บทนำ
บท 1
คอนโด...XX
คืนวันศุกร์เวลาล่วงเลยมาจนถึงสี่ทุ่มแล้ว ร่างของฉันก็ยังนอนแน่นิ่งไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ด้วยสภาพเหมือนซากศพ เพราะอะไรน่ะเหรอ...
วันนี้สอบวันสุดท้ายของปีสองเทอมหนึ่งไงล่ะ
ฉันที่มีความดันทุรังค่อนข้างสูงพยายามยื่นคะแนนให้ได้เรียนคณะเดียวกับเพื่อนสนิทอย่างไอ้สาม ป. ปั้น ปุณณ์ และปัณณ์ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่เรียกได้ว่าร่วมเป็นร่วมตายกันมา
หากถามว่าพวกเรารู้จักกันได้ยังไงน่ะเหรอ...ต้องย้อนกลับไปเมื่อสองสามปีก่อนสมัยเรียนมัธยมปีที่ห้า แล้วฉันอยู่ห้องสอง ส่วนไอ้สามตัวตระกูลป. นั่นอยู่ห้องหนึ่ง
โรงเรียนของพวกเราเป็นโรงเรียนสหที่รวมทั้งชายหญิง ดังนั้นก็ย่อมมีการแบ่งห้องคิงห้องควีน ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ไม่รู้นะโรงเรียนใช้เกณฑ์อะไร ฉันที่เรียนเรียกว่าไม่ได้เก่งมากมาอยู่ห้องควีน
ที่จริงพ่อฉันเพิ่งตายไม่นานฉันก็เริ่มเป็นเด็กมีปัญหา ไม่ใช่เพราะพ่อตายแล้วมีปัญหา แต่เพราะแม่ต่างหากที่จะแต่งงานใหม่หลังจากพ่อตายได้ไม่นาน นั่นทำให้เกิดการแตกหักระหว่างฉันกับที่บ้าน
แน่นอนฉันเกลียดแม่...และก็ค่อนข้างเป็นผู้หญิง ห้าว ๆ หัวโจกนิดหน่อย แล้วฉันแอบไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านข้าวต้มที่เคยชอบกินกับพ่อตั้งแต่เด็ก พ่อมักจะมารับฉันที่โรงเรียนและแวะกินร้านนี้ประจำ
แต่เมื่อพ่อตายไปฉันกับแม่เริ่มมีปัญหา จึงตัดสินใจหาเงินเรียนเองด้วยการเป็นเด็กเสิร์ฟ และไม่เคยฟังแม่เท่าไหร่ เจอหน้ากันมีแต่ทะเลาะกัน สุดท้ายฉันก็ถูกทิ้งให้อยู่ที่บ้านลำพัง แม้เจ็บใจที่แม่เลือกทิ้งลูกไปอยู่กับผู้ชายอื่น
แต่ใครจะแคร์ล่ะ ปาดน้ำตาแล้วก็อยู่กับความจริงต่อไป ซึ่งแม่ก็ไม่ได้สนใจฉันอีก ส่วนฉันก็คิดว่าจากเงินประกันที่พ่อยกให้ตัวเอง กับบ้านของพ่อที่แม่อยากจะขายแต่ทว่าฉันไม่ให้ขาย เพราะพ่อยกให้ฉัน ดังนั้นฉันจึงอยู่ที่นั่นไปเรียนแล้วก็ทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุสิบเจ็ด
แต่เหมือนทุกอย่างจะรันทด แต่ชีวิตต้องไปต่อเมื่อฉันขาดเรียนบ่อยขึ้นเพราะว่าทำงานเหนื่อยตื่นสายบ้าง ส่งงานช้าบ้าง แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวเรียนอะไรก็ได้นั่นแหละมหาวิทยาลัย จนกระทั่งจุดพลิกผันเมื่อไอ้สาม ป. ที่ออกมาเที่ยวแต่กลับมาตีกันที่ร้านข้าวต้ม และเสือกโดนรุมกระทืบ
เดือดร้อนอีรินคนนี้ไปช่วยด้วยการหยิบเอาไม้หน้าสามไปฟาดไอ้พวกแม่งหมาหมู่จนต้องร้องเอ๋ง ๆ กลับไป
เหตุการณ์วันนั้นจำได้ดีเชียวล่ะ ฉันนี่เป็นฮีโร่ในหมู่คนเมาสามคนที่เป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน..
