บทนำ
+++
“คุณเหม พอก่อนค่ะ พลับพลึงไม่ไหวแล้ว” เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาว่าคุณ แทนคำว่า ‘พี่’ ในอดีต เพราะความห่างเหินเย็นชาที่เขามีให้เธอมันมากมายหลายร้อยเท่านัก หญิงสาวร้องบอกเสียงแหบพร่า ดันหน้าท้องแกร่งของเขาออกห่าง แต่เหมือนผลักหินผาหนักอึ้งที่ไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อย
“คนอย่างเธอกล้าหืออือกับฉันเหรอ...” เขาก้มมองร่างน้อยที่ล้มซุนไปกับกองฟาง พลับพลึงร้องไห้สะอื้นยามเขาย่ำยี
“กับฉันทำเป็นสะดีดสะดิ้งร้องไห้สะอึกสะอื้น เวลาอยู่กับผู้ชายคนอื่น เธอหัวร่อต่อกระซิก ระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ” เขาไม่เคยสนใจน้ำตาของคนอย่างเธอ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน
บท 1
“ช่วยซื้อหัวมันต้มหนูหน่อยนะคะ ช่วยซื้อหน่อยค่ะ” เสียงหวานใสเจือแววเศร้าสร้อยของเด็กหญิงพลับพลึงพาตะกร้าใบเก่าๆ พร้อมทั้งมันเทศต้มวิ่งขายไปตามงานในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เธอใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ และไม่มีแม้แต่รองเท้าที่จะสวมใส่ แต่เธอก็ยังขายมันต้มไม่ได้สักหัว เพราะผู้คนหันไปสนใจซื้อของกินแสนอร่อยอย่างอื่นแทน
เธอตื่นขึ้นมาต้มมันเทศที่ไปขุดมาจากในป่าแถวบ้านตั้งแต่ย่ำรุ่ง ก่อนจะเดินเท้าเปล่ามายังงาน เด็กน้อยมองความตื่นตาตื่นใจของงานซึ่งมีเครื่องเล่นหลายอย่าง ทั้งชิงช้า ม้าหมุนหรือกระเช้าลอยฟ้า แม้จะอยากเล่นแค่ไหนแต่เธอไม่มีเงินติดตัวสักบาทเดียว ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉาเด็กคนอื่นๆ
ผู้คนในงานสวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ด้วยชุดใหม่ในเทศกาลปีใหม่ เธอก้มมองเสื้อผ้าขาดๆ มอซอของตัวเองแล้วหน้าเศร้า จำไม่ได้ว่าตัวเองได้รับเสื้อผ้าที่มีคนใจบุญบริจาคมาให้กี่ปีมาแล้ว เพราะเด็กน้อยสวมชุดเก่าๆ ซอมซ่อ จึงไม่มีใครอยากอุดหนุนมันเทศของเธอ รวมถึงสายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน
เด็กน้อยพลับพลึงเดินเท้ากลับบ้านด้วยความเศร้าใจระคนหวาดกลัว เธอกลัวบิดาจะทุบตีเอา ท่านเป็นคนติดเหล้า และชอบขู่ให้เธอไปทำงานหาเงินตั้งแต่เด็ก ท้องของเธอร้องไปตลอดทางที่เดินกลับบ้าน จำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้ไปยืนอยู่หน้าร้านขายลูกชิ้นปิ้งแต่ไม่มีเงินซื้อ จึงได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความหิว จนโดนพ่อค้าไล่ตะเพิดออกมา หาว่าเกะกะหน้าร้าน
เท้าเล็กๆ ที่ไร้รองเท้าติดกายเจ็บปวดไปหมดเพราะโดนหนามทิ่มตำขณะย่ำเดิน เด็กหญิงเดินมาถึงบ้านก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงบิดาตั้งวงกินเหล้ากับบรรดาเพื่อนๆ ของพวกท่านอยู่ด้านในของตัวบ้าน
ภายในบ้านกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานในขณะที่เธอเต็มไปด้วยความเศร้า พลับพลึงสะดุดหกล้มระหว่างเดินเข้าไปใต้ถุนบ้าน เด็กน้อยไม่กล้าร้องเสียงดังกลัวบิดารู้ว่ากลับมาแล้ว เธอเข้าไปนั่งขดตัวอยู่ที่ซอกเล็กๆ ด้วยความหนาวเหน็บ เก็บมันเทศต้มขึ้นมาปัดเศษดินออกไปเบาๆ ก่อนจะนำมาปอกกินด้วยความหิวโหยแล้วเผลอหลับไป เด็กน้อยถูกกระชากแขนให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสาย เธอเห็นใบหน้าถมึงทึงของบิดาก็สะดุ้งสุดตัว
“ไหนเงินนางพลับพลึง”
“ไม่มีจ้ะพ่อ เมื่อคืนหนูขายมันเทศไม่ได้เลยจ้ะ”
“อะไรนะ นางลูกหน้าโง่ทำไมถึงขายไม่ได้ โกหกหรือเปล่า เอ็งอมเงินใช่ไหม”
“หนูเปล่านะจ๊ะ”
