บทนำ
บท 1
สี่ทุ่มแล้ว
กับข้าวบนโต๊ะถูกนำไปอุ่นถึงสามรอบ ในที่สุด เคนท์ สามีของเธอก็กลับมาเสียที
สุภาพรรีบเดินเข้าไปหา เตรียมรองเท้าสลิปเปอร์ให้เขา และรับกระเป๋าเอกสารมาจากมือ ด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว
"จ่ายเงินไปตั้งสามพันล้านเพื่อซื้อคนรับใช้มาคนหนึ่ง คุ้มค่าจริงๆ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่านั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างรุนแรง
ร่างกายของสุภาพรพลันแข็งทื่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้
เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริง
เมื่อสามปีก่อน สิริกร ผู้เป็นแม่ของเธอเคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า "งานแต่งนี้ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มูลค่าหนึ่งพันล้านเป็นสินเดิม ส่วนพวกคุณก็แค่จ่ายค่าสินสอดมาสามพันล้านให้ลูกสาวฉันก็พอ แบบนี้เราทั้งสองตระกูลต่างก็ได้หน้า และไม่มีใครเสียเปรียบ"
ทว่าในภายหลัง นอกจากสิริกรจะไม่มอบสินเดิมใดๆ ให้กับสุภาพรแล้ว ยังยักยอกเงินค่าสินสอดสามพันล้านของตระกูลทับทองไปจนหมดสิ้น
หนำซ้ำยังมีชายแก่รุ่นราวคราวปู่วัยเจ็ดสิบปีบุกเข้ามาอาละวาดกลางงานแต่ง ถือสัญญาซื้อขายลูกสาวที่สิริกรทำไว้มาเพื่อจะชิงตัวเจ้าสาว
การที่ตระกูลแจ่มสว่างนำลูกสาวคนเดียวไปขายให้ถึงสองบ้าน ทำให้ตระกูลทับทองกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมือง ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงจะป่นปี้ แต่ยังต้องสูญเสียโครงการสำคัญไปอีกหลายโครงการ
"พวกแกตระกูลแจ่มสว่างบังอาจมาหลอกลวงฉัน นับจากวินาทีนี้ไป เธอจะต้องก้มหน้ารับกรรมกับทุกสิ่งที่เธอต้องเจอ"
นั่นคือคำพูดที่เคนท์พูดใส่หน้าเธอในงานแต่งงาน
ในตอนนั้นสุภาพรยังไม่เข้าใจความหมาย
จนกระทั่งเคนท์เดินออกจากงานไปอย่างเกรี้ยวกราด ทิ้งให้เธอต้องทำพิธีแต่งงานเพียงลำพังท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามและขบขันนับไม่ถ้วน
มันคืองานแต่งงานฉายเดี่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
คืนวันวิวาห์ เธอเฝ้ารออยู่ในห้องหออันว่างเปล่าเพียงลำพัง ข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
จวบจนถึงวันนี้...
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็ม เคนท์ไม่เคยทำหน้าดีๆ ใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะแตะต้องตัวเธอก็ยังทำราวกับว่าเธอนั้นเปื้อนเชื้อโรคร้าย
เขาบอกว่าเธอเป็นคนรับใช้ แต่ความจริงแล้วเธอมีค่าน้อยกว่าคนรับใช้เสียอีก ใครหน้าไหนก็สามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจมดินได้
ชีวิตที่เป็นอยู่เช่นนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปช่างทรมานเหลือเกิน
เคนท์นั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้ว
สุภาพรเข้าไปตักซุปในครัวออกมา พยายามแสร้งทำเป็นถามขึ้นมาลอยๆ ว่า "เคนท์คะ... คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วหรือเปล่า?"
"หมายความว่ายังไง?"
"ถ้าหากคุณมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว ฉันก็พร้อมที่จะถอยออกมาค่ะ..."
แบบนี้ก็นับว่าดีเหมือนกัน เป็นการส่งเสริมเขา และปล่อยตัวเธอเองให้เป็นอิสระ
ก็ดีนะ
ยังไม่ทันที่เคนท์จะตอบคำถาม จู่ๆ สุภาพรก็รู้สึกหน้ามืดตามัวขึ้นมาเฉียบพลัน
ความหวาดกลัวที่โลกทั้งใบพลันมืดดับลงทำให้เธอพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวโดยสัญชาตญาณ สองมือปัดป่ายไปทั่วจนเผลอทำชามและจานหล่นแตกกระจายไปหลายใบ
"สุภาพร! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!"