“ไอ้เหี้ย...อยากตีกันทำไมไม่ไปตีที่บ้านแม่มึงล่ะ...เห็นไหมคนจะขายของไอ้เหี้ย!” แน่นอนว่าฉันก็เปรี้ยวตีน อยากหาที่ระบายพอดี เพราะแม่เพิ่งมากดดันให้ขายบ้านของพ่อ แต่ขายตอนนี้ต้องให้แม่ทำธุรกรรมดังนั้นไม่ขาย จนกว่าจะอายุครบสิบแปดปี และสามารถมีสิทธิ์ซื้อขายเองได้
“ไอ้เหี้ย...เด็กห้องสองนี่หว่า” นั่นไอ้ปุณณ์ แฝดพี่ของไอ้ปัณณ์ เคยเห็นหน้าอยู่บ้างเพราะเข้าแถวเคารพธงชาติยืนใกล้ ๆ กัน
“เออ...กูริน...ห้องสอง...พวกมึงนี่หาเรื่องให้กูตกงานแล้วไหมล่ะ ร้านเหี้ยนี่พังกูได้อดหัวโต” ฉันด่ามันไป โดยที่อีกคนมองฉันเงียบ ๆ มันชื่อไอ้ปั้น แล้วสามคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันที่หน้าตาจัดว่าโคตรหล่อ
ฉันก็ไม่ได้อะไรหรอก จนกระทั่งช่วยพวกมันไล่นักเลงเจ้าถิ่นไป เพราะคนแถวนี้รู้จักฉันดี ปากฉันมันปากปีจอ เพราะไม่ทำตัวให้ห้าวฉันก็อยู่ไม่ได้
“อาริน...ลื้อทำอะไร...เดี๋ยวมันดักทำร้ายลื้อทำยังไง ลื้อเป็นผู้หญิงนะ”
อ้อลืมแนะนำตัว ฉันชื่อภาริณ อิสรากุล เรียกสั้น ๆ ว่าริน ส่วนนั่นเฮียอ๋าเจ้าของร้านข้าวต้มตีสาม นอกจากชื่ออ๋ายังปากหมาด้วย แต่เอาเข้าจริงก็ขี้ขลาดเหมือนกันนั่นแหละ ดีแต่ปาก
“ไม่เป็นไรหรอกเฮีย...พวกนี้ดีแต่หมาหมู่ ลองเอาจริงขึ้นมาก็ไม่กล้า พวกมันคดีเยอะเรื่องทะเลาะวิวาท ลุงจ่าหมายหัวเอาไว้แล้ว” ลุงจ่าคือลุงเพื่อนสนิทของพ่อ ชอบแวะมาเยี่ยมฉันบ่อย ๆ เป็นตำรวจโรงพักใกล้ ๆ เพราะพ่อฝากให้ดูแลเอาไว้ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ที่จริงโรคนี้พ่อรู้ตัวไม่นานก็ไปเลย ทำให้ฉันแทบไม่มีเวลาทำใจอะไรด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็สั่งให้ฉันเข้มแข็ง แล้วฉันที่รักพ่อมากก็เชื่อฟังเสียด้วย
ฉันไม่รู้ว่าพ่อรู้อะไร หลังจากตรวจพบว่าตนเองเป็นโรคร้ายก็เปลี่ยนพินัยกรรมเรื่องประกันชีวิตทันทีโดยที่แม่ไม่รู้ และในพินัยกรรมระบุว่าให้ฉันมีสิทธิ์ทำธุรกรรมต่าง ๆ แต่เพียงผู้เดียว แล้วฉันก็มารู้ว่าแม่มีรักใหม่และคิดจะแต่งงานทันทีด้วยซ้ำหลังจากงานศพพ่อ
กลับมาที่เรื่องไอ้เพื่อนสามป. ของฉันก่อนเดี๋ยวจะเล่ายาว คืนนั้นไอ้ปั้น ไอ้ผู้ชายธงแดงที่ฉันตั้งฉายาให้มันก็มานั่งที่ร้านเฮียอ๋า แล้วก็เรียงคิวให้ฉันทำแผลให้ พวกมันก็เมากันด้วย คิดว่าจะกินข้าวต้มให้ส่างเมา แต่กลับได้กินตีนเลย เป็นไงล่ะ ทีนี้ยิ่งกว่าส่างกลับสะบักสะบอม
ไอ้ปั้นมันสาย Toxic ชอบด่าก่อนเสมอแม้จะเป็นห่วงก็ไม่พูดออกมา แล้วชอบจัดการใครก็ตามที่มายุ่งกับเพื่อนตัวเอง แล้วโดยเฉพาะกับฉันที่ไม่รู้มันมาหวงอะไร กั๊กฉิบหายแต่บอกเพื่อนกัน ผู้ชายหน้าไหนมาจีบนะกระเจิง
ส่วนฉันที่มันตามเทียวรับเทียวส่งกลับบ้านทุกวันก็เริ่มคิดมากกว่าเพื่อน จากที่ไม่เคยคุยกันกลับกลายเป็นรอกินข้าวด้วยกันทุกวันตอนกลางวัน มันมานั่งรอเงียบ ๆ หน้าห้อง ให้ไอ้สองแฝดไปจองโต๊ะแล้วก็ได้มันเลี้ยงตลอดหลังจากรู้ว่าฉันอยู่คนเดียวหาเงินเรียนเอง แล้วก็ไปนั่งเล่นที่ร้านเฮียอ๋าจนร้านปิดแล้วก็กลับบ้าน
เป็นแบบนี้จนเฮียอ๋าแซวว่าฉันต้องเป็นแฟนกับไอ้สามตัวนี่สักคนหนึ่ง แต่ฉันก็ทำขรึมไปอย่างนั้นไม่กล้าเขินต่อหน้าเฮียอ๋า เดี๋ยวไอ้ปั้นจับได้
เล่าเรื่องไอ้แฝดบ้าง ไอ้แฝดปุณณ์...ไอ้นี่สายหื่น ฉันให้นิยามว่าไอ้พระเอกธงส้ม คบกับใครก็เน้นหื่นบางทีเรื่องบนเตียงของมันยังมาเล่า เอากันท่าไหนก็เล่าถึงพริกถึงขิงเอาซะฉันหน้าร้อนไปหมด
ส่วนไอ้แฝดน้อง ไอ้ปัณณ์ ไอ้นี่ต้องยกให้ธงดำแบบหลุมดำไร้แสงผ่าน ขี้หึง ขี้หวง แฟนมันคุยกับใครก็ไม่ได้ตามไปต่อยเขาหมด สุดท้ายเป็นไงหญิงไม่เอาโดนทิ้งเป็นหมา
แต่พวกมันไม่มีใครสนหรอก...หล่อเลือกได้...แต่รวยเลือกก่อน แต่ถ้าทั้งหล่อทั้งรวยแบบพวกมัน จะเลือกคนไหนก็ได้หมด
แล้วไอ้สามตัวนี่ก็คือตัวแสบของโรงเรียน ส่วนฉันคือหญิงเดียวในแก้งค์ตัวแสบ และพวกมันเข็นฉันให้สอบติดคณะวิศวกรรมเพราะว่าที่บ้านพวกมันขอให้เรียน ส่วนฉันที่ขาดเรียนบ่อย ๆ โดนจับมันติวเช้าค่ำ บางทีก็ไปนอนที่บ้านฉันอ่านหนังสือกันตาสว่าง แล้วในที่สุดฉันก็สอบได้คณะเดียวกับมันแต่เลือกคนละสาขา พวกมันเลือกเรียนเอไอ เพราะพ่อแม่พวกมันทำธุรกิจสายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหัวฉันไม่ถึงขนาดนั้น เลยเลือกเรียนเคมีที่คะแนนของคณะนี้ในปีที่ฉันยื่นต่ำสุด ทำให้ฉันติดมาได้ในที่สุด
ใด ๆ คือเรียนตามเพื่อน...ซวยฉิบหายตอนสอบ
แล้วสภาพฉันหลังสอบเสร็จก็เป็นอย่างที่เห็นสมองไหลเป็นน้ำแล้ว สอบเสร็จก็คืนอาจารย์จนหมด แล้วพวกมันนัดกันฉลองแต่ทว่ามันยังไม่มาเรียกฉันก็ยังไม่แต่งตัวหรอก เสียเวลารอ
ไอ้ปั้นบอกว่าจะมารับฉันที่หน้าห้องสอบ พอสอบเสร็จแม่งก็หายหัว ส่วนไอ้สองแฝดไปหลีสาว ฉันเลยงอนพวกมันไม่โทรไปหา แต่อ่านไลน์กลุ่มอยู่หรอก กับอัปสตอรีไอจีในสภาพที่เหมือนศพ แต่ก็ยังสวยปิ้ง
แน่นอนว่าฉันเริ่มหันมาดูแลตัวเองเมื่อเรียนจบม.6 เปลี่ยนจากลุคสาวห้าวกลายเป็นสาวแซ่บ แต่ทว่าไอ้ปั้นมันก็ขยันหวงจริง ๆ ฉันรู้นั่นแหละว่ามันไม่คิดอะไร แต่ว่าฉันอ่ะคิดไปไกลไง
ฉันเปิดแอคลับที่เก็บโมเมนต์ดี ๆ เอาไว้ระหว่างฉันกับไอ้ปั้นแล้วก็มานอนไถดูแล้วก็ยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า การแอบรักใครสักคนนี่ก็ดีเหมือนกันเนอะ ไม่ต้องอึดอัดเวลารู้ว่าเขาไม่รักตอบ
ฉันเลือกเก็บมุมความสุขไว้ในมุมเล็ก ๆ คนเดียวจนกระทั่ง...
“ไอ้ริน ไอ้เหี้ย...มึงชอบไอ้ปั้นเหรอ”
ไอ้สัด...ปัณณ์!
บทล่าสุด
#48 บทที่ 48 ตอนพิเศษ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#47 บทที่ 47 ตอนพิเศษ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#46 บทที่ 46 บทส่งท้าย 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#45 บทที่ 45 บทส่งท้าย 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#44 บทที่ 44 สถานะแฟน 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#43 บทที่ 43 สถานะแฟน 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#42 บทที่ 42 กูชอบมัน 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#41 บทที่ 41 กูชอบมัน 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#40 บทที่ 40 งานเลี้ยงปีใหม่ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#39 บทที่ 39 งานเลี้ยงปีใหม่ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
สัญญารักประธานร้าย
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)













