บทนำ
บท 1
สองเดือนที่แล้ว
เสียงเฮลั่นกลางท้องสนามฟุตบอลของมหาลัย เมื่อชายหนุ่มร่างสูงที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลของคณะทำประตูแซงหน้าคู่แข่งไปอย่างสวยงาม พอดีกับเป็นช่วงหมดเวลาแข่งขัน ทำเอากองเชียร์ที่มาเชียร์ต่างปรบมือกรีดร้องกันยกใหญ่ ไม่ต่างจาก มาย เด็กหนุ่มปีที่หนึ่งที่มาดูเหมือนกัน
"ไอ้มายดูพี่วาคีนสิ แม่งโคตรเท่เลยว่ะ"
น้ำเสียงที่ดีใจเหลือล้นของเพื่อนที่มาร่วมเชียร์ นทีเพื่อนสนิทของมายพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ท้องสนามที่มีชายหนุ่มตัวสูงกว่าร้อยแปดสิบสองกำลังยืนอยู่
"ใช่"
ประโยคสั้นๆ ที่ มายพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม นทีรู้ดีว่าเพื่อนของตัวเองมีใจให้รุ่นพี่ปีสี่ ถึงแม้จะบอกเลิกคนรักเก่าไปไม่กี่อาทิตย์ แต่มายก็เหมือนคนกำลังมีความรักใหม่ ใบหน้าแววตาดูมีความสุข ยิ่งทุกครั้งที่มองวาคีน แววตาคู่นั้นยิ่งเปร่งประกายจนเห็นได้ชัด
"มาแล้ว มาแล้ว เขาออกจากสนามแล้ว"
เสียงผู้คนที่มานั่งเชียร์ต่างพูดกันเสียงดังลั่น มาย มองไปที่คนตัวสูงที่กำลังเดินออกมา พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า จนกระทั่ง ชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้นเดินมาถึงขอบสนามแล้วตรงดิ่งมาที่คนที่นั่งมองพร้อมคำพูด
"พี่นึกว่า มายจะไม่มาเชียร์ ซะแล้ว ขอบคุณนะครับที่มา"
เมื่อพูดแล้วก็ส่งรอยยิ้มแสนหวานให้ ทุกคนที่นั่งอยู่รอบข้างแม้จะแอบอิจฉาอยู่บ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะวาคีนไม่ได้ชอบผู้หญิง อีกอย่างคนที่รู้จักวาคีนต่างรู้ดีว่าเขาชอบเด็กสเปกแบบไหน
หากจะเท้าความ วาคีนเขาเป็นหลานเจ้าสัวฐานะทางบ้านค่อนข้างร่ำรวย อีกอย่างกิจการค้าขายของที่บ้านก็ใหญ่โตพอควร ใครที่รู้จักหรือเป็นรุ่นน้องที่สนิทสนมส่วนมากจะเรียกว่าเฮียคีน ผิดกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เขาพึ่งจีบ มายไม่ได้เรียกเหมือนที่คนอื่นเรียกเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่ถึงขั้นที่ต้องเรียกเฮีย อีกทั้งตอนนี้เขาและวาคีนยังไม่ได้ตกลงปลงใจที่จะเป็นแฟนกันแบบจริงจัง ถึงแม้ว่ามายจะเลิกกับแฟนหนุ่มรุ่นเดียวกันไปก่อนหน้าแล้วก็ตาม ทว่าความไว้เนื้อเชื่อใจก็ยังมีไม่มากเนื่องจาก วาคีนเองเป็นคนหน้าตาดี อีกอย่างการเปลี่ยนแฟนของรุ่นพี่ก็บ่อยเท่ากับรองเท้าก็ว่าได้
มายยังคงนิ่งทำเพียงแค่รอยยิ้มให้รุ่นพี่เป็นบางครั้ง ส่วนวาคีนเหมือนจะอยากฟังเสียงของอีกคน ไม่เพียงแค่มอง เมื่อชายหนุ่มรุ่นน้องหลบตา วาคีนก็พยายามมองตา ส่องมองที่หน้าเนียนใสนั้น พลางยิ้มหวานไม่ขาด จนมายเองต้องพูดขึ้นบ้าง
