บทนำ
“ติณ!”
“อะไรของมึงอีกล่ะ ไม่มีเรียนแล้ว มึงจะไปตายที่ไหนก็ไปสิ” ไอ้ติณย้อนผมพลางสีหน้าหงุดหงิดใส่
ผมสิที่ต้องเป็นคนหงุดหงิด มันจะมาหงุดหงิดอะไรในเมื่อมันนั่นและที่เป็นต้นเหตุี่ทำให้ผมต้องโดนไล่ออกจากห้องเรียน ทั้งๆ รีบมาจนเกือบเช็คชื่อไม่ทัน
“นายตั้งใจจะทำให้เราโดนไล่ออกมาจากห้องงั้นเหรอ”
“ก็เออดิ สมองมึงแรมน้อยรึไงถึงได้ฉลาดช้านัก”
“แต่เราตั้งใจมาเรียนหนังสือนะ”
“เรียนมาครึ่งชีวิตแล้ว มึงไม่เบื่อบ้างรึไง”
ผมว่าแล้วเชียวว่าทำไมมันถึงได้สะกิดผมนักทั้งๆ ที่มันน่าจะเงียบปากไปได้ที่รู้ว่าอาจารย์มองแล้ว ที่แท้มันก็ตั้งใจจะให้อาจารย์ไล่ออกมานี่เอง
“มองหน้านี่หิวตีนรึไง หรืออยากจะลองกิน”
“นายคงกินบ่อยสินะ สมองนายถึงได้มีแต่เรื่องตีนๆ”
“ไอ้เหี้ยคิม” ไอ้ติณคะตอกเรียกผมเสียงดังแถมยังเดินเข้ามากระชากคอเสื้อผมเข้าหาตัวแล้วง้างหมัดขึ้นกลางอากาศทำท่าเหมือนอยากจะชกปากผมเสียเต็มประดา
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ปากดีมากคราวหน้าได้แดกตีนสมใจแน่”
โธ่ว้อยยย! ผมมาเพื่อเช็คชื่อแล้วก็โดนไล่ออกจากห้องสินะ ช่างเป็นการเริ่มต้นปีการศึกษาที่แสนพิเศษจริงๆ
บท 1
อาคารจิราพิพัฒน์เกียรติ
ชั้น 6
ตึกตัก!
ตึกตัก!
ตึกตัก!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของผมกระทบลงกับพื้นหินอ่อนอย่างต่อเนื่องเพราะความเร่งรีบ เมื่อเช้าวันใหม่ที่ควรจะสดใสของผมกำลังจะกลายเป็นเช้าอันน่าเศร้าสลด เหตุผลก็เพราะว่าผมเหมือนจะเข้าเรียนไม่ทันเพราะตื่นสายทั้งที่วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้อย่างดี แต่เผลอตื่นขึ้นมาเลื่อนแล้วเลื่อนอีกด้วยความเคยตัว รู้ตัวอีกทีก็ไฟล้นก้นเสียแล้ว
ตายห่า ผมว่าไม่เหมือนสายหรอก งานนี้ผมต้องสายแน่ๆ เพราะตอนนี้เกือบจะเก้าโมงแล้วผมยังไม่ถึงห้องเรียนเลย
ตึง!
และเสียงที่ตามมาก็คือเสียงจากฝ่ามือของผมเอง ตกใจทำไม ผมก็แค่ผลักประตูเข้าไปในห้องเรียน
“คุณคิมหันต์”
“มาครับ” ผมรีบยกมือขึ้นแล้วขานรับเสียงดังเมื่ออาจารย์ขานชื่อผมเพื่อเช็กชื่อพอดี
อาจารย์หันมามองผมด้วยหางตานิดหน่อยก่อนจะส่ายหัวไปมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าผมส่งยิ้ม เมื่อเห็นว่าอาจารย์ไม่ได้ว่าอะไรผมจึงรีบเดินเข้าไปในห้องโดยก้มหลังเดินผ่านหน้าอาจารย์มาอย่างนอบน้อม
แอบดีใจเบาๆ ที่อย่างน้อยผมก็แค่เกือบสาย เช็กชื่อทันพอดีก็ยังถือว่าไม่สายนั่นแหละน่า
“ถ้าคุณคิมหันต์เลขที่หนึ่ง ก็ถือว่าสายนะคะ” อาจารย์ป้าหน้าโบ (ท็อกซ์) พูดขึ้นมาเสียงเข้มพลางขยับแว่นสายตากรอบสีทองบางเฉียบขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง ทว่าแว่นสายตานั้นเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเพราะสายตาที่เธอมองผมอยู่เหนือกรอบแว่นนั้นขึ้นมา ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่แว่นไว้ทำไม
“ผมเลขที่เก้าครับ” ผมตอบอย่างมั่นใจแล้วฉีกยิ้ม พูดจบผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนทุกคนในห้องแอบหัวเราะกันเบาๆ แต่สุดท้ายทั้งห้องก็ต้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเมื่อมีฝุ่นละอองปลิวเข้ารูจมูกของอาจารย์แล้วลื่นไหลไปที่หลอดลมจนอาจารย์รู้สึกระคายเคืองคอเป็นเหตุให้ไอค่อกแค่ก
“เชิญ!”
