บทนำ
นอกเหนือจากสิ่งที่มองไม่เห็น ความรู้สึกดีๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อได้ใกล้ชิด ก็คิดว่าเคยคบ เคยรัก ‘ของขวัญ’ จึงทุ่มหมดหน้าตัก ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งทุกคนจะบอกกับเธอว่าองศาเดียวที่เธอรัก ‘เขาเป็นแค่คู่หมั้นปลอมๆ’
บท 1
-องศา-
@ห้างสรรพสินค้า
"...พี่องศา ขวัญใส่ชุดนี้น่ารักไหมคะ" เสียงสดใสของ ของขวัญ ส่งผลให้ผมที่กำลังคิดอะไรเงียบๆ หลุดจากภวังค์ ตาคมหยุดมองรอยยิ้มกว้างๆ ของคนที่สองเดือนก่อนหน้านี้แทบไม่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า มองร่างบางๆ หมุนตัวกลับไปกลับมาเพื่อเป็นคำถามว่าผมรู้สึกยังไงกับชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ดี
"ก็ดี"
ทั้งที่ปากเอ่ยออกไปแบบนั้น แล้วทำไมผมถึงต้องนึกถึงผู้หญิงอีกคนด้วยวะ!
"แค่ดีเหรอคะ นี่สีโปรดของขวัญเลยนะ เล็งไว้ตั้งนานแน่ะ รอพี่องศาว่างถึงได้ชวนมาด้วยกัน"
"ซื้อๆ ไปเถอะ ซื้อเสร็จจะได้ทำธุระอย่างอื่น"
"รีบอีกแล้วเหรอคะ"
"พี่มีธุระต้องไปต่อ ก็บอกไปแล้วว่ามีเวลาให้ไม่นาน"
"อยากไปกินข้าวด้วยกันต่อพอได้ไหมคะ"
"พี่ให้ได้แค่กลับไปส่งที่คอนโด ถ้าจะขอมากกว่านั้นพี่จะให้กลับเอง" ผมตอบกลับอย่างไม่แยแส และแน่นอนว่าของขวัญหน้างอใส่ผมทันที
"พี่ไม่ให้เวลาขวัญเลยอ่ะ แบบนี้หลังเรียนจบเราจะแต่งงานกันได้จริงๆ เหรอคะ"
"ถึงตอนนั้นถ้าขวัญไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง พี่ไม่บังคับขวัญ จะไม่มีใครบังคับเราได้ทั้งนั้นถ้าเราสองคนไม่เต็มใจ" ผมยิ้มมุมปาก รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่ของขวัญมีความคิดในแบบเดียวกับผม
ยุติบทบาทคู่รักจอมปลอมนี่ทีเถอะ ผมอยากได้ชีวิตของผมคืน!
จุดเริ่มต้นระหว่างเธอกับผมมันไม่ใช่ความรัก สองเดือนที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำเหมือนคบกัน พ่อแม่อยากให้ลงเอยกัน ที่จริงแล้วมันมีเหตุผล เหตุผลที่เป็นทางออกของทุกคน แต่มันเป็นเรื่องที่โคตรซวยสำหรับผมเลย!
"ไม่ดีกว่าค่ะ ขวัญไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ผู้ใหญ่ให้แต่งขวัญก็จะแต่ง"
แม่ง! สุดท้ายก็แค่หลอกให้กูดีใจ!
"ขวัญชอบฝืนใจตัวเองเหรอ?"
"ไม่ได้ฝืนใจตัวเองค่ะ เรารักกัน คนรักกันแต่งงานกันมันไม่ใช่เรื่องของการฝืนใจเลย" ผมดันปลายลิ้นเข้ากับมุมปากก่อนจะเบือนหน้าหนี อยากตอบกลับฉิบหายว่าไม่ได้รัก ไม่เคยรัก ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะถูกบังคับทางอ้อมต่างหากล่ะ
"พี่องศา ขวัญว่าเรามาเปิดใจคุยกันดีๆ ดีกว่าไหมคะ"
เปิดใจคุยดีๆ นี่คือต้องคุยแบบไหนวะ คุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น อธิบายว่าเราไม่เคยคบกันเลย แบบนั้นนั่นแหละคือการคุยกันดีๆ แบบดีโคตรๆ สำหรับผมเลย
"ขวัญไม่เหมือนเดิมเหรอคะ ไม่สวยเหมือนเดิม ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่ใจและเรียกร้องเกินไปหรือเปล่าพี่องศาถึงทำเหมือนเบื่อหน่าย ทำเหมือนไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกันเลย" นั่นไง พอจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ยัยของขวัญหน้าเหมือนตุ๊กตาอย่างที่ใครต่อใครชอบว่าก็ตั้งท่าจะร้องไห้
"อายเหรอคะที่ต้องไปไหนมาไหนกับขวัญ ถ้าเป็นแบบนั้นเราห่างกันซักพักดีไหม เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นมา"
อะไรมันจะเข้าทางขนาดนี้วะ!