"สมมติว่า มายไม่มาเชียร์ละ พี่จะทำยังไง"
"พี่คง ไม่ชนะมั่ง ไม่มีกำลังใจ"
พูดแล้วก็ทำท่าเหมือนจะเศร้า สายตาที่หมองลงพร้อมกับงุดหน้าลงเล็กน้อย ทำเอามายต้องยิ้มหวานขึ้น ส่วนคนที่นั่งข้างอย่างนที ถึงกับต้องเบ้ปาก เมื่อรู้สึกว่าความหวานของทั้งสองเริ่มแผ่ไปทั่วบริเวณ อีกทั้งวาคีนเองก็มอง มาย อย่างกับคนคลั่งรัก ทั้งมองทั้งยิ้ม ส่วนคนที่ถูกมอง ยิ่งทำตัวไม่ถูก มายเขินจนหน้าขาวแดงระเรื่อขึ้นราวกับมีเลือดฝาด วาคีนยิ่งรุกหนักเข้าไปอีก
"ในเมื่อพี่ชนะแล้ว เย็นนี้คงต้องมีรางวัลกันหน่อยนะ"
"รางวัลหรือครับ พี่อยากได้อะไร ถ้าซื้อไหว ผมก็ซื้อให้ได้"
"เรื่องสิ่งของคงไม่จำเป็นละมั้ง เพราะพี่น่าจะซื้อเองไหว มายน่าจะรู้นะครับว่าพี่อยากได้อะไร"
พอวาคีนพูดแบบนั้นคนที่นั่งอยู่ถึงกับยิ้มขึ้น ส่วนนทีที่ได้ยินเขาเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนมาอยู่เป็นพยานรักให้คนทั้งสอง อีกอย่างรู้สึกว่าตัวเองเป็นอากาศ เมื่อรู้สึกแบบนั้นปากก็บอกขึ้นทันที
"มายงั้นกูไปนั่งรอข้างหลังนะ ... ไปก่อนนะครับพี่วาคีน"
นทีหันมาบอกเพื่อนก่อนที่จะหันไปบอกชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนสบตาเพื่อนของตน วาคีนหันมาพยักหน้า แล้วนที ก็เดินจากไป ปล่อยให้ทั้งสองใช้สายตาเป็นสื่อของหัวใจ ร่างสูงจ้องมองใบหน้าเนียนของรุ่นน้องอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าใบหน้าของตนมีอะไรที่รุ่นพี่ต้องมองนักหนา จนกระทั่งมายต้องพูดขึ้นก่อน
"พี่วาคีนเล่นมองผมแบบนี้ผมเขินแย่นะสิ"
"แล้วสรุป พี่จะได้รางวัลหรือเปล่าละ"
เหมือนกับต้อนกระต่ายน้อยให้จนมุม ร่างเล็กที่นั่งอยู่ยิ่งหายใจติดขัด เมื่อถูกทวงของรางวัล ในใจมันรู้ดีว่า รางวัลที่รุ่นพี่อยากได้มันไม่ใช่สิ่งของแต่มันเป็นเรือนร่างของตัวเองต่างหาก มายเม้มปากอิ่มเข้าหากันจนแน่น ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังเอือกใหญ่อยู่หลายครั้งเมื่อนึกถึงสิ่งที่รุ่นพี่ต้องการ
"เอาเป็นว่า ผมยังไม่ให้คำตอบได้ไหม"
"มาย พี่จริงใจกับมายขนาดนี้ ยังไม่เชื่อใจกันอีกเหรอครับ พี่เสียใจนะ อีกอย่างมายไม่มีใครแล้ว ไม่ใช่หรือไง ทำไมยังให้พี่รออีกละ มายจะไม่ใจดำกับพี่ไปหน่อยเหรอ"
ไม่เพียงแค่คำพูดที่ดูน่าสงสาร แววตา ใบหน้าที่สื่อออกมายิ่งทำให้มายแอบใจอ่อน วาคีนยิ่งรู้ว่ารุ่นน้องเองก็มีใจ เหตุไหนวาคีนต้องยอมรอ อีกอย่างวันนี้ถือว่าเป็นวันดีแล้วที่ตัวเองต้องขอให้มายยอมตกลงสักที วาคีนกระชับเท้ามาใกล้คนที่นั่งนิ่งก่อนที่ตัวเองจะทรุดเข่าลงอีกข้างแล้วพูดเสียงอ่อนหวาน
