บทนำ
“อยู่กับผมมันเจ็บปวดจริงๆ แม้บนโลกนี้จะไม่มีใครสมควรได้รับความเจ็บปวดเลยก็ตาม”
เมื่อความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน...มันไม่มีใครเสียใจมากหรือน้อยที่สุดแต่อยู่ที่ว่าใครจะเข้มแข็งแล้วก้าวไปข้างหน้าได้ก่อนกัน
บท 1
#INTRO
...
..
.
“มึงทำแบบนี้ได้ไงวะไอ้เต็ม” พอร์ชมองหน้าผมด้วยความผิดหวัง สายตาตัดพ้อจนผมรู้สึกละอายใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีประเดประดังเข้ามาจนยากจะรับไหว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเสมือนไฟที่ลุกโชติโชนมันลามข้างในใจจนยากที่จะดับ ถึงผมรู้ว่าควรจะทำอะไร รู้ว่าสิ่งที่ทำมันทุเรศแค่ไหน แต่ผมก็ยังปล่อยให้ทุกอย่างมันเผาไหม้จนแทบไม่เหลือซาก
“กูขอโทษ...” ผมฟุบหน้าลงกับเข่า น้ำตาที่ไหลออกมาแทบจะตลอดเวลาเทียบไม่ได้เลยกับความเสียใจที่ได้กระทำต่อคนตรงหน้า...
‘พี่เต’ พี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งในชีวิตของผม
“…มึงสองคนเคยนึกถึงหน้ากูบ้างไหม” ยิ่งพี่เตพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยมากเท่าไหร่ ภายในจิตใจผมกลับร้อนรนมากขึ้นเท่านั้น เหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
“เต กูกำลังจะทำให้เรื่องนี้มันจบไง” ใช่... พี่ไทม์กำลังจะทำให้ทุกอย่างมันจบ แล้วมันก็ไม่ควรจะเริ่มต้นตั้งแต่แรกด้วย ...
…
..
.
[ย้อน]
#จุดเริ่มต้น
“มึงกลับเลยปะวะ”
“เออ ร้านจะปิดแล้ว กูก็ง่วงด้วย” ผมยืนล้างมือในห้องน้ำ หลังจากทำธุระเสร็จ ตอนนี้ผมอยู่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย หลังจากถ่ายโปรโมตดาวเดือนของมหาวิทยาลัยเสร็จเราก็มาฉลองกันที่นี่เพื่อปลดปล่อยความเหนื่อยล้าตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผมชื่อ ‘เต็ม’ ตรัณ เพียงวานิช นักศึกษาชั้นปีที่สอง คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยหน้าตาที่พอไปวัดไปวาได้หน่อย ผมเลยถูกเลือกให้เป็นตัวแทนคณะไปประกวดดาวเดือนสมัยตอนอยู่ปีหนึ่ง แล้วก็คว้ารองอันดับสามมาครอบครองในปีนั้น แต่หน้าที่ก็ยังค้ำคอ ผมจะต้องส่งต่อความเจิดจรัสให้เดือนรุ่นต่อไปตามธรรมเนียม เวลามีกิจกรรมหรือการโปรโมตต่าง ๆ ผมต้องเข้าร่วมทุกครั้ง
