รักหมดใจยัยสุดเฉิ่ม

รักหมดใจยัยสุดเฉิ่ม

sopa162504 · เสร็จสิ้น · 118.1k คำ

250
ยอดนิยม
251
การดู
3
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

เมื่อเฮดว๊ากสุดโหดของวิศวะ ค้นพบความลับของยายเฉิ่มที่เป็นคู่กัดตนเองเข้าโดยบังเอิญ จึงนำมาเป็นข้ออ้าง พอได้ใกล้ชิดกลับเป็นเขาที่หวั่นไหว

บท 1

บทที่ 1

ญาณิน

ท่ามกลางความเงียบสงบในยามเช้า อยู่ ๆ เสียงกดกริ่งก็พลันดังสวนขึ้นมาจนสามารถดึงความสนใจของแม่บ้านที่กำลังทำสวนในยามเช้า เธอเดินออกมาหาเพื่อดูว่าใครคือต้นเสียงดังกล่าว ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษไปรษณีย์ที่ยืนรอตรงตู้จดหมายที่อยู่หน้ารั้ว

“จดหมายมาส่งครับ ผมเห็นว่าเป็นมีเอกสารสำคัญด้วยเลยไม่กล้าเหน็บไว้ นี่ครับ” บุรุษไปรษณีย์คนนั้นเอ่ยบอกหญิงสาววัยกลางคนก่อนจะยืนซองเอกสารที่ว่าให้กับอีกฝ่ายหลังจากที่พูดจบอย่างรวดเร็ว

วินาทีนั้นเธอรับจดหมายปึกใหญ่ ๆ มาไว้ในมือ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นชื่อจริงและนามสกุลจริงของคุณหนูปรากฏอยู่บนจดหมายที่บุรุษไปรษณีย์บอกเอาไว้ว่าสำคัญเป็นอย่างมาก

“ขอบใจจ้ะ” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งปิดประตู หลังจากนั้นก็รีบสาวเท้าเดินกลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังโต เพื่อส่งมอบจดหมายฉบับดังกล่าวให้กับผู้เป็นเจ้าของ

แต่ในขณะที่กำลังจะสาวเท้าเดินขึ้นไปชั้นบน อยู่ ๆ เสียงเรียกของคุณผู้หญิงก็พลันดังสวนขึ้นมาจนเธอชะงักงัน แล้วให้ความสนใจไปยังอีกฝ่ายแทบจะทันที

“ทิพย์ นั่นจดหมายใครเหรอ?” ผู้เป็นนายเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเบนสายตามองไปยังจดหมายในมือของทิพย์

“มีเยอะเลยค่ะคุณผู้หญิง แต่เห็นว่ามีเอกสารสำคัญส่งมาถึงคุณหนู ทิพย์ว่าจะเอาขึ้นไปให้บนห้องน่ะค่ะ” 

“จดหมายสำคัญอะไร เอามาให้ฉันดูหน่อย”

“นี่ค่ะคุณผู้หญิง” เธอยื่นจดหมายให้กับคุณหญิงอร แล้วจึงค่อย ๆ ถอยหลังออกมาอย่างมีมารยาท

สายตาทั้งสองคู่ไล่อ่านข้อความบนเอกสารแผ่นนั้นด้วยความตั้งใจ ก่อนจะรับรู้ถึงเรื่องราวของลูกสาว ที่เธอไม่เคยได้รับรู้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ญาณิน ก็ปรากฏตัวขึ้น เธอเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายราวกับว่าไม่มีเป้าหมายอะไรในชีวิต อยู่ใต้อาณัติของพ่อกับแม่ไปวัน ๆ เท่านั้น

ทว่าในเวลานั้นเธอไม่ได้ทันสังเกตเห็นว่าผู้เป็นแม่กำลังถือวิสาสะอ่านเอกสารสำคัญของเธออยู่ จึงเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะอาหาร เพื่อดูว่าเช้านี้ ป้าทิพย์เตรียมอะไรไว้ให้เธอบ้าง

“ยายณิน นี่มันอะไร?” คุณหญิงอรเอ่ยถามพร้อมกับยื่นเอกสารแผ่นนั้นไปหยุดอยู่ตรงหน้าของลูกสาว และต้องการให้เธออธิบายขยายความกับเรื่องราวนี้ให้กระจ่าง

“แม่หมายถึงอะไรคะ ณินไม่เข้าใจ”

“เอกสารนี้เป็นขอลูกไม่ใช่หรือไง จะสอบเข้าสถาปัตย์เนี่ยนะ คิดดีแล้วเหรอ?”

