บทนำ
บท 1
ท่ามกลางทีมพิสูจน์หลักฐานหน่วยสืบสวน การทำงานเป็นทีมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับแพทย์นิติเวช นายแพทย์พร้อมรบ เลิศลีลากำลังครุ่นคิดขณะมองร่างไร้วิญญาณ และสังเกตทุกจุดของบาดแผลบนร่างนั้น รวมไปถึงพยานวัตถุที่ตกอยู่ในที่ เกิดเหตุ นิติเวชหนุ่มเหลือบตามองตามมือเจ้าหน้าที่ที่กำลังหย่อนมีดปลายแหลมใส่ลงถุงพลาสติกแบบซิปล็อก ขณะฟังเพื่อนยศสารวัตรให้ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ตายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผู้ตายชื่อจรัสศรี กลิ่นจันทร์ ปีนี้อายุ 29 ประกอบอาชีพเป็นพริ้ตตี้ นางแบบ”
นายแพทย์หนุ่มกวาดตามองสภาพโดยรอบห้องเกิดเหตุ ไล่ตั้งแต่โคมไฟระย้าขนาดเล็กที่ห้อยจากเพดาน ไปจนถึงผนังฝั่งตรงข้ามที่มีโซฟาตั้งข้างตู้หนังสือริมหน้าต่าง ข้าวของที่เคยจัดเรียงเรียบร้อยบนชั้นบัดนี้กระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นห้อง นิติเวชหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสบตาเพื่อน ทั้งใบหน้าและแววตาไม่บ่งบอกอารมณ์
“เวลาราวสองทุ่มเศษที่เจ้าหน้าที่ชุดแรกมาถึง พบว่าฝ่ายชายฟูมฟายอยู่ข้างศพผู้ตาย เขาอ้างว่าเป็นคนรักของผู้ตายและมาเยี่ยมเธอตั้งแต่ช่วงบ่ายสี่โมงเย็น ก่อนจะมีปากเสียงกันหนักเรื่องความหึงหวง เขาพูดว่าพยายามจะกลับออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการบันดาลโทสะ แต่ผู้ตายกลับคว้ามีดปอกผลไม้ในครัวขึ้นมาจ่อคอตัวเอง ขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เลยเกิดการยื้อแย่งมีดก่อนจะล้มลงทั้งคู่...สุดท้ายกลายเป็นผู้ตายล้มทับมีด เป็นเหตุให้เธอเสียชีวิต” สารวัตรชัยยศอธิบายเสียงเรียบ แต่แฝงแววขบคิด
นายแพทย์พร้อมรบ กวาดตามองสภาพบาดแผลขนาดใหญ่ที่หน้าท้อง ซึ่งทำให้เธอเสียเลือดมาก
“รอยเลือดที่ตกลงบนพื้นแสดงถึงความพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดของเหยื่อชัดเจน” แต่อีกด้านก็ทำให้นายแพทย์หนุ่มฉุกคิดว่า... “หากผู้ชายอ้างว่าอยู่กับเหยื่อในระหว่างเกิดเหตุจริง แต่กลับไม่มีร่องรอยการช่วยเหลือเหยื่อเลย เขาทำอะไรอยู่ขณะที่เธอกำลังจะตาย”
นายแพทย์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสบตาเพื่อนนิ่งๆ พลางเหลือบมองหากล้องวงจรปิดภายในห้องทำให้สารวัตรหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดอย่างค้างคาใจพร้อมกับเอ่ยเสียงขรึม
“...เสียดายห้องนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด”
บรรยากาศตึงเครียดจากความอับจนที่จะไขปริศนาของคดี ทำให้นายแพทย์หนุ่มเผลอกัดริมฝีปาก หรี่ตามองรอบห้องราวจะหาหลักฐานบางอย่างและหันไปเหลือบตามองร่างไร้วิญญาณที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการเคลื่อนย้ายออกไปเงียบๆ
ในห้องผ่าศพเย็นจัดและเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำให้ห้องเย็นจัดกว่าปกติ พร้อมรบในชุดแพทย์ผ่าตัด ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากอนามัย และเขาใส่ถุงมือยางสีขาวขณะยืนข้างเตียงผ่าพิสูจน์ศพที่มีร่างของพริ้ตตี้สาว แล้วเอื้อมไปหยิบแหนบกับแสงไฟส่องเฉพาะจุดลงที่ผิวหนังซีดเซียวของผู้ตาย เพื่อค้นหาร่องรอยแปลกปลอม ขณะเสียงเครื่องดูดควันที่กำลังทำงานเบา ๆ กลับดังชัดในห้องอันเงียบงัน
ภายใต้แสงสีขาวนายแพทย์พร้อมรบค่อย ๆ ตรวจดูรอยบีบรอบข้อมือ ขณะที่ในใจก็ตั้งคำถามถึงแรงที่ใช้ บ่งบอกถึงกำลังของคนร้ายว่ามีแรงหรือไม่ รวมถึงลักษณะของการบีบจับ... จากรอยช้ำและรอยบีบที่เหลืออยู่ เขาพบว่ามีรอยเล็บจิกลงลึกตามผิวหนัง และการบีบจับที่รุนแรงจนกระดูกแทบจะแตกร้าว นี่ไม่ใช่แค่การทะเลาะธรรมดา แพทย์หนุ่มใช้แหนบยกซี่โครงที่แตกร้าวอย่างระมัดระวัง จนพบว่ารอยแตกดูมีลักษณะบิดเบี้ยว และชำแหละกระดูกในมุมที่ดูไม่สมดุล บ่งชี้ว่าแรงที่กระทำนี้น่าจะเป็นการกดทับหรือบีบอย่างรุนแรงจากด้านข้าง ขัดแย้งกับคำให้การเรื่องการล้มทับตามปกติ
