บทนำ
เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ช่วยให้ค่ำคืนอันว่างเปล่าของเขาไม่เงียบเหงาเกินไป เธอเคยคิดว่าใต้ความเย็นชาของเขา อาจมีหัวใจที่เธอพอจะเอื้อมถึง แต่สุดท้าย...ความรักของเธอกลับถูกตีราคาเป็นเพียง “คนแก้เหงา”
วายุ ผู้ชายที่มีทุกอย่าง ยกเว้นหัวใจที่รู้จักถนอมใคร เขาใช้เงิน อำนาจ และความเจ็บในอดีตบีบให้เพียงฟ้าเข้ามาอยู่ใกล้ตัว แต่ไม่เคยยอมให้สถานะ ไม่เคยยอมรับความรู้สึก และไม่เคยเชื่อเธอในวันที่เธอต้องการเขามากที่สุด
จนวันที่เธอยืนต่อหน้าเขาพร้อมศักดิ์ศรีที่แตกสลาย พร้อมหัวใจที่กำลังอุ้มอีกหนึ่งชีวิตไว้ในท้อง
เขากลับเลือกเชื่อ “หลักฐาน” มากกว่าเชื่อผู้หญิงที่เคยรักเขาหมดใจ
เพียงฟ้าจึงหายไปจากชีวิตเขา ทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับ และความจริงที่มาช้าเกินไปว่า...เด็กคนนั้นคือลูกของเขา
สามปีผ่านไป เธอกลับมาอีกครั้งในฐานะ “ฟ้าหลังฝน” นักร้องสาวผู้เปล่งประกายด้วยเสียงเพลงที่เกิดจากน้ำตา ส่วนเขากลับกลายเป็นผู้ชายที่ต้องยืนมองลูกสาวของตัวเองเรียกเขาว่า “คุณลุง” ทั้งที่หัวใจอยากกอดลูกแทบขาดใจ
บท 1
ตอนที่ 1
คืนฝนที่คนใจร้ายได้พบเธอ
ฝนเทลงมาไม่ขาดสายตั้งแต่หัวค่ำ ราวกับฟ้าเบื้องบนกำลังเทความหม่นหมองทั้งหมดลงมาชำระเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล แสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับอยู่หลังม่านน้ำหนา รถราบนถนนสุขุมวิทติดยาวเป็นสาย เสียงแตร เสียงล้อบดถนนเปียก และเสียงฝนกระทบกระจกอาคารสูงดังปะปนกันจนกลายเป็นบทเพลงเศร้าในค่ำคืนหนึ่งของกรุงเทพฯ
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น โรงแรมวายุรัตน์ แกรนด์ยังสว่างไสวอยู่กลางสายฝนเหมือนปราสาทแก้วของคนมั่งคั่ง แขกในชุดหรูเดินเข้าออกอย่างไม่สะทกสะท้านต่ออากาศเย็นชื้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปนกับกลิ่นกาแฟและไวน์จากเลานจ์ชั้นล่าง เสียงเปียโนบรรเลงท่วงทำนองช้า ๆ คลอไปกับเสียงร้องหวานเศร้าของหญิงสาวคนหนึ่งบนเวทีเล็ก ๆ ริมกระจก
เพียงฟ้ายืนอยู่ตรงนั้นในชุดเดรสสีครีมเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบไว้หลวม ๆ เผยใบหน้าอ่อนหวานที่มีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม เธอจับไมโครโฟนด้วยสองมือ ปลายนิ้วเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่เสียงของเธอกลับอบอุ่นและนุ่มลึกจนทำให้แขกหลายคนในเลานจ์เงียบลงโดยไม่รู้ตัว
“หากคืนนี้ไม่มีใครอยู่ข้างคุณ ขอเพียงอย่าลืมว่าหัวใจของคุณยังอยู่กับตัวเองเสมอ...” เพียงฟ้าร้องท่อนสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและทอดยาว แววตาของเธอทอดมองผ่านกระจกออกไปยังสายฝนด้านนอกคล้ายกำลังร้องให้ใครบางคนที่ไม่เคยมีตัวตนในชีวิตจริง
