บทนำ
ยิ่งเกลียด ยิ่งเจอ จนกระทั่ง...
ดวงชะตานำพาให้มาพบกับผู้ชายเพลย์บอยปากพล่อยนามว่า... เตโช โชติวีรศักดิ์
กับ เจ้าพ่อสื่อโฆษณาสุดหล่อต้องมาตกหลุมเสน่ห์นางแบบสาวผู้มีเป้าหมายแน่วแน่ว่า "อยากอยู่สวยๆ โสดๆ ไปตลอดชีวิต"
แล้วเขาจะต้องทำยังไงล่ะทีนี้?
ถ้าไม่แน่จริงเขาคงไม่ได้ชื่อว่าเป็น...เจ้าพ่อสื่อโฆษณา จริงไหม
บท 1
ภายในห้องพักของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ร่างสูงกำยำเดินออกมาจากห้องน้ำ ท่อนบนเปลือยเปล่า โชว์แผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยไร้ไขมันส่วนเกิน ต่ำลงไปตรงเอวสอบเป็นรูปวีไลน์ชัดเจนอย่างคนที่ออกกำลังกายจนได้รูปร่างที่เรียกว่าเต็มไปด้วยเซ็กส์แอพพีล ใบหน้าขาวประกอบด้วยหน้าผากกว้าง ดวงตาเรียวสองชั้นดำสนิทและมีความคมกริบพราวระยับยามเจ้าของต้องใจสิ่งที่อยู่ในคลองจักษุ แววตาฉายชัดถึงความฉลาดเฉลียวแกมเจ้าเล่ห์ เวลาที่ยกมุมปากหยักจนเกิดรอยยิ้มเก๋ก็มักพาให้เหล่าบรรดาสาวๆ รู้สึกใจละลายไปตามๆ กัน
"เตขา... มาต่อกันดีกว่าค่ะ... ซียังไม่หายคิดถึงคุณเลย... ซีเพิ่งมาถึงเมืองไทย คุณต้อนรับซีแค่นี้เองเหรอคะดาร์ลิง"
เสียงหวานพลิ้วร้องเรียกจากหญิงสาวรูปร่างอวบอั๋น เจ้าหล่อนทอดกายในท่านอนเอียงใช้มือรองศีรษะมองร่างสูงด้วยดวงตาพราวเสน่ห์ เนื้อตัวมีเพียงผ้าห่มบางปกปิดทรวงอกเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เต็มที เห็นโนมเนื้อโผล่มาครึ่งอก อีกนิดก็จะเห็นยอดถันแล้ว ซึ่งเจ้าตัวคงรู้ดีว่ามันเป็นท่าแสนเซ็กซี่และเย้ายวนตา ยั่วกิเลสไฟราคะของผู้ชายที่ได้เห็นแค่ไหน ชายหนุ่มเดินไปยังตู้เสื้อผ้าและหยิบคว้ามาสวมอย่างรวดเร็ว เสื้อเชิ้ตสีควันบุหรี่กับกางเกงยีนส์สีดำ เป็นชุดลำลองแต่กลับทำให้เขาดูทรงอำนาจและเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนมอง ท่วงท่าของเขาเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มที่ศิริษามองอย่างหลงใหลคลั่งไคล้ หล่อนดีใจที่ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยหลังจากอยู่ที่อเมริกาเป็นเวลาสิบกว่าปี
เตโช โชติวีรศักดิ์ ชายหนุ่มวัย 31 ปี ที่ศิริษาสนิทสนมคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเขาไปเรียนที่นิวยอร์ก ศิริษาพบเขาที่มหาวิทยาลัยเพราะเรียนปริญญาตรีที่เดียวกัน จนกระทั่งเขาอายุยี่สิบห้าปี จบปริญญาโทก็กลับมาช่วยรับช่วงธุรกิจของครอบครัว นั่นก็เป็นเวลาหกปีมาแล้ว เขากับหล่อนยังคงติดต่อกันเรื่อยมา ยามเมื่อศิริษามาเที่ยวเมืองไทยก็นัดเจอกันกับเขาทุกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ของหล่อนเป็นการกลับมาอย่างถาวร... หล่อนต้องการเขา... ผู้ชายคนเดียวที่ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสีสันเสียจริง
"คุณเพิ่งมาถึง... พักก่อนสิ ผมมีธุระจริงๆ"
เตโชเอ่ยกับหญิงสาว เขาหวีผมลวกๆ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเงิน โทรศัพท์และกุญแจรถ นาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงนิดๆ เขารู้สึกเพลียไม่น้อย เพราะเมื่อคืนนี้หลังจากรับศิริษาจากแอร์พอร์ตก็พามาเข้าพักที่นี่ จากนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงว่าทำอะไรกันจนเกือบสว่าง หล่อนไม่มีญาติสักคนที่เมืองไทยเนื่องจากบิดามารดาอพยพไปอยู่อเมริกาเป็นสิบๆ ปี ศิริษาเกิดที่โน่น ได้สัญชาติอเมริกันและรู้สึกเสมอว่าอเมริกาคือบ้านของหล่อน เขากับหล่อนเป็นเสมือนวัวเคยขา ม้าเคยขี่กันมานาน ความสัมพันธ์แบบ Friends with benefits เป็นเพื่อนที่นอนด้วยกันได้ยามมีความต้องการตรงกัน ศิริษาเป็นสาวสมัยใหม่ที่เป็นอเมริกันจ๋า เรื่องแบบนี้สังคมตะวันตกไม่มีใครถือสากันอยู่แล้ว
"เก้าโมงครึ่งเองนะเตขา... คุณมีธุระไปไหนคะ แล้วทำไมไม่พาซีไปอยู่ที่บ้านคุณล่ะคะ"
เสียงหวานเอ่ย สีหน้ากระเง้ากระงอดอย่างมีจริตปรุงแต่ง
"ผมนัดกับเพื่อนเอาไว้ เรื่องสำคัญน่ะ..."
เขาตอบเพียงแค่คำถามแรก ส่วนที่เหลือไม่พูดถึง ศิริษารู้ว่าครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยมาก เรียกว่าเป็นครอบครัวมหาเศรษฐี มีบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เห็นว่ามีธุรกิจหลายอย่างในมือ ซึ่งหล่อนไม่เคยสนใจไถ่ถามเขามาก่อนในอดีต รู้ว่าเขารวยก็พอแล้ว แต่ต่อไปนี้เห็นทีจะต้องใส่ใจมากกว่าเก่า เพราะศิริษาไม่ได้หวังแค่เป็นเพื่อนนอนของเขาเท่านั้น แต่หวังมากกว่านั้น
เตโชมองร่างเซ็กซี่เย้ายวนบนเตียงอีกครั้ง เขาจุดยิ้มมุมปากนิดหนึ่ง... บ้านของเขาหลังที่อยู่กรุงเทพฯ น่ะหรือจะเปิดต้อนรับเจ้าหล่อน... บ้านหลังนั้นเป็นที่อยู่ของมารดาและพี่ชายคนโต... แม่ไม่นิยมให้พาผู้หญิงที่ควงชั่วคราวเข้าไปเพ่นพ่าน ยกเว้นแต่จะเป็นคนที่เขาจริงจังด้วยเท่านั้น เนื่องจากท่านเป็นคนขี้รำคาญและเบื่อระอากับพฤติกรรมเจ้าชู้ของสามี แม่จึงขอหย่าขาดและเลือกที่จะอยู่กรุงเทพฯ กับ ติณณ์ พี่ชายของเขา ในขณะที่พ่อของเขานั้นอยู่ที่เชียงใหม่กับผู้หญิงคนล่าสุด แต่เดิมพ่ออยู่ที่จังหวัดแพร่ แต่พอเตโชเรียนจบกลับมาจากเมืองนอก พ่อก็ย้ายไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ทันที และโยนธุรกิจในเมืองแพร่ให้เขาดูแลรับผิดชอบอย่างเต็มตัว
ชายหนุ่มยิ้มกว้างอีกนิดหนึ่งเมื่อนึกจินตนาการถึงภาพที่แม่ได้เจอศิริษา... คงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของคุณนายศรัญญาแน่นอน รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์และเสียงหัวเราะหึเบาๆ ในลำคอคล้ายขบขันกับสิ่งที่คิดในหัว แต่กลับทำให้คนที่นอนทอดร่างอยู่บนเตียงเข้าใจไปว่ารอยยิ้มกริ่มดวงตาพราวนั้นเขาส่งมาให้หล่อนโดยเฉพาะ จึงยิ้มหวานตอบอย่างแพรวพราว... ศิริษายกมือขึ้นดึงผ้าที่คลุมอกอวบขนาดเท่าหัวเด็กทารกออก เชื่อว่าเขาจะไม่อาจทนต่อความยั่วยวนนี้ได้ แต่ก็ต้องซ่อนความผิดหวังไว้แทบไม่มิดเมื่อร่างสูงก้าวยาวไปยังประตูอย่างไม่แยแส เอื้อมมือไปจับลูกบิดและหันมามองอีกครั้ง
"อืม... คุณคงไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวนะซี จำได้ใช่ไหมว่าเมืองไทยน่ะ ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์กริ๊งเดียวเท่านั้น... ผมไปล่ะนะ"
"เดี๋ยวสิคะเต... แล้วจะกลับกี่โมงคะ ซีเหงานะ คุณก็รู้ว่าที่นี่ซีไม่มีใครเลย นอกจากคุณคนเดียวเท่านั้น" เสียงออดอ้อนดังตามมา ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดอยู่วินาทีหนึ่
"ผมไม่แน่ใจนะ... เอาเป็นว่า ผมจะโทรบอกก็แล้วกัน และถ้าไม่ดึก คืนนี้จะพาไปเที่ยวผับเปิดใหม่"
กล่าวเสร็จ เตโชก็เดินออกไปจากห้อง ประตูปิดและล็อกอัตโนมัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของโรงแรม ศิริษาหน้าบึ้งตึงลงไปทันทีที่ยั่วและดึงรั้งเขาเอาไว้ไม่สำเร็จ แต่ไม่เป็นไร... ต่อไปนี้หล่อนมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำให้เขาตกหลุมเสน่ห์ให้ได้ เวลานี้มันมาถึงวัยที่หล่อนกับเขาควรจะจริงจังกับชีวิตกันเสียที
ร่างสูงเพรียวทะมัดทะแมงปราดเปรียวอย่างนักกีฬาสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์เข่าขาด รองเท้าผ้าใบคู่โปรดก้าวลงจากรถไฟฟ้าที่สถานีอ่อนนุชอย่างเร่งรีบ ผมยาวมัดรวบง่ายๆ ใบหน้ามีแว่นกันแดดสีชาค้างอยู่บนสันจมูกโด่งคมนั้นก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือด้วยทีท่าร้อนใจ เวลาเก้าโมงครึ่งแล้ว หญิงสาวนัดกับทนายความเอาไว้ที่สำนักกฎหมายในซอยแถวนี้ในเวลาสิบโมง
เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนสาวของเธอคือ มณีลักษณ์ กับสามีของหล่อนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองวันก่อน และขณะนี้ทั้งสองก็อยู่ในอาการสาหัส ทิ้งลูกสาววัยห้าขวบเอาไว้กับพี่เลี้ยง ได้มีทนายความโทรถึงบัวสวรรค์ว่ามณีลักษณ์ได้ใส่ชื่อของเธอเป็นญาติและคนที่ติดต่อได้ถ้าหากหล่อนกับสามีเป็นอะไรไป
มณีลักษณ์และสาโรจน์ผู้เป็นสามีนั้น ต่างก็เป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติด้วยกันทั้งคู่ เติบโตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่โชคดีมีผู้อุปการะส่งเสียให้ร่ำเรียนจนจบปริญญาตรี ทั้งสองทำงานบริษัท แต่งงานสร้างครอบครัวและมีลูกสาววัยน่ารักหนึ่งคน ซึ่งบัวสวรรค์ก็มาเยี่ยมทุกครั้งยามที่ได้เข้ามากรุงเทพฯ หญิงสาวรู้สึกเศร้าสลดใจมากกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ไม่นึกเลยว่าคนดีอย่างสามีภรรยาคู่นี้จะมาประสบเคราะห์กรรมในวัยเพียงแค่นี้
มณีลักษณ์เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของบัวสวรรค์สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อายุก็แค่ 25 ปีเท่านั้นในเวลานี้ ส่วนสาโรจน์นั้นอายุ 31 ปี เขาเรียนจบก่อนก็ทำงานก่อน คบหากับมณีลักษณ์จนกระทั่งหล่อนเรียนจบก็ดึงเข้าไปทำงานที่บริษัทเดียวกัน วันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นวันที่ทั้งสองเดินทางกลับจากธุระที่สระบุรี บัวสวรรค์ได้แต่สวดมนต์ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครองทั้งสองให้รอดพ้นขีดอันตรายและหายจากการเจ็บป่วยในไม่ช้า
เมื่อบัวสวรรค์ได้รับการติดต่อเมื่อวานนี้ก็รีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที มาถึงเมื่อเช้านี้เอง พักโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าเพื่อความสะดวกในการเดินทาง สำนักงานกฎหมายดังกล่าวตั้งอยู่ในตึกสูงหลายชั้น เมื่อขึ้นลิฟต์ไปถึงชั้นตามที่อยู่ บัวสวรรค์ก็พบป้ายชื่อเหนือประตูกระจกสีชา หญิงสาวจึงผลักเข้าไปทันที
บทล่าสุด
#136 บทที่ 136 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#135 บทที่ 135 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#134 บทที่ 134 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#133 บทที่ 133 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#132 บทที่ 132 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#131 บทที่ 131 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#130 บทที่ 130 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#129 บทที่ 129 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#128 บทที่ 128 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#127 บทที่ 127 ติณณ์ & แพรพิรุณ 18
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
สัญญารักประธานร้าย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