"จะเป็นแฟนพี่ได้หรือยังครับ พี่รักมายนะ"
เพียงเท่านั้น มายหนุ่มน้อยปีหนึ่งถึงกลับไปไม่เป็นรู้ดีเต็มอกว่าไม่มีทางปฏิเสธเขาได้ เพราะหัวใจทั้งสี่ห้องให้เขาไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่เข้ามาและได้เจอรุ่นพี่เขายอมให้เพื่อนตราหน้าว่าเลว ที่บอกเลิกแฟนที่คบมาก่อนหน้า แต่จะทำไงได้ ความรักมันอยู่เหนือเหตุผลไปแล้ว
มายงุดหน้าต่ำลงเล็กน้อยพวงแก้มนวลทั้งสองเห่อร้อนแดงระเรื่อเพิ่มขึ้น รอยยิ้มแสนหวานก็เผยแย้มออกพอได้เห็น วาคีนก้มลงส่องไปที่ใบหน้าเนียนใสแล้วยิ้มหวานให้คนตรงหน้า พร้อมมือหนา ที่เอื้อมมาจับมือทั้งสองที่วางอยู่หน้าตัก มายค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตา วาคีนก็พูดขึ้นอีก
"มายครับ พี่รอคำตอบอยู่นะ"
เสียงอ่อนหวานของชายหนุ่มเหมือนจะเร่งรัดเอาคำตอบของมายให้ได้ ส่วนเจ้าตัวเล็กกว่าที่มองหน้าทำตาปริบๆอยู่นั้น เหมือนจะจนมุม
"ถ้าเกิดผมตกลงกับพี่วันนี้ อนาคตผมต้องเสียใจไหม"
"พี่สัญญา พี่จะรักมายคนเดียว!!"
คำสัญญาที่วาคีนมีให้มายเหมือนเครื่องหยึดเหนียวจิตใจได้ดี คนฟังก็ยิ้มจนแก้มปริ ที่ได้ยินคำนี้ วาคีนที่เอื้อมมือมาจับที่มือของรุ่นน้อง เขายกมือขึ้นมาจูบเบาๆพร้อมเงยขึ้นมาจ้องที่หน้าขาวของอีกคน ส่วนมายนาทีนี้หัวใจดวงน้อยที่ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อกายหยาบรู้สึกว่ามันจะเต้นแรงจนผิดจังหวะ
"ไปอยู่กับพี่นะ!" เป็นคำชวนที่แสนง่ายก็ว่าได้ แต่ดูท่าคนที่นั่งอยู่จะคล้อยตามอย่างไม่ขัดสักนิด มายเงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตาไปที่ตาคมคู่นั้น ก่อนจะพยักหน้าเบาๆรับคำชวนนั้นอย่างว่าง่าย
"ครับ"
นับจากที่วาคีนชวนน้องมาอยู่ที่คอนโดด้วยในวันนั้น มายที่เคยอยู่ร่วมห้องกับนที ก็ได้ย้ายออกจากเพื่อนรัก เพื่อที่จะมาอยู่กับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้นับเวลาแล้วร่วมสองเดือนเห็นจะได้ ความรักที่ก่อเกิดขึ้นมานั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปสักนิด มีบ้างที่ทะเลาะ ซึ่งมันก็เป็นปกติของคนที่เป็นแฟนกัน
ปัจจุบัน
"อื้ม พี่วาคีนพอได้แล้วผมมีเรียนเช้านะ"
เสียงประท้วงของคนตัวเล็กกว่าวาคีนที่นอนเปลือยเปล่าใต้ร่างหนา โดยมีจมูกโด่งรั้นคลอเคลียที่ใบหนาขาวอยู่แบบนั้น
"บอกให้เรียกว่า เฮียคีนสอนไม่จำเลย แบบนี้จะโดนลงโทษนะ"