"พี่แล้วแต่ขวัญ"
"งั้นก็ห่างกันซักพักนะคะ ขวัญไม่โอเคเวลาที่พี่องศาทำเหมือนไม่ได้เต็มใจจะไปไหนมาไหนด้วยกัน"
"..."
"เอาเป็นว่าถ้าพี่องศาคิดได้ก็ค่อยกลับมาง้อขวัญละกัน" ของขวัญหมุนตัวกลับเข้าไปยังห้องลองชุด เปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเดิมก่อนที่ผมจะทำหน้าที่จ่ายค่าเสื้อผ้าที่เธอตั้งใจจะซื้อให้เหมือนทุกครั้ง
แตกต่างที่ทุกครั้งเธอจะยิ้มกว้างๆ และแสดงท่าทางว่าดีใจหนักมาก แต่ครั้งนี้กลับไม่ยิ้ม เลือกที่จะรอรับของแล้วเดินออกจากร้านไปเลย
คอนโดS
"สัส ทำไมมึงใจร้ายกับน้องได้ขนาดนั้นวะ นั่นคู่หมั้นมึงนะ" ฉลามคีบบุหรี่ออกมาจากปากก่อนที่มันจะเสนอหน้าเข้าข้างเด็กนั่น
"มึงไม่สงสารแล้วหรือไง ไหนบอกว่าน้องกำลังดวงตก ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ดีนะเว้ย ถ้ามึงคือคนที่ช่วยประคองดวงชะตาน้องไม่ให้ตกต่ำลงไปมากกว่านี้ตามที่คำทำนายบอกไว้จริงๆ ระวังจะเกิดเรื่องไม่ดีตอนที่มึงไม่ได้อยู่กับเขาก็แล้วกัน"
"ที่ไอ้หลามพูดมันก็น่าคิดนะมึง มึงน่าจะรู้ดีกว่าพวกกูนะองศาว่าเวลาดวงตกน้องมันต้องเจอกับอะไรและเคยเจอกับอะไรมา" ไอ้เซย์ที่กำลังสนใจเกมส์ในโทรศัพท์สมทบขึ้นมาบ้าง คำพูดของมันจริงจังจนผมเผลอคิดตาม
"พวกมึงเข้าข้างเด็กนั่นโดยไม่สนใจความรู้สึกของกูที่เป็นเพื่อนพวกมึงอ่ะนะ"
"แล้วมึงจะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ การเป็นแฟนกำมะลอกับสาวน้อยหน้าตุ๊กตาคนนั้นกูก็เห็นว่ามึงมีแต่ได้กับได้ น้องของขวัญนั่นน่ารักฉิบหาย ตัวงี๊โคตรขาว หุ่นแบบนั้นแม่งก็สเปคมึงไม่ใช่เหรอวะ แล้วมึงจะมาทำท่าอมทุกข์เพื่อ?" ไอ้ฉลามพูดต่อและมองหน้าผมยิ้มๆ
"ถ้ามึงเบื่อมึงก็เล่นให้มันสมบทบาท กำไรเล็กๆ น้อยๆ ก็คือการสมบทบาทนั่นแหละมึงเชื่อกู"
"จมปลักฉิบหาย เสือกสนใจแต่ของที่จับต้องไม่ได้" ไอ้เซย์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ผมแม่งก็เบื่อขี้หน้าไอ้เวรพวกนี้แล้วเหมือนกัน
"ไอ้เหี้ยติณห์กับไอ้ลีโอหายหัวไปไหนเนี่ย"
"หงุดหงิดแล้วอย่ามาพาลเพื่อน พวกมันทำตัวมีประโยชน์แน่มึงไม่ต้องห่วงมันเลย"
"กูแค่ถามว่าพวกมันหายหัวไปไหน"
"ไปซื้อเบียร์" เซย์ตอบกลับปัดความรำคาญ มือของมันยังคงจิ้มรัวๆ ที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมส์ตามเดิม
ผมดันตัวลุกจนเต็มความสูง ก้าวขาออกไปที่บริเวณระเบียงห้องพร้อมกับเคาะบุหรี่ออกมาจากซอง
เรื่องของคำทำนายยังรบกวนจิตใจไม่เคยหาย ถ้าจะพูดว่ามันเป็นแค่เรื่องงมงายไม่มีอยู่จริงก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะผลของมันเคยออกฤทธิ์ให้เห็นมาแล้ว
สำหรับของขวัญผมคือคนสำคัญที่เธอและครอบครัวของเธอพยายามตามหา ต่างจากผมที่เฝ้ารอและนับเวลา ครบสามเดือนขึ้นมาเมื่อไหร่ ดวงชะตาเปลี่ยนแปลงตอนไหน เรื่องของเธอกับผมต้องเป็นอันยุติลงทันที!
