บทนำ
"ฉันก็ไม่ได้ขอให้มารัก"
บท 1
บทที่ 1
ดอกเบี้ยจำเป็น
เรียวเท้าก้าวลงมาจากรถยนต์ สายตาคู่หวานทอดมองไปยังบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้าท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของไร่องุ่นชื่อดัง ‘ไร่หมอกตะวัน’ นับหลายพันไร่รวมถึงปางช้างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ‘พบตะวัน’ ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยินดีหรือยินร้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ในสถานะ ‘ดอกเบี้ย’
มันก็ดีอยู่หรอกที่เธอไม่ต้องทนฟังเสียงด่าทอและการเปรียบเทียบเธอกับพี่สาวจากมารดา แต่ท้ายที่สุดมันจะดีสักแค่ไหนกันเชียว
“หนูชื่อม่อนใช่ไหม?” หญิงสูงวัยรูปร่างท้วมเดินมาหา ถามไถ่ชื่อแซ่หญิงสาวรุ่นราวคราวลูก
“ใช่ค่ะ ม่อนเอง” เสียงเรียกของป้าตรงหน้าทำให้พบตะวันจำยอมสลัดความคิดในหัวทิ้งไป และตอบรับท่าน
“ป้าชื่อป้าลีนะเป็นคนงานที่นี่แหละ คุณพร้อมเธอฝากให้ป้าพาเราไปส่งที่บ้านพักคนงาน ป้าเองก็เตรียมที่ทางไว้ให้แล้ว ตามมาสิ” ท่านว่าพลางเดินนำพบตะวันและพาขึ้นรถซาเล้งพ่วงข้างขับเข้าไปภายในไร่ใช้เวลาไม่เกินสามนาทีก็ถึงที่หมาย
บ้านพักคนงานของที่นี่ถูกจัดสรรเป็นสัดส่วน มิใช่ห้องแถวยาว ๆ ให้อยู่กันแต่เป็นบ้านปูนชั้นเดียวแม้หลังไม่ได้ใหญ่มากมายแต่ก็ดูออกว่าเจ้าของที่นี่คงจะใส่ใจในสวัสดิภาพการใช้ชีวิตของพนักงานตนเองอยู่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่ลงทุนมากถึงขนาดนี้
“ถึงแล้ว นี่บ้านพักเรา”
“ของม่อนคนเดียวเหรอคะ?” พบตะวันตั้งคำถาม เพราะมันดูสะดวกสบายกว่าที่คิดเอาไว้มาก แม้พื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่นักแต่ความเป็นส่วนตัวมีชัดเจน
“ใช่จ้ะ อยู่ได้ตามสบายนะขาดเหลืออะไรก็บอกป้าได้”
“ขอบคุณป้าลีมากนะคะ แล้วงานที่ต้องทำ...”
“อ้อ...เรื่องนั้น คุณพร้อมบอกป้าไว้แล้วว่าให้เราไปทำงานที่โรงครัว”
“อ้าว...” หญิงสาวครางเสียงแผ่วออกมา ไหนว่าตอนแรกมารดาบอกว่าเขาให้เธอมาทำงานบัญชีไง แล้วทำไมถึงได้เป็นโรงครัวเสียได้ “เดี๋ยวม่อนโทรหาแม่สักครู่นะคะ”
“จ้ะ ตามสบายเลย” ท่านพยักหน้าให้ พบตะวันเดินเลี่ยงออกมาก่อนต่อสายหามารดา ไม่นานนักก็รับสาย
[มีอะไร]
“ไหนแม่บอกว่าคุณพร้อมเขาจะให้ไปทำงานบัญชี แล้วทำไมหนูถึงได้ทำงานที่โรงครัว” เธอไม่รอช้ารีบเข้าประเด็นทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่ามารดาก็คงไม่ได้อยากเสียเวลาคุยกับเธอสักเท่าไร
[เขาบอกมาอย่างนั้นเหรอ?] เพียงนภามารดาของหญิงสาวคิ้วขมวด เพราะตอนแรกเจ้าหนี้บอกแบบนั้นจริง ๆ
“ค่ะ”
[แกก็ทำ ๆ ไปเถอะม่อน] แต่ท้ายที่สุดก็ให้ลูกตอบตกลงไป
“แต่แม่”
[ไหนบอกว่าอยากช่วยพ่อกับแม่ แกหัดทำตัวให้เป็นประโยคเหมือนพี่สาวแกบ้างเถอะ]
“ก็ได้ ม่อนทำก็ได้”
ตั้งแต่เล็กจนโต เธอมักโดนเปรียบเทียบกับพี่สาวอยู่ตลอด จนบางครั้งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจท่านเอาแต่บอกว่าเธอคว้าน้ำเหลว ทำอะไรได้ไม่ดีเท่าพี่สาวแม้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเธอจะเรียนจบปริญญาตรีแถมยังได้เกียรตินิยม แต่พวกท่านไม่เคยมองเห็นความพยายาม เพราะพี่สาวทำได้ดีกว่านั้น
[อยู่ที่นั่นก็ทำงานให้เขาดี ๆ สัญญาแค่หนึ่งปี แกคงทนได้]
“ม่อนอดทนได้มากกว่าที่แม่คิด”
[งั้นก็ดี]
“แม่...” ท่านทำท่าจะวางสาย ทว่าเธอกลับเรียกขานเอาไว้
[มีอะไรอีก]
“เอ่อ...เปล่าค่ะ” เธอแค่อยากถาม...