“ว่ายังไงนะ นี่ลูกจะเข้าคณะสถาปัตย์เหรอ”

ในเวลาเดียวกันอยู่ ๆ ผู้เป็นพ่อก็ดันเดินลงมาจากชั้นบน ได้ยินบทสนทนาของแม่ลูกเข้าได้อย่างพอดิบพอดี ซึ่งเขาเองก็มีความเห็นเช่นเดียวกันกับภรรยา จึงรีบเอ่ยประโยคสมทบเธอในทันที 

ทว่าทั้งหมดทั้งมวลนั่นก็เพราะว่าพวกท่านต่างก็เป็นห่วงลูกสาว ถึงขนาดแค่เห็นคณะที่ญาณินเลือกเรียนด้วยตัวเองก็ตัดสินกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่าเธอไม่มีทางเรียนไหวเป็นแน่

“ไหวไม่ไหวมันก็เป็นเรื่องของอนาคตนี่คะ พ่อกับแม่จะมากดดันณินเพื่ออะไร อีกอย่างทางของณิน ณินจะเลือกเอง”

หญิงสาวโต้กลับด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ญาณินเพียงแค่ไม่ชอบให้พ่อกับแม่ของเธอเป็นแบบนี้...ก็เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเธอพยายามทำตามคำสั่งของพวกท่านมาโดยตลอด แต่มันก็พิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเธอไม่เคยมีความสุขกับสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้เลยสักนิดเดียว

“พ่อว่าลูกไม่ไหวหรอก เลือกคณะที่มันเรียนง่าย ๆ จะดีกว่า อย่าทำอะไรที่มันเกินตัวจนเกินไป ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งไม่ไหวขึ้นมา มันจะเสียเวลาเอาเปล่า ๆ นะ” คำพูดดังกล่าวส่งผลให้ญาณินถึงกับหยุดชะงักอยู่กับที่ แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปที่พ่อของเธอแทบจะทันที

“พรุ่งนี้ณินย้ายไปอยู่หอ ส่วนเรื่องเรียนให้มันเป็นเรื่องของอนาคตนะคะ ได้ไม่ได้ ณินก็ไม่เสียใจหรอก เพราะณินเลือกมันเอง ขอตัวขึ้นไปเก็บของก่อนนะคะ”

“ลูกจะไปได้ยังไง กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเดี๋ยวนี้เลยนะ ยายณิน!!” เมื่อเห็นว่าลูกสาวเดินกลับขึ้นไป ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ตะโกนตามหลังของลูกสาวตัวดีไปอย่างหมดความหวัง

แต่ก่อนญาณินเองก็อยู่ภายใต้คำสั่งของพ่อกับแม่เสมอมา แต่พักหลัง ๆ เมื่อเธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นก็อยากที่จะมีความคิด และได้ตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างด้วยตัวเอง

อีกอย่างการได้ไปอยู่หอคนเดียวก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะส่งเสริมให้เธอกลายเป็นเด็กคนหนึ่งที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม แต่ก็ดีกว่าที่ต้องมาคอยทำตามคำสั่งของพ่อกับแม่ไปวัน ๆ อยู่ดี...

หลังจากที่ปะทะคารมกับพ่อแม่อยู่สักพัก ญาณินขึ้นมาเก็บของบนห้องนอน เธอโน้มตัวลงนอนบนเตียง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาด้วยความหนักใจอย่างถึงที่สุด  

อันที่จริงเธอเองก็แอบใจหายที่ต้องจากบ้านไปอยู่หอเพียงตัวคนเดียว หากแต่ลึก ๆ ก็รู้สึกดีที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนอย่างวัยรุ่นคนอื่น ๆ บ้าง เธอดักดานมานานเกินพอแล้ว

เมื่อคิดได้แบบนั้น เธอก็รีบลุกขึ้นมาเก็บสัมภาระต่าง ๆ เข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่างไว ทั้งเสื้อผ้าข้าวของที่เคยใช้เธอเก็บไปจนหมด เธอเสียดาย เพราะคิดว่าคงไม่ได้กลับมาพักที่บ้านบ่อย ๆ คงอยู่หอจนหนำใจกันไปข้างหนึ่งแน่นอน