[ END ]
-ของขวัญ-
"...พอแล้วยัยขวัญ แกจะกินมันทำไมนักหนา นี่เมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ" มีน พยายามดึงแก้วเหล้าออกจากมือฉัน ที่จริงมีนพยายามดึงออกเป็นรอบที่ร้อย แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่มันดึงแก้วจากมือของฉันได้สำเร็จ
"เอาคืนมาเถอะมีน แกปล่อยให้ฉันกินเถอะ ตอนนี้ฉันไม่อยากให้สมองว่างจนคิดเรื่องบางเรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที" ฉันซุกใบหน้าลงกับต้นแขนของตัวเองที่วางแนบอยู่บนโต๊ะ
ดื่มไปหลายแก้ว ยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาเลยสักนิด แค่เวียนหัว จะอ้วก และยังลืมไม่ได้อยู่ดี
"แกเครียดเรื่องพี่องศาสินะ"
"แกบอกฉันได้ปะว่าหลังจากที่ฉันเกิดอุบัติเหตุ ชีวิตของฉันมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง" ยัยมีนเบิกตาขึ้น มันดูล่อกแล่กจนฉันเองก็ใจเสีย กลัวว่าสาเหตุที่ทำให้พี่องศาเปลี่ยนไปมันจะเป็นเพราะฉันที่ไม่เหมือนเดิม
"ทะ ทำไมแกถึงถามแบบนี้ล่ะ"
"แกบอกว่าฉันกับพี่องศาเป็นแฟนกัน เรารักกันดี เราคบกันมานาน เรียนจบจะแต่งงานกัน ทุกคนบอกฉันแบบนั้นแต่ทำไมสองเดือนมานี้พี่องศาไม่เคยสนใจฉันเหมือนเมื่อก่อนเลย เขาไม่คิดจะสนใจจนฉันเองก็ชักสงสัยว่าเมื่อก่อนฉันกับเขารักกันจริงๆ ใช่ไหม"
"ของขวัญ แกกับพี่องศารักกัน ที่ตอนนี้พี่องศาเปลี่ยนไปมันอาจจะเป็นเพราะพี่เขาเรียนหนักก็ได้ แกอย่าคิดมากสิ"
"เรียนหนักงั้นเหรอ..." ฉันพึมพำออกมาก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา
"ขนาดฉันตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ เขายังไม่สนใจฉันเลย ฉันบอกว่าถ้าเขาไม่สนใจ ก็ขอให้เราห่างกัน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉัน และพอเรียนจบ ถ้าฉันบอกว่าจะไม่แต่งงาน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉันเหมือนกัน เขาเย็นชาเกินไปไหมมีน แบบนี้น่ะเหรอเขาเรียกว่าคนรักกัน"
"ปกติแกชวนพี่เขาไปกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง บางทีพี่เขาอาจจะไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนั้นก็ได้ เอางี้ แกลองหาเวลาอยู่กับพี่เขาแค่สองคนดีไหม อยู่ในห้องเงียบๆ ทำอาหารง่ายๆ ให้พี่เขาทานที่ห้อง มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบไม่มีใครมารบกวนมันอาจจะดีก็ได้นะ" ฉันคิดตามที่มีนบอก เท่าที่ฉันจำได้ เรื่องราวระหว่างฉันและพี่องศาเราแทบไม่เคยมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนจริงๆ
"แกคิดว่ามันจะดีขึ้นมาจริงๆ เหรอมีน"
"ลองดูไหม ถึงยังไงซะก็ขึ้นชื่อว่าแกกับพี่เขาเป็นแฟนกัน มันไม่มีอะไรเสียหายหรอก ถ้าการอยู่ด้วยกันตามลำพังมันได้ผล ดีไม่ดีมันอาจจะทำให้แกได้พี่เขาคืนไง" ฉันกดปลายนิ้วนวดที่หว่างคิ้วและเผลอคิดตาม
ใช่! ฉันอยากได้พี่องศาคืน ฉันรักเขา ฉันอยากรู้ว่าเมื่อก่อนเรารักกันแค่ไหน อยากรู้ว่ามันดีกว่าตอนนี้ไหม!
[ END ]
บทล่าสุด
#68 บทที่ 68 68
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#67 บทที่ 67 67
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#66 บทที่ 66 66
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#65 บทที่ 65 65
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#64 บทที่ 64 64
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#63 บทที่ 63 63
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#62 บทที่ 62 62
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#61 บทที่ 61 61
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#60 บทที่ 60 60
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026#59 บทที่ 59 59
อัปเดตล่าสุด: 4/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













