บทนำ
หนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ-ฝรั่งเศส วัย 33 ปี หนุ่มโสดหน้าตาดี นักธุรกิจเจ้าของกิจการโรงบ่มไวน์ ชายหนุ่มสุขุม เจ้าระเบียบ ออกจะเจ้าอารมณ์อย่างไม่มีเหตุผลเพราะมีความหลังฝังใจ หน้าตาคมคาย คิ้วดกหนา จมูกโด่งเป็นสัน ปากรูปกระจับแดงระเรื่อไม่ต่างกับสตรี ร่างกายที่สูงโปร่ง กำยำหนาไปด้วยมัดกล้ามแข็ง นัยน์ตาสีเขียวมรกตชวนหลงใหล
นางเอก: มนสิชา พิทักษ์ระพี
สาวไทยแท้ อายุ 21 ปี นักตลาดสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผมยาวสลวยสีดำอมน้ำตาล ตาสีเดียวกับผม เรียวปากสวยมักเคลือบด้วยลิปกลอสกลิ่นผลไม้ กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับย่าและอา เธอจึงเป็นคนเข้มแข็ง ขยัน อดทน เรียกได้ว่ามีความอดทนสูง เพราะถูกปลูกฝังเพื่อเป็นเสาหลักให้แกครอบครัว รักครอบครัวเป็นที่สุด ฉลาด กล้าพูด กล้าทำ ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบหรือรังแก ค่อนข้างทันคงแต่มักแพ้ภัยจากเดนนิช เธอแฝงอารมณ์อ่อนไหวของผู้หญิงแต่พยายามไม่แสดงออกให้ใครเห็น
บท 1
รถโดยสารประจำทางคันเก่าๆ ภายในรถมีเก้าอี้เบาะที่กรมท่าที่เก่าขาดมีรอยปะ แต่ยังรับน้ำหนักของผู้โดยสารได้อย่างดี เครื่องยนต์สั่นกระตุกทุกครั้งที่ถูกเร่งเครื่อง กระนั้นคนขับก็ยังสามารถปาดซ้ายเพื่อจะเข้ารับผู้โดยสาร ป้ายรอรถโดยสารที่เก่าและมีร่องรอยของอุบัติเหตุมานับครั้งไม่ถ้วนยังคงเปิดต้อนรับคนที่จะเดินทางไปยังที่ต่างๆ รถโดยสารชะลอความเร็วเข้าเทียบป้าย ร่างบอบบางฝ่ากลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูลงมาอย่างยากลำบาก
“ฟู่” เธอพ่นลมออกจากปากหลังจากพาตัวเองลงจากรถได้
ใบหน้าสวยสร่างหมดจด ขาวอมชมพู ปากอิ่มเข้ารูป แก้มใสเป็นพวงแดงระเรื่อ ดวงตากลมคู่โตเข้ากับแผงขนตางอนยาวภายใต้คิ้วเรียว ของหญิงสาวที่รูปร่างบางเฉียบ เอวคอดเล็ก แขนขาเรียว แต่ส่วนบนดูจะอวบอิ่มเกินขนาดจนเธอต้องพยายามกระชับเสื้อให้เข้าที่
“โธ่ ดันลงผิดป้ายอีกแล้วยัยพริกหวานเอ๊ย ทำไมถึงซื่อบื้อแบบนี้นะ” หญิงสาวสอดส่ายสายตาไปทั่วจึงได้รู้ว่าเธอลงผิดป้าย มันจะต้องเป็นป้ายหน้าที่อยู่ห่างจากตรงนี้ประมาณสองร้อยเมตรถึงจะไม่มากแต่อากาศร้อนๆ ของประเทศไทยก็อาจจะทำให้สองร้อยกลายเป็นสองกิโลเมตรก็ว่าได้
หญิงสาวสำรวจข้าวของที่เธอเตรียมมาก่อนจะก้าวเดินไปยังจุดหมายปลายทางอันยาวไกลในตอนนี้ เธอยกมือขึ้นปาดเม็ดเหงื่อขณะเดินไปเรื่อยๆ ไม่กี่นาทีที่ออกเดินเท้าทั้งสองข้างก็เริ่มเกเรเพราะวันนี้เธอประเดิมรองเท้าส้นสูงคู่ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งซื้อมาจากห้างดัง หญิงสาวลงทุนทุบกระปุกเพื่อจะเลือกซื้อข้าวของให้สมหน้าตาของคนที่เธอกำลังไปหา เธอนึกในใจขออย่าให้รองเท้าทรยศคนใส่เลย แต่แล้วร่างบางก็แทบหน้าทิ่มคะมำ เมื่อส้นที่สูงปี๊ดของรองเท้าดันติดร่องท่อระบายน้ำ
