ถ้ารู้ว่าจะร้าย

ถ้ารู้ว่าจะร้าย

ไอย์ลา ลมหนาว · เสร็จสิ้น · 139.9k คำ

367
ยอดนิยม
6.6k
การดู
75
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ถ้ารู้ว่าจะร้าย ก็จะไม่รัก
ความรักของเขา มีไว้ให้คนอื่น ไม่ได้มีไว้ให้เธอ

บท 1

บทที่ 1

เจ้าสาวร้างรัก

‘อยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง’

เธอเฝ้าคิดว่าสมัยนี้ยังมีอยู่หรือกับคำบอกเล่าแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ จนได้มาเจอเข้ากับตัวเองตั้งแต่วันที่ลั่นระฆังวิวาห์จนตอนนี้ก็ปามาสองปีแล้ว ท่าทีของสามีสุดที่รักของเธอยังไม่ยักจะเห็นว่ามีแววตาชอบพอกันตรงไหนเลยสักนิด นับวันเขายิ่งเกลียดเธอเข้าไส้ไปใหญ่ หากจะให้พูดก็คงจะย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว

สองปีที่เธอต้องแต่งงานกับคนที่เขาไม่เคยคิดจะรักกัน...

สองปีก่อน

“จะบ้ารึไงพ่อ! ให้ผมแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!?” เสียงของพระเอกหนุ่มไฟแรงวัยสามสิบสามปีอย่าง ปราบตะวัน กีรติกรกันต์ ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเจ้าตั้งใจสรรสร้างเขาขึ้นมา ทั้งยังเพรียกพร้อมไปด้วยรูปร่างร่างกายที่สมบูรณ์แบบยากจะหาใครเทียบ แถมยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ เกือบทั้งประเทศร้องตะโกนถามด้วยความไม่พอใจ เมื่ออยู่ ๆ ตนก็ดันถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้

แน่นอนว่าหากสาว ๆ เหล่านั้นรู้เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ คงเป็นอันต้องใจแตกสลายไปตาม ๆ กันเมื่อพระเอกหนุ่มดีกรีขวัญใจมหาชนห้าปีซ้อน ต้องเข้าสู่ประตูวิวาห์

“ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือหนูต้อง แกเองก็เคยเจอน้องตอนเด็ก ๆ”

“จะเคยเจอหรือไม่เคยเจอ ผมไม่สนใจหรอก เพราะยังไงผมก็ไม่แต่ง!” สายตาคู่คมจ้องมองไปที่ผู้หญิงที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธที่แทบจะทะลุปรอท ใครมันจะบ้าเอาเวลาชีวิตตัวเองมาผูกมัดกับการแต่งงาน แถมเจ้าสาวที่จะแต่งด้วยก็ไม่ใช่คนที่เขารัก ให้ตายเถอะ! พ่อเขาบ้าไปแล้ว ใช่ไหม!?

“แกจะพูดอะไรฉันไม่สนไอ้ปาย แต่ยังไงแกก็ต้องแต่ง” ปราบยิ่ง กีรติกรกันต์ บิดาของชายหนุ่มหน้าหล่อยื่นคำขาด ตนไม่สนใจว่าสถานการณ์ของบุตรชายมันจะเป็นยังไง เพราะสิ่งที่ตนต้องการคือการให้ลูกชายได้แต่งงานกับแม่หนูตรงหน้าคนนี้

“คุณลุงคะ...” หญิงสาวที่นั่งตัวลีบอย่าง ต้องจันทร์ ครองสันต์ ตัดสินใจเอ่ยปากออกมา แต่ก็เป็นอันต้องเงียบลงเมื่อปราบยิ่งห้ามเอาไว้

“ไม่เป็นไรหนูต้อง เดี๋ยวลุงจัดการเอง”

“ฟังนะไอ้ปาย ถ้าแกไม่แต่งกับหนูต้อง แกก็อย่าหวังว่าฉันจะให้แกไปเจอแม่แก” ปราบยิ่งงัดไม้เด็ดขึ้นมาสู้ เขารู้ว่าลูกชายมันรักแม่เสียยิ่งกว่าอะไร และยิ่งช่วงนี้ภรรยาของตนกำลังป่วย บินไปรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศนาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาหรือไม่เขาก็ขึ้นเครื่องบินไปหาที่นู้น แล้วถ้าหากลูกชายมันไม่ยอม รับข้อเสนอ ก็อย่าหวังว่าเขาจะให้มันบินไปหาแม่มันได้ง่าย ๆ

“พ่ออย่าเอาเรื่องแม่มาขู่ผมนะ”

“ฉันไม่ได้ขู่ แต่ฉันทำจริงโว้ย อีกอย่างนะแกก็รู้ว่าแม่แกอยากให้แกแต่งงานมากแค่ไหนไอ้ปาย”

“โธ่เว้ย!” คนตัวโตหัวเสีย ในเมื่อเขาแทบเลือกอะไรไม่ได้เลย อีกอย่างตนรู้ดีว่าเวลาของมารดามันไม่ได้มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว

“เอาเถอะไอ้ปาย อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละ”

“รักกับผีน่ะสิ! พ่อจำไว้นะ ว่าผมไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้!”

