บทนำ
บท 1
สี่ทุ่มแล้ว
กับข้าวบนโต๊ะถูกนำไปอุ่นถึงสามรอบ ในที่สุด เคนท์ สามีของเธอก็กลับมาเสียที
สุภาพรรีบเดินเข้าไปหา เตรียมรองเท้าสลิปเปอร์ให้เขา และรับกระเป๋าเอกสารมาจากมือ ด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว
"จ่ายเงินไปตั้งสามพันล้านเพื่อซื้อคนรับใช้มาคนหนึ่ง คุ้มค่าจริงๆ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่านั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างรุนแรง
ร่างกายของสุภาพรพลันแข็งทื่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้
เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริง
เมื่อสามปีก่อน สิริกร ผู้เป็นแม่ของเธอเคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า "งานแต่งนี้ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มูลค่าหนึ่งพันล้านเป็นสินเดิม ส่วนพวกคุณก็แค่จ่ายค่าสินสอดมาสามพันล้านให้ลูกสาวฉันก็พอ แบบนี้เราทั้งสองตระกูลต่างก็ได้หน้า และไม่มีใครเสียเปรียบ"
ทว่าในภายหลัง นอกจากสิริกรจะไม่มอบสินเดิมใดๆ ให้กับสุภาพรแล้ว ยังยักยอกเงินค่าสินสอดสามพันล้านของตระกูลทับทองไปจนหมดสิ้น
หนำซ้ำยังมีชายแก่รุ่นราวคราวปู่วัยเจ็ดสิบปีบุกเข้ามาอาละวาดกลางงานแต่ง ถือสัญญาซื้อขายลูกสาวที่สิริกรทำไว้มาเพื่อจะชิงตัวเจ้าสาว
การที่ตระกูลแจ่มสว่างนำลูกสาวคนเดียวไปขายให้ถึงสองบ้าน ทำให้ตระกูลทับทองกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมือง ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงจะป่นปี้ แต่ยังต้องสูญเสียโครงการสำคัญไปอีกหลายโครงการ
"พวกแกตระกูลแจ่มสว่างบังอาจมาหลอกลวงฉัน นับจากวินาทีนี้ไป เธอจะต้องก้มหน้ารับกรรมกับทุกสิ่งที่เธอต้องเจอ"
นั่นคือคำพูดที่เคนท์พูดใส่หน้าเธอในงานแต่งงาน
ในตอนนั้นสุภาพรยังไม่เข้าใจความหมาย
จนกระทั่งเคนท์เดินออกจากงานไปอย่างเกรี้ยวกราด ทิ้งให้เธอต้องทำพิธีแต่งงานเพียงลำพังท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามและขบขันนับไม่ถ้วน
มันคืองานแต่งงานฉายเดี่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
คืนวันวิวาห์ เธอเฝ้ารออยู่ในห้องหออันว่างเปล่าเพียงลำพัง ข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
จวบจนถึงวันนี้...
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็ม เคนท์ไม่เคยทำหน้าดีๆ ใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะแตะต้องตัวเธอก็ยังทำราวกับว่าเธอนั้นเปื้อนเชื้อโรคร้าย
เขาบอกว่าเธอเป็นคนรับใช้ แต่ความจริงแล้วเธอมีค่าน้อยกว่าคนรับใช้เสียอีก ใครหน้าไหนก็สามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจมดินได้
ชีวิตที่เป็นอยู่เช่นนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปช่างทรมานเหลือเกิน
เคนท์นั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้ว
สุภาพรเข้าไปตักซุปในครัวออกมา พยายามแสร้งทำเป็นถามขึ้นมาลอยๆ ว่า "เคนท์คะ... คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วหรือเปล่า?"
"หมายความว่ายังไง?"
"ถ้าหากคุณมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว ฉันก็พร้อมที่จะถอยออกมาค่ะ..."
แบบนี้ก็นับว่าดีเหมือนกัน เป็นการส่งเสริมเขา และปล่อยตัวเธอเองให้เป็นอิสระ
ก็ดีนะ
ยังไม่ทันที่เคนท์จะตอบคำถาม จู่ๆ สุภาพรก็รู้สึกหน้ามืดตามัวขึ้นมาเฉียบพลัน
ความหวาดกลัวที่โลกทั้งใบพลันมืดดับลงทำให้เธอพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวโดยสัญชาตญาณ สองมือปัดป่ายไปทั่วจนเผลอทำชามและจานหล่นแตกกระจายไปหลายใบ
"สุภาพร! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!"