ซึ่งนั้นเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก! กลางวันเรียน ตกเย็นทำกิจกรรมต่อ แถมเพื่อนรักของผมสองคนก็เป็นภาระสุด ๆ จริง ๆ ‘ไอ้พอร์ช’ เพื่อนสนิทผมคนหนึ่งก็หล่อออร่ามาก ติดแค่ เถื่อน สถุน ถ่อย ไม่ไว้หน้าใคร รุ่นพี่เลยไม่มีใครกล้าจะย่างกรายเข้าไปคุยกับมัน ครั้นจะขอร้องให้มันไปประกวดเดือนให้ก็กลัวว่ามันจะเสยหน้าหงายละมั้ง มันชอบทำหน้าเรียกตีนชาวบ้านเป็นประจำ หล่อนะ แต่สันดานไม่ดี ส่วนเพื่อนสนิทผมอีกคนคือ ‘ไอ้จอม’ รายนี้ข้ามไปเลยครับ สารรูปดูไม่เหมือนผู้เหมือนคนเท่าไหร่ เหลวเป๋ว ไร้สติ ไม่เอาอ่าวอะไรเลย แค่คิดก็ท้อแล้วครับ
“ให้กูไปส่งเปล่า มึงไม่ได้เอารถมานี่” ไอ้นิว เดือนเกษตรฯ ถามผม ผมเลยรีบบอกปัดทันที
“มึงไปไล่ส่งไอ้พวกที่นอนกองข้างนอกเหอะว่ะ กูมีสติดีกลับเองได้” ผมเช็ดมือตัวเองเรียบร้อย บอกลาไอ้นิวแล้วแอบรู้สึกผิดในใจเหมือนกันที่ตัวเองดันไหวตัวได้ทันเลย เลือกที่จะไม่เอารถมาเพื่อจะได้กลับไปถึงห้องเร็ว ๆ โดยไม่มีภาระ
ผมเดินตามทางมาเรื่อย ๆ ร้านนี้ใหญ่พอสมควร กะว่าจะโบกรถแล้วรีบกลับห้องเลย พรุ่งนี้มีงานส่งอาจารย์คาบบ่ายด้วย เชี่ยพอร์ชแม่ง! เรียงสไลด์ผิดตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย กูต้องกลับไปแก้อีก ส่วนไอ้จอม... แค่ขอให้เอาปากกากับหนังสือมาเรียนให้ครบก่อนก็ถือว่าบุญมากแล้วครับ
“เชี่ยแม่ง! ฝนตก” ผมอุทานขึ้นมาเบา ๆ ทันทีที่ตัวพ้นร้านเหล้าแห่งนี้ก็พบว่าฝนตกอย่างหนัก รู้งี้ไปกับไอ้นิวก็ดีดิวะ เชี่ยเอ๊ย...
“เอาไงดีวะ” รู้สึกตัวเองคำนวณผิดพลาดชะมัด กะว่าจะทำให้ตัวเองสบายโดยละทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งรถตัวเองแล้วเชียว ดันลืมนึกถึงว่าช่วงนี้พายุเข้า! นอกจากเป็นช่วงเวลาที่ร้านใกล้จะปิด คนจึงก็ทยอยออกมาโบกรถข้างนอกกันวุ่นวาย แล้วสถานการณ์แบบนี้ ให้ตายอย่างไรก็เรียกรถยากฉิบหาย ได้ยืนรอแท็กซี่เป็นชั่วโมงแน่เลยกู
“กูกำลังกลับ! กูบอกว่าฝนตก!! มึงฟังเสียงสิเนี่ย!!!” ผมยืนซังกะตายทำหน้าอมทุกข์ไว้อาลัยตัวเองอยู่สักพักหนึ่ง เสียงจ้อกแจ้กจอแจก็ดังไปทั่ว “ไอ้สัด!
มึงเฟสไทม์เลย มึงได้ยินเสียงฝนไหม ? คนเขาได้ยินกันทั้งบ้านทั้งเมือง” ระหว่างที่ผมกำลังคิดหาทางกลับหออยู่นั้น จู่ ๆ สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับหลังไว ๆ คุ้น ๆ เดินกระโชกโฮกฮากอยู่ไม่ไกลจากผม ผมเลยเพ่งมองดูเพื่อความแน่ใจ
“พี่ไทม์!” ผมตะโกนเรียกทันทีเมื่อเจอคนรู้จัก ‘พี่ไทม์’ เป็นเพื่อนสนิทของเจ้านายไอ้พอร์ช ซึ่งไอ้พอร์ชเคราะห์ซ้ำกรรมซัดต้องไปเป็นบอดี้การ์ดให้บ้านมาเฟียอะไรของมันไม่รู้ ผมเลยมีโอกาสได้รู้จักรุ่นพี่คณะบริหารอินเตอร์อยู่สามสี่คน ด้วยเพราะไอ้พอร์ชมักจะพาเจ้านายออกไปกินเหล้าบ่อย แล้วมันก็ชอบชวนผมกับไอ้จอมไปด้วย ความสัมพันธ์จะซับซ้อนนิดหนึ่ง เอาเป็นว่าคือพี่คนรู้จักที่ผมรู้จักผ่านไอ้พอร์ชเท่านั้นแหละครับ
