บทนำ
ความรักของเขา มีไว้ให้คนอื่น ไม่ได้มีไว้ให้เธอ
บท 1
บทที่ 1
เจ้าสาวร้างรัก
‘อยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง’
เธอเฝ้าคิดว่าสมัยนี้ยังมีอยู่หรือกับคำบอกเล่าแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ จนได้มาเจอเข้ากับตัวเองตั้งแต่วันที่ลั่นระฆังวิวาห์จนตอนนี้ก็ปามาสองปีแล้ว ท่าทีของสามีสุดที่รักของเธอยังไม่ยักจะเห็นว่ามีแววตาชอบพอกันตรงไหนเลยสักนิด นับวันเขายิ่งเกลียดเธอเข้าไส้ไปใหญ่ หากจะให้พูดก็คงจะย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว
สองปีที่เธอต้องแต่งงานกับคนที่เขาไม่เคยคิดจะรักกัน...
สองปีก่อน
“จะบ้ารึไงพ่อ! ให้ผมแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!?” เสียงของพระเอกหนุ่มไฟแรงวัยสามสิบสามปีอย่าง ปราบตะวัน กีรติกรกันต์ ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเจ้าตั้งใจสรรสร้างเขาขึ้นมา ทั้งยังเพรียกพร้อมไปด้วยรูปร่างร่างกายที่สมบูรณ์แบบยากจะหาใครเทียบ แถมยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ เกือบทั้งประเทศร้องตะโกนถามด้วยความไม่พอใจ เมื่ออยู่ ๆ ตนก็ดันถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้
แน่นอนว่าหากสาว ๆ เหล่านั้นรู้เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ คงเป็นอันต้องใจแตกสลายไปตาม ๆ กันเมื่อพระเอกหนุ่มดีกรีขวัญใจมหาชนห้าปีซ้อน ต้องเข้าสู่ประตูวิวาห์
“ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือหนูต้อง แกเองก็เคยเจอน้องตอนเด็ก ๆ”
“จะเคยเจอหรือไม่เคยเจอ ผมไม่สนใจหรอก เพราะยังไงผมก็ไม่แต่ง!” สายตาคู่คมจ้องมองไปที่ผู้หญิงที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธที่แทบจะทะลุปรอท ใครมันจะบ้าเอาเวลาชีวิตตัวเองมาผูกมัดกับการแต่งงาน แถมเจ้าสาวที่จะแต่งด้วยก็ไม่ใช่คนที่เขารัก ให้ตายเถอะ! พ่อเขาบ้าไปแล้ว ใช่ไหม!?
“แกจะพูดอะไรฉันไม่สนไอ้ปาย แต่ยังไงแกก็ต้องแต่ง” ปราบยิ่ง กีรติกรกันต์ บิดาของชายหนุ่มหน้าหล่อยื่นคำขาด ตนไม่สนใจว่าสถานการณ์ของบุตรชายมันจะเป็นยังไง เพราะสิ่งที่ตนต้องการคือการให้ลูกชายได้แต่งงานกับแม่หนูตรงหน้าคนนี้
“คุณลุงคะ...” หญิงสาวที่นั่งตัวลีบอย่าง ต้องจันทร์ ครองสันต์ ตัดสินใจเอ่ยปากออกมา แต่ก็เป็นอันต้องเงียบลงเมื่อปราบยิ่งห้ามเอาไว้
“ไม่เป็นไรหนูต้อง เดี๋ยวลุงจัดการเอง”
“ฟังนะไอ้ปาย ถ้าแกไม่แต่งกับหนูต้อง แกก็อย่าหวังว่าฉันจะให้แกไปเจอแม่แก” ปราบยิ่งงัดไม้เด็ดขึ้นมาสู้ เขารู้ว่าลูกชายมันรักแม่เสียยิ่งกว่าอะไร และยิ่งช่วงนี้ภรรยาของตนกำลังป่วย บินไปรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศนาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาหรือไม่เขาก็ขึ้นเครื่องบินไปหาที่นู้น แล้วถ้าหากลูกชายมันไม่ยอม รับข้อเสนอ ก็อย่าหวังว่าเขาจะให้มันบินไปหาแม่มันได้ง่าย ๆ
“พ่ออย่าเอาเรื่องแม่มาขู่ผมนะ”
“ฉันไม่ได้ขู่ แต่ฉันทำจริงโว้ย อีกอย่างนะแกก็รู้ว่าแม่แกอยากให้แกแต่งงานมากแค่ไหนไอ้ปาย”
“โธ่เว้ย!” คนตัวโตหัวเสีย ในเมื่อเขาแทบเลือกอะไรไม่ได้เลย อีกอย่างตนรู้ดีว่าเวลาของมารดามันไม่ได้มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว
“เอาเถอะไอ้ปาย อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละ”
“รักกับผีน่ะสิ! พ่อจำไว้นะ ว่าผมไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้!”