ท่ามกลางความโกลาหล มีบางสิ่งร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของสุภาพรตกลงบนพื้น
มันคือยาเม็ดเล็กๆ สีฟ้าอ่อน
เคนท์หยิบมันขึ้นมาดู ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาทันที "ถึงกับต้องใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้เลยเหรอ เธอนี่มันหิวกระหายผู้ชายขนาดไหนกัน?"
"ฉัน..."
เธออยากจะอธิบายว่ายาเม็ดนี้สิริกรเป็นคนยัดเยียดให้เธอ
แต่เคนท์ปักใจเชื่อไปแล้วว่าสุภาพรคิดไม่ซื่อ จึงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ร่างกายสกปรกอย่างเธอ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้า ฉันก็ไม่มีวันแตะต้อง! เลิกเพ้อฝันได้แล้ว!"
สุภาพรเกาะขอบโต๊ะพยุงตัว หลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง พยายามเพ่งมองแผ่นหลังเลือนรางของเคนท์ที่เดินจากไปอย่างหัวเสีย
เธอรู้ดีว่าอาการป่วยของเธอกำเริบหนักขึ้นอีกแล้ว
เมื่อครึ่งเดือนก่อน หมอได้บอกกับเธอว่า "คุณสุภาพรครับ จากผลการตรวจพบว่าอาการสายตาแย่ลงของคุณเกิดจากภาวะเส้นเลือดดำในจอตาอุดตัน หากปล่อยไว้แบบนี้ คุณจะตาบอดถาวรนะครับ"
อาจเป็นเพราะการมองเห็นลดลง ประสาทสัมผัสการได้ยินของสุภาพรจึงเฉียบคมขึ้นมาก
เธอได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ เคนท์กำลังอาบน้ำอยู่
และเธอยังได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังมาจากบริเวณโถงทางเข้า
สุภาพรกังวลว่าจะเป็นเรื่องด่วนเรื่องงานของเคนท์ โชคดีที่อาการตามัวเมื่อครู่เป็นแค่ชั่วคราว
เธอรู้สึกว่าสายตาเริ่มกลับมามองเห็นชัดขึ้นบ้างแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินไปที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ อย่างมีมารยาท "คุณอาบเสร็จหรือยังคะ? มีคนส่งข้อความมาหาค่ะ"
"ใคร?"
"เอ่อ... คุณทิพย์สุดาค่ะ"
ทิพย์สุดา คือแฟนเก่าของเคนท์
เมื่อเช้านี้ หน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์ของนักร้องสาวชื่อดังอย่างทิพย์สุดา
เมื่อเผชิญกับคำถามรุกไล่จากนักข่าว เธอตอบกลับอย่างมั่นใจว่า "การกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะย้ายฐานการทำงานกลับมาที่ไทยแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าค่ะ"
"นั่นก็คือ... การทวงคืนรักแรกของฉัน"
รักแรกที่ทิพย์สุดาพูดถึง คือเคนท์หรือเปล่านะ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เคนท์ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาทันที เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาพูดกับสุภาพรสักคำ แย่งโทรศัพท์ไปจากมือเธอโดยตรง
สุภาพรรวบรวมความกล้าเดินตามเขาไป แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "คุณ... ยังมีเยื่อใยกับคุณทิพย์สุดาอยู่หรือเปล่าคะ?"
"ใครอนุญาตให้เธอมาสาระแนดูมือถือฉัน?"
เคนท์ไม่ตอบคำถาม แต่กลับทิ้งสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยคำเตือนไว้ให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องแต่งตัว
เมื่อออกมาอีกครั้ง เขาเปลี่ยนไปสวมชุดสูทลำลองสีเทา ดูลดความเคร่งขรึมลง แต่เพิ่มความดิบเท่และเสน่ห์อันร้ายกาจเข้ามาแทน
บวกกับผมสั้นที่เซตทรงมาอย่างดีและใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เชื่อได้เลยว่าผู้หญิงค่อนเมืองคงพร้อมจะวิ่งเข้าหา
สุภาพรยืนนิ่งอึ้งไป... เขาจะไปหาทิพย์สุดาใช่ไหม...