“อ้าว!” พี่ไทม์หันมาตามเสียงเรียกแล้วรีบเดินเข้ามาหาผม
“อะอ่ะ! มึงคุย กูเจอน้องเต็มเพื่อนไอ้พอร์ช” พี่ไทม์พูดกับปลายสายแล้วยื่นมาให้ผม ผมทำหน้างง ทันที
“พี่เตเหรอ” ผมถามพี่ไทม์แบบไม่มีเสียงพลางชี้ไปที่โทรศัพท์ ซึ่งพี่ไทม์พยักหน้าเป็นคำตอบ
“ครับ พี่เต” ผมกรอกเสียงลงปลายสาย เพราะพี่เตเป็นแฟนพี่ไทม์ ตอนแรกผมตั้งแง่รังเกียจแก๊งเจ้านายไอ้พอร์ชมาก เพราะเพื่อนเกลียดก็เกลียดด้วย แต่พอวันไปกินเหล้าพี่เตแม่ง! โคตรดี!! ทั้งเลี้ยงเหล้าแล้วพาไปส่งหอ เอาจริง ไอ้พอร์ชเคยบอกว่า ใครที่เลี้ยงเหล้าเราก็จัดว่าเป็นคนดีหมด หลังจากนั้นที่ผมตั้งแง่รังเกียจแก๊งเจ้านายไอ้พอร์ชก็กลายเป็นว่าผมดันรู้สึกถูกชะตาอย่างไรไม่รู้
[เต็ม ไปทำอะไรที่นั่น]
“มากินเหล้ากับเพื่อนครับ แล้วบังเอิญเจอพี่ไทม์”
[มันอยู่กับใคร] เสียงพี่เตแข็งขึ้นมาทันที ผมเลยเงยหน้ามองพี่ไทม์แต่ก็พบว่าเขายืนอยู่คนเดียว
“คนเดียวครับ”
[แล้วฝนตกรึเปล่า มันบอกจะกลับบ้านช้า]
“ตกครับ หนักมากด้วย” ผมหันไปมองฝนด้านนอก ก็น่าจะกลับช้าอยู่แหละ ตกแม่ง! จนมองไม่เห็นทางเลย
[แล้วเต็มกลับยังไง มีใครมารับไหม ?]
“อ๋อ ผมว่าจะกลับแท็กซี่อ่าครับ” ผมพูดไปตามความจริง
[เฮ้ย ๆ มันอันตราย งั้นให้ไอ้ไทม์ไปส่ง]
“ไม่เป็นไรพี่เต ผมกลับแท็กซี่ได้ครับ”
[กลับกับมันนั่นแหละ จะได้ดูให้พี่ด้วยว่ามันไม่ได้หิ้วใครไปไหน] ผมฟังประโยคนั้นก็รู้สึกแปลก ๆ พี่ไทม์ก็ดูรักพี่เตขนาดนั้น แล้วจากที่ผมฟังน้ำเสียงก็ดูพี่เตระแวงชะมัด
“ไม่อยากรบกวน...”
[ส่งโทรศัพท์ให้พี่คุยกับไทม์หน่อย] ผมทำตามที่พี่เตบอกแล้วยื่นโทรศัพท์ให้พี่ไทม์ทันที
“เออ กูรู้ละ ค้าบ จะรีบกลับค้าบ” พี่ไทม์พูดอีกสองสามประโยคแล้วกดวางไปก่อนจะสบถออกมา “ถ้าไม่ใช่เมียกูเตะตัดขาไปละ” พี่ไทม์พูดใส่โทรศัพท์ อารมณ์แบบเก่งลับหลัง ก็ใจมันกาก แต่ปากมันเก่งอะไรทำนองนั้น
“ทำไมพี่เตไม่มาด้วยล่ะ” ด้วยความที่เราเจอกันมาประมาณสองสามครั้ง แล้วทุกครั้งที่เจอพี่เตกับพี่ไทม์มักชวนผมคุยเสมอ ผมก็เลยไม่ได้มีท่าทีเกร็งมากนัก
“มันไม่เที่ยวหรอกร้านแบบนี้ ก็รู้อยู่ไอ้เตมันคุณหนูไฮโซ ไม่ชอบที่จ้อกแจ้กจอแจ” พี่ไทม์ว่าแล้วดึงบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจุดสูบ
“ทีร้านเจ๊หยกยังไปได้เลย” ผมพูดขำ ๆ เพราะเราเคยไปเที่ยวกันที่ร้านเจ๊หยก มันเป็นร้านที่แต่ก่อนไอ้พอร์ชเพื่อนสนิทผมเคยเป็นพนักงานเก่า มันสนิทกับเจ้าของร้าน แล้ววันนั้นมันก็นึกพิเรนทร์พาเจ้านายมันมาเที่ยวยกครัว ก็เห็นพี่เตยังลุกเต้นนี่หว่า...
“ก็นั่นมีไอ้คินน์ สองตัวมันก็พอ ๆ กัน” ผมพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ คินน์ที่ว่าก็เจ้านายมาเฟียของไอ้พอร์ชนั่นแหละ
“อ้อ มันจำเป็นอะเนอะ”
“ใช่ แล้วเราเอาไง รอฝนซาแล้วเดินไปที่รถหรือจะฝ่าไปเลย” พี่ไทม์พ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วมองผ่านม่านน้ำที่โหมลงมาไม่หยุด
“ที่พี่เตสั่งไว้ให้ไปส่งใช่ไหม ? ” ผมทำท่ากระอักกระอ่วน เกรงใจว่ะ! ไม่รู้พี่มันอยากจะไปต่อหรืออยากะกลับกันแน่ เห็นฮึดฮัดใส่โทรศัพท์ทำท่าเหมือนอยากเที่ยวต่อยังไงก็ไม่รู้
“อื้ม รถพี่จอดซอยถัดไป พี่ว่าเดินหลบ ๆ ไปคงไม่เปียกมาก” พี่ไทม์ชี้ไปด้านข้าง
“แต่พี่ไทม์...”
“พี่เต็มใจ ไปเหอะ!” พี่ไทม์ทิ้งก้นบุหรี่ลงถังก่อนจะดึง ๆ ลาก ๆ แขนผมไปยังรถของเขา...
บทล่าสุด
#152 บทที่ 152 #Special (ArmTay) 5 “You are the flower of my life.” (3)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#151 บทที่ 151 #Special (ArmTay) 5 “You are the flower of my life.” (2)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#150 บทที่ 150 #Special (ArmTay) 5 “You are the flower of my life.” (1)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#149 บทที่ 149 #Special (ArmTay) 4 “I love you more than roses.” (3)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#148 บทที่ 148 #Special (ArmTay) 4 “I love you more than roses.” (2)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#147 บทที่ 147 #Special (ArmTay) 4 “I love you more than roses.” (1)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#146 บทที่ 146 #Special (ArmTay) 3 “flowers are like sunshine for the soul.” (3)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#145 บทที่ 145 #Special (ArmTay) 3 “flowers are like sunshine for the soul.” (2)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#144 บทที่ 144 #Special (ArmTay) 3 “flowers are like sunshine for the soul.” (1)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025#143 บทที่ 143 #Special (ArmTay) 2 “You are the most beautiful flower in the world.” (3)
อัปเดตล่าสุด: 12/10/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ความทรงจำในรอยใจ
เขา—วิศวกรหนุ่มรูปหล่อ ผู้มีชื่อที่แปลว่า “พระอาทิตย์”
ส่วนเธอ “เดือน”
คนที่พยายามจะลืมพระอาทิตย์ดวงนั้น…แต่ไม่เคยลืมได้เลย
ในอดีต เขาเข้าหาเธอเพียงเพราะคำพนันกับเพื่อน
แล้วครั้งนี้…จุดมุ่งหมายของเขาคืออะไรกันแน่?
“กูถามมึงจริงๆ นะซัน
ตอนที่มึงจีบน้องเดือน เพื่อเอาชนะพนันกับไอ้เมศร์
ตกลงตอนนั้น…มึงชอบน้องเดือนบ้างหรือยัง
หรือทั้งหมดมันก็แค่เพราะมึงไม่อยากให้ไอ้เมศร์จีบติดเท่านั้น?”
![[YAOI] TimeTayTem Story : รักโคตรร้าย สุดท้ายไม่รัก](https://oss.novelago.app/prod/jpg/cover/97eb5b15a4c3461a94924cbd1a64cffd.jpg?x-oss-process=image/format,webp/resize,m_fill,w_240,h_320)