แม้ว่าเมื่อวานจะจบวันได้ไม่ดีนัก แต่เช้าวันใหม่ที่ญาณินรอคอยก็มาถึงเสียที เธอตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวย้ายเข้าไปอยู่หอ แต่ก่อนจะออกจากบ้าน พ่อและแม่ของเธอก็มายืนเกลี้ยกล่อมไม่อยากให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้

“ตอนนี้เปลี่ยนใจยังทันนะยายณิณ ลูกไม่เคยทำอะไรเอง จะไหวจริง ๆ เหรอ”

ผู้เป็นแม่ถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบหากแต่แฝงไว้ด้วยความหวัง เธอเองก็เป็นห่วงญาณิน แต่ทว่าก็ไม่อยากขัดใจมากเท่าไรนัก เพราะได้ตัดสินใจลงไปแล้ว

“อย่าพยายามเลยค่ะ ณินบอกแล้วไงคะว่าณินตัดสินใจแล้ว ของก็เก็บแล้ว รถก็เตรียมรอแล้ว แถมค่าหอ ค่าเรียนก็จ่ายมัดจำตามข้อตกลงไปก่อนแล้ว ถอยไม่ได้หรอกค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา”

ชายวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาแล้วบอกให้ลูกสาวรีบไป ด้วยความที่เลี้ยงมากับมือ พวกเขารู้ว่ายังไงก็ไม่บังคับญาณินไม่ได้อยู่แล้ว จึงจำใจต้องยอมให้ไปแต่โดยดี ถึงแม้ว่าผู้เป็นแม่จะยังคงอาลัยอาวรณ์อยู่มากเลยก็ตาม

“อย่างนั้นณินลาตรงนี้เลยนะคะ ไม่ต้องไปส่งก็ได้ ไว้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ณินจะโทร.มาบอกนะคะ”

“อืม ตามนั้น ไปก็ไป...”

บทสนทนาระหว่างพ่อแม่ลูกจบลงแต่เพียงเท่านั้น ญาณินขึ้นรถที่คนขับประจำคฤหาสน์เตรียมเอาไว้ให้แล้วมุ่งตรงไปยังหอพักที่เช่าเอาไว้ล่วงหน้าแล้วอย่างรวดเร็ว

เมื่อมาถึงเธอก็ใช้เวลาในการจัดสัมภาระให้เป็นที่เป็นทางในห้องใหม่อยู่ประมาณสามชั่วโมง เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงได้เป็นห่วง จะไม่ยอมให้มา แต่ท้ายที่สุดการได้อยู่คนเดียว มันกลับกลายเป็นความสบายใจไปแล้ว

“หิวชะมัด...” เธอพึมพำอยู่กับตัวเอง ก่อนจะหยัดกายขึ้นยืนอย่างเต็มความสูง หยิบกระเป๋าเงินติดตัวมา แล้วลงไปหาซื้ออะไรกินเพื่อรองท้องไปก่อน

ด้วยความที่เธอเช่าห้องหอพักอยู่ จึงทำให้รอบข้างมีตลาดเล็ก ๆ และร้านค้าตามข้างถนนเป็นส่วนใหญ่ ช่วงแรก ๆ เธอจำเป็นที่จะต้องประหยัดไปก่อน เพราะไม่อยากขอเงินพ่อและแม่บ่อย ๆ เหมือนตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนั้นเพราะท่านทั้งสองจะคอยตามใจ

ถ้าไม่อย่างนั้นพวกท่านก็จะคิดว่าเธอเอาตัวเองไม่รอด แต่กลับดั้นด้นจะออกมาอยู่คนเดียว ซึ่งเธอจะไม่มีวันยอมเสียศักดิ์ศรีง่าย ๆ อย่างแน่นอน

ญาณินแต่งตัวเรียบร้อย ซ้ำแล้วยังใส่แว่นหนาปกปิด จนมองไม่เห็นถึงใบหน้าที่แท้จริง หรือจะเรียกว่าเป็นยายเฉิ่มก็ไม่ผิด เพราะเธอไม่ชอบอะไรที่หวือหวาและไม่ได้ชอบการถูกเป็นที่สนใจจากคนรอบข้างเท่าไรนัก

อาหารเย็นของเธอในวันนี้เป็นอาหารตามสั่งข้างทาง ที่ได้กลิ่นลอยมาเตะจมูกตั้งแต่อยู่ท้ายซอยจนถึงต้นซอย ตามจริงญาณินไม่เคยต้องมาลำบากแบบนี้ เพราะตอนอยู่ที่บ้านเธอแทบไม่ต้องหากินเองด้วยซ้ำ ตื่นขึ้นมาแม่ก็เตรียมไว้ให้จนเสร็จสรรพแถมยังมีแม่บ้านคอยทำนู่นทำนี่ให้ มันดูเหมือนจะดี แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่อย่างที่คิด...

“เอากะเพราหมูสับไม่เผ็ดเลยหนึ่งกล่องค่ะป้า”

“นั่งรอเลยจ้า”

“ค่ะ...”

ไป ๆ มา ๆ การไม่ถูกเป็นที่สนใจก็สบายใจดีเหมือนอย่างที่ญาณินคิดไว้จริง ๆ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้อยู่ในสังคมเดิม ๆ ที่ชอบตัดสินเธอจากรูปลักษณ์ภายนอก ต่างคนต่างอยู่แบบนี้คือสิ่งที่เธอปรารถนามานานมากแล้ว...

หญิงสาวนั่งรอข้าวเย็นอยู่สักพัก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบสาวเท้าเดินกลับมาที่หอทันที เธอกลัวว่าถ้าค่ำไปมากกว่านี้ จะเป็นอันตรายเอาได้

อันที่จริงแล้วหอที่เธอมาเช่าอยู่ไม่ได้ราคาแพงสมฐานะที่แท้จริงของเธอ แต่ถ้าเทียบกับเด็กคนอื่น ๆ แล้วหอพักของที่นี่ค่อนข้างที่จะติดหรูเลยก็ว่าได้ คนมีเงินเท่านั้นแหละถึงจะมีโอกาสอยู่หอพักที่มีทำเลที่ตั้งดีถึงขนาดนั้น

แต่เธอก็คิดว่าอยู่ชั่วคราวไปก่อนก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะเคยดูหอที่ราคาสูงและดีกว่านี้เอาไว้อีกหลายที่ ทว่าต้องมาจบที่หอนี้เนื่องจากเวลาที่ไม่ทันการก็เท่านั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้เธอ

เลยเลี่ยงที่จะไม่ออกไปไหนมาไหนตอนกลางคืนเพื่อแก้ปัญหาไปพลาง ๆ ก่อน

ส่วนหนึ่งก็เพราะความกลัวที่พกติดตัวมาจากบ้านด้วยล้วน ๆ

ใช้เวลาประมาณสิบนาที ญาณินก็เดินกลับมาถึงห้องของตัวเองได้อย่างรวดเร็วทันใจ เธอนั่งกินกะเพราหมูสับของโปรดเหงา ๆ อยู่คนเดียวพร้อมกับดูรายการวาไรตี้โชว์ไปด้วย เสียงหัวเราะในรอบหลายเดือนดังสวนขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของตัวห้องนอนที่มีเพียงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนเดียวที่อาศัยอยู่

หลังจากวันนั้นญาณินก็ใช้ชีวิตด้วยตัวเองมาตลอด เธอไม่ได้มีปัญหาใด ๆ ในการใช้ชีวิตเลยสักนิดเดียว เผลอ ๆ อาจจะมีความสุขกว่าตอนที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ที่บ้านหลังนั้นเลยเสียด้วยซ้ำ...

และแล้วสิ่งที่เธอรอคอยก็กำลังจะมาถึง มหาวิทยาลัยชื่อดังที่เธอสอบติดประกาศกำหนดวันเวลาสำหรับการเปิดเทอมวันแรกของปีการศึกษา ญาณินแอบใจหายเพราะรู้สึกว่าตัวเองย้ายมาอยู่หอได้ยังไม่ทันไร ก็ต้องไปเรียนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้แล้วจริง ๆ

เธอเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้จนเสร็จสรรพ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า วิธีการเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยด้วยตัวเองให้เร็วที่สุด ซึ่งก็เป็นโชคดีที่หอค่อนข้างสะดวกสบายเพราะอยู่ใจกลางเมือง