ใจหายแวบเลย คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้ว
“ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้อาจารย์ทันทีพร้อมกับลอบถอนหายใจ ก่อนจะพุ่งตัวตรงไปที่บันไดสโลปแล้วรีบกวาดสายตาเพื่อมองหาที่นั่งตามทิศทางมงคล
ผมก็แค่ต้องเลือกและมองหาทำเลทองเหมาะๆ ในการหลบสายตาของอาจารย์ป้า ที่รุ่นพี่ต่างก็เล่าขานและขนานนามกันว่าเวลาตัดเกรดเธอจะโหดสัสรัสเซียมากกว่าเวลาสอน ซึ่งเมื่อมองเห็นทำเลที่โดนใจแล้ว ผมก็รีบสืบเท้าตรงไปที่ชั้นสามมุมห้องฝั่งซ้ายมือของอาจารย์ทันที
ฟู่!!!
แอบถอนหายใจยาวๆ อีกรอบเมื่อทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ก้มหน้าลงเปิดกระเป๋าแล้วหยิบสมุดเลคเชอร์กับปากกาขึ้นมาเตรียมความพร้อมรออาจารย์เพราะว่าตอนนี้อาจารย์กำลังเช็กชื่อเพื่อนๆ คนอื่นไปเรื่อยๆ ตามลำดับเลขที่ ถือโอกาสนี้จดจำชื่อเพื่อนร่วมคลาสไปด้วยเลยก็แล้วกัน
“คุณติณภพ”
ตึง!
“มาครับ” เสียงทุ้มเข้มขานรับพร้อมกับเจ้าตัวที่ก้าวพรวดโผล่พ้นมาจากด้านหลังประตูที่เพิ่งจะถูกผลักเข้ามา ระดับความสูงของหมอนั่นเลยวงกบประตูขึ้นไปอีกแน่ะ
ทุกคนในห้องรีบหันไปมองหน้าตาเพื่อนผู้มาใหม่ และผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะว่าเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างรีบร้อนนั่นทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งห้องไปโดยปริยาย
ร่างสูงยืดลำตัวขึ้นตรงเต็มความสูงซึ่งสามารถจะสะกดทุกสายตาได้อยู่หมัด ผมแอบประเมินด้วยสายตาแล้วนายคนนั้นน่าจะสูงราวๆ ร้อยแปดสิบปลายๆ ทีเดียว ขนาดมองไกลๆ ยังรู้สึกว่าเขาสูงมากจริงๆ ใบหน้าขาวสะอาดจนทำให้เครื่องหน้าทุกอย่างโดยรวมดูลงตัวไปหมด ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่ จมูกโด่งเป็นสันเหมือนจะเป็นลูกครึ่งแต่ติดตรงที่เขามีเส้นผมสีดำขลับที่บ่งบอกถึงความเป็นชายไทยแท้ๆ ที่ยิ่งขับสีผิวของเขาให้ขาวเด่นมีออร่ายิ่งกว่าเดิม สายตาคมๆ ที่อยู่ภายใต้เรียวคิ้วเข้มนั่นทำให้เขาดูเป็นผู้ชายดุดันทีเดียว สรุปได้ว่าคนนี้งานดี งานพรีเมี่ยม
คนห่าอะไรจะหล่อขนาดนี้ หล่อไม่ลืมหูลืมตา หล่อวัวตายสาววายตะลึง กันทั้งห้องไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ ชาติก่อนทำบุญด้วยแมกกาซีนนายแบบมั้ง
“สายค่ะ”
“ไม่สายครับ”
“สายค่ะ”
“ไม่สายครับ”
“ฉันบอกว่าสายค่ะ!”
“แต่ผมดูเวลาแล้วว่าผมไม่สายครับ ผมได้ยินอาจารย์เรียกชื่อผมพอดีตอนก้าวเท้าเข้ามา” ร่างสูงพยายามอธิบาย (เถียง) ข้างๆ คูๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเอาความกล้าอย่างนั้นมาจากไหน เมื่อกี้ตอนผมเถียงอาจารย์ผมยังใจสั่นแทบแย่ แต่เขาพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับพูดคุยกับอาจารย์ถึงเรื่องลมฟ้าอากาศ
ผมคิดว่าไม่ใช่แค่ผมหรอกที่กำลังตกตะลึงในความใจกล้าของนายคนนั้น ที่กล้าต่อปากต่อคำกับอาจารย์ที่คนทั้งคณะไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตอนเดินผ่าน หรือถ้านี่ไม่ใช่ความกล้า ก็ต้องเป็นความบ้าแน่ๆ คนดีๆ ที่ไหนเขาจะกล้ายืนเถียงอาจารย์ป้ารุ่นปูชนียบุคคลประจำมหา’ ลัยแบบนั้นกัน
บทล่าสุด
#91 บทที่ 91 Epilogue [4]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#90 บทที่ 90 Epilogue [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#89 บทที่ 89 Epilogue [2]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#88 บทที่ 88 Epilogue [1]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#87 บทที่ 87 EP 26 เขิน [4]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#86 บทที่ 86 EP 26 เขิน [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#85 บทที่ 85 EP 26 เขิน [2]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#84 บทที่ 84 EP 26 เขิน [1]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#83 บทที่ 83 EP 25 พ่อของเด็ก [4]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#82 บทที่ 82 EP 25 พ่อของเด็ก [3]
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ม่านหมอก
สัญญารักประธานร้าย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