“อ๊าย ทำไมต้องเป็นที่นี่ ตรงนี้ด้วย” ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมองหญิงสาว ใบหน้าเจื่อนซีดทำอะไรไม่ถูก เธอพยายามจะดึงรองเท้าของตัวเองให้หลุดออกจากท่อระบาย
“อึ๊บ โอ๊ยแน่นจริง” คนอับอายกัดฟันพูดไม่ให้คนอื่นได้ยิน เธอออกแรงเต็มที่หวังให้ตัวเองหลุดจากความหน้าอายเช่นนี้ แต่โชคชะตาเหมือนกลั่นแกล้งส้นรองเท้าดันหักคาอยู่ที่ร่อง ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากอิ่มอ้าค้างร้องไม่ออกรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นตัวตลกให้ใครต่อใครขบขัน
“บ้าที่สุด ฮือๆ คู่นี้ฉันซื้อมาแพงนะ บ้าๆ” หญิงสาวสบถอย่างเหลืออด
เมื่อข้างหนึ่งหักไปแล้วเธอจึงจำใจหักอีกข้างเพื่อให้มันสูงเสมอกัน ถึงจะสุดแสนจะเสียดายหากแต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้เธอเดินต่อไปได้ ปากสวยเม้มแน่นใบหน้าบึ้งตึงมองส้นรองเท้าในมือก่อนจะยัดมันลงไปในกระเป๋าสะพาย
“ฮึ เดี๋ยวค่อยฝากมดแดงไปซ่อมก็ได้”
อาคารสูงกว่าสิบชั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า บริษัทแปรรูปผลไม้ชื่อดังติดหนึ่งในสิบอันดับของประเทศ สถานที่ที่เธอรีบเร่งเพื่อมาให้ทันบุคคลที่ทำงานที่นี่ เหงื่อเม็ดสุดท้ายถูกปาดออกจนแห้ง เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนหายเหนื่อย
ร่างระหงกระตือรือร้นสาวเท้าที่สวมรองเท้าส้นหักเดินไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มกริ่มด้วยความดีใจที่จะได้พบคนรักซึ่งเป็นรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันและบอกข่าวดีกับเขา
มุมทางเลี้ยวเข้าห้องทำงานของรุจกวี หญิงสาวหยุดยืนมองถุงขนมในมือที่ตั้งใจซื้อมาฝาก ก่อนจะหยิบตลับแป้งยี่ห้อธรรมดาขายตามท้องตลาดขึ้นมาส่องพร้อมเสริมแต่งใบหน้าให้ดูสวยขึ้น แล้วรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อจะบอกความในใจให้ชายหนุ่มรับรู้
“พี่รุจ” เธอส่งเสียงขณะเปิดประตูห้องทำงานของรุจกวี
“พริกหวาน...จะมาหาพี่ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนครับ” สีหน้าตกใจของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวอดขำไม่ได้ นี่เขาคงตื่นเต้นที่เธอมาหาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า
“เซอร์ไพรส์ค่ะ” มนสิชาตอบระคนเขินอาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะทำอะไรเช่นนี้
“แหม แต่ก็น่าจะบอกพี่ก่อน พี่ไม่ได้เตรียมต้อนรับพริกหวานเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ พริกหวานแค่มีเรื่องสำคัญมาบอกพี่รุจ” หญิงสาวกำลังจะก้าวเข้าไปหาคนรัก แต่เท้าเล็กก็ต้องชะงักเมื่อสายตาคู่งามเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนเสื้อผ้าของเขา รอยปื้นแดงคล้ายลิปสติก คิ้วเรียวขมวดเป็นปมพร้อมเม้มปากแน่น
“นั่นเสื้อพี่รุจเปื้อนอะไรคะ” มือหนาลูบตรงรอยเปื้อนอึกอักไม่กล้าตอบ
“มะ ไม่มีอะไรหรอกครับ...อย่าสนใจเลย” เขาอึกอัก