หลังจากที่ตกลงเรื่องแต่งงานกันได้ไม่นาน สามเดือนถัดมางานแต่งระหว่างปราบตะวันและต้องจันทร์ก็ถูกจัดขึ้น โดยงานแต่งครั้งนี้ ปราบตะวันให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนตัวมาก เขาเชิญแค่คนสนิทชิดเชื้อกันแค่นั้น แถมยังเชิญผู้คนมาไม่เยอะอีก แล้วหากถามถึงแขกฝั่งของต้องจันทร์ก็คงจะแทบนับคนได้ แถมก่อนหน้าที่พิธีการพวกนี้จะเกิดขึ้นต้องจันทร์กับปราบตะวันก็แทบไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ทุกอย่างมันผ่านไปด้วยความอึดอัด

พิธีทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการและขนบธรรมเนียมที่เตรียมไว้ทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ก่อนในเวลาต่อมาจะถึงช่วงพิธีที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือพิธีการส่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอ ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายของปราบตะวันและฝ่ายของต้องจันทร์ต่างนั่งเรียงรายกันพร้อมหน้า

“พ่อขอฝากเจ้าปายมันด้วยนะหนูต้อง” ปราบยิ่งจับจ้องไปที่ดวงหน้าของลูกสะใภ้ สลับกับลูกชายตัวดีด้วยแววตาแสนอบอุ่น

“ค่ะ คุณลุง”

“เรียกพ่อสิลูก เราเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะ” ถ้อยคำของปราบยิ่งทำให้ต้องจันทร์หนักใจ เธอยังไม่คุ้นชินกับสถานะที่เปลี่ยนแปลง อีกอย่างเสียงลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างฟึดฟัดของปราบตะวันยิ่งเพิ่มความอึดอัด ให้เธอมากขึ้นไปอีก

“ไหนลองพูดสิ”

“ค่ะ…คุณพ่อ” สุดท้ายหลีกเลี่ยงได้เสียที่ไหน

ตอนนี้เธอน้อมรับ แต่ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่นั่นมันก็เป็นอีกเรื่อง อีกอย่างคนอย่างปราบตะวันคงไม่อยากมาฝากชีวิตไว้กับเธอหรอก

“พ่อขอบคุณนะต้อง ที่ทำเพื่อเราทุกคน” เพราะสถานการณ์ครอบครัวที่เลวร้ายร้านอาหารเล็ก ๆ ถูกปิดตัวลงเพราะร่างกายที่ทรุดโทรมจนต้องเข้าโรงพยาบาล รายได้ทุกอย่างหดหายจึงต้องจำยอมขอความช่วยเหลือจาก      ผู้มีพระคุณอย่างปราบยิ่ง ประจวบกับอีกฝ่ายก็อยากให้ลูกชายได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาตามความปรารถนาของคนเป็นแม่ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ข้อตกลงทุกอย่างมันเลยลงล็อคไปหมด

“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อทุกคนแค่นี้สบายมาก” ครอบครัวเธอสำคัญกว่าอะไรทุกสิ่งบนโลก ต่อให้เธอต้องทำอะไรมากกว่านี้เธอก็ยินยอม เรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมากหากเทียบกับการที่พวกท่านดูแลและชุบเลี้ยงเธอมาตลอดยี่สิบสามปี

“รักกันเข้าไว้นะลูก มีปากเสียงกันก็พูดคุยกันด้วยเหตุผล อย่าใส่อารมณ์นะ” กนกมาศมารดาของปราบตะวันคว้ามือของลูกชายและลูกสะใภ้ของตนมากุมเอาไว้ “โดยเฉพาะเรา เข้าใจใช่ไหมปาย”

“ครับคุณแม่”

“ถ้าลูกชายแม่มันทำอะไรให้หนูต้องต้องลำบากใจ ก็ฟ้องแม่กับพ่อได้เลยนะลูก”

“ค่ะ คุณแม่” เธอหรือจะกล้าพูด หากได้ฟ้องไปมีหวังชายหนุ่มได้ฆ่าเธอแน่ ๆ

“เอาล่ะ ตอนนี้ก็คงจะถึงเวลาแล้ว” ปราบยิ่งยกมือขึ้นมาดูนาฬิกา ที่ข้อมือ ก็เห็นว่ามันถึงเวลาอันสมควรแล้ว “เราปล่อยให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวได้ใช้เวลาด้วยกันดีกว่า”