"เรียกก็ได้ครับ เฮียคีน พอได้แล้ว ผมมีเรียนเช้านะลุกออกไปเลย" คนที่นอนทับร่างของมายไม่ยอมลุกขึ้นมาด้วยซ้ำแม้ว่าจะโดนดุโดนว่าก็ตามเหมือนว่าร่างนั้นยังคงดื้อรั้นไม่ยอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ
"อีกรอบได้ไหม ชดเชยที่เมื่อวานขัดใจเฮีย ไปคุยกับเพื่อนผู้ชาย"
"นั้นมันเพื่อนผมที่ต้องทำรายงานด้วยกันนะ"
"แล้วไง เฮียไม่ชอบให้มายไปใกล้คนอื่นสักนิด" จมูกโด่งของคนตัวสูงกดลงที่ซอกคอของชายหนุ่มรุ่นน้อง จนรู้สึกสยิวขึ้น
"อื้ม เฮีย" การเล้าโลมที่เกิดขึ้น เหมือนจะทำให้อีกคนที่เร่งรีบลืมช่วงเวลานั้นไป ทว่ามายก็ยังคงคิดเรื่องการเรียนที่จะเกิดขึ้นเบื้องหน้า ก่อนที่หนุ่มน้อยจะผลักวาคีนให้ล้มไปนอนข้างๆก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม
"ผมไม่ให้แล้ว สายแล้วครับ" น้ำเสียงที่เน้นหนักเมื่ออีกคนเหมือนจะไม่ยอมปล่อย มายมองดูเวลาที่หน้าจอมือถือแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวในเวลาที่กระชั้นชิด เมื่อแต่งตัวเสร็จก็หันมามองรุ่นพี่ที่ยังนอนขดอยู่ เพราะเขามีเรียนสาย
"เฮียไปส่งหน่อย สายแล้ว"
"หือ ไปเองได้ไหมเฮียเพลีย" ทั้งๆที่ก่อนหน้ายังตื่นตัวอยู่เลย พอมายจะให้ไปส่งเท่านั้น วาคีนถึงกับคลุมโปงแถมบอกว่าเพลียอีกต่างหาก
"เฮียคีน นิสัยไม่ดีเลย รั้งคนอื่นไว้ ตัวเองไม่รับผิดชอบ" มายยืนต่อว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงสนทนากลับมา แถมยังได้ยินเสียงกรนออกมาเพียงเล็กน้อยอีก ไม่รู้จะว่าอะไรได้ ในเมื่ออีกคนไม่ยอมลุกไม่ยอมไปส่ง ดังนั้นทางเดียวที่จะไปถึงเร็วที่สุดคงไม่พ้นนั่งวินมอไซค์ไป
บทล่าสุด
#78 บทที่ 78 บทที่78ตอนพิเศษ ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#77 บทที่ 77 บทที่77
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#76 บทที่ 76 บทที่76
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#75 บทที่ 75 บทที่75
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#74 บทที่ 74 บทที่74
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#73 บทที่ 73 บทที่73
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#72 บทที่ 72 บทที่72
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#71 บทที่ 71 บทที่71
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#70 บทที่ 70 บทที่70
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#69 บทที่ 69 บทที่69
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