หลังจากที่ตกลงเรื่องแต่งงานกันได้ไม่นาน สามเดือนถัดมางานแต่งระหว่างปราบตะวันและต้องจันทร์ก็ถูกจัดขึ้น โดยงานแต่งครั้งนี้ ปราบตะวันให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนตัวมาก เขาเชิญแค่คนสนิทชิดเชื้อกันแค่นั้น แถมยังเชิญผู้คนมาไม่เยอะอีก แล้วหากถามถึงแขกฝั่งของต้องจันทร์ก็คงจะแทบนับคนได้ แถมก่อนหน้าที่พิธีการพวกนี้จะเกิดขึ้นต้องจันทร์กับปราบตะวันก็แทบไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ทุกอย่างมันผ่านไปด้วยความอึดอัด
พิธีทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการและขนบธรรมเนียมที่เตรียมไว้ทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ก่อนในเวลาต่อมาจะถึงช่วงพิธีที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือพิธีการส่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอ ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายของปราบตะวันและฝ่ายของต้องจันทร์ต่างนั่งเรียงรายกันพร้อมหน้า
“พ่อขอฝากเจ้าปายมันด้วยนะหนูต้อง” ปราบยิ่งจับจ้องไปที่ดวงหน้าของลูกสะใภ้ สลับกับลูกชายตัวดีด้วยแววตาแสนอบอุ่น
“ค่ะ คุณลุง”
“เรียกพ่อสิลูก เราเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะ” ถ้อยคำของปราบยิ่งทำให้ต้องจันทร์หนักใจ เธอยังไม่คุ้นชินกับสถานะที่เปลี่ยนแปลง อีกอย่างเสียงลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างฟึดฟัดของปราบตะวันยิ่งเพิ่มความอึดอัด ให้เธอมากขึ้นไปอีก
“ไหนลองพูดสิ”
“ค่ะ…คุณพ่อ” สุดท้ายหลีกเลี่ยงได้เสียที่ไหน
ตอนนี้เธอน้อมรับ แต่ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่นั่นมันก็เป็นอีกเรื่อง อีกอย่างคนอย่างปราบตะวันคงไม่อยากมาฝากชีวิตไว้กับเธอหรอก
“พ่อขอบคุณนะต้อง ที่ทำเพื่อเราทุกคน” เพราะสถานการณ์ครอบครัวที่เลวร้ายร้านอาหารเล็ก ๆ ถูกปิดตัวลงเพราะร่างกายที่ทรุดโทรมจนต้องเข้าโรงพยาบาล รายได้ทุกอย่างหดหายจึงต้องจำยอมขอความช่วยเหลือจาก ผู้มีพระคุณอย่างปราบยิ่ง ประจวบกับอีกฝ่ายก็อยากให้ลูกชายได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาตามความปรารถนาของคนเป็นแม่ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ข้อตกลงทุกอย่างมันเลยลงล็อคไปหมด
“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อทุกคนแค่นี้สบายมาก” ครอบครัวเธอสำคัญกว่าอะไรทุกสิ่งบนโลก ต่อให้เธอต้องทำอะไรมากกว่านี้เธอก็ยินยอม เรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมากหากเทียบกับการที่พวกท่านดูแลและชุบเลี้ยงเธอมาตลอดยี่สิบสามปี
“รักกันเข้าไว้นะลูก มีปากเสียงกันก็พูดคุยกันด้วยเหตุผล อย่าใส่อารมณ์นะ” กนกมาศมารดาของปราบตะวันคว้ามือของลูกชายและลูกสะใภ้ของตนมากุมเอาไว้ “โดยเฉพาะเรา เข้าใจใช่ไหมปาย”
“ครับคุณแม่”
“ถ้าลูกชายแม่มันทำอะไรให้หนูต้องต้องลำบากใจ ก็ฟ้องแม่กับพ่อได้เลยนะลูก”
“ค่ะ คุณแม่” เธอหรือจะกล้าพูด หากได้ฟ้องไปมีหวังชายหนุ่มได้ฆ่าเธอแน่ ๆ
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็คงจะถึงเวลาแล้ว” ปราบยิ่งยกมือขึ้นมาดูนาฬิกา ที่ข้อมือ ก็เห็นว่ามันถึงเวลาอันสมควรแล้ว “เราปล่อยให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวได้ใช้เวลาด้วยกันดีกว่า”
“พ่อไปก่อนนะต้อง”
“ค่ะ”
สองพ่อลูกจำต้องยอมแยกจากกัน ต้องจันทร์มองตามแผ่นหลังของบิดาที่ค่อย ๆ หายออกไปจากห้อง ก่อนในที่สุดมันจะลับไปจนสุดสายตา ความรู้สึกมากมายเข้ากระแทกที่อกเต็ม ๆ เธอรู้สึกเศร้า เหงา และเปล่าเปลี่ยว อยากจะร้องไห้ออกมาให้สิ้นเรื่องเพื่อทำลายความรู้สึกแย่ ๆ พวกนี้ แต่เธอ ไม่สามารถทำมันได้ การได้แต่งงานกับปราบตะวันมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนด้วยซ้ำว่ามันจะมีวันนี้ อีกอย่างหากมันเกิดจากความรักทั้งสองฝ่าย มันคงจะน่ายินดีมากกว่านี้ ไม่ใช่ความรักแค่จากฝ่ายเธอคนเดียวแบบนี้...
“มองขนาดนั้นก็ลุกขึ้นตามพ่อเธอไม่สิ จะนั่งให้มันได้อะไรขึ้นมา” เสียงเข้มแทรกขึ้นมา ชวนให้คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความเศร้าหลุดออกมาได้
“ไม่ไปหรอกค่ะ”
“เธอรู้รึเปล่า ว่าตั้งแต่ที่ฉันเกิดมา ฉันไม่เคยเจอใครหน้าด้านหน้าทนเท่าเธอมาก่อนเลย”
“เหรอคะ งั้นก็ยินดีด้วยนะคะที่ในที่สุดก็ได้เจอคนหน้าด้านหน้าทนอย่างฉัน”
“ต้องจันทร์!” มือนหนากำหมัดแน่น เขาไม่พอใจทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ แม้กระทั่งท่าทางที่เย่อหยิ่งไม่จนตรอก
“ขอบคุณนะคะที่ยังจำชื่อภรรยาตัวเองได้”
“เชิญเธอฝันหวานกับไอ้งานแต่งบ้า ๆ นี้ไปคนเดียวเถอะ ครบสองปีหกเดือนเมื่อไร ฉันจะหย่าทันที” ในกำหนดสัญญา เขาจำข้อนี้ได้ดีที่สุด หากความสัมพันธ์พวกตนมันไม่มีอะไรคืบหน้า ก็สามารถเซ็นเอกสารหย่ากันได้ ถึงแม้มันจะนานไปหน่อยแต่คนอย่างปราบตะวันมีหรือที่จะทำไม่ได้ คอยดูเถอะถ้ามันครบกำหนดเมื่อไร เขาจะรีบพาแม่นี่ไปที่สำนักงานเขตทันทีเลย!
“รอให้ถึงเวลานั้นก่อนเถอะค่ะ บางทีคุณปายอาจเปลี่ยนใจ” คนที่ภายในบุบสลายยังคงยืดคอแสดงความไม่รู้สึกใดออกมา
“คนอย่างฉัน พูดคำไหนคำนั้น” หึ! เปลี่ยนใจเหรอ? ไม่มีทางหรอก คนอย่างเขาไม่มีทางจะทิ้งหัวใจตัวเองไว้ที่ผู้หญิงคนนี้แน่นอน
“แล้วนั่นคุณปายจะไปไหนคะ” ต้องจันทร์ร้องถาม เมื่อเธอเห็นเขาเดินไปทางประตู
“ฉันไม่เคยคิดอยากจะนอนร่วมห้องกับเธอเลยต้องจันทร์ แค่อยู่ ใกล้ ๆ ฉันก็สะอิดสะเอียดเต็มทน” ท่าทางของเขามันแสดงความรังเกียจที่มีต่อต้องจันทร์ออกมาอย่างชัดเจน “แล้วก็อย่าคิดว่าทุกอย่างมันจะง่ายไปซะหมด เรื่องที่เธอทำมันน่าสมเพช ช่วยจำใส่สมองเอาไว้ด้วย”
ปราบตะวันพูดจบแค่นั้นก็เปิดประตูออกจากห้องหอไป นาทีนี้ เขาไม่สนใจสักนิดว่าห้องนี้มันคืออะไรเพราะเขาฝืนมันมามากจนเกินพอแล้ว
‘ปัง!’
เสียงปิดประตูดังสนั่นทำให้ต้องจันทร์สะดุ้งตกใจ เหลียวดวงหน้า ที่ตอนนี้มันเจือปนด้วยคราบน้ำตาหันไปมองยังต้นตอของเสียง เธอเข้าใจความรู้สึกของปราบตะวัน ว่าการที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเลยสักนิดมันน่าอึดอัดมากแค่ไหน แต่เธอเลือกไม่ได้...
“ฮึก...ต้องขอโทษพี่ปาย ต้องขอโทษ แต่ต้องเลือกอะไรไม่ได้”
เธอยอมให้งานนี้ไม่เกิดขึ้นไม่ได้ ชีวิตของพ่อและน้องชายเธอมันก็สำคัญไม่ต่างกัน เธอจำเป็นต้องพึ่งพาเขาจริง ๆ และครบกำหนดสัญญาสองปีเมื่อไร เธอสัญญา สัญญาว่าจะหย่าให้เขาและจะไม่ผูกมัดเขาอีกต่อไป
ณ ปัจจุบัน
“ปายเดี๋ยวเตรียมเข้าฉากนะครับ เดี๋ยวพี่จะเรียกอีกที” เสียงตะโกนจากผู้กำกับหนังชื่อดังเรียกพระเอกหนุ่มดาวรุ่งไฟแรงของประเทศเตรียมเข้าฉาก เพื่อถ่ายทำฉากในโปรเจ็คภาพยนตร์ชุดใหญ่ ที่ได้พระเอกดังอย่าง ปราบตะวันและนางเอกคู่ขวัญมัสรินมาร่วมเล่นคู่กันในครั้งนี้ ซึ่งพระนางคู่นี้เป็นที่น่าจับตามองเพราะด้วยฝีมือ เคมีและบทบาทที่ส่งถึงกัน ทำให้พวกเขากลายเป็นคู่จิ้นอันดับหนึ่งของวงการที่แฟนคลับมากมายต่างตั้งตารอผลงาน
“ได้ครับพี่ดู๋” ปราบตะวันนั่งอ่านบทอยู่ภายในห้องรับรองที่ทาง กองถ่ายได้จัดเตรียมไว้ให้ เขาตอบรับแล้ววางบทในมือลง เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าฉากต่อไป
และแม้พระเอกหนุ่มจะลั่นระฆังวิวาห์ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวเขาลดลงเลย เพราะด้วยฝีมือที่เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานับล้านคู่ทำให้เขายังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้ ถึงจะมีพระเอกรุ่นน้องมากมายเข้าวงการมาแต่ก็ไม่มีใครสักคนจะปัดเขาตกบัลลังก์ความนิยมได้ หรือจะพูด อีกอย่างว่าชีวิตแต่งงานของเขามันแทบไม่มีผลหรือมีบทบาทอะไรเลย บางคนอาจลืมไปด้วยซ้ำว่าปราบตะวันแต่งงานแล้ว
เพราะนอกจากจะยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าเจ้าสาวแล้ว เจ้าตัวเอง ก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ถึงภรรยาที่อยู่ร่วมกินกันมาถึงสองปี จนบางครั้งก็มีข่าวลือหนาหูว่าสองคนอ่านจะเลิกกันไปแล้ว บ้างก็บอกแยกกันอยู่ บ้างก็บอกว่ายังรักกันดี แต่มีหรือที่ปราบตะวันจะสนใจ เพราะสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้เห็นทีจะมีก็แค่งานในวงการบันเทิงเท่านั้น
“เห็นทีว่าเราคงจะได้ร่วมงานไปอีกยาวเลยนะคะคุณปาย” นางเอกสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีชมพูเดินมาทักทาย การร่วมงานครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่เธอกับเขาได้เจอกัน ถ้าจะบอกเป็นเรื่องบังเอิญก็คงไม่ได้เพราะทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว
“ครับ” เขาหันไปยิ้มแล้วตอบด้วยประโยคสั้น ๆ
“จริงสิคะ ทำไมคุณปายไม่พาภรรยาคุณปายมาเปิดตัวบ้างล่ะคะ มัสร่วมงานกับคุณมายังไม่เคยเห็นหน้าภรรยาคุณปายเลย” เธอไม่ใช่คนเดียวที่อยากเห็นหน้าของภรรยาปราบตะวัน เพราะตอนนี้คนทั้งประเทศก็อยากรู้กันทั้งนั้น มีแต่ชายหนุ่มนั่นแหละที่อยากปิด
“เอ๊ะ หรือว่าข่าวลือที่มัสได้ยินมามันจะจริงคะ” แน่นอนว่าถ้ามันเป็นจริง เธอก็แสนยินดีเพราะเธอก็หวังอยากเป็นคู่ขวัญจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในบทบาทสมมุติ
“ผมเกรงว่า ผมคงไม่จำเป็นบอกเรื่องในครอบครัวให้กับคนนอกรู้ นะครับ” ปราบตะวันที่ยืนท่องจำบทอยู่หันหน้าไปตอบกลับอีกคนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
แค่คำว่า ‘คนนอก’ มันก็พอจะทำให้มัสรินหน้าสะเทือนได้อยู่ไม่น้อย เธอไปไม่ถูกพูดไม่ออก เท่ากับว่าการที่เธอพูดออกไปแบบนั้นมันเป็นการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวเขา หญิงสาวกัดฟันแล้วกำมือแน่นด้วยความอับอาย ทว่าก็ยังปั้นหน้าและฝืนยิ้มต่อไป
“นั่นสินะคะ ถ้าเป็นมัสเองมัสก็คงไม่พูด” อยากจะกรี๊ดออกมาให้ ดัง ๆ ปราบตะวันชักจะหักหน้าเธอเกินไปแล้ว
“ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวคงต้องเข้าฉากแล้ว” เขาพูดแล้วก็เดินไปเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะตอบรับว่าอย่างไร
คนที่โดนหักหน้าแรง ๆ พ้นปราบตะวันไปก็มองซ้ายมองขวาแล้วปลดปล่อยความโกรธออกมาเต็มประดา ก่อนจะกระแทกเท้าแล้วเดินออกไปด้านนอก พยายามควบคุมและสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างเป็นปกติที่สุด เธอต้องคีพลุคของนางเอกสาวแสนน่ารักเอาไว้
กองเอกสารมากมายแทบจะท่วมหัววางเรียงรายเต็มโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า จนแทบไม่มีที่ให้วางของอย่างอื่นสักเซนติเมตรเดียว ในขณะที่เจ้าของโต๊ะก็นั่งหัวยุ่งราวกับไปฟัดกับใครมา มือข้างหนึ่งถือเอกสารชุดหนึ่งเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กำลังควานหาเอกสารอย่างอื่นขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกัน
“เที่ยงแล้วนะต้อง พี่ว่าวางงานแล้วไปกินข้าวก่อนดีกว่า”
“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะพี่ฝ้าย อีกแค่นิดเดียวเอง” คนที่ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตตอบกลับพี่สาวรุ่นพี่ไป พรุ่งนี้จะมีการขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีของนักการเมืองใหญ่ที่ทำการยักยอกทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่ เธอจึงต้องเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้ก่อนที่สิตางค์ ทนายสาวรุ่นพี่จะขึ้นว่าความ