เธอสามารถเลือกได้ว่าจะไปทางไหนที่ตัวของเธอเองคิดว่าเหมาะสมกับเงินในกระเป๋า

อีกทั้งยังสามารถไปให้ทันเวลาตามตารางเรียนที่ได้ระบุไว้ได้อย่างทันท่วงที นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

52k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

11.5k การดู · กำลังอัปเดต · Peach뽀이
ก็แค่บอดี้การ์ดฝีมือดีคนหนึ่งที่พ่วงด้วยสถานะคู่นอนเป็นครั้งคราว เธอไม่ได้สำลักสำคัญอะไรต่อชีวิต แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเธอจากไปหัวใจของมาเฟียจอมโหดถึงได้รู้สึกเดือดพล่านขนาดนี้!
..................................................................

พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์

มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก

นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)

บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า

นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................

เรื่องย่อ

สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

14.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

9.2k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร...

"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย

"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน

............."ส่งตัวเข้าหอ".............

"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"

"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"

......................................................

"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"

นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด

"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"

หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้

""นี่มันอะไรกัน""
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

330.9k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

13.8k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สัญญารักประธานร้าย

สัญญารักประธานร้าย

69.4k การดู · เสร็จสิ้น · ปลายฟ้า
ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เป็นโชคดีของเธอแล้วที่เขาจำเธอไม่ได้ ลูกคนนี้จะได้เป็นสิทธิ์ขาดของเธอคนเดียว
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

758.5k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รักระรินใจ

รักระรินใจ

27.2k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
ความรักในรอยแค้นของลัลน์ลลิน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลวงศ์วิษณุที่สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดไว้กลางใจเมฆพงษ์ เขตเมฆา นักธุรกิจพ่อหม้ายหนุ่มที่ในอดีตต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะคนของวงศ์วิษณุ แต่สิ่งเดียวที่เขาได้จากครอบครัวนี้คือหัวใจภักดีของลัลน์ลลิน ผู้หญิงธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหวัง ความรัก และความอดทนกับเวลาเก้าปีที่เธอเติบโตขึ้นอย่างมีมุ่งมั่นชดใช้ความผิดแทนครอบครัวเพื่อขอให้เขายกโทษให้ แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดนั้นก็ตาม ลัลน์ลลิน ถูกคนที่เธอมีใจให้ทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเลือดเย็น เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่เหลียวมอง! ทำให้เธอต้องหอบหัวใจที่แหลกสลายเดินจากมาอย่างไร้จุดหมาย โชคดีที่เธอเจอกับธาวิน จิตแพทย์หนุ่มที่อบอุ่น และใส่ใจทุกคำพูดของเธอ เขาไม่ซักไซ้ ไม่มีคำปลอบใจ แค่ฟังและทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ ผู้ชายที่เต็มใจเยียวยาหัวใจพัง ๆ ของเธอ ในขณะที่เมฆพงษ์ เริ่มรู้ตัวว่าเขาทิ้งสิ่งสำคัญไป...แต่บางครั้งความเสียใจมันก็สายเกินแก้ รักเก่าที่ยังค้างคา กับ ความรู้สึกใหม่ที่ค่อย ๆ ละลายหัวใจทีละนิด...คนหนึ่งเจ็บเพราะเคยผูกมัด อีกคนเยียวยาด้วยความเข้าใจแบบไม่ต้องพูดเลยสักคำ ใครคือคนที่หัวใจลัลน์ลลินจะเลือก? ระหว่างคนที่เคย ‘ครอบครอง’ ... กับคนที่แค่ ‘ยืนอยู่ข้าง ๆ’ ก็ทำให้เธอยิ้มได้ทั้งวัน
บ่วงรักกับดักแค้น

บ่วงรักกับดักแค้น

9.2k การดู · กำลังอัปเดต · กวีสีรุ้ง/สิบสามธันวา
"ถ้าความรักคือบ่วงความแค้นก็คงเป็นดักที่เขาขุดไว้รอให้เธอตกลงไปชดใช้"
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

7.9k การดู · กำลังอัปเดต · อรุณรัตน์
คู่หมั้นของฉันนอกใจฉัน และคนที่เขานอกใจด้วยก็คือพี่สาวของฉัน!
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

530.3k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง