บทนำ
ในคืนแรกแห่งอิสรภาพ ริวจิได้พบกับแมท ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างเหลือเชื่อ ท่ามกลางบทสนทนายามค่ำคืน การหยอกเย้า และความเร่าร้อน พวกเขาได้ก่อเกิดความสัมพันธ์อันน่าค้นหาขึ้นมา ทว่าทุกสิ่งอาจพลิกผันเมื่อพวกเขาค้นพบว่าต่างก็สังกัดแก๊งคู่อริกัน
ด้วยความลุ่มหลงที่ครอบงำจิตใจ ริวจิยอมวางความบาดหมางลงเพื่อที่จะได้อยู่กับมาเทียส แต่มันกลับไม่ง่ายเลยในเมื่อมาเทียสปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวกับคนจากตระกูลฮาตากิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามระหว่างแก๊งใกล้จะปะทุขึ้นเต็มที
นิยายรักสายดาร์กที่อัดแน่นไปด้วยเงื่อนงำ ความร้อนแรง และเหล่าตัวละครที่เข้มข้น หมกมุ่น และขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนา
บท 1
หกเดือน
มันแค่หกเดือนเท่านั้น แต่ทั้งร่างกายและจิตใจกลับรู้สึกราวกับว่ามันนานเป็นปี หกเดือนที่ต้องกินอาหารห่วยๆ อาบน้ำรวมกับเด็กผู้ชายคนอื่น ทำกิจกรรมกลุ่ม แล้วก็คุยกับนักจิตวิทยาเรื่องความรู้สึกของเรา
ความรู้สึกงั้นเหรอ?
น่าสมเพชสิ้นดี แถมยังเป็นการลงโทษอีกต่างหาก
แต่สถานพินิจมันควรจะเป็นอะไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่การลงโทษที่แสนสาหัสซึ่งออกแบบมาเพื่อกักขังเด็กหลงทางที่เป็นภัยต่อสังคม? สังคมอันสูงส่งนั่นน่ะ
'ของของแก' ผู้คุมพูดพลางยื่นถุงกระดาษใบเล็กผ่านช่องกระจกที่กั้นเราสองคน
ผมใช้มือที่ช้ำรอยคว้าถุงใบนั้น รู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คุมที่จับจ้องมา ในถุงมีโทรศัพท์ นาฬิกา และกระเป๋าสตางค์ของผม ผมเหลือบมองผู้คุมเป็นครั้งสุดท้าย สังเกตเห็นแววตาดูแคลนและหงุดหงิดของอีกฝ่าย
ผมทำเรื่องเลวร้ายลงไป
แต่ผมก็ไม่ได้รับโทษอย่างที่ควรจะเป็น
พวกเขารู้ ทุกคนรู้ แต่นี่แหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีเงินมหาศาลและมีทนายที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง...โลกมันต่างออกไปสำหรับคนอย่างผม
ผมยิ้มแล้วชูนิ้วกลางให้พวกเขา ทำให้ผู้คุมอีกคนฟาดเข้าที่ท้ายทอยผมอย่างแรง แต่ผมก็ยังยิ้มต่อไปขณะที่ถูกลากออกมาข้างนอก
แสงแดดแรกในรอบสามวันหลังจากถูกขังเดี่ยวทำเอาผมแสบตา ผมต้องหรี่ตาเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความสว่างของโลกภายนอกกำแพงปูนนั่น ผู้คุมยังคงลากผมไปยังทางออกขณะที่ความสนใจของผมถูกดึงไปที่เด็กหนุ่มในสนามที่กำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ ซึ่งบางคนก็กำลังมองมาที่ผม
ผู้คุมแทบจะผลักผมทะลุประตูที่นำไปสู่ลานจอดรถ ผมได้ยินเสียงเขาถ่มน้ำลายลงพื้นก่อนจะปิดประตูรั้วแล้วเดินจากไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำ
'แกไม่เปลี่ยนไปเลยนะ'
ผมหันไปตามเสียงแล้วก็พบว่าเพื่อนสนิทคนหนึ่งของผมกำลังยืนพิงรถที่จอดอยู่
'เคนจิ' ผมเอ่ย รู้สึกว่ารอยยิ้มของตัวเองกว้างขึ้น
เพื่อนวัยเด็กของผมรีบเดินเข้ามาดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่น กลิ่นที่คุ้นเคยของเขาโชยมาปะทะจมูก ทำให้ความทรงจำตอนที่ไปหาอะไรกินหลังเลิกเรียนหรือทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหลังจากการต่อสู้โต้รุ่งหวนกลับคืนมา
'ชินพนันไว้ว่าแกจะแยกพวกเราไม่ออก' เขาพูดพลางผละออกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
'ก็แค่ต้องจำว่าคนไหนขี้เหร่กว่ากัน' ผมแกล้งแหย่ ทำให้เขาหัวเราะลั่น
'คิดถึงแกว่ะ' เขาพูดพลางสบตาผม