“พ่อไปก่อนนะต้อง”

“ค่ะ”

สองพ่อลูกจำต้องยอมแยกจากกัน ต้องจันทร์มองตามแผ่นหลังของบิดาที่ค่อย ๆ หายออกไปจากห้อง ก่อนในที่สุดมันจะลับไปจนสุดสายตา ความรู้สึกมากมายเข้ากระแทกที่อกเต็ม ๆ เธอรู้สึกเศร้า เหงา และเปล่าเปลี่ยว อยากจะร้องไห้ออกมาให้สิ้นเรื่องเพื่อทำลายความรู้สึกแย่ ๆ พวกนี้ แต่เธอ   ไม่สามารถทำมันได้ การได้แต่งงานกับปราบตะวันมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนด้วยซ้ำว่ามันจะมีวันนี้ อีกอย่างหากมันเกิดจากความรักทั้งสองฝ่าย มันคงจะน่ายินดีมากกว่านี้ ไม่ใช่ความรักแค่จากฝ่ายเธอคนเดียวแบบนี้...

“มองขนาดนั้นก็ลุกขึ้นตามพ่อเธอไม่สิ จะนั่งให้มันได้อะไรขึ้นมา” เสียงเข้มแทรกขึ้นมา ชวนให้คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความเศร้าหลุดออกมาได้

“ไม่ไปหรอกค่ะ”

“เธอรู้รึเปล่า ว่าตั้งแต่ที่ฉันเกิดมา ฉันไม่เคยเจอใครหน้าด้านหน้าทนเท่าเธอมาก่อนเลย”

“เหรอคะ งั้นก็ยินดีด้วยนะคะที่ในที่สุดก็ได้เจอคนหน้าด้านหน้าทนอย่างฉัน”

“ต้องจันทร์!” มือนหนากำหมัดแน่น เขาไม่พอใจทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ แม้กระทั่งท่าทางที่เย่อหยิ่งไม่จนตรอก

“ขอบคุณนะคะที่ยังจำชื่อภรรยาตัวเองได้”

“เชิญเธอฝันหวานกับไอ้งานแต่งบ้า ๆ นี้ไปคนเดียวเถอะ ครบสองปีหกเดือนเมื่อไร ฉันจะหย่าทันที” ในกำหนดสัญญา เขาจำข้อนี้ได้ดีที่สุด    หากความสัมพันธ์พวกตนมันไม่มีอะไรคืบหน้า ก็สามารถเซ็นเอกสารหย่ากันได้ ถึงแม้มันจะนานไปหน่อยแต่คนอย่างปราบตะวันมีหรือที่จะทำไม่ได้ คอยดูเถอะถ้ามันครบกำหนดเมื่อไร เขาจะรีบพาแม่นี่ไปที่สำนักงานเขตทันทีเลย!

“รอให้ถึงเวลานั้นก่อนเถอะค่ะ บางทีคุณปายอาจเปลี่ยนใจ” คนที่ภายในบุบสลายยังคงยืดคอแสดงความไม่รู้สึกใดออกมา

“คนอย่างฉัน พูดคำไหนคำนั้น” หึ! เปลี่ยนใจเหรอ? ไม่มีทางหรอก คนอย่างเขาไม่มีทางจะทิ้งหัวใจตัวเองไว้ที่ผู้หญิงคนนี้แน่นอน

“แล้วนั่นคุณปายจะไปไหนคะ” ต้องจันทร์ร้องถาม เมื่อเธอเห็นเขาเดินไปทางประตู

“ฉันไม่เคยคิดอยากจะนอนร่วมห้องกับเธอเลยต้องจันทร์ แค่อยู่  ใกล้ ๆ ฉันก็สะอิดสะเอียดเต็มทน” ท่าทางของเขามันแสดงความรังเกียจที่มีต่อต้องจันทร์ออกมาอย่างชัดเจน “แล้วก็อย่าคิดว่าทุกอย่างมันจะง่ายไปซะหมด เรื่องที่เธอทำมันน่าสมเพช ช่วยจำใส่สมองเอาไว้ด้วย”

ปราบตะวันพูดจบแค่นั้นก็เปิดประตูออกจากห้องหอไป นาทีนี้  เขาไม่สนใจสักนิดว่าห้องนี้มันคืออะไรเพราะเขาฝืนมันมามากจนเกินพอแล้ว

‘ปัง!’