ท่ามกลางความโกลาหล มีบางสิ่งร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของสุภาพรตกลงบนพื้น
มันคือยาเม็ดเล็กๆ สีฟ้าอ่อน
เคนท์หยิบมันขึ้นมาดู ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาทันที "ถึงกับต้องใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้เลยเหรอ เธอนี่มันหิวกระหายผู้ชายขนาดไหนกัน?"
"ฉัน..."
เธออยากจะอธิบายว่ายาเม็ดนี้สิริกรเป็นคนยัดเยียดให้เธอ
แต่เคนท์ปักใจเชื่อไปแล้วว่าสุภาพรคิดไม่ซื่อ จึงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ร่างกายสกปรกอย่างเธอ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้า ฉันก็ไม่มีวันแตะต้อง! เลิกเพ้อฝันได้แล้ว!"
สุภาพรเกาะขอบโต๊ะพยุงตัว หลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง พยายามเพ่งมองแผ่นหลังเลือนรางของเคนท์ที่เดินจากไปอย่างหัวเสีย
เธอรู้ดีว่าอาการป่วยของเธอกำเริบหนักขึ้นอีกแล้ว
เมื่อครึ่งเดือนก่อน หมอได้บอกกับเธอว่า "คุณสุภาพรครับ จากผลการตรวจพบว่าอาการสายตาแย่ลงของคุณเกิดจากภาวะเส้นเลือดดำในจอตาอุดตัน หากปล่อยไว้แบบนี้ คุณจะตาบอดถาวรนะครับ"
อาจเป็นเพราะการมองเห็นลดลง ประสาทสัมผัสการได้ยินของสุภาพรจึงเฉียบคมขึ้นมาก
เธอได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ เคนท์กำลังอาบน้ำอยู่
และเธอยังได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังมาจากบริเวณโถงทางเข้า
สุภาพรกังวลว่าจะเป็นเรื่องด่วนเรื่องงานของเคนท์ โชคดีที่อาการตามัวเมื่อครู่เป็นแค่ชั่วคราว
เธอรู้สึกว่าสายตาเริ่มกลับมามองเห็นชัดขึ้นบ้างแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินไปที่หน้าห้องน้ำ เคาะประตูเบาๆ อย่างมีมารยาท "คุณอาบเสร็จหรือยังคะ? มีคนส่งข้อความมาหาค่ะ"
"ใคร?"
"เอ่อ... คุณทิพย์สุดาค่ะ"
ทิพย์สุดา คือแฟนเก่าของเคนท์
เมื่อเช้านี้ หน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์ของนักร้องสาวชื่อดังอย่างทิพย์สุดา
เมื่อเผชิญกับคำถามรุกไล่จากนักข่าว เธอตอบกลับอย่างมั่นใจว่า "การกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะย้ายฐานการทำงานกลับมาที่ไทยแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าค่ะ"
"นั่นก็คือ... การทวงคืนรักแรกของฉัน"
รักแรกที่ทิพย์สุดาพูดถึง คือเคนท์หรือเปล่านะ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เคนท์ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาทันที เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาพูดกับสุภาพรสักคำ แย่งโทรศัพท์ไปจากมือเธอโดยตรง
สุภาพรรวบรวมความกล้าเดินตามเขาไป แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "คุณ... ยังมีเยื่อใยกับคุณทิพย์สุดาอยู่หรือเปล่าคะ?"
"ใครอนุญาตให้เธอมาสาระแนดูมือถือฉัน?"
เคนท์ไม่ตอบคำถาม แต่กลับทิ้งสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยคำเตือนไว้ให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องแต่งตัว
เมื่อออกมาอีกครั้ง เขาเปลี่ยนไปสวมชุดสูทลำลองสีเทา ดูลดความเคร่งขรึมลง แต่เพิ่มความดิบเท่และเสน่ห์อันร้ายกาจเข้ามาแทน
บวกกับผมสั้นที่เซตทรงมาอย่างดีและใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เชื่อได้เลยว่าผู้หญิงค่อนเมืองคงพร้อมจะวิ่งเข้าหา
สุภาพรยืนนิ่งอึ้งไป... เขาจะไปหาทิพย์สุดาใช่ไหม...