“หัดโกหกตั้งแต่เด็ก สันดานเหมือนแม่มึงไม่มีผิด โตขึ้นคงจะหนีตามผู้ชายไปเหมือนแม่มึง มานี่เลย วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออก” นายพันหยิบไม้เรียวมาถือเอาไว้ก่อนจะหวดไปที่สะโพกเล็กๆ ของบุตรสาวเต็มแรง
“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! พ่อจ๋า หนูเจ็บ อย่าตีหนูเลย หนูขายมันเทศไม่ได้จริงๆ นะจ๊ะ หนูไม่ได้โกหก”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมึงไม่ต้องไปโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว เรียนไปก็เปลืองเงิน” คนพูดยังตีไม่หยุดมือ
“พ่อจ๋า อย่าตีหนูเลย หนูเจ็บ” เด็กน้อยยกมือไหว้ปลกๆ ร้องไห้น้ำตาเปรอะเปื้อน
“ต่อจากนี้ไปมึงต้องออกมาทำงานหาเงิน”
“หนูอยากเรียนต่อ พ่อให้หนูเรียนเถอะนะจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยขอร้องเสียงสั่น ร้องไห้จนน้ำตาไหลพรากอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง ปวดแสบปวดร้อนไปหมดที่โดนไม้เรียวหวดลงมาบนสะโพกไม่ยั้งแรง
“กูไม่ให้มึงเรียนแล้ว หูแตกหรือไงวะ ไปทำงานไป” นายพันผลักร่างบุตรสาวจนหงายหลัง ไล่ให้ไปทำงาน ไล่ตีไม่ยั้งหากอีกฝ่ายดื้อ
พลับพลึงทำงานมือไม้สั่นเทา แอบคิดถึงมารดาจับใจ ตั้งแต่จำความได้เธอก็ไม่เคยเห็นหน้ามารดามาก่อน มีแต่ป้าลำไยเพื่อนของมารดาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่ามารดาเป็นคนใจดี
“พ่อเอ็งนี่มันใจร้ายจริงๆ ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนมันรักเอ็งมากนะ” ลำไยพูดกับเด็กน้อยที่เอ็นดูเหมือนลูกหลานเพราะท่านไม่มีครอบครัวและเคยเป็นเพื่อนจินดามารดาของพลับพลึงมาก่อน
“พ่อเคยรักหนูด้วยเหรอจ๊ะ” พลับพลึงเอ่ยถามเสียงเศร้า พลับพลึงไม่เข้าใจว่าความรักจากบิดาเป็นเช่นไร เธอไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความรักจากท่านเลย
“กินอะไรหรือยัง ป้าทำข้าวเหนียวหมูทอดเหลืออยู่อีกนิดมากินสิ” ลำไยเปลี่ยนเรื่อง นึกสงสารปนเวทนาเด็กน้อยจับใจ
“กินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยถามกลืนน้ำลายด้วยความหิว
“กินได้สิ เอ็งก็เหมือนลูกหลาน ไม่มีข้าวกินมากินบ้านป้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” ลำไยตักข้าวเหนียวหมูทอดให้เด็กน้อยหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าก็เก่าๆ ขาดๆ ถ้าเธอพอช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเพราะสงสาร พลับพลึงยกมือไหว้ป้าลำไยก่อนจะกินข้าวเหนียวหมูทอดด้วยความหิว ลำไยเห็นแล้วเศร้าใจในชะตาชีวิตของเด็กน้อย มือคล้ำๆ ลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ
“แล้วนี่เอ็งจะไปไหนล่ะ” ลำไยเอ่ยถาม มองเด็กน้อยที่กินด้วยความหิวอย่างเอ็นดู
“ไปดายหญ้าจ้ะ มีคนจ้างหนู” ประโยคของเด็กน้อยทำให้ลำไยของขึ้น นึกโกรธไปถึงบิดาของเด็กน้อย
“พ่อเอ็งไม่ทำงานรึไง เอาแต่ใช้เอ็ง แล้วนี่ไม่ไปโรงเรียนแล้วเหรอพลับพลึง”
“พ่อไม่ให้เรียนแล้วจ้ะ” เด็กน้อยหยุดกินเพราะเริ่มกลืนไม่ลง น้ำตาซึมด้วยความเศร้า อยากเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่บิดาไม่ให้เรียน
“ไอ้พันนี่มันยังไงกัน ลูกเต้าก็ไม่ให้เรียน บ้าบอคอแตกที่สุด” ลำไยด่ายาวเหยียดด้วยความโมโห
“หนูต้องไปทำงานแล้วนะจ๊ะป้า เดี๋ยวไปสายเขาจะจ้างคนอื่น”
“เอาขนมนี่ไปกินรองท้องนะ” ลำไยหยิบขนมกล้วยยัดใส่มือเด็กน้อย
“ขอบคุณป้ามากเลยนะจ๊ะ” พลับพลึงยกมือไหว้อย่างดีใจ ซาบซึ้งในบุญคุณของท่านเหลือล้น ลำไยมองตามร่างเล็กไปด้วยความเวทนา ท่านเองก็หาเช้ากินค่ำ ขายของได้บ้างไม่ได้บ้าง กำไรน้อยนิดอยากจะช่วยให้มากกว่านี้แต่ไม่มีปัญญาเลยช่วยเท่าที่ช่วยได้เท่านั้น
พลับพลึงคอยรับจ้างทำงานเท่าที่จะทำได้เพื่อหาเงินมาให้บิดา ผู้ใหญ่คนไหนใจดีก็จ้างเธอ แต่คนไหนเห็นว่าจะเอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบ เด็กน้อยตัวเล็กๆ เที่ยวของานทำไปเรื่อยๆ มือน้อยๆ หยาบกร้านเพราะต้องทำงานทุกวัน แทบไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว
เด็กน้อยแอบเดินลัดเลาะไปที่โรงเรียนด้วยเท้าเปล่าๆ มองเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังเรียนหนังสือแล้วร้องไห้เบาๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงลานโล่ง เสียงสะอื้นนั้นทำให้ครูใหญ่ที่เดินสำรวจอยู่บริเวณโรงเรียนได้ยินเข้า
“อ้าว... พลับพลึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ทำไม” ครูใหญ่เอ่ยถามด้วยความสงสาร เด็กในโรงเรียนนั้นมีไม่กี่คน จึงทำให้ครูใหญ่จึงจำชื่อเด็กทุกคนได้
“คือหนู...” พลับพลึงเงยหน้าขึ้นมองครูใหญ่น้ำตานอง ก่อนจะสะอื้นฮักๆ
“เป็นอะไรบอกครูมาซิ แล้วทำไมไม่มาเรียนเหมือนคนอื่นเขา” ครูใหญ่เอ่ยถามพลางลูบศีรษะไปมา พลับพลึงยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก มืออุ่นๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความเมตตาปรานี
“เอาเช็ดน้ำตาซะ” ครูใหญ่สุภาพหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าส่งให้เด็กน้อย เธอรับไปซับน้ำตาที่ใบหน้าก่อนจะพูดเสียงสะอึกสะอื้น
“พ่อไม่ให้พลับพลึงเรียนหนังสืออีกแล้ว ฮึกๆ ฮือๆๆ” เด็กน้อยพูดไปร้องไห้ไป ครูใหญ่เห็นแล้วสะท้อนใจ
“เดี๋ยวครูจะไปคุยกับพ่อของเธอเอง” ครูใหญ่สุภาพมองเด็กน้อยด้วยแววตาสงสารจับใจ คิดว่าควรต้องไปคุยกันให้รู้เรื่อง
“พ่อจะตีหนูอีกไหมคะ” คนที่โดนพ่อตีบ่อยๆ เริ่มหวาดกลัว
“เดี๋ยวครูให้พูดเอง เชื่อครูสิ” ครูใหญ่ลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อปลอบประโลม
“จริงๆ เหรอคะ” พลับพลึงเอ่ยถาม สีหน้ามีความหวัง
“จริงสิ” น้ำเสียงปรานีเอื้อเอ็นดูของครูใหญ่ทำให้เด็กน้อยยิ้มออก
“เลิกเรียนแล้ว งั้นเดี๋ยวเราไปกันเลยนะ”
“ค่ะ” มือแสนอบอุ่นของครูใหญ่จับมือเล็กๆ พาเดินไปยังบ้านของเด็กน้อยซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโรงเรียนหลายกิโลเมตร
ครูใหญ่สุภาพจูงมือเด็กน้อยเดินมาตามทางทุรกันดารของหมู่บ้าน พอมาถึงบ้านไม้หลังเก่าๆ โทรมๆ เขาก็เห็นว่าบิดาของเด็กน้อยกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะขาม
“นายพัน” ครูใหญ่เอ่ยเรียกเสียงหนัก พันวางจอกเหล้ามือสั่นก่อนจะยกมือขึ้นท่วมหัว เหลือบมองบุตรสาวที่ยืนหลบอยู่ทางด้านหลังของครูใหญ่ด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก คิดว่าบุตรสาวคงไปฟ้องอะไรครูใหญ่เป็นแน่ อีกฝ่ายเลยมาถึงบ้านเช่นนี้
บทล่าสุด
#66 บทที่ 66 66
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#65 บทที่ 65 65
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#64 บทที่ 64 64
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#63 บทที่ 63 63
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#62 บทที่ 62 62
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#61 บทที่ 61 61
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#60 บทที่ 60 60
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#59 บทที่ 59 59
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#58 บทที่ 58 58
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025#57 บทที่ 57 57
อัปเดตล่าสุด: 11/26/2025
คุณอาจชอบ 😍
Not Love | ไม่รัก(อย่ากั๊ก!!)
นั่นคือประโยคที่มันย้ำเตือนให้ฉันเจียมตัวแล้วต้องเลิกรักผู้ชายเย็นชาอย่างพี่เรย์
ในเมื่อเขาบอกกับฉันอย่างชัดเจนขนาดนั้น ฉันคงไม่โง่รักเขาต่อ....
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ร้อนรักคุณอามาเฟีย
น้องเมียเอามัน (หลายP)
ความสาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์เรื่องเซ็กจึงตกเป็นของพี่เขย เพราะว่าอารมณ์และความอยากพาไป จนเมื่อไปเที่ยวพบกับชายหนุ่มชื่อมังกรที่โปรไฟล์ดีเริศ แต่เหมือนชีวิตสาวน้อยผู้อาภัพ จะไม่ได้เขาเป็นรักสุดท้าย เพราะเห็นธาตุแท้อันน่าขยะแขยงเสียก่อน
เมื่อความผิดหวังบวกความเสียใจ นำพาให้เธอต้องมาพักใจบ้านเพื่อนแล้วก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอ และอยากรู้ความจริงบางอย่างจากมังกร
เพื่อนรักที่แสนดีก็ช่วยเหลือเธอ จนได้รู้ความจริงที่แสนจะวุ่นวาย เพราะมังกรไปแอบแซ่บกับแฟนพี่ชายของเพื่อนสาว แล้วพี่ชายของเพื่อนสาวก็ดันมาชอบเธอ
รักปักใจ (เอญ่า x ฮันเตอร์)
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
หวงรักร้ายนายวิศวะ
"สงสัยพี่จะเข้าใจอะไรผิด คนที่ฉันรักคือพี่แทคิณ...พี่ใช่พี่" โรราเอ่ยมาเช่นนั่น แต่นั้นกับยิ่งทำให้ ดีเทลโมโหและโกรธหนักเข้าไปอีก คนตัวโตถึงกับกดคนใต้ร่างลงให้จมเตียงนอน
"ฉันไม่สนว่าเธอจะรักใคร ตราบใดที่เธอเป็นของฉันๆ ไม่มีทางที่เธอจะเป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น"
"คนเลว..." โรราเอ่ยด้วยเสียงอันโกรธจัด
ดีเทลจ้องมองคนใต้ร่างด้วยความรู้สึกโกรธและโมโห
"กับผู้หญิงสำส่อนอย่างเธอ ฉัน เลว...ได้มากกว่าที่เธอคิด" ดีเทลเอ่ยจบร่างสูงก็ระดมจูบคนดื้อ ที่แสนจะพยศไปทั่วทั้งใบหน้า
"มะ...ไม่นะ พี่ดีเทล" โรราเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น
****+***+++++++++
อสูรหวงรัก
“ช่วยอะไรก็รีบๆพูดมาสิ มายืนอ่อยอยู่ได้ ”
“คือ พลอย เรียนไม่เข้าใจ เพราะว่าเคยเห็นของจริงแค่ครั้งเดียวเอง คือ เฮียแฟรงก์ช่วย อ่อ คือ ช่วยสาธิตวิธีช่วยตัวเองให้พลอยดูหน่อยได้ไหมคะ”
“อะไรนะ นี่เธอจะบ้าหรือไงพลอยลดา พี่ไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับพลอยหรอกนะ อีกอย่างเดือนเขาก็อยู่ที่นี่ พี่ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”
“พลอย พลอยไม่ได้เล่นนะคะ คือพลอยกำลังศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะเพศหญิงกับเพศชาย แต่พลอยไม่เข้าใจจริงๆว่าผู้ชายเขามีวิธีปลดปล่อยยังไง เพราะไอ้ที่เฮียเคยทำกับพลอย พลอยก็จำไม่ได้แล้วด้วย พลอยไม่รู้จะให้ใครช่วยแล้วนอกจากเฮีย นะคะ ช่วยพลอยเถอะนะคะ ไม่งั้นพลอยต้องสอบตกแล้วได้กลับไทยแน่เลย พลอยสัญญาค่ะว่าพี่เดือนจะไม่รู้เรื่องของเรา ”
“แล้วทำไมไม่ตั้งใจเรียนห้ะ ทำพี่เดือดร้อนได้ทุกวี่ทุกวัน”
“ก็อาจารย์เขาเอาแค่รูปให้ดูแล้วก็อธิบายอะไรก็ไม่รู้ พลอยไม่เคยเห็นแล้วพลอยจะไปรู้ได้ไงเล่า ถ้าเฮียไม่อยากช่วยก็ไม่เป็นไร พลอยไปหาคนอื่นมาช่วยก็ได้”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวพี่จะช่วยเอง กลับไปรอที่ห้องเราไป เดี๋ยวเสร็จงานแล้วพี่จะตามไป”
สัมผัสร้ายนายวิศวะ
"ทำไม คนอย่างฉันมันทำไม" ร่างสูงเอ่ยถามพร้อมกับจ้องใบหน้าสวยใส ด้วยสีหน้าและแววตาดุดัน
"มักมากและสำส่อน เอาไม่เลือกอย่างนาย ต่อให้เหลือนายแค่คนเดียวฉันก็ไม่เอา" ณดาเอ่ยกับคนใจร้ายอย่างเหลืออด
"สงสัยที่ปากเก่ง เถียงฉอดๆ แบบนี้ ไม่อยากเป็นแค่ว่าที่คู่หมั้น แต่อยากข้ามขั้นเป็นเมียฉันแทน" ร่างสูงเอ่ยจบ ก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอด้วยท่าทีโมโหสุดๆ เขารู้ว่าเธอนั้นเกลียดเขาเข้าใส้ แต่ทำไงได้ละในเมื่อครอบครัวดันเสนอตัวเธอมาให้กับเป็นคนของเขา แบบนี้ใครจะปล่อยให้โง่ละ มันก็ต้องลองกันหน่อย
จะหยุดเสือเหยื่อต้องเด็ด
"น้ำเยอะเลยนะเรา" ริมฝีปากหนากระซิบพูดใกล้ก่อนที่จะฝังจูบลงซอกคอระหง ที่เขาบอกว่าน้ำเยอะเพราะตอนนี้นิ้วเปรอะไปด้วยน้ำในร่องเล็กนั่น
ขาเรียวขยับออกจากกันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตอนนี้แม้แต่ไฟในร้านก็มืดสนิท
ใบหน้าคมไซร้ต่ำลงมาจนถึงร่องหน้าอกแล้วก็ดูด วันจันทร์ยังคงปล่อยให้เขาเชยชมเรือนร่างของเธอถึงแม้จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนา เธอก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงที่เขาเรียกมาใช้บริการ ไม่สิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขายังเรียกมาแต่กับเธอเป็นคนมาหาเขาถึงที่เอง
หญิงสาวที่กำลังคิดอะไรอยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกเขาจับมือไปกำส่วนนั้นที่มันกำลังแข็ง วันจันทร์แอบวัดขนาดของมันดู..ไม่อยากคิดเลยถ้ามันเข้ามาอยู่ในร่างกายแล้วเธอจะรับไหวไหม
"นั่งทับมันลงมาสิ" ชายหนุ่มใช้มือเธอชักมันรูดขึ้นลง แล้วก็กระซิบบอกให้เธอขึ้นนั่งคร่อม
"ที่นี่เหรอคะ" ถ้ามันสว่างหน่อยคงเห็นหน้าตาที่ตื่นกลัวของเธอ เธอจะเสียสิ่งที่หวงแหนมา 20 กว่าปีให้เขาที่แบบนี้จริงๆ เหรอ
"ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก"
"คือ..ฉัน.."
"อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่พร้อม แต่ที่เห็นนี่คือพร้อมมากแล้วนะ" ถึงแม้เขาจะดูเถื่อน แต่ไม่เคยขืนใจผู้หญิงที่ไหน ผู้หญิงส่วนมากจะเต็มใจเป็นของเขาเองทั้งนั้น