เสียงปิดประตูดังสนั่นทำให้ต้องจันทร์สะดุ้งตกใจ เหลียวดวงหน้า    ที่ตอนนี้มันเจือปนด้วยคราบน้ำตาหันไปมองยังต้นตอของเสียง เธอเข้าใจความรู้สึกของปราบตะวัน ว่าการที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเลยสักนิดมันน่าอึดอัดมากแค่ไหน แต่เธอเลือกไม่ได้...

“ฮึก...ต้องขอโทษพี่ปาย ต้องขอโทษ แต่ต้องเลือกอะไรไม่ได้”

เธอยอมให้งานนี้ไม่เกิดขึ้นไม่ได้ ชีวิตของพ่อและน้องชายเธอมันก็สำคัญไม่ต่างกัน เธอจำเป็นต้องพึ่งพาเขาจริง ๆ และครบกำหนดสัญญาสองปีเมื่อไร เธอสัญญา สัญญาว่าจะหย่าให้เขาและจะไม่ผูกมัดเขาอีกต่อไป

ณ ปัจจุบัน

“ปายเดี๋ยวเตรียมเข้าฉากนะครับ เดี๋ยวพี่จะเรียกอีกที” เสียงตะโกนจากผู้กำกับหนังชื่อดังเรียกพระเอกหนุ่มดาวรุ่งไฟแรงของประเทศเตรียมเข้าฉาก เพื่อถ่ายทำฉากในโปรเจ็คภาพยนตร์ชุดใหญ่ ที่ได้พระเอกดังอย่าง ปราบตะวันและนางเอกคู่ขวัญมัสรินมาร่วมเล่นคู่กันในครั้งนี้ ซึ่งพระนางคู่นี้เป็นที่น่าจับตามองเพราะด้วยฝีมือ เคมีและบทบาทที่ส่งถึงกัน ทำให้พวกเขากลายเป็นคู่จิ้นอันดับหนึ่งของวงการที่แฟนคลับมากมายต่างตั้งตารอผลงาน

“ได้ครับพี่ดู๋” ปราบตะวันนั่งอ่านบทอยู่ภายในห้องรับรองที่ทาง กองถ่ายได้จัดเตรียมไว้ให้ เขาตอบรับแล้ววางบทในมือลง เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าฉากต่อไป

และแม้พระเอกหนุ่มจะลั่นระฆังวิวาห์ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวเขาลดลงเลย เพราะด้วยฝีมือที่เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานับล้านคู่ทำให้เขายังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้ ถึงจะมีพระเอกรุ่นน้องมากมายเข้าวงการมาแต่ก็ไม่มีใครสักคนจะปัดเขาตกบัลลังก์ความนิยมได้ หรือจะพูด อีกอย่างว่าชีวิตแต่งงานของเขามันแทบไม่มีผลหรือมีบทบาทอะไรเลย    บางคนอาจลืมไปด้วยซ้ำว่าปราบตะวันแต่งงานแล้ว

เพราะนอกจากจะยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าเจ้าสาวแล้ว เจ้าตัวเอง   ก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ถึงภรรยาที่อยู่ร่วมกินกันมาถึงสองปี จนบางครั้งก็มีข่าวลือหนาหูว่าสองคนอ่านจะเลิกกันไปแล้ว บ้างก็บอกแยกกันอยู่ บ้างก็บอกว่ายังรักกันดี แต่มีหรือที่ปราบตะวันจะสนใจ เพราะสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้เห็นทีจะมีก็แค่งานในวงการบันเทิงเท่านั้น

“เห็นทีว่าเราคงจะได้ร่วมงานไปอีกยาวเลยนะคะคุณปาย” นางเอกสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีชมพูเดินมาทักทาย การร่วมงานครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่เธอกับเขาได้เจอกัน ถ้าจะบอกเป็นเรื่องบังเอิญก็คงไม่ได้เพราะทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว

“ครับ” เขาหันไปยิ้มแล้วตอบด้วยประโยคสั้น ๆ

“จริงสิคะ ทำไมคุณปายไม่พาภรรยาคุณปายมาเปิดตัวบ้างล่ะคะ มัสร่วมงานกับคุณมายังไม่เคยเห็นหน้าภรรยาคุณปายเลย” เธอไม่ใช่คนเดียวที่อยากเห็นหน้าของภรรยาปราบตะวัน เพราะตอนนี้คนทั้งประเทศก็อยากรู้กันทั้งนั้น มีแต่ชายหนุ่มนั่นแหละที่อยากปิด

“เอ๊ะ หรือว่าข่าวลือที่มัสได้ยินมามันจะจริงคะ” แน่นอนว่าถ้ามันเป็นจริง เธอก็แสนยินดีเพราะเธอก็หวังอยากเป็นคู่ขวัญจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในบทบาทสมมุติ

“ผมเกรงว่า ผมคงไม่จำเป็นบอกเรื่องในครอบครัวให้กับคนนอกรู้ นะครับ” ปราบตะวันที่ยืนท่องจำบทอยู่หันหน้าไปตอบกลับอีกคนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

แค่คำว่า ‘คนนอก’ มันก็พอจะทำให้มัสรินหน้าสะเทือนได้อยู่ไม่น้อย เธอไปไม่ถูกพูดไม่ออก เท่ากับว่าการที่เธอพูดออกไปแบบนั้นมันเป็นการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวเขา หญิงสาวกัดฟันแล้วกำมือแน่นด้วยความอับอาย ทว่าก็ยังปั้นหน้าและฝืนยิ้มต่อไป

“นั่นสินะคะ ถ้าเป็นมัสเองมัสก็คงไม่พูด” อยากจะกรี๊ดออกมาให้ ดัง ๆ ปราบตะวันชักจะหักหน้าเธอเกินไปแล้ว

“ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวคงต้องเข้าฉากแล้ว” เขาพูดแล้วก็เดินไปเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะตอบรับว่าอย่างไร

คนที่โดนหักหน้าแรง ๆ พ้นปราบตะวันไปก็มองซ้ายมองขวาแล้วปลดปล่อยความโกรธออกมาเต็มประดา ก่อนจะกระแทกเท้าแล้วเดินออกไปด้านนอก พยายามควบคุมและสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างเป็นปกติที่สุด เธอต้องคีพลุคของนางเอกสาวแสนน่ารักเอาไว้

กองเอกสารมากมายแทบจะท่วมหัววางเรียงรายเต็มโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า จนแทบไม่มีที่ให้วางของอย่างอื่นสักเซนติเมตรเดียว ในขณะที่เจ้าของโต๊ะก็นั่งหัวยุ่งราวกับไปฟัดกับใครมา มือข้างหนึ่งถือเอกสารชุดหนึ่งเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กำลังควานหาเอกสารอย่างอื่นขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกัน

“เที่ยงแล้วนะต้อง พี่ว่าวางงานแล้วไปกินข้าวก่อนดีกว่า”

“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะพี่ฝ้าย อีกแค่นิดเดียวเอง” คนที่ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตตอบกลับพี่สาวรุ่นพี่ไป พรุ่งนี้จะมีการขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีของนักการเมืองใหญ่ที่ทำการยักยอกทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่ เธอจึงต้องเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้ก่อนที่สิตางค์ ทนายสาวรุ่นพี่จะขึ้นว่าความ

“จริงเหรอ แล้วนี่เราไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว”

“ต้องได้นอนอยู่ค่ะ พี่ฝ้ายไม่ต้องเป็นห่วงเลย คนที่พี่ฝ้ายเป็นห่วงน่าจะเป็นคนนู้นนะคะ” ใบหน้าหวานเพยิดไปทางห้องทำงานของสิตางค์   ที่ตอนนี้ก็มีเอกสารมากมายไม่ต่างไปจากต้องจันทร์เลย

“จริง ๆ เลยน่า สองพี่น้องคู่นี้” ทิพย์วดีถึงกับส่ายหัว

สิตางค์กับต้องจันทร์ถือว่าเป็นคู่หูที่ทำงานได้ดีที่สุดในสำนักงานทนายแห่งนี้ แน่นอนว่างานของสองคนนี้มันไม่ได้ง่าย สิตางค์เป็นทนายที่มีเปอร์เซ็นการว่าความชนะสูงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้จะยกความดีความชอบให้สิตางค์คนเดียวก็คงจะไม่ได้ เมื่อผู้ช่วยทนายฝีมือดีอย่างต้องจันทร์ก็เป็นส่วนหนึ่ง   ในความสำเร็จ เนื่องจากการหาข้อมูลที่ละเอียดและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

“งั้นพี่ไปทานข้าวก่อนนะ พวกเราอยากได้อะไรกันรึเปล่า”

“อะไรก็ได้ค่ะพี่ฝ้าย ของ่าย ๆ แต่อิ่มนาน ๆ”

“งานยากซะด้วยสิ”

“รบกวนด้วยนะคะ” ต้องจันทร์ยิ้มแหย ๆ

“แล้วตังค์ล่ะ อยากได้อะไรไหม” เจ้าของสำนักงานทนายหันไปถามอีกคน

“เอาเหมือนน้องต้องค่ะพี่ฝ้าย” ตอนนี้สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คืออะไรก็ได้   ที่มันกินอิ่มนาน ๆ แล้วรวดเร็ว เพราะเธอยังมีงานอีกมากที่ต้องจัดการ

