บทนำ
เขาตื่นมาพร้อมความว่างเปล่า... จำอะไรไม่ได้แม้แต่หน้าผู้หญิงที่นอนด้วย
ส่วนเธอตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ฝังใจ... และ 'หนึ่งชีวิต' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์
เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด ยลลดาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมโซ่ทองคล้องใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เพลิงกัลป์แทบคลั่ง ทว่าสามปีต่อมา... โชคชะตากลับเหวี่ยง 'เครื่องจักรทำงาน' คนเดิมให้มาอยู่ตรงหน้า พร้อมเด็กหญิงตัวจิ๋วที่มีดวงตาคมกริบเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว
บท 1
ท้องฟ้าเหนือมหานครกรุงเทพฯ ในเช้ามืดวันนี้ถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นของกลุ่มเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ลมพัดแรงปะทะกระจกนิรภัยของอาคารสำนักงานระฟ้าใจกลางย่านสุขุมวิท เสียงหวีดหวิวของลมที่ลอดผ่านซอกตึกทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกธรรมชาติให้แก่ ยลลดา หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการส่วนตัวของประธานบริหารบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เธอมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเริ่มงานเกือบหนึ่งชั่วโมงเสมอจนเป็นกิจวัตรที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจดจำได้ดี
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กว้างขวางปูด้วยพรมทอหนานุ่มสีเทาควันบุหรี่ ยลลดาขยับตัวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางความเงียบสงบ แสงไฟวอร์มไวท์จากโคมไฟตั้งโต๊ะดิไซน์หรูส่องสว่างเพียงจุดเดียวบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มที่สั่งทำพิเศษ เธอเริ่มกิจกรรมยามเช้าด้วยการจัดเตรียมกาแฟดำ กลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พิเศษจากเอธิโอเปียเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ
ยลลดาประคองแก้วพอร์ซเลนเนื้อดีวางลงบนแผ่นรองหนังอย่างบรรจง เธอรู้ดีว่า เพลิงกัลป์ เจ้านายของเธอนั้นเป็นพวกนิยมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) ขนาดไหน กาแฟต้องไม่ใส่น้ำตาลแม้แต่เกล็ดเดียว อุณหภูมิขณะเสิร์ฟต้องอยู่ที่ 65 องศาเซลเซียสเพื่อรสสัมผัสที่ดีที่สุด เธอจัดวางปากกาหมึกซึมยี่ห้อ Montblanc ไว้ที่มุมบนขวาของแฟ้มเอกสารเร่งด่วน ทำมุมเอียง 45 องศาพอดีเป๊ะกับขอบโต๊ะ เพราะเขามักจะหยิบมันขึ้นมาเซ็นเป็นสิ่งแรกหลังจากจิบกาแฟอึกแรก
"เรียบร้อย..." เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเองพลางจัดขอบเอกสารให้ตรงเป๊ะชนิดที่ไม้บรรทัดยังต้องอาย
ก่อนจะถอยออกมาสำรวจความเรียบร้อยรอบสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสุภาพดูนิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับฉายแวววูบไหวเมื่อมองไปยังเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่ว่างเปล่า เธอไม่ใช่แค่เลขานุการที่ทำงานตามหน้าที่ แต่เธอคือเลขานุการที่อุทิศทั้งหัวใจให้กับเจ้าของเก้าอี้ตัวนั้น
เสียงลิฟต์ส่วนตัวดัง "ติ๊ง" บอกสัญญาณการมาถึงของใครบางคน ยลลดาขยับสูทสีเบจของเธอให้เข้าที่ ยืนตัวตรงในท่าทางสง่างาม ประตูห้องทำงานถูกผลักออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นสม่ำเสมอ กลิ่นน้ำหอมแนว Woody แฝงความเย็นชาของโชยมาปะทะจมูกยลลดาในทันที
"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน" เธอเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ตามมารยาท
เพลิงกัลป์ไม่แม้แต่จะพยักหน้าตอบรับ เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน วางกระเป๋าเอกสารลงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หนังอย่างมั่นคง สายตาคมกริบจ้องมองตรงไปที่กองเอกสารทันทีเหมือนมองผ่านร่างของเธอไป
"ตารางงานวันนี้มีอะไรบ้าง ยลลดา" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจถามขึ้นขณะที่มือหนาหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ
"เช้านี้ท่านประธานมีประชุมสรุปงบประมาณไตรมาสที่สองตอนสิบโมงค่ะ ช่วงบ่ายโมงมีนัดทานข้าวกับตัวแทนจากสิงคโปร์ที่ห้องอาหารโรงแรมฝั่งตรงข้าม และตอนสี่โมงเย็นมีตรวจเยี่ยมไซต์งานก่อสร้างที่นนทบุรีค่ะ" ยลลดารายงานอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องดูสมุดจด
"นัดกับตัวแทนจากสิงคโปร์เลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ ผมต้องการเวลาดูรายงานไซต์งานนนทบุรีมากกว่านี้" เขาสั่งการเสียงเข้มในลำคอพลางวางแก้วกาแฟลง
"แล้วทำไมปากกาไม่อยู่ที่เดิม ผมบอกแล้วว่าต้องวางแนวราบ..."
ยลลดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเห็นว่าปากกาที่เธออุตส่าห์จัดวางอย่างดีถูกลมจากเครื่องปรับอากาศพัดจนเคลื่อนตำแหน่งไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"ขออภัยค่ะ ดิฉันจะระวังให้มากกว่านี้" เธอก้าวเข้าไปจัดปากกาให้ตรงตามความต้องการของเขาอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่มือของเธออยู่ใกล้กับมือหนาของเขา ยลลดาแทบจะหยุดหายใจ ความร้อนจากผิวสัมผัสที่ไม่ได้ถูกต้องกันจริง ๆ แต่กลับทำให้ใจเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
"ไปทำงานของคุณได้แล้ว" เขาตัดบทโดยไม่มองหน้าเธอเลยสักนิด
ยลลดาพยักหน้าและถอยฉากออกมาอย่างเงียบเชียบ แต่เมื่อถึงประตูห้อง เธอหยุดกะทันหัน ลอบมองเงาสะท้อนของเพลิงกัลป์ในกระจกใสที่กรุผนังด้านหนึ่ง ในเงานั้นเขาดูโดดเดี่ยวแต่ทรงพลัง แผ่นหลังที่ตั้งตรงของเขาดูแบกรับทุกอย่างเอาไว้ ยลลดาจ้องมองเงานั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอาวรณ์ที่ปิดบังไว้ไม่มิด... สายตาที่เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันมองย้อนกลับมาเห็น
ความเฉยชาของเพลิงกัลป์เปรียบเสมือนกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ทว่าสำหรับยลลดา กำแพงนี้มีรอยร้าวที่เธอใช้เป็นช่องทางมองกลับไปสู่อดีต...
อดีตที่เขาจำไม่ได้ แต่เธอไม่เคยลืม
เมื่อเจ็ดปีก่อน ในรั้วมหาวิทยาลัยอันกว้างขวาง บ่ายวันหนึ่งที่พายุฝนฤดูร้อนกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ยลลดาในชุดนิสิตปีหนึ่งที่ตัวเล็กและดูบอบบาง ยืนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ตึกคณะที่เริ่มมืดมัวเพราะแสงอาทิตย์ถูกเมฆบังจนหมด เธอเพิ่งทำแฟ้มเอกสารสำคัญสำหรับขอทุนการศึกษาหล่นลงในร่องระบายน้ำ น้ำตาแห่งความตกใจและสิ้นหวังเอ่อล้นออกมาคลอหน่วยตา
"ร้องไห้ไปมันก็ไม่ช่วยให้เอกสารแห้งหรอกนะ" เสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นอย่างประหลาดดังขึ้นเหนือหัว
ยลลดาเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตา เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสุดท้ายที่ดูสะอาดสะอ้านและภูมิฐานกว่าใครเพื่อน เขาคือ 'เพลิงกัลป์' รุ่นพี่ปีสี่ที่เป็นประธานสโมสรนักศึกษาที่ใคร ๆ ต่างก็ยำเกรง
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#40 บทที่ 40 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#39 บทที่ 39 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#38 บทที่ 38 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#37 บทที่ 37 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#36 บทที่ 36 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#35 บทที่ 35 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#34 บทที่ 34 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#33 บทที่ 33 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026#32 บทที่ 32 -
อัปเดตล่าสุด: 7/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”