อยากถามว่าท่านเคยรักเธอบ้างหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าคำตอบที่ตอบกลับมาจะทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ชอกช้ำ กลัวว่าจะรับความจริงไม่ได้หากมารดาพูดว่าท่านไม่รักเธอเหมือนที่รักพี่สาวอย่าง ‘พราวดารา’
ตลอดเวลาพบตะวันเป็นรองพราวดารามาตลอด พี่สาวเป็นคนเก่งตั้งแต่เด็กได้รับการนิยมชมชอบอยู่บ่อยครั้งต่างจากเธอลิบลับ แม้ตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของใคร ยิ่งตอนนี้ที่พราวดาราได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเธอสู้อะไรพี่สาวไม่ได้เลย
การยอมมาที่นี่ในครั้งนี้เพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัว หวังลึก ๆ ว่าบิดามารดาจะหันมามองเธอบ้าง
แต่เปล่าเลย...คนนอกสายตาอย่างไร ท้ายที่สุดก็นอกสายตาอย่างนั้น
“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะป้าลี”
“ไม่เป็นไรจ้ะ สรุปยังไงหนูม่อนไม่รู้มาก่อนเหรอ”
“ไม่รู้ค่ะ ไม่มีใครบอกม่อนเลย”
“ถ้าทำไม่ได้ จะกลับไปก็ได้นะฉันไม่ได้ว่าอะไร”
สิ้นเสียงหวาน เสียงเข้มก็ดังแทรกขึ้นมา ‘พิรัชต์ เลิศไพศาลพิบูลย์’ ชายร่างสูงใบหน้าหล่อเหลากายสมบูรณ์แบบราวกับคนออกกำลังกายและดูแลตัวเองอย่างดีสูงเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวกร้านแดดทว่านั้นไม่ได้ทำให้เสน่ห์เขาลดลงไปเลยสักนิดปรากฏกายต่อหน้าพบตะวัน
“…” เธอเงียบไปเพราะไม่รู้ควรเอ่ยสิ่งใดออกมา ถ้าให้เดาผู้ชายคนนี้คงเป็น ‘คุณพร้อม’ ที่ป้าลีพูดถึง
“อ้าวคุณพร้อม ไหนบอกป้าว่าไปดูเจ้าเวียงพิงค์ไงคะ” เสียงของป้าลีทำลายความเงียบ
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะครับ ให้หมอมาดูอาการแล้ว” ป้าลีพยักหน้าเข้าใจในคำพูดเจ้านาย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
“อ้อ ป้าลืมไปเลยหนูม่อนนี่คุณพร้อมจ้ะ” ป้าลีแนะนำให้พบตะวันรู้จักกับพ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของไร่หมอกตะวัน
พิรัชต์มองพบตะวันเสี้ยวนาทีและวางท่าทีเมินเฉยไม่ได้สนใจเท่าไรนัก แต่สำหรับพบตะวันยอมรับว่าเธอเกร็งและกลัวการเผชิญหน้ากับเขาอย่างบอกไม่ถูก ที่ผ่านมาไม่เคยพบเจอกันซึ่ง ๆ หน้ามาก่อน จะเห็นก็เพียงแผ่นหลังกว้างครั้งหนึ่งตอนเขาไปที่บ้านแค่นั้น และก็เดาว่าเขาก็คงไม่เคยเห็นเธอเหมือนกัน
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้า
“อืม” เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ที่เขาตอบกลับไป ก่อนจะหันไปหาป้าลี “ยังไงผมก็ฝากป้าลีช่วยจัดการให้ทีนะครับ เห็นแม่เขาอวดสรรพคุณสารพัดอย่าง ผมก็หวังว่าคงจะไม่ทำตัวเป็นภาระ”
“สบายใจได้ค่ะ เดี๋ยวป้าจะช่วยดูแลอย่างดี”
“ไม่ต้องถึงกับขั้นนั้นหรอกครับ เขาก็เป็นพนักงานในไร่เราเหมือนกับคนอื่น ๆ ไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร” ท้ายประโยคเขาพูดและหันไปมองพบตะวัน หญิงสาวหลบสายตาไม่กล้ามองพิรัชต์ที่จ้องมองมา