“รุจขา” ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมเสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่ง “พีชลืมเอกสารไว้ในห้องคุณค่ะ” พูดจบเธอถึงเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่ยืนอยู่
ร่างสูงเพรียว อรชร ในชุดเดรสสีดำสั้นจู๋รัดรูปอวดผิวขาที่ขาวนวล อกอูมอิ่มโผล่ล้นออกมาเกือบครึ่งเต้าจากคอเสื้อที่ลึกพอดู แถมตรงคอเสื้อนั้นยับยู่ยี่ราวกับมีใครขยำขยี้ ใบหน้าสวยเปรี้ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเนื้อดี เครื่องประดับบนร่างกายประเมินราคาแล้วคงมากกว่าเงินเดือนพนักงานของที่นี่ครึ่งปี สายตาคู่คมกริบตวัดมองหญิงสาวที่ยืนเก้กังครู่หนึ่ง
“ใครกันคะรุจ” สายตาตั้งคำถามของทั้งสองสาวหันมองรุจกวี เขาอึกอักลังเลครู่หนึ่ง
“อะ เอ่อ นี่พริกหวาน รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยผมเองครับ...แล้วนี่ก็คุณพีช” พิมพ์พรลูกสาวผู้บริหารอาวุโสเบ้ปากอย่างเย่อหยิ่งไปทางหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่อ
“ไม่ต้องแนะนำค่ะพีชไม่ได้อยากรู้จักยัยเฉิ่มบ้านๆ...แค่สงสัยว่ามายืนเอ๋ออยู่ทำไมในห้องทำงานของคุณ” สายตาเหยียดหยามมองดูหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
“รุ่นน้อง” เสียงแผ่วเบาทวนคำพูดของรุจกวี หญิงสาวมองดูเขากับบุคคลที่เรียกตัวเองว่าพีช ชื่อนั้นช่างคุ้นหูแต่สมองทุกส่วนของเธอกำลังชาวาบ กลีบปากที่เฉยชุ่มฉ่ำแห้งผาดมันคงเป็นรอยฟันที่เธอขบเอาไว้
“มีอะไรจะบอกพี่เหรอครับ พริกหวาน”
“เปล่าค่ะ แค่แวะเข้ามาทักทาย”
“ไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว รบกวนเวลาทำงานของรุจ” สายตาเหยียดหยามจิกมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ไปสิ”
“พริกหวานไปก่อนนะคะพี่รุจ” เสียงเอื่อยหวังจะให้ชายหนุ่มรั้งเธอไว้บ้าง แต่เขาก็ไม่ทำอย่างที่ใจเธอปรารถนา หญิงสาวจึงจำใจออกจากห้องทำงานของคนที่เธอเรียกว่าแฟนด้วยความเจ็บปวด
บทล่าสุด
#73 บทที่ 73 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#72 บทที่ 72 รักและให้อภัย 4
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#71 บทที่ 71 รักและให้อภัย 3
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#70 บทที่ 70 รักและให้อภัย 2
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#69 บทที่ 69 รักและให้อภัย 1
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#68 บทที่ 68 บทสรุปขอความเจ็บปวด 3
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#67 บทที่ 67 บทสรุปของความเจ็บปวด 2
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#66 บทที่ 66 บทสรุปของความเจ็บปวด 1
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#65 บทที่ 65 จับคนร้าย 3
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#64 บทที่ 64 จับคนร้าย 2
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