"คืนนี้คุณจะยัง..."
กลับมาไหม...
คำพูดที่ยังไม่ทันจบประโยคของสุภาพรถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ช่างน่าขันสิ้นดี
เธอก็เป็นแค่ 'นายหญิง' แต่เพียงในนาม จะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา?
ตกดึก สุภาพรนอนพลิกตัวไปมาข่มตาไม่ลง หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน
หลังตรวจครรภ์ เธอถูกสิริกรลากตัวออกมาจากโรงพยาบาลอย่างไม่ปรานี
เธอยังไม่ทันจะยืนทรงตัวได้ดี ใบผลตรวจครรภ์ก็ถูกปาใส่หน้าเต็มแรง
"แกแต่งเข้าตระกูลทับทองไปกี่ปีแล้ว? แค่ลูกสักคนยังไม่มีปัญญาทำให้ท้องได้ ถ้าเคนท์มันไล่ตะเพิดแกออกมาจริงๆ ตระกูลแจ่มสว่างของเราจะไปหวังพึ่งอะไรได้ฮะ?"
สิริกรชี้หน้าด่าทอด้วยความโมโหที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ เสียงแหลมปรี๊ดดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง
สุภาพรก้มหน้าลงด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี... ลูกเหรอ?
แต่งงานมาสามปี เคนท์ไม่เคยแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย แล้วเธอจะมีลูกได้ยังไง?
"แม่คะ หนู..."
"ไม่ต้องมาแก้ตัว!" สิริกรตวาดลั่น
พร้อมกับยัดยาเม็ดหนึ่งใส่มือสุภาพรอย่างแข็งกร้าว นางพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "นี่คือยาปลุกกำหนัด หาทางให้เคนท์กินซะ แล้วก็ยั่วยวนเขา!"
"หรือถ้าแกไม่มีปัญญา ก็ไปหาผู้หญิงที่มันท้องง่ายๆ มาประเคนให้เขา! ขอแค่ให้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเคนท์ออกมาก็พอ!"
หลังจากสิริกรจากไป สุภาพรยืนข่มความขมขื่นในใจท่ามกลางสายลมหนาวอยู่นานสองนาน
ถ้อยคำอันแหลมคมราวกับมีดกรีดแทงยังคงก้องอยู่ในหู
นั่นคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอแท้ๆ!
แต่กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
เหมือนกับตอนนั้นที่บังคับให้เธอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทับทอง แล้ววันรุ่งขึ้นก็เอาเธอไปขายให้ตาแก่ตัณหากลับวัยเจ็ดสิบเพื่อเงินหนึ่งร้อยล้าน
มาตอนนี้ก็บีบให้เธอตั้งท้อง หรือกระทั่งให้เธอหาผู้หญิงอื่นมาให้สามีตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเงิน
และเธอไม่อาจปฏิเสธ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือก
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังรัวเร็วก็ทำลายความเงียบสงัดของค่ำคืนลง
สุภาพรควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อกดรับสาย ปลายสายก็มีเสียงหวานของผู้หญิงดังขึ้นมาว่า "นั่นคุณสุภาพรใช่ไหมคะ? เคนท์เขาเมามากเลย รบกวนคุณมารับเขากลับไปหน่อยได้ไหมคะ?"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ออกไปจากบ้านฉัน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#79 บทที่ 79 การร้องไห้ของทิพย์สุดา
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#78 บทที่ 78 ความโกรธของสุภาพร
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#77 บทที่ 77 สุภาพรที่ถูกกลั่นแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#76 บทที่ 76 ตัดขาดกับปิยะพงษ์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#75 บทที่ 75 อังควิภามาหาเรื่อง
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#74 บทที่ 74 สิ่งที่เขาทำได้ ฉันก็ทำได้
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#73 บทที่ 73 ต้อนรับมณีรัตน์
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#72 บทที่ 72 ไปรับลูกบุญธรรมเลิกเรียน
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025#71 บทที่ 71 ยังไม่ตายชั่วคราว
อัปเดตล่าสุด: 12/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