“ฉันหวังว่าเธอจะทำได้นะ งานที่ให้ทำมันก็คงไม่ยากจนเธอต้องเก็บข้าวของกลับบ้าน”
“ม่อนทำได้ค่ะ” เธอยื่นอกตอบน้ำเสียงหนักแน่น กับงานแค่นี้ทำไมเธอจะทำไม่ได้
พิรัชต์ไม่ตอบอะไรออกไป เขาแค่มองพบตะวันเพียงชั่วครู่และหันไปหาป้าลี ส่งยิ้มให้กันก่อนเดินจากไป พอชายหนุ่มจากไปแล้วหญิงสาวถึงได้พลอยหายใจหายคอได้สะดวก เธอนึกว่าตัวเองต้องอึดอัดตายอยู่ต่อหน้าเขาเสียแล้ว คนอะไรน่ากลัวชะมัด ถึงพิรัชต์จะไม่มีคำพูดถากถางหลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป แต่ท่าทางของเขาทำให้เธอกลัว
“ม่อนอยู่จัดของที่นี่ไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอีกสิบนาทีป้ากลับมา จะได้พาเราเข้าไปในไร่ไปแนะนำกับคนอื่น ๆ ให้รู้จัก จะได้ฝากผีฝากไข้กันได้”
“ได้ค่ะ”
ผ่านไปสิบนาทีอย่างที่ป้าลีบอก ท่านก็พาพบตะวันขึ้นรถซาเล้งคันคู่ใจขับเข้าไปภายในไร่ ระหว่างทางมีเสียงทักทายของคนงานตลอดป้าลีก็ถือโอกาสแนะนำพบตะวันให้คนอื่นได้รู้จัก หญิงสาวจึงแลกมิตรภาพไปด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ
“ม่อนฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ”
ทันทีที่ถึงโรงครัวป้าลีแนะนำพบตะวันกับคนอื่นอีกครั้ง หญิงสาวรู้สึกดีอย่างน้อย ๆ คนที่นี่ก็ใจดีกับเธออยู่บ้าง หลายคนเข้ามายิ้มทักทายและผูกมิตรสนิทสนม บางทีการที่เธอได้อยู่ที่นี่ ก็ลดทอนความอึดอัดไปได้มากกว่าที่คิด
พิรัชต์เดินออกมาจากบ้านพักคนงาน เขาขึ้นรถจิ๊ปคันโปรดของตัวเองและขับเข้าไปในไร่แต่ทันทีที่รถจอดสนิทบริเวณคอกม้าเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเหลือบสายตามองดูเห็นชื่อปรากฏบนหน้าจอแล้วอารมณ์เสีย พาลนึกถึงข้อแลกเปลี่ยนในตอนแรก
“ว่ายังไงครับ จะส่งพราวดารามาแล้วใช่ไหม? ดีเลยผมจะได้ส่งเด็กม่อนอะไรนั่นกลับ แม่งดูได้ไม่คุ้มเสียเลยว่ะ”
[คุณพร้อมเราตกลงกันแล้วนะคะ ว่ายัยม่อนจะไปแทนยัยมิลค์ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ]
“แต่ลูกสาวคนเล็กคุณดูทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แบบนี้มันจะคุ้มกับหนี้ที่คุณติดผมอยู่หรือเปล่า”
[แต่ยังไงคุณก็ยอมทำตามที่พวกฉันขอแล้ว]
“น่ารำคาญจริงโว้ย! นี่ถ้าครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ผมไม่ได้พราวดารามา คุณเตรียมไม่มีที่ซุกหัวนอนได้เลยทุกอย่างถือเป็นโมฆะ โรงงานคุณผมก็จะขายทอดตลาดแม่งให้หมด การที่ผมยอมขนาดนี้ถือว่ามากพอแล้ว” ปกติอะไรที่เขาเสียเปรียบเขาไม่มีทางยอมมากขนาดนี้แน่นอน
[ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว]
ขณะที่ตอบโต้ไปแบบนั้น แต่นางก็กลัวในอำนาจของพิรัชต์อยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มช่างแตกต่างไปจากพิไลผู้เป็นมารดานัก ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มคราวลูกรู้ว่านางผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องจ่ายหนี้สินของพิไลมาตลอด พิรัชต์ก็กัดไม่ปล่อยเข้ามาจัดการทุกอย่างแทนมารดา
จะให้คืนเงินทั้งต้นและดอกภายในระยะเวลาสองเดือน แน่นอนว่านางไม่มีทางหามาได้ทันเพราะพิษเศรษฐกิจเลยทำให้โรงงานกระดาษเล็ก ๆ ไปได้ไม่สวยแถมยังร่อแร่ฟื้นตัวไม่ขึ้น ทว่าพอผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ชายหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอแลกตัวของพราวดาราแทนการใช้หนี้ครึ่งหนึ่ง และหนี้สินจะหายไปในระยะยาวหากทั้งคู่ไปกันได้ดีจนถึงขั้นตบแต่ง
แต่ ณ ตอนนี้ ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง เพราะพราวดาราได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ คราแรกพิรัชต์ไม่ยินยอมนางจึงได้เสนอ ‘ดอกเบี้ย’ อย่างพบตะวันเพื่อทดแทน
รอเวลาครบหนึ่งปี
รอเวลาที่พราวดาราจะกลับมา
“ตลก! กล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าตัวเองเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงลูกสาวคุณคงไม่ต้องบากหน้ามาใช้หนี้ให้หรอก ที่พูดออกมาเนี่ยอายบ้างไหม”
[คุณพร้อม!]
“นี่ถ้าให้ผมนับรวม ๆ ดอกเบี้ยของเงินที่คุณกู้แม่ผมไป เด็กม่อนอะไรนั้นยังไม่คุ้มเลยนะ สัญญาแค่หนึ่งปีมันจะไปพออะไร จริงไหม?”
“แต่ผมยังเป็นคนดี ให้โอกาสลูกสาวคุณได้ทำตามความฝัน อันที่จริงผมอุตส่าห์เสนอให้มาเป็นคุณนายเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองแท้ ๆ น่าจะรับไว้แต่แรก แต่ก็นะผมก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรที่จะทำลายความฝันคนอื่น ถ้ามิลค์อยากเรียนผมก็จะให้เขาได้เรียน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่าท่าทีคนพูดกลับผ่อนปรน
“ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ ผมจะเฉกหัวลูกสาวคนเล็กคุณทิ้ง แลกกับลูกสาวคนโตของคุณตามที่ตกลงกันไว้”
[ระหว่างนี้คุณจะไม่ทำอะไรยัยม่อนใช่ไหม?] เพียงนภาร้องถาม ถึงพบตะวันจะทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่องแต่ก็เป็นลูกสาวนาง เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ยังมีเสี้ยวของความห่วงใยให้กันอยู่
“วางใจได้ ผมไม่พิศวาสเด็กคนนั้นขนาดนั้นหรอก” เพราะพบตะวันไม่ใช่คนที่เขาต้องการเขาก็จะไม่แตะต้อง อีกอย่างเขาไม่ใช่พระยาเทครัว ที่จะเอาทั้งพี่ทั้งน้อง
“เพราะไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้น ก็แค่ ‘ดอกเบี้ยไร้ค่า’ ที่คุณส่งมาคั่นเวลา”
เพียงนภาวางสายจากพิรัชต์ไปนานแล้วจากท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวจนตอนนี้ดวงตะวันลับขอบฟ้า แต่หญิงสูงวัยยังคิดไม่ตกกับคำพูดของพิรัชต์ นางไม่แน่ใจนักว่าชายหนุ่มจะพูดจริงมากแค่ไหน มันก็ดีที่พิรัชต์ดูไม่เหลียวแลพบตะวัน แต่เช่นนั้นจะไว้ใจได้จริง ๆ หรือ พบตะวันยิ่งไม่ค่อยทันคน หากโดนชายหนุ่มล่อลวงนิดหน่อย จึงไม่วายคล้อยตาม
“มีอะไรรึเปล่าคะ?” พบตะวันที่กำลังจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ของตนเองให้เข้าที่เข้าทางร้องถามเสียงนิ่งผ่านโทรศัพท์ไปหาคนปลายสาย
[แกอยู่ไหน]
“ม่อนก็อยู่ในบ้านพักไงคะ”
[บ้านพักที่ไหน ใช่บ้านคุณพร้อมรึเปล่า]
“ไม่ใช่ค่ะ ม่อนจะไปอยู่บ้านเขาได้ยังไง ม่อนอยู่บ้านพักคนงาน อยู่คนเดียว”
[แน่นะ]
“ก็ใช่น่ะสิคะ ถ้าไม่นอนนี่แล้วจะให้ไปนอนไหน”
[คุณพร้อมเขาไม่ได้ให้แกไปหาที่บ้านเขาใช่ไหม]
“ไม่ค่ะ แม่มีอะไรรึเปล่า”
[เปล่า ฉันก็แค่โทรมาถามเฉย ๆ งั้นแค่นี้แหละ]
“แม่จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าม่อนเป็นยังไงบ้าง” นอกจากสิ่งที่มารดาอยากรู้ ท่านไม่เคยคิดอยากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเลย
[แล้วแกเป็นไงบ้าง งานที่เขาให้ทำ ทำได้ใช่ไหม] พอได้ยินคำพูดบุตรสาวเมื่อครู่ก็เป็นอันต้องสะอึก แต่มันก็เพียงชั่ววูบ ท้ายที่สุดสลัดทิ้งความรู้สึกพวกนั้นไป
“ทำได้ค่ะ คนที่นี่ใจดีมาก” หรือบางทีการอยู่ที่นี่ เธออาจมีความสุขกว่าอยู่ที่บ้านที่อาศัยมาตั้งแต่เล็กจนโตแต่อย่างไรการได้อยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคย มันก็เป็นเรื่องดีที่สุดอยู่ดี
[ก็ดีแล้ว อยู่ที่นั่นก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปสร้างปัญหาจนพลอยเดือดร้อนมาถึงฉันล่ะ]
“ค่า” เจ้าหล่อนลากเสียงยาวน้อมรับ เธอจะไปสร้างปัญหาอะไรลำพังทำงานไปวัน ๆ เรี่ยวแรงก็ไม่มีเหลือแล้ว เรื่องพวกนั้นลืมไปได้เลย
[อีกอย่างนะม่อน] เรื่องนี้สำคัญมาก [อย่าไปยุ่งหรือเข้าใกล้กับคุณพร้อม ถ้าไม่จำเป็น]
“ทำไมเหรอคะ” เธอสงสัย เพราะมารดาเอาแต่สั่งห้ามแต่ไม่ยอมบอกเหตุผลอะไรเธอเลยสักอย่าง
[ฉันสั่งอะไรก็ทำตามม่อน อย่ามาถามยอกย้อน]
“รู้แล้วค่ะ”
[งั้นแค่นี้แหละ รีบนอนซะพรุ่งนี้แกต้องลุกไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ]
“ค่ะ”
เพียงแค่นั้นมารดาก็วางสายไป แม้แต่คำว่า ‘ฝันดี’ เธอยังไม่ได้รับ อย่างน้อย ๆ ในยามที่ต่างที่ต่างถิ่นแบบนี้แค่ได้ยินว่า ‘หลับฝันดีนะ’ เธอก็สุขใจ แต่เห็นทีคงจะหวังมากเกินไปจริง ๆ
บทล่าสุด
#44 บทที่ 44 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#43 บทที่ 43 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#42 บทที่ 42 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#41 บทที่ 41 ทดแทนด้วยรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#40 บทที่ 40 บอกแล้วว่ารัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#39 บทที่ 39 หัวใจที่ร่ำร้อง
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#38 บทที่ 38 พร่ำว่ารัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#37 บทที่ 37 โอกาสให้รัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#36 บทที่ 36 รั้งรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#35 บทที่ 35 เต็มใจรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
สัญญารักประธานร้าย
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