“จริงเหรอ แล้วนี่เราไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว”
“ต้องได้นอนอยู่ค่ะ พี่ฝ้ายไม่ต้องเป็นห่วงเลย คนที่พี่ฝ้ายเป็นห่วงน่าจะเป็นคนนู้นนะคะ” ใบหน้าหวานเพยิดไปทางห้องทำงานของสิตางค์ ที่ตอนนี้ก็มีเอกสารมากมายไม่ต่างไปจากต้องจันทร์เลย
“จริง ๆ เลยน่า สองพี่น้องคู่นี้” ทิพย์วดีถึงกับส่ายหัว
สิตางค์กับต้องจันทร์ถือว่าเป็นคู่หูที่ทำงานได้ดีที่สุดในสำนักงานทนายแห่งนี้ แน่นอนว่างานของสองคนนี้มันไม่ได้ง่าย สิตางค์เป็นทนายที่มีเปอร์เซ็นการว่าความชนะสูงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้จะยกความดีความชอบให้สิตางค์คนเดียวก็คงจะไม่ได้ เมื่อผู้ช่วยทนายฝีมือดีอย่างต้องจันทร์ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในความสำเร็จ เนื่องจากการหาข้อมูลที่ละเอียดและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
“งั้นพี่ไปทานข้าวก่อนนะ พวกเราอยากได้อะไรกันรึเปล่า”
“อะไรก็ได้ค่ะพี่ฝ้าย ของ่าย ๆ แต่อิ่มนาน ๆ”
“งานยากซะด้วยสิ”
“รบกวนด้วยนะคะ” ต้องจันทร์ยิ้มแหย ๆ
“แล้วตังค์ล่ะ อยากได้อะไรไหม” เจ้าของสำนักงานทนายหันไปถามอีกคน
“เอาเหมือนน้องต้องค่ะพี่ฝ้าย” ตอนนี้สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คืออะไรก็ได้ ที่มันกินอิ่มนาน ๆ แล้วรวดเร็ว เพราะเธอยังมีงานอีกมากที่ต้องจัดการ
“จ้า ๆ งั้นเดี๋ยวรอพี่ก่อนนะ อย่าเพิ่งน็อคกลางอากาศกันล่ะ”
“ต้องกับพี่ตังค์แข็งแรงจะตายค่ะ ไม่มีทางซะหรอก” อีกแค่นิดเดียวมันก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่สิตางค์จะขึ้นว่าความในศาลพรุ่งนี้ เธอจะต้องแน่ใจก่อนว่าทุกอย่างมันถูกต้องที่สุด เพราะครั้งนี้ผลประโยชน์ของประชาชนล้วนสำคัญ จะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด
“จ้า แข็งแรงก็แข็งแรง” ทิพย์วดียิ้มให้แล้วเดินออกไปเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน เธอเองก็เชื่อมันในฝีมือของสองคนนี้เหมือนกันว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
“พี่ตังค์คะ นี่เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานทั้งหมดว่าคุณประสิทธิ์ยักยอกเงิน แล้วก็หลีกเลี่ยงภาษีค่ะ” ต้องจันทร์เดินเอาข้อมูลการยักยอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษีของประสิทธิ์นักการเมืองใหญ่มาให้สิตางค์ได้ทบทวนข้อมูลอีกครั้ง
“ขอบใจนะน้องต้อง”
“ด้วยความยินดีค่ะ ไอ้ชั่วนั่นมันต้องได้เข้าคุกแน่นอน” เศษเดนขยะสังคมอย่างพวกมันเธอจะทำให้มันได้ลิ้มรสกับความฉิบหายของจริง ให้สมกับที่มันโกงกินบ้านเมือง
“ใช่ พี่จะลากคอมันเข้าคุกให้ได้”
สีหน้าและแววตาของสองคนเชื่อมั่นว่ามันต้องเป็นแบบนั้น ระยะเวลาหลายเดือนมานี้พวกเธอทุ่มเททั้งแรงกายในการสืบค้นข้อมูลทุกอย่าง และพวกตนก็เชื่อว่าสิ่งที่ทำมันจะสำเร็จเพราะหลักฐานทุกอย่างมันมัดตัวประสิทธิ์ไว้จนเจ้าตัวดิ้นไม่หลุดแน่นอน
หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดทุกอย่างมันก็เสร็จสิ้น ใบหน้าหวานเงยมองนาฬิกาบนผนังมันบอกเวลาสิบยี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบนาที นี่เธอทำงานจนลืมเวลาไปแล้วอย่างนั้นหรือ ต้องจันทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยืดกายเพื่อขับไล่ความเมื่อยออกไปให้หมด
“พรุ่งนี้ก็สู้ ๆ นะคะพี่ตังค์” เธอบอกพี่สาวที่เพิ่งจะปิดประตูห้องทำงานลงเมื่อครู่นี้
“ได้จ้ะ ที่ผ่านมาพี่ขอบใจต้องมากนะ พรุ่งนี้เราก็มาสู้กัน”
หนทางข้างหน้าพรุ่งนี้พวกเธอต้องทำให้ประสิทธิ์เข้าคุกไปให้ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามพวกเธอจะสู้ให้ถึงที่สุด พวกเธอจะทำให้รู้ว่า แม้ในวันที่โลกมันไม่ได้สดใสเหมือนดั่งเก่า อย่างน้อย ๆ มันก็ยังมีความยุติธรรมที่หลงเหลือเอาไว้อยู่บ้าง
ไม่มากก็น้อย...
กว่าต้องจันทร์จะลากสังขารตัวเองกลับบ้านมาได้ก็กินเวลาไปจนถึงยี่สิบสามนาฬิกา ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าประตูบ้านความเงียบเหงาและเศร้ามันก็ปะทะเข้าหา บ้านหลังนี้มันเป็นเรือนหอที่เธอได้รับเมื่อสองปีที่แล้ว มันเป็นเรือนหอที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับปราบตะวัน แต่ตั้งแต่วันนั้นมาเขาก็ไม่เคยนอนที่นี่เลยสักคืน เรียกได้ว่าตอนนี้เธอเลยเปรียบเสมือนเป็นเจ้าของบ้านคนเดียวก็ไม่ผิด
เจ้าสาวร้างรักสลัดความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไป แล้วเดินขึ้นบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อให้ตัวเองสบายที่สุด นาทีนี้เธอไม่ควรจะคิดอะไรให้มันต้องปวดหัว ลำพังแค่ทำงานก็เหนื่อยมากเพียงพอแล้ว พยายามหาความสุขให้ตัวเองซะต้องจันทร์ อย่าทุกข์ทรมานกับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าเธอเลยดีกว่า
ต้องจันทร์อาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เตียงที่เธอใช้ชีวิตมาเพียงลำพังตลอดสองปี มืออิ่มคว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าขึ้นมาก่อนจะเข้าแอปชื่อดังแล้วกดโทรออกหาคนสำคัญ
‘ฮัลโหลพี่ต้อง’ ใบหน้าต้องตะวันเด็กชายวัยสิบสองปีดีใจสุดกู่ เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของตัวเอง
“พ่อไปไหนตะวัน” พอเปิดวิดีโอมาก็ปรากฏหน้าน้องชายตัวกลมของเธอแทนจะเป็นบิดาเหมือนในทุกครั้ง
‘โถ่ ดูเวลาบ้างสิพี่ต้อง ตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว’ ต้องตะวันชวนให้พี่สาวเหลือบไปมองนาฬิกาว่าตอนนี้มันกี่โมง ‘โทรมาป่านนี้ พ่อคงอยู่รอหรอกคนแก่เขานอนไว้ รู้รึเปล่า’
“เที่ยงคืน พี่ลืมไปเลยอ่ะ”
‘ก็นั่นน่ะสิ พ่อเขานอนไปตั้งแต่สามทุ่มแล้ว’
“แล้วทำไมแกยังไม่นอน”
‘ก็ตอนนี้มันเวลาของวัยรุ่น จะให้ผมนอนได้ไง’
“แหม่ วัยรุ่น ถ้าพรุ่งนี้พ่อโทรมาบอกว่าวัยรุ่นอย่างแกงอแงร้อง ไม่อยากไปโรงเรียน พี่จะลงไปตีให้”