“จ้า ๆ งั้นเดี๋ยวรอพี่ก่อนนะ อย่าเพิ่งน็อคกลางอากาศกันล่ะ”

“ต้องกับพี่ตังค์แข็งแรงจะตายค่ะ ไม่มีทางซะหรอก” อีกแค่นิดเดียวมันก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่สิตางค์จะขึ้นว่าความในศาลพรุ่งนี้   เธอจะต้องแน่ใจก่อนว่าทุกอย่างมันถูกต้องที่สุด เพราะครั้งนี้ผลประโยชน์ของประชาชนล้วนสำคัญ จะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด

“จ้า แข็งแรงก็แข็งแรง” ทิพย์วดียิ้มให้แล้วเดินออกไปเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน เธอเองก็เชื่อมันในฝีมือของสองคนนี้เหมือนกันว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี

“พี่ตังค์คะ นี่เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานทั้งหมดว่าคุณประสิทธิ์ยักยอกเงิน แล้วก็หลีกเลี่ยงภาษีค่ะ” ต้องจันทร์เดินเอาข้อมูลการยักยอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษีของประสิทธิ์นักการเมืองใหญ่มาให้สิตางค์ได้ทบทวนข้อมูลอีกครั้ง

“ขอบใจนะน้องต้อง”

“ด้วยความยินดีค่ะ ไอ้ชั่วนั่นมันต้องได้เข้าคุกแน่นอน” เศษเดนขยะสังคมอย่างพวกมันเธอจะทำให้มันได้ลิ้มรสกับความฉิบหายของจริง ให้สมกับที่มันโกงกินบ้านเมือง

“ใช่ พี่จะลากคอมันเข้าคุกให้ได้”

สีหน้าและแววตาของสองคนเชื่อมั่นว่ามันต้องเป็นแบบนั้น ระยะเวลาหลายเดือนมานี้พวกเธอทุ่มเททั้งแรงกายในการสืบค้นข้อมูลทุกอย่าง และพวกตนก็เชื่อว่าสิ่งที่ทำมันจะสำเร็จเพราะหลักฐานทุกอย่างมันมัดตัวประสิทธิ์ไว้จนเจ้าตัวดิ้นไม่หลุดแน่นอน

หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดทุกอย่างมันก็เสร็จสิ้น ใบหน้าหวานเงยมองนาฬิกาบนผนังมันบอกเวลาสิบยี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบนาที นี่เธอทำงานจนลืมเวลาไปแล้วอย่างนั้นหรือ ต้องจันทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยืดกายเพื่อขับไล่ความเมื่อยออกไปให้หมด

“พรุ่งนี้ก็สู้ ๆ นะคะพี่ตังค์” เธอบอกพี่สาวที่เพิ่งจะปิดประตูห้องทำงานลงเมื่อครู่นี้

“ได้จ้ะ ที่ผ่านมาพี่ขอบใจต้องมากนะ พรุ่งนี้เราก็มาสู้กัน”

หนทางข้างหน้าพรุ่งนี้พวกเธอต้องทำให้ประสิทธิ์เข้าคุกไปให้ได้  ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามพวกเธอจะสู้ให้ถึงที่สุด พวกเธอจะทำให้รู้ว่า   แม้ในวันที่โลกมันไม่ได้สดใสเหมือนดั่งเก่า อย่างน้อย ๆ มันก็ยังมีความยุติธรรมที่หลงเหลือเอาไว้อยู่บ้าง

ไม่มากก็น้อย...

กว่าต้องจันทร์จะลากสังขารตัวเองกลับบ้านมาได้ก็กินเวลาไปจนถึงยี่สิบสามนาฬิกา ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าประตูบ้านความเงียบเหงาและเศร้ามันก็ปะทะเข้าหา บ้านหลังนี้มันเป็นเรือนหอที่เธอได้รับเมื่อสองปีที่แล้ว มันเป็นเรือนหอที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับปราบตะวัน แต่ตั้งแต่วันนั้นมาเขาก็ไม่เคยนอนที่นี่เลยสักคืน เรียกได้ว่าตอนนี้เธอเลยเปรียบเสมือนเป็นเจ้าของบ้านคนเดียวก็ไม่ผิด

เจ้าสาวร้างรักสลัดความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไป แล้วเดินขึ้นบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อให้ตัวเองสบายที่สุด นาทีนี้เธอไม่ควรจะคิดอะไรให้มันต้องปวดหัว ลำพังแค่ทำงานก็เหนื่อยมากเพียงพอแล้ว พยายามหาความสุขให้ตัวเองซะต้องจันทร์ อย่าทุกข์ทรมานกับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าเธอเลยดีกว่า