'กูก็เหมือนกัน' ผมยอมรับ พลางสำรวจเสื้อผ้าสีดำสบายๆ กับแจ็กเก็ตสีขาวของเขา นอกจากผมสีแพลทินัมแล้ว แจ็กเก็ตตัวนั้นก็ดูโดดเด่นที่สุด หนังของมันเรียบและใหม่เอี่ยม ราวกับว่าเขาพยายามจะเรียกร้องความสนใจ แต่ผมรู้จักเคนจิดีเสียยิ่งกว่าใคร...เขาก็แค่เป็นพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบเรื่องเสื้อผ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เขาเปิดประตูรถแล้วผายมือให้ผมเข้าไป
'กูขับเอง'
เคนจิไม่เถียง เขาแค่โยนกุญแจให้แล้วก็ขึ้นรถไป ผมหันกลับไปมองลานอึกทึก เห็นเด็กหนุ่มสองคนกำลังยืนพิงรั้วอยู่ ฮิตากิกับอาเคมิเป็นเพื่อนเพียงสองคนของผมตลอดหกเดือนที่ผ่านมา พวกเขาคือคนที่ยอมอดนอนเพื่อให้ผมนอนหลับได้ และเป็นคนกระทืบคนอื่นเวลาที่ผมเบื่อเกินกว่าจะทำอะไรนอกจากจ้องมองท้องฟ้าสีครามหย่อมเล็กๆ นอกหน้าต่าง
พวกเขายกมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า ผมทำแบบเดียวกันโดยรู้ดีว่าถ้าไม่มีพวกเขาทุกอย่างคงจะเลวร้ายกว่านี้มาก ผมรู้สึกโล่งใจที่รู้ว่าอีกไม่กี่เดือนพวกเขาก็จะได้ออกจากนรกขุมนี้แล้ว
ผมขึ้นรถแล้วเริ่มขับออกไป
'อย่างแรกเลยนะ เราจะแวะร้านตัดผมก่อน ผมแกดูไม่ได้เลย' เคนจิบ่นพลางสางมือผ่านผมเผ้ายุ่งเหยิงของผม 'สภาพแบบนี้ทำตระกูลเฮบิขายขี้หน้าหมด' เขาแกล้งว่าอย่างขบขัน
ผมไม่จำเป็นต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันดูแย่แค่ไหนหลังจากที่ต้องสระมันด้วยสบู่ก้อนมาหลายเดือน หรือจากการตัดผมห่วยๆ ของฮิตากิเวลาที่มันยาวจนทิ่มตา
'กูซื้อเสื้อผ้าใหม่มาให้ เผื่อแกอยากเปลี่ยน' เขาพูดพลางเหลือบมองเสื้อยืดเรียบๆ กับกางเกงยีนส์เก่าๆ ของผม 'เปลี่ยนก่อนไปเจอพ่อแกนะ อยู่มาตั้งหลายเดือน อย่าให้ดูเหมือนเด็กข้างถนนสิ' เขาแนะนำพลางเอื้อมไปหยิบถุงที่เบาะหลัง
ผมขับรถต่อไปโดยไม่มองเขา
'แล้วก็มีโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ด้วย ของแกมันตกรุ่นแล้ว' เขาพูดก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องเก่าของผมออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจ 'กูเซฟทุกอย่างที่แกต้องใช้ไว้ให้แล้ว แล้วก็สำรองรูปจากคลาวด์ไว้ให้ด้วย' เขาอธิบายพลางโชว์โทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ดู ผมไม่ได้ละสายตาจากถนนเลย
ผมขับรถมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว เราใกล้จะถึงเมืองของเรา และผมก็รู้ดีว่าต้องทำอะไรเมื่อไปถึงที่นั่น
'แกโอเคไหม' เคนจิถามเมื่อสังเกตเห็นว่าผมนั่งเงียบ
'กูยังมีเวลาก่อนจะไปเจอเขา จนกว่าจะถึงตอนนั้น อย่าให้ใครมายุ่งกับกู' ผมสั่งพลางวางข้อศอกพิงขอบประตู
'แน่ใจเหรอ? พวกเราซื้อเหล้าแล้วก็สั่งอาหารจากร้านโปรดของแกมานะ' เขาพูดพลางมองผม 'แล้วแกก็ต้องไปเจอสมาชิกใหม่กับทบทวนหน้าที่ในสัปดาห์นี้ด้วย' เขาเสริมพลางขยับตัว
'พรุ่งนี้ค่อยทำ วันนี้อย่าให้ใครมายุ่งกับกู' ผมย้ำพลางหันไปสบตาเขา ดวงตาของผมมืดมนไม่ต่างจากของเขาเลย
'ถ้าแกต้องการแบบนั้น' ในที่สุดเขาก็ยอม
'กูไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ต้องห่วง' ผมยืนยันขณะที่เราเข้าใกล้ทางเข้าเมืองของเรา
หกเดือนที่ผมต้องจากชีวิต จากเมืองของผม จากทุกสิ่งที่ผมรู้จัก เกลียดชัง และรักใคร่ ผมสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ และสิ่งใดที่ผมเคยรัก...ที่ผมนับจากนี้ไปจะต้องเริ่มเกลียดชัง
บทล่าสุด
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