บาดแผลที่คอน่าจะเกิดจากการบีบคออย่างแรง ไม่ใช่การขู่หรือกดเบา ๆ และกระดูกซี่โครงที่บิดเบี้ยวทำให้เขาเชื่อว่าความตายนี้อาจไม่ใช่เพียงแค่อุบัติเหตุหรือการล้มลงตามคำกล่าวอ้าง
“หรือว่า...เขาต้องการปกปิดอะไรบางอย่าง”
ความคิดนี้แวบขึ้นมาในใจพร้อมรบ ขณะเขาบันทึกรายละเอียดลงบนเอกสารแล้วเก็บตัวอย่างเลือดกับสารตกค้างในกระเพาะอาหาร ก่อนจะหยุดสังเกตถึงสีของของเหลวที่เก็บได้ ดูเหมือนจะมีบางอย่างไม่ปกติ
“ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่การตายแบบธรรมดาแน่”
เขาพึมพำกับตัวเอง เตรียมเอกสารรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เริ่มต้นดำเนินคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม
หญิงสาวหุ่นเย้ายวนตรงหน้า เธอชื่อว่า ‘วาดฝัน’ ถ้าไม่นับเรื่องการไม่ใส่ใจตัวเอง วาดฝันก็จัดว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่ง แค่เธอไม่ใช่คนตามแฟชั่นทำให้ถูก ‘ภาพศิลป์’ แฝดน้องที่เกิดหลังเธอสองนาทีค่อนขอดเอาบ่อยๆ พ่อแม่ของเธอเป็นครูสอนระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งที่จังหวัดลำปาง ครูสืบสาน หัวหน้าครอบครัวสิริโสภาพรรณรายผู้เป็นพ่อเป็นครูสอนศิลปะ ส่วนครูวาสนาผู้เป็นแม่ เป็นครูภาษาไทย ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นคนช่างจินตนาการ เธอมีนิสัยชอบนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ในมุมเล็ก ๆ ที่หลังบ้าน เธอมักจะมีเก้าอี้ไปกางใต้ต้นไม้ใหญ่ เปิดสมุดบันทึกจดความคิดและความฝันของตัวเองลงไป บางทีอาจจะเขียนบทกลอน หรือไม่ก็วาดรูปตามอารมณ์ แต่เธอไม่เคยให้ใครเห็นสิ่งเหล่านี้เพราะคิดเสมอว่าความคิดของเธอคงไม่น่าสนใจสำหรับใคร
การเรียนของเธอเหมือนกับการเดินทางที่ไม่เคยไปถึงจุดหมาย ต่างกับภาพศิลป์น้องชายฝาแฝดที่เป็นเหมือนทุกสิ่งที่ตรงข้ามกับเธอ ขณะที่น้องสอบได้ที่หนึ่งในระดับจังหวัดทุกปี ส่วนวาดฝันสอบติดแค่โรงเรียนใกล้บ้าน แล้วต้องซ่อมวิชาคณิตศาสตร์เกือบทุกครั้ง ทุกการสอบเหมือนจะย้ำเตือนให้เธอรู้ว่า เธอไม่เคยเก่งพอจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจแบบน้องชาย เป็นเรื่องที่คนรอบตัวมักเปรียบเทียบเธอกับภาพศิลป์เสมอ ถึงแม้เธอจะพยายามไม่คิดมากกับคำพูดเหล่านั้น แต่มันก็ฝังอยู่ในใจของเธอเรื่อยมา เธอเคยคิดว่าหากวันหนึ่งทำอะไรได้ดีเทียบเท่าน้องชาย
บทล่าสุด
#105 บทที่ 105 Happy Ending
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#104 บทที่ 104 คำนำของนักเขียนช่างฝัน
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#103 บทที่ 103 นิยายรักของสองเรา
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#102 บทที่ 102 ตอนพิเศษ ชีวิตธรรมดาที่แสนวิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#101 บทที่ 101 เธอกับฉันในวันอัศจรรย์
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#100 บทที่ 100 ภาพรักยังชัดเจน
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#99 บทที่ 99 คืนไร้จันทร์
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#98 บทที่ 98 เจ้าชายในชีวิตจริง
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#97 บทที่ 97 พร้อมรบพร้อมรัก
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026#96 บทที่ 96 น้ำผึ้งพระจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 3/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?












