บทนำ
บท 1
สี่ทุ่มแล้ว
กับข้าวบนโต๊ะถูกนำไปอุ่นถึงสามรอบ ในที่สุด เคนท์ สามีของเธอก็กลับมาเสียที
สุภาพรรีบเดินเข้าไปหา เตรียมรองเท้าสลิปเปอร์ให้เขา และรับกระเป๋าเอกสารมาจากมือ ด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว
"จ่ายเงินไปตั้งสามพันล้านเพื่อซื้อคนรับใช้มาคนหนึ่ง คุ้มค่าจริงๆ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่านั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างรุนแรง
ร่างกายของสุภาพรพลันแข็งทื่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้
เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริง
เมื่อสามปีก่อน สิริกร ผู้เป็นแม่ของเธอเคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า "งานแต่งนี้ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มูลค่าหนึ่งพันล้านเป็นสินเดิม ส่วนพวกคุณก็แค่จ่ายค่าสินสอดมาสามพันล้านให้ลูกสาวฉันก็พอ แบบนี้เราทั้งสองตระกูลต่างก็ได้หน้า และไม่มีใครเสียเปรียบ"
ทว่าในภายหลัง นอกจากสิริกรจะไม่มอบสินเดิมใดๆ ให้กับสุภาพรแล้ว ยังยักยอกเงินค่าสินสอดสามพันล้านของตระกูลทับทองไปจนหมดสิ้น
หนำซ้ำยังมีชายแก่รุ่นราวคราวปู่วัยเจ็ดสิบปีบุกเข้ามาอาละวาดกลางงานแต่ง ถือสัญญาซื้อขายลูกสาวที่สิริกรทำไว้มาเพื่อจะชิงตัวเจ้าสาว
การที่ตระกูลแจ่มสว่างนำลูกสาวคนเดียวไปขายให้ถึงสองบ้าน ทำให้ตระกูลทับทองกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมือง ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงจะป่นปี้ แต่ยังต้องสูญเสียโครงการสำคัญไปอีกหลายโครงการ
"พวกแกตระกูลแจ่มสว่างบังอาจมาหลอกลวงฉัน นับจากวินาทีนี้ไป เธอจะต้องก้มหน้ารับกรรมกับทุกสิ่งที่เธอต้องเจอ"
นั่นคือคำพูดที่เคนท์พูดใส่หน้าเธอในงานแต่งงาน
ในตอนนั้นสุภาพรยังไม่เข้าใจความหมาย
จนกระทั่งเคนท์เดินออกจากงานไปอย่างเกรี้ยวกราด ทิ้งให้เธอต้องทำพิธีแต่งงานเพียงลำพังท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามและขบขันนับไม่ถ้วน
มันคืองานแต่งงานฉายเดี่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
คืนวันวิวาห์ เธอเฝ้ารออยู่ในห้องหออันว่างเปล่าเพียงลำพัง ข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
จวบจนถึงวันนี้...
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็ม เคนท์ไม่เคยทำหน้าดีๆ ใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะแตะต้องตัวเธอก็ยังทำราวกับว่าเธอนั้นเปื้อนเชื้อโรคร้าย
เขาบอกว่าเธอเป็นคนรับใช้ แต่ความจริงแล้วเธอมีค่าน้อยกว่าคนรับใช้เสียอีก ใครหน้าไหนก็สามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจมดินได้
ชีวิตที่เป็นอยู่เช่นนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปช่างทรมานเหลือเกิน
เคนท์นั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้ว
สุภาพรเข้าไปตักซุปในครัวออกมา พยายามแสร้งทำเป็นถามขึ้นมาลอยๆ ว่า "เคนท์คะ... คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วหรือเปล่า?"
"หมายความว่ายังไง?"
"ถ้าหากคุณมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว ฉันก็พร้อมที่จะถอยออกมาค่ะ..."
แบบนี้ก็นับว่าดีเหมือนกัน เป็นการส่งเสริมเขา และปล่อยตัวเธอเองให้เป็นอิสระ
ก็ดีนะ
ยังไม่ทันที่เคนท์จะตอบคำถาม จู่ๆ สุภาพรก็รู้สึกหน้ามืดตามัวขึ้นมาเฉียบพลัน
ความหวาดกลัวที่โลกทั้งใบพลันมืดดับลงทำให้เธอพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวโดยสัญชาตญาณ สองมือปัดป่ายไปทั่วจนเผลอทำชามและจานหล่นแตกกระจายไปหลายใบ
"สุภาพร! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!"
ท่ามกลางความโกลาหล มีบางสิ่งร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของสุภาพรตกลงบนพื้น
มันคือยาเม็ดเล็กๆ สีฟ้าอ่อน
เคนท์หยิบมันขึ้นมาดู ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาทันที "ถึงกับต้องใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้เลยเหรอ เธอนี่มันหิวกระหายผู้ชายขนาดไหนกัน?"
"ฉัน..."
เธออยากจะอธิบายว่ายาเม็ดนี้สิริกรเป็นคนยัดเยียดให้เธอ
แต่เคนท์ปักใจเชื่อไปแล้วว่าสุภาพรคิดไม่ซื่อ จึงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ร่างกายสกปรกอย่างเธอ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้า ฉันก็ไม่มีวันแตะต้อง! เลิกเพ้อฝันได้แล้ว!"
สุภาพรเกาะขอบโต๊ะพยุงตัว หลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง พยายามเพ่งมองแผ่นหลังเลือนรางของเคนท์ที่เดินจากไปอย่างหัวเสีย
เธอรู้ดีว่าอาการป่วยของเธอกำเริบหนักขึ้นอีกแล้ว
เมื่อครึ่งเดือนก่อน หมอได้บอกกับเธอว่า "คุณสุภาพรครับ จากผลการตรวจพบว่าอาการสายตาแย่ลงของคุณเกิดจากภาวะเส้นเลือดดำในจอตาอุดตัน หากปล่อยไว้แบบนี้ คุณจะตาบอดถาวรนะครับ"
อาจเป็นเพราะการมองเห็นลดลง ประสาทสัมผัสการได้ยินของสุภาพรจึงเฉียบคมขึ้นมาก
เธอได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ เคนท์กำลังอาบน้ำอยู่
และเธอยังได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังมาจากบริเวณโถงทางเข้า
สุภาพรกังวลว่าจะเป็นเรื่องด่วนเรื่องงานของเคนท์ โชคดีที่อาการตามัวเมื่อครู่เป็นแค่ชั่วคราว
เธอรู้สึกว่าสายตาเริ่มกลับมามองเห็นชัดขึ้นบ้างแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินไปที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ อย่างมีมารยาท "คุณอาบเสร็จหรือยังคะ? มีคนส่งข้อความมาหาค่ะ"
"ใคร?"
"เอ่อ... คุณทิพย์สุดาค่ะ"
ทิพย์สุดา คือแฟนเก่าของเคนท์
เมื่อเช้านี้ หน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์ของนักร้องสาวชื่อดังอย่างทิพย์สุดา
เมื่อเผชิญกับคำถามรุกไล่จากนักข่าว เธอตอบกลับอย่างมั่นใจว่า "การกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะย้ายฐานการทำงานกลับมาที่ไทยแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าค่ะ"
"นั่นก็คือ... การทวงคืนรักแรกของฉัน"
รักแรกที่ทิพย์สุดาพูดถึง คือเคนท์หรือเปล่านะ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เคนท์ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาทันที เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาพูดกับสุภาพรสักคำ แย่งโทรศัพท์ไปจากมือเธอโดยตรง
สุภาพรรวบรวมความกล้าเดินตามเขาไป แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "คุณ... ยังมีเยื่อใยกับคุณทิพย์สุดาอยู่หรือเปล่าคะ?"
"ใครอนุญาตให้เธอมาสาระแนดูมือถือฉัน?"
เคนท์ไม่ตอบคำถาม แต่กลับทิ้งสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยคำเตือนไว้ให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องแต่งตัว
เมื่อออกมาอีกครั้ง เขาเปลี่ยนไปสวมชุดสูทลำลองสีเทา ดูลดความเคร่งขรึมลง แต่เพิ่มความดิบเท่และเสน่ห์อันร้ายกาจเข้ามาแทน
บวกกับผมสั้นที่เซตทรงมาอย่างดีและใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เชื่อได้เลยว่าผู้หญิงค่อนเมืองคงพร้อมจะวิ่งเข้าหา
สุภาพรยืนนิ่งอึ้งไป... เขาจะไปหาทิพย์สุดาใช่ไหม...
"คืนนี้คุณจะยัง..."
กลับมาไหม...
คำพูดที่ยังไม่ทันจบประโยคของสุภาพรถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ช่างน่าขันสิ้นดี
เธอก็เป็นแค่ 'นายหญิง' แต่เพียงในนาม จะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา?
ตกดึก สุภาพรนอนพลิกตัวไปมาข่มตาไม่ลง หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน
หลังตรวจครรภ์ เธอถูกสิริกรลากตัวออกมาจากโรงพยาบาลอย่างไม่ปรานี
เธอยังไม่ทันจะยืนทรงตัวได้ดี ใบผลตรวจครรภ์ก็ถูกปาใส่หน้าเต็มแรง
"แกแต่งเข้าตระกูลทับทองไปกี่ปีแล้ว? แค่ลูกสักคนยังไม่มีปัญญาทำให้ท้องได้ ถ้าเคนท์มันไล่ตะเพิดแกออกมาจริงๆ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะไปหวังพึ่งอะไรได้ฮะ?"
สิริกรชี้หน้าด่าทอด้วยความโมโหที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ เสียงแหลมปรี๊ดดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง
สุภาพรก้มหน้าลงด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี... ลูกเหรอ?
แต่งงานมาสามปี เคนท์ไม่เคยแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย แล้วเธอจะมีลูกได้ยังไง?
"แม่คะ หนู..."
"ไม่ต้องมาแก้ตัว!" สิริกรตวาดลั่น
พร้อมกับยัดยาเม็ดหนึ่งใส่มือสุภาพรอย่างแข็งกร้าว นางพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "นี่คือยาปลุกกำหนัด หาทางให้เคนท์กินซะ แล้วก็ยั่วยวนเขา!"
"หรือถ้าแกไม่มีปัญญา ก็ไปหาผู้หญิงที่มันท้องง่ายๆ มาประเคนให้เขา! ขอแค่ให้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเคนท์ออกมาก็พอ!"
หลังจากสิริกรจากไป สุภาพรยืนข่มความขมขื่นในใจท่ามกลางสายลมหนาวอยู่นานสองนาน
ถ้อยคำอันแหลมคมราวกับมีดกรีดแทงยังคงก้องอยู่ในหู
นั่นคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอแท้ๆ!
แต่กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
เหมือนกับตอนนั้นที่บังคับให้เธอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทับทอง แล้ววันรุ่งขึ้นก็เอาเธอไปขายให้ตาแก่ตัณหากลับวัยเจ็ดสิบเพื่อเงินหนึ่งร้อยล้าน
มาตอนนี้ก็บีบให้เธอตั้งท้อง หรือกระทั่งให้เธอหาผู้หญิงอื่นมาให้สามีตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเงิน
และเธอไม่อาจปฏิเสธ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือก
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังรัวเร็วก็ทำลายความเงียบสงัดของค่ำคืนลง
สุภาพรควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อกดรับสาย ปลายสายก็มีเสียงหวานของผู้หญิงดังขึ้นมาว่า "นั่นคุณสุภาพรใช่ไหมคะ? เคนท์เขาเมามากเลย รบกวนคุณมารับเขากลับไปหน่อยได้ไหมคะ?"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ออกไปจากบ้านฉัน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#79 บทที่ 79 การร้องไห้ของทิพย์สุดา
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#78 บทที่ 78 ความโกรธของสุภาพร
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#77 บทที่ 77 สุภาพรที่ถูกกลั่นแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#76 บทที่ 76 ตัดขาดกับปิยะพงษ์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#75 บทที่ 75 อังควิภามาหาเรื่อง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#74 บทที่ 74 สิ่งที่เขาทำได้ ฉันก็ทำได้
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#73 บทที่ 73 ต้อนรับมณีรัตน์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#72 บทที่ 72 ไปรับลูกบุญธรรมเลิกเรียน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#71 บทที่ 71 ยังไม่ตายชั่วคราว
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
น้องเมียเอามัน (หลายP)
ความสาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์เรื่องเซ็กจึงตกเป็นของพี่เขย เพราะว่าอารมณ์และความอยากพาไป จนเมื่อไปเที่ยวพบกับชายหนุ่มชื่อมังกรที่โปรไฟล์ดีเริศ แต่เหมือนชีวิตสาวน้อยผู้อาภัพ จะไม่ได้เขาเป็นรักสุดท้าย เพราะเห็นธาตุแท้อันน่าขยะแขยงเสียก่อน
เมื่อความผิดหวังบวกความเสียใจ นำพาให้เธอต้องมาพักใจบ้านเพื่อนแล้วก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอ และอยากรู้ความจริงบางอย่างจากมังกร
เพื่อนรักที่แสนดีก็ช่วยเหลือเธอ จนได้รู้ความจริงที่แสนจะวุ่นวาย เพราะมังกรไปแอบแซ่บกับแฟนพี่ชายของเพื่อนสาว แล้วพี่ชายของเพื่อนสาวก็ดันมาชอบเธอ
Not Love | ไม่รัก(อย่ากั๊ก!!)
นั่นคือประโยคที่มันย้ำเตือนให้ฉันเจียมตัวแล้วต้องเลิกรักผู้ชายเย็นชาอย่างพี่เรย์
ในเมื่อเขาบอกกับฉันอย่างชัดเจนขนาดนั้น ฉันคงไม่โง่รักเขาต่อ....
คืนเดียว...ที่หัวใจถูกขโมยโดยซีอีโอ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันรีบแต่งตัวและหนีออกมา แต่กลับต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อไปถึงบริษัทแล้วพบว่าผู้ชายที่ฉันนอนด้วยเมื่อคืนกลับเป็น CEO คนใหม่...
(ขอแนะนำนิยายสนุกๆ ที่ทำเอาฉันติดงอมแงม อ่านรวดเดียวสามวันสามคืนจนวางไม่ลงเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามสุดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด ชื่อเรื่องคือ 《โอกาสครั้งที่สอง: แต่งงานกับมหาเศรษฐี》 สามารถค้นหาชื่อเรื่องนี้ได้ในช่องค้นหาเลยค่ะ)