‘ไม่ได้กินผมหรอก ผมน่ะปิดเทอมแล้ว’ ต้องตะวันทำท่ากวนโอ้ยพี่สาว ก็ตนน่ะเพิ่งจะได้ปิดเทอมเมื่อเย็นวันนี้เอง แน่นอนว่าตอนนี้มันก็คือเวลาของวัยรุ่นจะให้นอนเร็วได้ยังไง
‘ไอ้ตะวัน คุยกับพี่สาวเราเหรอ’ เสียงของบิดาที่ตื่นเพราะได้ยิน บทสนทนาของลูกสาวลูกชาย ดังแทรกโทรศัพท์เข้ามา
‘ใช่ครับ...พี่ต้องพ่อตื่นแล้ว คุยกับพ่อนะ เดี๋ยวผมขอไปใช้เวลาวัยรุ่นซะหน่อย’
“เอ่อ ๆ” ต้องจันทร์หัวเราะกับท่าทางของน้องชายตัวเอง อยากจะเป็นซะเหลือเกินนะวัยรุ่นเนี่ย
‘ว่ายังไงต้อง เพิ่งเลิกงานเหรอลูก’
“ใช่ค่ะ เพิ่งเลิก ต้องขอโทษนะพ่อ ที่โทรไปกวนต้องลืมไปเลยว่าพ่อนอนไปแล้ว”
‘ไม่เป็นไรหรอก อยากโทรมาตอนไหนก็โทร ไอ้ตรีมันอยู่รับสายตลอดนั่นแหละ’
“แล้วนี่ร้านเป็นยังไงบ้าง ขายดีไหม” พ่อเธอกลับมาเปิดร้านขายอาหารเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ได้หักโหมเหมือนแต่ก่อนเพราะเธอบอกให้ท่านทำเท่าที่ไหว
‘ดีสิ ขายได้วันนึงก็กำไรหลายตังค์อยู่’
“แน่นะ ไม่ได้โกหกต้องใช่ไหม”
‘จะให้พ่อโกหกอะไรแกล่ะ ว่าแต่เราเถอะทำงานเป็นยังไงบ้าง’
“ก็โอเคค่ะ พรุ่งนี้จะมีขึ้นศาลอีกคดี” และแน่นอนว่าหน้าที่ของผู้ช่วยก็ต้องไปจัดเตรียมทุกอย่างไว้
‘เราเองก็อย่าหักโหมนะต้อง กินข้าวแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอด้วย’
“ได้ค่า งั้นเดี๋ยวต้องจะนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า พ่อก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะ บอกไอ้ตรีมันด้วยว่าอย่านอนดึกนัก”
‘โอเค แค่นี้แหละลูก นอนไป’
สิ้นเสียงของบิดาไปแล้ว แรงกายที่มันน้อยนิดก็เริ่มมีกำลังขึ้นมา อย่างน้อยครอบครัวเธอก็ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ พรุ่งนี้ก็เป็นอีกวัน ที่เธอจะต้องสู้ต่อ มันต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอนต้องจันทร์
บทล่าสุด
#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ ควงรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#34 บทที่ 34 ตอนพิเศษ ครั้งหนึ่ง... เราเคยพบกัน
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#33 บทที่ 33 บทส่งท้าย ตั้งใจรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#32 บทที่ 32 ล้นอก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#31 บทที่ 31 สัมผัสที่คิดถึง
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#30 บทที่ 30 ปรารถนาขอคืน
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#29 บทที่ 29 ทางออกของใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#28 บทที่ 28 ขอแค่ได้รัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#27 บทที่ 27 ฟื้นฟูหัวใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#26 บทที่ 26 ไม่มีคำว่า 'เรา'
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
สัญญารักประธานร้าย
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