ต้องจันทร์อาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เตียงที่เธอใช้ชีวิตมาเพียงลำพังตลอดสองปี มืออิ่มคว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าขึ้นมาก่อนจะเข้าแอปชื่อดังแล้วกดโทรออกหาคนสำคัญ

‘ฮัลโหลพี่ต้อง’ ใบหน้าต้องตะวันเด็กชายวัยสิบสองปีดีใจสุดกู่  เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของตัวเอง

“พ่อไปไหนตะวัน” พอเปิดวิดีโอมาก็ปรากฏหน้าน้องชายตัวกลมของเธอแทนจะเป็นบิดาเหมือนในทุกครั้ง

‘โถ่ ดูเวลาบ้างสิพี่ต้อง ตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว’ ต้องตะวันชวนให้พี่สาวเหลือบไปมองนาฬิกาว่าตอนนี้มันกี่โมง ‘โทรมาป่านนี้ พ่อคงอยู่รอหรอกคนแก่เขานอนไว้ รู้รึเปล่า’

“เที่ยงคืน พี่ลืมไปเลยอ่ะ”

‘ก็นั่นน่ะสิ พ่อเขานอนไปตั้งแต่สามทุ่มแล้ว’

“แล้วทำไมแกยังไม่นอน”

‘ก็ตอนนี้มันเวลาของวัยรุ่น จะให้ผมนอนได้ไง’

“แหม่ วัยรุ่น ถ้าพรุ่งนี้พ่อโทรมาบอกว่าวัยรุ่นอย่างแกงอแงร้อง   ไม่อยากไปโรงเรียน พี่จะลงไปตีให้”

‘ไม่ได้กินผมหรอก ผมน่ะปิดเทอมแล้ว’ ต้องตะวันทำท่ากวนโอ้ยพี่สาว ก็ตนน่ะเพิ่งจะได้ปิดเทอมเมื่อเย็นวันนี้เอง แน่นอนว่าตอนนี้มันก็คือเวลาของวัยรุ่นจะให้นอนเร็วได้ยังไง

‘ไอ้ตะวัน คุยกับพี่สาวเราเหรอ’ เสียงของบิดาที่ตื่นเพราะได้ยิน บทสนทนาของลูกสาวลูกชาย ดังแทรกโทรศัพท์เข้ามา

‘ใช่ครับ...พี่ต้องพ่อตื่นแล้ว คุยกับพ่อนะ เดี๋ยวผมขอไปใช้เวลาวัยรุ่นซะหน่อย’

“เอ่อ ๆ” ต้องจันทร์หัวเราะกับท่าทางของน้องชายตัวเอง อยากจะเป็นซะเหลือเกินนะวัยรุ่นเนี่ย

‘ว่ายังไงต้อง เพิ่งเลิกงานเหรอลูก’

“ใช่ค่ะ เพิ่งเลิก ต้องขอโทษนะพ่อ ที่โทรไปกวนต้องลืมไปเลยว่าพ่อนอนไปแล้ว”

‘ไม่เป็นไรหรอก อยากโทรมาตอนไหนก็โทร ไอ้ตรีมันอยู่รับสายตลอดนั่นแหละ’

“แล้วนี่ร้านเป็นยังไงบ้าง ขายดีไหม” พ่อเธอกลับมาเปิดร้านขายอาหารเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ได้หักโหมเหมือนแต่ก่อนเพราะเธอบอกให้ท่านทำเท่าที่ไหว

‘ดีสิ ขายได้วันนึงก็กำไรหลายตังค์อยู่’

“แน่นะ ไม่ได้โกหกต้องใช่ไหม”

‘จะให้พ่อโกหกอะไรแกล่ะ ว่าแต่เราเถอะทำงานเป็นยังไงบ้าง’

“ก็โอเคค่ะ พรุ่งนี้จะมีขึ้นศาลอีกคดี” และแน่นอนว่าหน้าที่ของผู้ช่วยก็ต้องไปจัดเตรียมทุกอย่างไว้

‘เราเองก็อย่าหักโหมนะต้อง กินข้าวแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอด้วย’

“ได้ค่า งั้นเดี๋ยวต้องจะนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า พ่อก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะ บอกไอ้ตรีมันด้วยว่าอย่านอนดึกนัก”

‘โอเค แค่นี้แหละลูก นอนไป’

สิ้นเสียงของบิดาไปแล้ว แรงกายที่มันน้อยนิดก็เริ่มมีกำลังขึ้นมา อย่างน้อยครอบครัวเธอก็ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ พรุ่งนี้ก็เป็นอีกวัน ที่เธอจะต้องสู้ต่อ มันต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอนต้องจันทร์