"คืนนี้คุณจะยัง..."
กลับมาไหม...
คำพูดที่ยังไม่ทันจบประโยคของสุภาพรถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ช่างน่าขันสิ้นดี
เธอก็เป็นแค่ 'นายหญิง' แต่เพียงในนาม จะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา?
ตกดึก สุภาพรนอนพลิกตัวไปมาข่มตาไม่ลง หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน
หลังตรวจครรภ์ เธอถูกสิริกรลากตัวออกมาจากโรงพยาบาลอย่างไม่ปรานี
เธอยังไม่ทันจะยืนทรงตัวได้ดี ใบผลตรวจครรภ์ก็ถูกปาใส่หน้าเต็มแรง
"แกแต่งเข้าตระกูลทับทองไปกี่ปีแล้ว? แค่ลูกสักคนยังไม่มีปัญญาทำให้ท้องได้ ถ้าเคนท์มันไล่ตะเพิดแกออกมาจริงๆ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะไปหวังพึ่งอะไรได้ฮะ?"
สิริกรชี้หน้าด่าทอด้วยความโมโหที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ เสียงแหลมปรี๊ดดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง
สุภาพรก้มหน้าลงด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี... ลูกเหรอ?
แต่งงานมาสามปี เคนท์ไม่เคยแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย แล้วเธอจะมีลูกได้ยังไง?
"แม่คะ หนู..."
"ไม่ต้องมาแก้ตัว!" สิริกรตวาดลั่น
พร้อมกับยัดยาเม็ดหนึ่งใส่มือสุภาพรอย่างแข็งกร้าว นางพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "นี่คือยาปลุกกำหนัด หาทางให้เคนท์กินซะ แล้วก็ยั่วยวนเขา!"
"หรือถ้าแกไม่มีปัญญา ก็ไปหาผู้หญิงที่มันท้องง่ายๆ มาประเคนให้เขา! ขอแค่ให้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเคนท์ออกมาก็พอ!"
หลังจากสิริกรจากไป สุภาพรยืนข่มความขมขื่นในใจท่ามกลางสายลมหนาวอยู่นานสองนาน
ถ้อยคำอันแหลมคมราวกับมีดกรีดแทงยังคงก้องอยู่ในหู
นั่นคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอแท้ๆ!
แต่กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
เหมือนกับตอนนั้นที่บังคับให้เธอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทับทอง แล้ววันรุ่งขึ้นก็เอาเธอไปขายให้ตาแก่ตัณหากลับวัยเจ็ดสิบเพื่อเงินหนึ่งร้อยล้าน
มาตอนนี้ก็บีบให้เธอตั้งท้อง หรือกระทั่งให้เธอหาผู้หญิงอื่นมาให้สามีตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเงิน
และเธอไม่อาจปฏิเสธ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือก
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังรัวเร็วก็ทำลายความเงียบสงัดของค่ำคืนลง
สุภาพรควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อกดรับสาย ปลายสายก็มีเสียงหวานของผู้หญิงดังขึ้นมาว่า "นั่นคุณสุภาพรใช่ไหมคะ? เคนท์เขาเมามากเลย รบกวนคุณมารับเขากลับไปหน่อยได้ไหมคะ?"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ออกไปจากบ้านฉัน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#79 บทที่ 79 การร้องไห้ของทิพย์สุดา
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#78 บทที่ 78 ความโกรธของสุภาพร
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#77 บทที่ 77 สุภาพรที่ถูกกลั่นแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#76 บทที่ 76 ตัดขาดกับปิยะพงษ์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#75 บทที่ 75 อังควิภามาหาเรื่อง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#74 บทที่ 74 สิ่งที่เขาทำได้ ฉันก็ทำได้
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#73 บทที่ 73 ต้อนรับมณีรัตน์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#72 บทที่ 72 ไปรับลูกบุญธรรมเลิกเรียน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#71 บทที่ 71 ยังไม่ตายชั่วคราว
