโมง เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราแทบไม่ได้พูดกันเกินวันละสิบประโยคด้วยซ้ำ”
ญาณิดาพูดออกไปอย่างใจเย็น เธอไม่ต้องการให้บทสนทนากลายเป็นการทะเลาะ เพราะทุกครั้งที่อารมณ์ของเธอเริ่มสั่นไหว ปกรณัมมักสรุปว่าเธอกำลังใช้อารมณ์กับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล
ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงแล้วมองเธอเต็มตา สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความรำคาญชัดเจน แต่แววตาเย็นชานั้นทำให้ญาณิดารู้ว่าเขากำลังมองคำร้องขอของเธอเป็นภาระอีกอย่างหนึ่ง
“ญาณิดา ผมอยากให้คุณเข้าใจว่าชีวิตของผมไม่ได้มีเพียงเรื่องในบ้าน พนักงานหลายพันคนกำลังรอการตัดสินใจจากผม การควบรวมครั้งนี้มีมูลค่ามากพอจะเปลี่ยนทิศทางบริษัทไปอีกหลายปี ผมไม่สามารถบอกทุกคนว่าขอตัวกลับบ้านเพราะภรรยาอยากฉลองวันครบรอบได้”
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณทอดทิ้งหน้าที่ค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าระหว่างงานทั้งหมด คุณยังเห็นว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณอยู่หรือเปล่า”คำถามนั้นทำให้ห้องนอนเงียบลง
ญาณิดาเงยหน้าสบตาสามี เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่แววตาสั่นไหวอย่างคนที่ต้องใช้ความกล้ามากเพียงใดจึงจะถามออกไปได้
ปกรณัมมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ เบา ๆ
“คุณเป็นภรรยาของผม มีบ้านอยู่ มีคนดูแล มีเงินใช้โดยไม่ต้องกังวล ผมไม่เคยทำให้คุณขาดอะไร และไม่เคยสร้างเรื่องเสียหายให้คุณต้องอับอาย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณจึงต้องตั้งคำถามเหมือนผมไม่เคยรับผิดชอบชีวิตคุณ”คำตอบของเขาเหมือนกำแพงหนาที่ตั้งขวางระหว่างคนสองคน
เขาพูดถึงบ้าน เงิน ความสะดวกสบาย และหน้าที่ของสามีในแบบที่ตนเองเข้าใจ แต่ไม่เคยพูดถึงความรัก ไม่เคยพูดถึงความห่วงใย และไม่เคยถามว่าญาณิดาต้องการสิ่งเหล่านั้นจริงหรือไม่
หญิงสาวกลืนความขมขื่นลงคอ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเบากว่าเดิม
“ฉันรู้ว่าคุณให้ฉันหลายอย่าง และฉันไม่เคยคิดว่าเป็นสิ่งที่คุณต้องทำโดยไม่มีค่า แต่บางครั้งฉันก็อยากได้เวลาของคุณบ้าง อยากให้คุณกลับมาถามว่าฉันเป็นอย่างไร หรืออย่างน้อยรับฟังเวลาฉันมีเรื่องอยากพูด ไม่ใช่เพียงจัดการทุกอย่างด้วยเงินแล้วคิดว่าปัญหาจบลง”
ปกรณัมขมวดคิ้วเล็กน้อย“คุณมีปัญหาอะไรอีกหรือ”
ญาณิดาเงียบไป เมื่อคืนประจำเดือนของเธอขาดเป็นสัปดาห์ที่สาม อาการคลื่นไส้และเวียนศีรษะเกิดขึ้นบ่อยจนเริ่มมั่นใจว่าอาจมีอีกหนึ่งชีวิตกำลังก่อกำเนิดขึ้นภายในร่างกาย เธอซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาแล้ว แต่ยังไม่กล้าใช้ เพราะอยากรอให้เช้านี้ได้พูดคุยกับปกรณัมเสียก่อน หากผลตรวจเป็นจริง เธออยากบอกข่าวนั้นกับเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่พูดแทรกระหว่างที่เขากำลังดูนาฬิกาและรอเดินออกจากบ้าน
“ฉันมีเรื่องสำคัญอยากบอกค่ะ แต่ถ้าคุณรีบ เราค่อยพูดกันเย็นนี้ก็ได้”
ญาณิดายังไม่ทันพูดจบ เสียงโทรศัพท์ของปกรณัมก็ดังขึ้น ชื่อพิมพ์พาปรากฏบนหน้าจอ เขารับสายแทบจะทันที
“ว่าอย่างไร”น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ถึงกับอ่อนโยน แต่มีความตั้งใจฟังมากกว่าตอนพูดกับเธอ
บทล่าสุด
#104 บทที่ 104 ตอนที่104 รายงานการเงิน
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#103 บทที่ 103 ตอนที่103 ไม่ใช่เพราะลูกเรียกร้อง
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#102 บทที่ 102 ตอนที่102 ยังไม่ได้ถาม
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#101 บทที่ 101 ตอนที่101 พูดทั้งน้ำตา
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#100 บทที่ 100 ตอนที่100 ทำหน้าเหมือนชีวิตขาดความหมาย
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#99 บทที่ 99 ตอนที่ 99 บ้านที่หัวใจเลือกกลับมา
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#98 บทที่ 98 ตอนที่98 บ้านนี้เสียงดี
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#97 บทที่ 97 ตอนที่97 รออยู่ตรงนั้น
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#96 บทที่ 96 ตอนที่96 หัวใจแม่
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#95 บทที่ 95 ตอนที่95 นักไกล่เกลี่ย
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กลรักเมียแต่ง
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต