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

ม่านหมอก

ม่านหมอก

141.1k การดู · เสร็จสิ้น · ชื่อเนม นิยายของเนม
เมื่อคืนเขาจำได้ว่าเขามีความสุขมาก จำได้ว่าหญิงสาวที่เขากอด จูบ และบอกว่ารักคือม่าน ผู้หญิงสวยหวานที่เขารักมาโดยตลอด แล้วทำไมทันทีที่ฟ้าสาง ผู้หญิงที่อยู่ใต้อาณัติมาทั้งคืนกลับเป็นคนละคน
รักระรินใจ

รักระรินใจ

29.4k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
ความรักในรอยแค้นของลัลน์ลลิน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลวงศ์วิษณุที่สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดไว้กลางใจเมฆพงษ์ เขตเมฆา นักธุรกิจพ่อหม้ายหนุ่มที่ในอดีตต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะคนของวงศ์วิษณุ แต่สิ่งเดียวที่เขาได้จากครอบครัวนี้คือหัวใจภักดีของลัลน์ลลิน ผู้หญิงธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหวัง ความรัก และความอดทนกับเวลาเก้าปีที่เธอเติบโตขึ้นอย่างมีมุ่งมั่นชดใช้ความผิดแทนครอบครัวเพื่อขอให้เขายกโทษให้ แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดนั้นก็ตาม ลัลน์ลลิน ถูกคนที่เธอมีใจให้ทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเลือดเย็น เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่เหลียวมอง! ทำให้เธอต้องหอบหัวใจที่แหลกสลายเดินจากมาอย่างไร้จุดหมาย โชคดีที่เธอเจอกับธาวิน จิตแพทย์หนุ่มที่อบอุ่น และใส่ใจทุกคำพูดของเธอ เขาไม่ซักไซ้ ไม่มีคำปลอบใจ แค่ฟังและทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ ผู้ชายที่เต็มใจเยียวยาหัวใจพัง ๆ ของเธอ ในขณะที่เมฆพงษ์ เริ่มรู้ตัวว่าเขาทิ้งสิ่งสำคัญไป...แต่บางครั้งความเสียใจมันก็สายเกินแก้ รักเก่าที่ยังค้างคา กับ ความรู้สึกใหม่ที่ค่อย ๆ ละลายหัวใจทีละนิด...คนหนึ่งเจ็บเพราะเคยผูกมัด อีกคนเยียวยาด้วยความเข้าใจแบบไม่ต้องพูดเลยสักคำ ใครคือคนที่หัวใจลัลน์ลลินจะเลือก? ระหว่างคนที่เคย ‘ครอบครอง’ ... กับคนที่แค่ ‘ยืนอยู่ข้าง ๆ’ ก็ทำให้เธอยิ้มได้ทั้งวัน
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

120.3k การดู · เสร็จสิ้น · Me'JinJin
กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก

"อาหมอกฤษฎิ์"

หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️

"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"

นลินนิภา อารีย์รักษ์

"ที่รัก"

สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️

"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"

หนูน้อยแก้มใส

กมลชนก อารีย์รักษ์

สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง

"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"

หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ

หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

3.4k การดู · กำลังอัปเดต · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
เมื่อลืมตาขึ้นมา หลินชิงซีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในยุค80 แถมยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ของเด็กๆ ที่กำลังหิวโซ พร้อมด้วยสามีอดีตทหารขาพิการที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งให้รอวันตาย
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

439.2k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

804.8k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?

My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?

427.1k การดู · เสร็จสิ้น · Nanaกะหอยทาก
เมื่อ พฤกษา ต้องแต่งงานกับ น่านบงกช จากเงื่อนไขที่ผู้ใหญ่ตั้งขึ้น และต้องแต่งโดยไม่มีข้อแม้
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
แค้นรักเพลิงสวาท

แค้นรักเพลิงสวาท

28.8k การดู · เสร็จสิ้น · Milky kat
“ ลืมรสรักของผัวเก่าคนนี้ไปแล้วสินะ หึ!..ฉันจะช่วยสงเคราะห์รื้อฟื้นความหลังให้เอาบุญ ”

ภาสกร&อัยรินทร์

นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )

เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน

เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น

เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้

“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท

BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท

5.1k การดู · กำลังอัปเดต · TheLittleDevil
“หม่อมฉันอยากหย่าเพคะ“ เซเลน่าเอ่ยกับผู้เป็นสามี
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

15.6k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บ่วงรักบ่วงเสน่หา

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

158.4k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

774.8k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองเลยว่าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาไม่ชายตามองผู้หญิงเอ็กซ์อึ้มแบบฉันเลย
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!