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
BAD FIANCE พันธะรักคู่หมั้นใจร้าย
ดิบ เถื่อน รัก
เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกับ ‘อดีตเพื่อนรัก’ ที่กลายเป็นเพื่อนชัง เพื่อนที่เธอแอบรักเขาเพียงแค่ข้างเดียว เพื่อนที่ตราหน้าว่าเธอคือคนที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“ตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน! มึงไม่ใช่เพื่อนกูอีกต่อไป อ้อ…แล้วก็จำเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแม้แต่แอบรักกูมึงก็ไม่มีสิทธิ์” เขาประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเยื่อขาดใย วาจาทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสทำให้เธอน้ำตารื้น
“จอมมึงฟังกูก่อนได้ไหม”
เสียงสั่นเครือพยายามเอ่ยวิงวอน จากนั้นเธอก็วิ่งตามร่างใหญ่ไป แล้วยื้อแขนกำยำเอาไว้สุดแรง ก่อนจะถูกผลักลงไปกองกับผืนทรายร้อนๆ อย่างไร้ปรานี ครั้นจะตามไปยื้ออีกหนก็ต้องผงะ หลับตาปี๋ กลั้นหายใจตัวแข็งทื่อ เมื่อจอมโหดควักปืนออกมายิงเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ปัง!
“ออกไปจากชีวิตกูซะ! แล้วก็อย่ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!”
เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะทอดสายตาชิงชังมาให้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คนถูกเขาผลักไสออกไปจากชีวิตร้องไห้ปานปิ่มจะขาดใจ
คุณฟอร์บส์
โอ้พระเจ้า! คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน แม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังเป็นคนเดิมที่หยิ่งยโสและชอบบงการทุกอย่างตามใจตัวเอง
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย?" ฉันถาม ขณะที่รู้สึกว่าขาของฉันเริ่มอ่อนแรง
"ขอโทษนะถ้าฉันทำให้เธอคิดว่าเธอมีทางเลือก" เขาพูดก่อนจะคว้าผมของฉันแล้วดันตัวฉันลง บังคับให้ฉันก้มลงและวางมือบนโต๊ะทำงานของเขา
โอ้ พระเจ้า มันทำให้ฉันยิ้ม และทำให้ฉันยิ่งเปียกชุ่ม บรายซ์ ฟอร์บส์ ดุเดือดกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มาก
แอนนาลีส สตาร์ลิ่ง สามารถใช้คำพ้องความหมายทุกคำในพจนานุกรมเพื่ออธิบายเจ้านายจอมโหดของเธอ และมันก็ยังไม่เพียงพอ บรายซ์ ฟอร์บส์ เป็นตัวอย่างของความโหดร้าย แต่โชคร้ายที่เขาก็เป็นตัวอย่างของความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้เช่นกัน
ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างแอนน์และบรายซ์ถึงจุดที่ควบคุมไม่ได้ แอนนาลีสต้องต่อสู้เพื่อไม่ให้ยอมแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน และต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก ระหว่างการตามความทะเยอทะยานในอาชีพของเธอหรือยอมแพ้ต่อความปรารถนาลึกๆ ของเธอ เพราะเส้นแบ่งระหว่างสำนักงานและห้องนอนกำลังจะหายไปอย่างสิ้นเชิง
บรายซ์ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้เธอออกไปจากความคิดของเขา แอนนาลีส สตาร์ลิ่ง เคยเป็นแค่เด็กสาวที่ทำงานกับพ่อของเขา และเป็นที่รักของครอบครัวเขา แต่โชคร้ายสำหรับบรายซ์ เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ขาดไม่ได้และยั่วยวนที่สามารถทำให้เขาคลั่งได้ บรายซ์ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถห้ามมือของเขาไม่ให้แตะต้องเธอได้นานแค่ไหน
ในเกมที่อันตราย ที่ธุรกิจและความสุขต้องห้ามมาบรรจบกัน แอนน์และบรายซ์ต้องเผชิญกับเส้นแบ่งที่บางเบาระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ที่ทุกสายตาที่แลกเปลี่ยน ทุกการยั่วยุ เป็นคำเชิญให้สำรวจดินแดนที่อันตรายและไม่รู้จัก