เสียงปรบมือดังขึ้นประปรายหลังเพลงจบ เพียงฟ้าก้มศีรษะขอบคุณอย่างสุภาพ ก่อนจะถอยออกจากเวทีพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนไว้จนมุมปากเริ่มล้า เธอเดินไปหลังฉากเล็ก ๆ ข้างเวที วางไมโครโฟนลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นสิ่งแรก หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมข้อความจากน้องชายที่ส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
แม่ไอหนักอีกแล้ว พี่ฟ้าเลิกงานโทรกลับหน่อยนะ
หัวใจของเพียงฟ้าหล่นวูบ เธอกดโทรออกทันที แต่ยังไม่ทันมีคนรับ เสียงผู้จัดการเลานจ์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ฟ้า อีกสิบห้านาทีขึ้นร้องต่ออีกสองเพลงนะ คืนนี้แขกวีไอพีอยู่เยอะ อย่าเพิ่งกลับก่อนเวลาเด็ดขาด” ผู้จัดการพูดเร็ว ๆ โดยไม่ได้มองหน้าเธอจริงจัง เพราะมัวแต่ก้มเช็กตารางงานในแท็บเล็ต
“พี่ภพคะ แม่ฟ้าเหมือนจะอาการไม่ดี ฟ้าขอออกไปโทรศัพท์แค่ครู่เดียวได้ไหมคะ ถ้ามีอะไรฉุกเฉินจริง ๆ ฟ้าอาจต้องขอกลับก่อน แต่ฟ้าจะหาคนร้องแทนให้ หรือยอมให้หักค่าแรงคืนนี้ก็ได้ค่ะ” เพียงฟ้าพยายามพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ทั้งที่ในอกเริ่มร้อนรุ่มเพราะความกังวล
“ฟ้า พี่เข้าใจนะว่าเธอลำบาก แต่โรงแรมนี้ไม่ใช่ร้านอาหารข้างทางที่อยากมาก็มา อยากไปก็ไป แขกจ่ายแพงเพื่อบรรยากาศ ถ้าเธอหายไปกลางคัน พี่ก็โดนข้างบนด่าเหมือนกัน” ผู้จัดการถอนหายใจและพูดอย่างอ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่แววตายังคงยืนยันว่าหน้าที่ต้องมาก่อนความเดือดร้อนส่วนตัวของเธอ
“ฟ้าเข้าใจค่ะ ฟ้าจะไม่ทำให้งานเสีย เพียงแค่ขอโทรกลับบ้านสักสองนาทีเท่านั้น ถ้าแม่ไม่เป็นอะไรมาก ฟ้าจะขึ้นร้องต่อให้ครบทุกเพลงแน่นอนค่ะ” เพียงฟ้ารับคำด้วยความอดทน ก่อนจะก้มศีรษะให้เขาอย่างขอบคุณ ทั้งที่ลึก ๆ เธออยากวิ่งออกไปจากตรงนี้เหลือเกิน
ผู้จัดการพยักหน้าแบบเสียไม่ได้ เพียงฟ้าจึงรีบเดินออกจากหลังเวทีไปยังทางเดินด้านข้างเลานจ์ เสียงเพลงจากเปียโนยังดังตามหลังมาเบา ๆ เธอยกโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง ทว่าเสียงสัญญาณรอสายกลับยาวนานจนใจเธอยิ่งสั่น ปลายทางยังไม่รับ
หญิงสาวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกลืนความกลัวลงคอ แม่ของเธอป่วยโรคปอดเรื้อรังมานาน ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลสูงขึ้นทุกเดือน ส่วนเงินเก็บที่เคยมีก็แทบไม่เหลือ เพราะเธอต้องส่งน้องชายเรียนมหาวิทยาลัยไปพร้อมกัน ชีวิตของเพียงฟ้าจึงเหมือนยืนอยู่บนสะพานไม้ผุพัง ทุกก้าวต้องระวังไม่ให้ตกลงไปในเหวของหนี้สินและความสิ้นหวัง
“รับสิเมฆ รับสายพี่หน่อย...” เพียงฟ้าพึมพำกับโทรศัพท์ด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย ขณะเดินเลี่ยงไปตรงมุมทางเดินที่เงียบกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่งของโรงแรม บนชั้นสูงสุดซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้บริหาร บรรยากาศต่างจากเลานจ์ชั้นล่างราวฟ้ากับเหว ห้องประชุมกระจกกว้างมองเห็นกรุงเทพฯ ทั้งเมืองในม่านฝน โต๊ะยาวสีดำเงาวับตั้งอยู่กลางห้อง ผู้ชายหลายคนในสูทหรูนั่งเงียบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงไวน์นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างประธานใหญ่ของตระกูล ใบหน้าสวยจัดของเธอมีรอยยิ้มบางเบา แต่แววตากลับแฝงความทะเยอทะยานชัดเจน
วายุยืนอยู่ริมกระจก หันหลังให้ทุกคนในห้อง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือแก้ววิสกี้ที่พร่องไปเกินครึ่ง ดวงตาคมกริบทอดมองสายฝนด้านนอกด้วยสีหน้าเย็นชา แต่เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นเล็กน้อยบอกชัดว่าเขากำลังสะกดอารมณ์ไว้แทบไม่อยู่
“แกจะเงียบอีกนานแค่ไหน วายุ เรื่องหมั้นกับหนูรมิดาไม่ใช่เรื่องที่แกจะเอาแต่ใจได้อีกแล้ว” เสียงของวราเทพ ผู้เป็นบิดา ดังขึ้นอย่างกดดันจากหัวโต๊ะ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจของคนที่เคยชินกับการออกคำสั่งและเห็นทุกคนในตระกูลเป็นหมากบนกระดานธุรกิจ
“ผมเคยบอกพ่อแล้วว่าผมไม่แต่งงานเพื่อแลกหุ้น ไม่แต่งงานเพื่อปิดดีล และไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้เลือกเอง” วายุพูดโดยไม่หันกลับมา น้ำเสียงเรียบนิ่งจนแทบไร้อารมณ์ แต่ทุกถ้อยคำคมเหมือนใบมีดที่ลากผ่านความเงียบในห้อง
“ความรักเป็นเรื่องของเด็กโง่ คนระดับเราแต่งงานเพื่อความมั่นคง ไม่ใช่เพื่อหัวใจไร้สาระของแก” วราเทพตบโต๊ะเบา ๆ แต่แรงกดดันในน้ำเสียงทำให้ผู้ร่วมประชุมคนอื่นพากันก้มหน้า
“ถ้าความมั่นคงของตระกูลต้องแลกด้วยการเอาชีวิตผมไปผูกกับใครสักคนเหมือนสินค้าชิ้นหนึ่ง ผมยอมให้มันล่มดีกว่า” วายุตอบกลับอย่างเย็นเยียบ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับบิดาเต็มตา
รมิดาขยับรอยยิ้มให้หวานขึ้น เธอไม่แสดงความไม่พอใจออกมาตรง ๆ เพราะรู้ดีว่าวายุเป็นผู้ชายที่ยิ่งถูกบังคับยิ่งต่อต้าน เธอจึงเลือกใช้น้ำเสียงนุ่มนวลแทน
“คุณวายุคะ ดาไม่ได้คิดจะบังคับคุณเลยนะคะ ดารู้ว่าคุณอาจยังไม่พร้อม แต่การหมั้นของเราอย่างน้อยก็ช่วยให้ทั้งสองครอบครัวมั่นคงขึ้น ส่วนเรื่องความรู้สึก...ดาเชื่อว่ามันค่อย ๆ สร้างกันได้ค่ะ” รมิดาพูดพลางยิ้มละมุน ทว่าปลายนิ้วที่วางบนตักจิกเข้าหากันแน่นจนเห็นข้อขาว
“ผมไม่สร้างความรู้สึกกับคนที่เข้ามาในชีวิตผมพร้อมเอกสารถือหุ้นและข้อตกลงผลประโยชน์ รมิดา ถ้าคุณฉลาดพอ คุณควรรู้ว่าการแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักคุณ จะทำให้คุณได้แค่ตำแหน่ง แต่ไม่มีวันได้หัวใจ” วายุหันไปมองเธอด้วยแววตาไร้เยื่อใย คำพูดของเขาไม่ดัง แต่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที
ใบหน้าของรมิดากระตุกเล็กน้อย เธอรักษารอยยิ้มไว้ได้อย่างยากเย็น ขณะที่วราเทพลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ
“แกคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหน วายุ ทุกอย่างที่แกมี ทุกโรงแรม ทุกตำแหน่ง ทุกคนที่ก้มหัวให้แก มันเริ่มจากตระกูลนี้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีฉัน แกก็ไม่มีอะไรเลย” วราเทพพูดเสียงกร้าว ดวงตาแข็งกร้าวไม่ต่างจากลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ถ้าทุกอย่างที่ผมมีต้องแลกกับการให้พ่อขีดเส้นชีวิต ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมอยากมีมันอยู่หรือเปล่า” วายุวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงพอให้เสียงดังสะท้อนทั่วห้อง
“แกพูดเหมือนแม่แกไม่มีผิด ผู้หญิงคนนั้นก็เคยพูดว่าบ้านหลังนี้เป็นกรง ทั้งที่ฉันให้ทุกอย่างกับมัน สุดท้ายมันก็ทิ้งแกไปโดยไม่หันกลับมามอง” วราเทพหลุดพูดชื่อบาดแผลที่ไม่ควรถูกแตะต้องออกมา และทันทีที่คำว่าแม่หลุดจากปากเขา แววตาของวายุก็มืดลงอย่างน่ากลัว
ความเงียบตกลงมาฉับพลันราวกับทั้งห้องถูกตัดเสียง วายุยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อคมไม่เปลี่ยนสี แต่แววตาของเขาเหมือนท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ มืด หนัก และเต็มไปด้วยแรงทำลายล้าง
“อย่าเอาแม่มาพูดในเรื่องนี้อีก” วายุพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ทุกคำถูกกดออกมาจากลำคอที่ตึงเครียด
“ทำไม ฉันพูดไม่ได้หรือไง แกยังเจ็บที่ถูกทิ้งอยู่ใช่ไหม ถึงได้ทำตัวเหมือนคนไม่มีหัวใจแบบนี้” วราเทพสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าคำพูดนั้นแทงเข้าไปถึงจุดตายของลูกชาย
วายุยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย เขาหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้บนเก้าอี้ขึ้นมาแล้วเดินไปทางประตู โดยไม่สนใจเสียงเรียกของใครอีก
“ถ้าพ่ออยากได้งานหมั้นนัก ก็หาคนอื่นไปยืนแทนผมเถอะ เพราะผมจะไม่เอาชีวิตตัวเองไปแลกกับความพอใจของใครอีกแล้ว” วายุพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องประชุมด้วยแรงที่ทำให้คนด้านนอกสะดุ้ง
บทล่าสุด
#34 บทที่ 34 ตอนที่34 แทนคำพูด
อัปเดตล่าสุด: 10/21/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 33 วันที่ของตายหายไป
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#32 บทที่ 32 ตอนที่32 โซ่ของตระกูล
อัปเดตล่าสุด: 10/19/2026#31 บทที่ 31 ตอนที่31 เชื่อ
อัปเดตล่าสุด: 10/18/2026#30 บทที่ 30 ตอนที่30 เป็นอะไร
อัปเดตล่าสุด: 10/17/2026#29 บทที่ 29 ตอนที่29 หลักฐานไหม
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#28 บทที่ 28 ตอนที่28 ไม่ได้ขโมยสร้อยเพชร
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2026#27 บทที่ 27 ตอนที่27ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้
อัปเดตล่าสุด: 10/14/2026#26 บทที่ 26 ตอนที่ 26 สร้อยเพชรและศักดิ์ศรีที่แตกสลาย
อัปเดตล่าสุด: 10/13/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่25 ยิ้มเจื่อน
อัปเดตล่าสุด: 10/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต













